Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
ล่องแยงซีเกียง : 02-เจดีย์สือเป่าใจ้ (Shibaozhai Pagoda)

สวัสดีครับ หลังจากคืนแรกในเรือสำราญผ่านไปโดยไม่รู้สึกเลยว่ากำลังนอนอยู่บนเรือ เพราะเครื่องยนต์เรือเดินเงียบมาก ตื่นเช้ามามองเห็นทิวทัศน์ที่ระเบียงกำลังผ่านไป ทำให้ทราบว่าเรือกำลังแล่นไปอย่างเงียบ ๆ กลางลำน้ำแยงซีเกียง วันนี้ผมจะเล่าถึงกิจกรรมในวันที่สองที่อยู่บนเรือสำราญเซ็นจูรี พารากอน ต่อจากครั้งที่แล้วครับ



เมื่อเปิดประตูระเบียงออกมาชมวิวก็มองเห็นริมฝั่งเป็นภูเขาสูงใหญ่น่าตื่นตา นาน ๆ จึงจะผ่านตึกรามบ้านช่อง มีเรือบรรทุกและเรือสำราญแล่นสวนมาเป็นระยะ มองเห็นต้นสนสีเขียว ก้อนเมฆสีขาว ตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม น้ำในท้องน้ำเรียบสนิท ธรรมชาติช่างสวยงาม เห็นแล้วรู้สึกมีความสุขจริง ๆ
















มาทบทวนความรู้เกี่ยวกับแม่น้ำแยงซีเกียงกันสักนิดก่อนนะครับ แม่น้ำแยงซีเกียง บางทีก็เรียกสั้น ๆ ว่าแม่น้ำแยงซี หรือแม่น้ำฉาง เป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชีย และเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากแม่น้ำไนล์ในทวีปแอฟริกาและแม่น้ำแอมะซอนในทวีปอเมริกาใต้ แม่น้ำแยงซียาว 6,300 กิโลเมตร ต้นน้ำอยู่ที่มณฑลชิงไห่และทิเบต ในทิศตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน และไหลมาทางทิศตะวันออก ลงสู่ทะเลจีนตะวันออกที่เมืองเซียงไฮ้ (หมายเลข 3) แต่เรือสำราญของเราจะแล่นจากเมืองฉงชิ่ง (หมายเลข 1) ไปสิ้นสุดที่เมืองอี๋ชาง (หมายเลข 2) เป็นระยะทางประมาณ 650 กิโลเมตร เท่านั้น หลังจากนั้นจะนั่งรถไฟความเร็วสูงกลับมาที่เมืองฉงชิ่ง เพื่อขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยในวันสุดท้าย




หลังจากที่มีการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ในแม่น้ำแยงซีเกียงที่เมืองอี๋ชาง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำที่อยู่บริเวณเหนือเขื่อน (ก็คือตั้งแต่เมืองฉงชิ่งจนถึงเมืองอี๋ชาง) สูงขึ้นมาก คือสูงถึง 17.5 เมตร หมู่บ้านและสิ่งก่อสร้างจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ รัฐบาลจีนได้เข้ามาช่วยเหลือย้ายหมู่บ้าน ชุมชน และปรับปรุงสิ่งก่อสร้างให้คงอยู่ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากเขื่อนจะผลิตกระแสไฟฟ้าและจัดการปริมาณน้ำของประเทศได้แล้ว ยังให้ความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินเรือมากขึ้นเพราะลำน้ำมีความกว้างและความลึกมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

เช้าวันนี้เรือจะแล่นผ่านเมืองเฟิงตู (Fengdu) ที่ตั้งอยู่ในอำเภอหวั้นเซี่ยน ริมฝั่งแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งเป็นเมืองจำลองแห่งยมโลกที่สร้างตามความเชื่อ ผสมผสานกันระหว่างลัทธิเต๋าและศาสนาพุทธในสมัยราชวงศ์หมิง มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 400 ปี ภายในจะมีสิ่งก่อสร้างซึ่งแสดงถึงบาปบุญคุณโทษต่าง ๆ ที่เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ และหลังอาหารกลางวัน ผู้โดยสารจะได้ขึ้นจากเรือไปชมเจดีย์สำคัญของเมืองนี้ คือเจดีย์สือเป่าไจ้ (Shi Bao Zhai) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดสือเป่าไจ้ อยู่บริเวณหมายเลข 2 ในแผนที่ด้านล่างครับ




เรือแล่นมาถึงบริเวณที่ตั้งของวัดสือเป่าไจ้แล้ว วัดสือเป่าไจ้ตั้งอยู่บนหน้าผาทางทิศเหนือของแม่น้ำแยงซีเกียง สันนิษฐานว่าวัดสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยราชวงศ์หมิงโดยเป็นวัดพุทธที่มีลักษณะผสมของลัทธิเต๋า เดิมทีวัดสือเป่าไจ้ตั้งอยู่ติดกับหน้าผาโล่ง ๆ ซึ่งสามารถล่องเรือเข้าไปใกล้ ๆ ได้ แต่ผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนทำให้ระดับน้ำบริเวณรอบ ๆ สูงขึ้นจนเกือบจะไปทำลายโครงสร้างทั้งหมดของวัด ทางการจีนจึงได้สร้างเขื่อนเล็ก ๆ ล้อมรอบวัดเอาไว้เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้วัดได้รับความเสียหาย ปัจจุบันตัววัดตั้งอยู่ในวงล้อมของเขื่อนขนาดเล็กโดยมีทางเข้าวัดเป็นสะพานเชื่อมมาจากอีกด้านหนึ่ง ทำให้ดูเหมือนเป็นเกาะกลางแม่น้ำ


(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)


ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำลดลงจนมองเห็นเขื่อนที่ล้อมรอบวัดสูงขึ้น และเห็นเนินดินอีกด้านหนึ่ง ทำให้มองไม่เป็นเกาะเหมือนแต่ก่อน








เราจะขึ้นไปชมความสวยงามของเจดีย์และวัดนี้กัน เรือจะเข้าไปจอดที่ท่าเรือซึ่งมีเรือสำราญลำอื่นจอดส่งนักท่องเที่ยวอยู่ก่อนแล้ว 1 ลำ






ก่อนลงจากเรือทุกคนจะได้รับ Boarding Pass ระบุหมายเลขห้องพัก คล้องคอไปคนละ 1 อัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการกลับมาลงเรือนั่นเอง และทางเรือจะจัดพนักงานให้แต่ละคณะ ๆ ละ 1 คน ถือธงแดงเป็นไกด์นำทาง ไกด์ของเรือพูดได้แต่ภาษาจีน แต่โชคดีที่คณะของผมมีไกด์ชาวจีนที่พูดภาษาไทยได้เดินทางไปด้วย จึงทำให้ได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสถานที่นี้ค่อนข้างดี




ทางเดินขึ้นไปยังฝั่ง ทำเป็นโป๊ะลอยน้ำปูด้วยแผ่นเหล็ก ระยะทางประมาณ 30 เมตร วันนี้แสงแดดจัด และอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงต้องสวมหมวกหรือไม่ก็ต้องกางร่ม




ขึ้นมาถึงบนฝั่งแล้วก็เดินไปตามถนนคอนกรีต มีลักษณะเป็นทางลาดขึ้นเขา ข้างทางมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์จากชุมชน ได้ยินเสียงแม่ค้าร้องเชื้อเชิญให้หยุดชม (เป็นภาษาจีน) อยู่ตลอดทาง






เมื่อหันมองกลับไปดูทิวทัศน์ที่ท่าเรือ จะเห็นเรือสำราญลำอื่น ๆ เข้ามาจอดหลายลำแล้ว




เดินขึ้นทางลาดมาประมาณ 10 นาที ก็ถึงประตูบอกทางเข้าไปยังวัดอยู่ทางซ้ายมือแล้ว




ผ่านประตูเข้ามาเดินตรงไปตามถนนลักษณะลาดลงเนินเขาอีกประมาณ 100 เมตร






มาถึงประตูที่สองซึ่งถือว่าจะเข้าสู่บริเวณวัดแล้ว




มีป้ายแสดงประวัติความเป็นมาของวัดตั้งแสดงไว้สองข้างทางเดิน




แล้วก็ต้องเดินข้ามสะพานยาวประมาณ 50 เมตรที่เห็นอยู่ตรงหน้า เพื่อเข้าไปยังตัววัดบนเนินเขาอีกที




สะพานนี้เป็นสะพานแขวน ตอนกลางของสะพานใช้ลวดสลิงขึงไว้แล้วใช้ไม้ปูทับเพื่อทำเป็นพื้นอีกที เวลาเดินจะสั่นยวบยาบไปมาจากน้ำหนักตัวของเรา จนต้องมีป้ายเตือนว่าอย่าเต้นร็อค (No Rocking)






ข้ามสะพานมาแล้วจะพบป้ายชื่อติดตั้งไว้ เพื่อแสดงว่าเป็นเจดีย์ทางประวัติศาสตร์ที่รัฐคุ้มครองดูแล




เดินต่อไปตามระเบียงทางเดินด้านซ้ายมืออีกประมาณ 200 เมตร




มีบริเวณให้หยุดพักและถ่ายรูปทิวทัศน์ในแม่น้ำเป็นระยะ ๆ




สักครู่เดียวก็มองเห็นเจดีย์สือเป่าไจ้อยู่ทางด้านขวามือแล้ว




เจดีย์สือเป่าไจ้ ตั้งอยู่ติดขนาบเขาหวี้อิ้น สร้างขึ้นในยุคราชวงศ์หมิง โครงสร้างลักษณะสถาปัตยกรรมคล้ายเจดีย์ ทำจากไม้และเชื่อมต่อกันโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลย มี 12 ชั้น สูงประมาณ 56 เมตร ซึ่งนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกจัดอันดับไว้ว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของประเทศจีน ภายในมีรูปปั้นเทพเจ้าต่าง ๆ และสร้างบันไดไม้ขึ้นไปยังชั้นบนแต่ละชั้น เชื่อกันว่าถ้าจะขึ้นไปบนวัดโดยปีนบันไดภายในเจดีย์ให้ครบ 9 ชั้นจะได้บุญมาก




ดังนั้นเพื่อให้ได้บุญมาก เราก็จะปีนบันไดขึ้นไปกันนะครับ (บันไดคอนกรีตที่เห็นนี้ยังไม่นับนะ)




ทางการกำหนดให้การขึ้นบันไดในเจดีย์เป็นทางขึ้นวัด และเป็นทางวันเวย์คือต้องปีนขึ้นไปให้ถึงยอดเขา จะลงบันไดย้อนกลับลงมาไม่ได้เพราะบันไดค่อนข้างแคบและชัน ส่วนทางลงจะอยู่อีกทางหนึ่ง จึงต้องประมาณตนเองก่อนว่าจะปีนขึ้นหรือไม่ แต่ผมตัดสินใจปีนขึ้นมาแล้ว เนื่องจากบันไดชันและไม่มีขั้นปิด และมีคนเดินขึ้นไปพร้อมกันจำนวนมาก จึงดูไม่เหมาะสมถ้าจะถือกล้องถ่ายตามขึ้นไปในช่วงนี้ ขอนำภาพจากเว็บไซต์ https://www.flickr.com/photos/45909111@N00/albums/72157669443082196/page1 มาให้ชมแทนก็แล้วกัน ขอขอบคุณเจ้าของภาพด้วยครับ




และนี่เป็นวิวที่มองลอดหน้าต่างเจดีย์ออกมาในแต่ละชั้น มองเห็นเรือในแม่น้ำและอาคารบ้านเรือนในชุมชนที่อยู่ใกล้วัดนี้ได้อย่างชัดเจน








ยังมีรูปปั้นแสดงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของราชวงศ์หมิง อยู่ที่ชั้นห้า




เย้ !!! (เสียงสูง) ในที่สุดเราก็ปีนบันไดเจดีย์ขึ้นมาได้ 9 ชั้น จนถึงชั้นที่ 10 แล้ว นี่เป็นวิวที่มองเห็นบริเวณจุดชมวิวครับ




เจดีย์ยังมีอีกสองชั้นแต่เราจะออกจากชั้นนี้เพื่อเดินเข้าไปยังวัดแล้ว (จะเห็นมีนักท่องเที่ยวบางคนขึ้นไปถึงชั้นที่ 12 คงต้องการได้บุญมากที่สุด)




อาคารของวัดสร้างลักษณะเดียวกับศาลเจ้าในบ้านเรา อยู่ตรงหน้าแล้ว มีหลายอาคารสร้างติดต่อกันลึกเข้าไปด้านในและเดินถึงกันได้




เข้าไปก็จะพบกับแท่นบูชาของเทพเจ้าและสาวก








เดินผ่านเข้าไปถึงอีกห้องหนึ่งพบแท่นบูชาของท่านเง็กเซียนฮ่องเต้และเหล่าขุนนาง








อีกห้องหนึ่งเป็นแท่นบูชาของพระมเหสีของเง็กเซียนฮ่องเต้




สะพานคอนกรีตเล็ก ๆ นี้ถ้าเดินข้ามเชื่อกันว่าจะมีโชคลาภและสุขภาพแข็งแรง




และรูปปั้นนักบวชอยู่ในห้องสุดท้าย ไกด์บอกแล้วแต่จำไม่ได้ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ครับ มีคนโยนเหรียญลงไปทำบุญด้วย




เดินผ่านมาจนครบทุกอาคารแล้ว ออกมาทางด้านหลังจะมีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นตัวเมืองและสะพานที่ข้ามมา ได้กว้างไกลมาก ๆ



แล้วก็เดินลงไปยังด้านล่าง ทางลงเป็นบันไดคอนกรีต ดูแข็งแรงแน่นหนาและปลอดภัยดี เดินลงไปก็ชมวิวไปด้วย




เดินลงมาจนถึงศาลาพักร้อนหลังนี้ สองข้างทางมีแผงจำหน่ายของที่ระลึกและภาพวาดสไตล์ภู่กันจีน






ข้ามสะพานเพื่อเดินกลับไปยังเรือสำราญ ตามทางเดิมเหมือนขามา พบเรือสำราญจอดขนานอยู่อีก รวมทั้งหมดแล้ว 5 ลำ








เดินลงเรือลำอื่นที่จอดเทียบกันอยู่ ผ่านเข้าไปยังเรือของเรา พนักงานเก็บป้ายคล้องคอคืน และมีบริการน้ำชาร้อนให้ดื่มแก้กระหายน้ำเนื่องจากเสียเหงื่อมากนั่นเอง ช่างรู้ใจจริง ๆ




กลับเข้าไปพักผ่อนในห้องพักที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย และอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ รับประทานอาหารเย็นในเรือที่ภัตตาคารชั้น 2 พอถึงเวลาประมาณ 20.30 น. ก็มีประกาศเชิญทุกคนขึ้นไปยังห้องประชุมที่ชั้น 5 เพื่อพบกับการต้อนรับจากกัปตันและกะลาสีเรือ และการแสดงของพนักงานบนเรือ บนเวทีที่จัดแสงสีเสียงอย่างงดงามตระการตา









จบกิจกรรมบนเรือสำราญในวันที่สองแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ครั้งต่อไปครับ.



Create Date : 05 สิงหาคม 2559
Last Update : 5 สิงหาคม 2559 9:54:27 น. 14 comments
Counter : 5866 Pageviews.
Share to Facebook

 
สวัสดีค่ะ

ตามไปลงเรือเที่ยวด้วยคนค่ะ

วิวสวยมากเลย อยากไปเที่ยวเองจัง

เจดีย์สือเป่าไจ้สวยจังนะคะ เหมือนฝังอยู่ในภูเขาเลย

อีกทั้งยังเหมือนติดเกาะสวยมากเลยค่ะ

โหวตให้ ทองกาญจนา Travel Blog ค่ะ

******************************

ขอบคุณสำหรับภาพที่นำไปฝากสวยจังค่ะ


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:10:48:09 น.  

 
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog
ติดตาม ติดตาม รีวิวได้ละเอียดเป็นขั้นเป็นตอนมาก
เหมือนไปเที่ยวด้วยโดยไม่ต้องเสียเหงื่อและสตางค์



โดย: หอมกร วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:11:06:58 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog

-----------------------

เย้ !!! (เสียงสูง) ในที่สุดเราก็ปีนบันไดเจดีย์ขึ้นมาได้ 9 ชั้น จนถึงชั้นที่ 10 แล้ว อิอิ
สบายเค้าล่ะ ไม่เหนื่อยด้วย สรุปว่าผ่านการทดสอบสมรรถภาพมาด้วยดี

ทิวทัศน์ยามล่องเรือสำราญก็คงสุขสำราญ เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ นะคะ
ขอบคุณสำหรับโหวตและภาพสวย ๆ ค่ะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:11:20:55 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ควายเฒ่า Literature Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
ภูเพยีย Diarist ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog

ตามมาเที่ยวต่อค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:11:25:44 น.  

 
ตามมาเที่ยวต่อค่ะ
ธรรมชาติมีความสวยสดงดงามตามแบบของเค้าจริง ๆ นะคะ
วัดสือเป่าไจ้ชอบแบบที่เห็นเป็นเกาะกลางแม่น้ำค่ะ
แต่พอน้ำน้อยลง เห็นสีเขียวของต้นไม้มากขึ้นก็สวยไปอีกแบบนะคะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:16:11:08 น.  

 
สวัสดีค่า ^^
มาเห็นเอาเย็นแล้วค่ะ เด๋วดึกๆมาอ่านนะคะ
ต้องอ่านละเอียด น่าไปเที่ยวมากเลย
ขอบคุณมากๆ ค่า
แปะโป้งไว้ก่อนนะคะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ออมอำพัน Literature Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
sawkitty Travel Blog ดู Blog
zungzaa Diarist ดู Blog
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog
พันคม Literature Blog ดู Blog
เป็ดสวรรค์ Funniest Blog ดู Blog
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
mastana Literature Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog



โดย: lovereason วันที่: 5 สิงหาคม 2559 เวลา:18:25:39 น.  

 
สวัสดีค่า ^^
มาอ่านอีกรอบค่ะ
แม่น้ำแยงซีเกียงยาวมากเลยอะ 6300 กม
แบบนี้ที่ล่องเรือก็แค่เสี้ยวเดียวเองนะคะ
แต่ขนาดนี้ก็ยังหลายร้อย กม.เลย
ช่างเป็นประเทศที่กว้างใหญ่มากจริงๆ

เห็นวัดกลางน้ำแล้วนึกว่าเดินใกล้ๆ ค่ะ
ที่ไหนได้ เทียบท่าแล้วเดินผ่านไปกว่าจะข้ามสะพาน
ไปถึงวัดยังต้องวัดใจเดินบันไดเล็กไปอีก 12 ชั้น
โอยยย ท่าจะเหนื่อยสุดๆเลยนะคะ
แต่ชอบมากค่ะ สวยอะ น่าไปเที่ยวมาก
แล้วก็คนไปเยอะมากเลยนะคะ ดีว่าไปถึงแล้วนั่งรถไฟกลับมาขึ้นเครื่อง คงเร็วกว่าไปทางเรือนะคะ

เรือสำราญนี่คงไม่เมาเรือกันง่ายๆเนาะ
ถ้าไม่งั้นคงหมดสนุก
นึกแล้วก็คงหาที่ใกล้ๆ ไปเที่ยวบ้างค่ะ อิอิ

ขอบคุณมากๆ นะคะ
ได้ดูที่สวยๆ อีกแล้ว



โดย: lovereason วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:0:10:35 น.  

 
ธรรมชาติขณะล่องเรือ สงบ สวยงามมากค่ะคุณทองกาญจนา

เจดีย์สือเป่าใจ้สมเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของประเทศจีนเลยนะคะ
ก่อสร้างได้สวยและน่าทึ่งมากค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog

.....................................

ขอบคุณคุณทองกาญจนาสำหรับกำลังใจนะคะ
แล้วจะตามมาเที่ยวต่อค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:0:40:15 น.  

 
ได้ทบทวนความรู้เก่า (เก็บ) แม่น้ำแยงซีเกียงไปด้วยค่ะ

โชคดีนะคะ มีไกด์พูดภาษาไทยได้


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
ลอยละล่อง บล็อกแกงค์ Travel Blog ดู Blog
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:6:15:49 น.  

 
รอชมบล็อกต่อไปจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:20:43:33 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชมพร About Weblog ดู Blog
อุ้มสี Travel Blog ดู Blog
ทองกาญจนา Photo Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ภาพสวยมาก ๆ ๆ ค่ะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:23:54:00 น.  

 
สวยจังเลยค่ะ
ล่องเรือไปเที่ยวไป น่าสนุกมากๆเลยนะคะ
ได้ดูโชว์อีกต่างหาก

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
Raizin Heart Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 7 สิงหาคม 2559 เวลา:22:02:37 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 8 สิงหาคม 2559 เวลา:4:16:35 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog

สวยงามน่าไปเยือนค่ะ แล้วอาหารบนเรืออร่อยไหมคะ เราสองคนยังไม่เคยไปล่องเรือที่ไหนเลย เพราะมิเชลไม่ชอบคนมากๆ แกกลัวเรือจะล่มค่ะ เลยไม่มีดอกาสได้เดินทางแบบนี้ มีครั้งเดียวที่นั่งเรือจากฝรั่งเศสไปเมือง แคนเทอเบอรี่ที่อังกฤษ เท่านั้นเอง


โดย: Maeboon วันที่: 13 สิงหาคม 2559 เวลา:0:46:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ทองกาญจนา
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทองกาญจนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.