|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
เสน่ห์เยอรมนี : 2-เมืองไฮเดลแบร์ก (Heidelberg)
ออกจากสนามบินแฟรงค์เฟิร์ตคณะของเราเดินทางด้วยรถโค้ช มุ่งลงใต้ไปยังเมืองไฮเดลแบร์ก เพื่อไปชมปราสาทและทิวทัศน์ของเมืองเก่าที่งดงาม เชิญติดตามไปด้วยกันครับ

เมืองไฮเดลแบร์ก (Heidelberg) เมื่ออ่านออกเสียงแบบเยอรมัน หรือไฮเดลเบิร์กเมื่ออ่านแบบอังกฤษ อยู่ในรัฐบาเดน-เวิร์ทเทมแบร์ก (Baden-Württemberg) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี อยู่ห่างจากเมืองแฟรงค์เฟิร์ตประมาณ 90 กิโลเมตร ไฮเดลแบร์กเป็นเมืองเก่าแก่อายุนับพันปีของเยอรมนี เมืองนี้จึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีอายุยาวนานเคียงคู่ประวัติศาสตร์ของเมือง ทั้งปราสาทเก่าแก่อายุกว่า 600 ปี ซึ่งตั้งเด่นบนเนินเขา มองเห็นได้จากจุดต่างๆ ในย่านเมือง รวมถึงมหาวิทยาลัยไฮเดลแบร์ก มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ อายุกว่า 600 ปี นอกจากไฮเดลแบร์กจะเป็นเมืองประวัติศาสตร์สำหรับเยอรมนีแล้ว ยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์สำหรับคนไทย คือเป็นเมืองที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 ทรงพระราชสมภพเมื่อครั้งที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงศึกษาวิชาการแพทย์ที่เมืองแห่งนี้
ตัวเมืองแบ่งเป็นสองส่วนคือตัวเมืองใหม่และตัวเมืองเก่า (Altstadt) ส่วนที่สวยงามคลาสสิกคือตัวเมืองเก่าที่เราจะไปชมกันครับ
รถแล่นผ่านเข้ามายังบริเวณตัวเมืองเก่าแล้ว มองเห็นบ้านเรือนสวยงามที่ตั้งอยู่เรียงรายฝั่งตรงข้าม คั่นกลางด้วยแม่น้ำสายหลักที่ผ่านตัวเมืองนี้ คือแม่น้ำเนคคาร์ (Neckar)


รถโค้ชมาจอดอยู่ในบริเวณที่เลยสะพานเก่าสวยงามนี้มานิดเดียว

ลงจากรถเราจะเดินทางขึ้นไปชมปราสาทไฮเดลแบร์ก (Heidelberg Castle) และทิวทัศน์จากมุมสูงของตัวเมืองกันก่อน โดยเดินผ่านบริเวณจัตุรัสแรกที่มีชื่อว่า Karlplatz

มองขึ้นไปด้านบนเนินเขาเห็นปราสาทไฮเดลแบรกส์แล้ว การจะขึ้นไปชมปราสาทนี้สามารถทำได้ 2 วิธี คือเดินขึ้นไปหรือนั่งรถราง (Bergbahnen) คณะของผมเลือกวิธีนั่งรถรางครับ เพื่อการประหยัดแรงและเวลา (แต่ไม่ประหยัดเงิน)

เดินผ่านถนนนี้แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะถึงสถานี

มองเห็นอาคารสถานีรถรางอยู่ตรงหน้าแล้ว สถานีนี้ชื่อคอนมาร์ค (Kornmarkt Station) ส่วนถนนที่อยู่ด้านซ้ายมือคือทางเดินขึ้นปราสาทสำหรับผู้ที่ประสงค์จะเดินขึ้นไป

เข้ามาในบริเวณสถานีแล้ว ซื้อตั๋วได้ที่นี่ ค่าตั๋วรถรางขึ้น-ลงและเข้าชมปราสาท คนละ 12 ยูโร (ประมาณ 540 บาท) มีตั๋วแล้วก็รอรถสักครู่หนึ่ง

รถรางมี 2 คัน วิ่งสวนกัน มีสถานีด้านบน 2 สถานี สถานีแรกเพื่อเข้าชมปราสาท ส่วนสถานีที่ 2 เพื่อขึ้นไปชมวิวที่ยอดเขา รอครู่เดียวรถรางก็เข้ามาถึงสถานีแล้ว

รถวิ่งขึ้นเขา 5 นาที ก็ถึงสถานีแรกชื่อ Ausgang Schloss เราจะออกจากรถที่สถานีนี้

ออกจากสถานีเดินผ่านอาคารสวยงามหลังนี้

เดินต่อไปอีกสัก 50 เมตร ก็ถึงเขตปราสาทแล้ว มองเห็นประตูสวยงามด้านซ้ายมือ ประตูนี้มีชื่อว่าประตูคืนเดียว หรือ อลิซาเบธ เกท (Elizabeth Gate) เป็นประตูที่พระเจ้าเฟเดอริกที่ห้า ทำเซอร์ไพรส์แด่พระมเหสี คืออลิซาเบธ สจ๊วต แห่งสก็อตแลนด์ ซึ่งทั้งสองอภิเษกสมรสกันด้วยเหตุผลทางการเมือง โดยการสั่งให้สร้างประตูสวนให้เสร็จในคืนเดียว ถ้าเดินผ่านประตูนี้เข้าไปจะสามารถมองเห็นปราสาทในส่วนที่ปรักหักพังจากสงคราม เห็นทิวทัศน์ของเมืองเก่า


เดินต่อไปจะเห็นหอนาฬิกาและประตูทางเข้าชมปราสาทที่อาคารด้านขวามือ

มีเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วที่ทางเข้า เดินเข้ามาจะลอดประตูใต้หอนาฬิกา

รูปปั้นสวยงามประดับหอนาฬิกา

ปราสาทไฮเดลแบร์ก (Schloss Heidelberg) สร้างด้วยหินทรายสีแดง สถาปัตยกรรมแบบโกธิค เรอเนสซองค์ ประวัติการก่อสร้างย้อนหลังไปถึงคริสศตวรรษที่ 13 เจ้าชายเอเล็กเตอร์ รูเปรคท์ ที่ 3 (Elector Ruprecht III, 1398 - 1410) เป็นผู้เริ่มก่อสร้าง ตัวปราสาทและอาณาบริเวณผ่านการก่อสร้าง แต่งเติม ผ่านการสู้รบ ไฟไหม้ ผ่านสงครามทั้งสู้รบกันเองและกับชาติอื่นๆ จนพังทลาย และบูรณะมาหลายครั้ง สภาพที่เห็นและเป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นสภาพที่ไม่สมบูรณ์ บางส่วนมีเฉพาะผนัง ไม่มีหลังคา
เมื่อเข้ามาในเขตของตัวปราสาทจะพบอาคารสวยงามอยู่ด้านหน้า อาคารนี้มีชื่อว่าอาคารกระจก (Der Glaeserne Saalbau) เป็นอาคารสไตล์เรอเนสซองค์ที่ตกแต่งผนังด้วยกระจก มีรูปปั้นพระเจ้าเฟเดอริก ที่สอง ผู้สร้างปราสาทอยู่ด้านหน้า

และมีรูปปั้นเทพกรีกหลายองค์ คั่นระหว่างช่องหน้าต่าง


ผนังด้านหน้าของปราสาท มีส่วนหนึ่งจัดทำนาฬิกาแดดติดไว้

เมื่อมองย้อนหลังกลับไปยังบริเวณที่เดินผ่านหอนาฬิกาเข้ามา

ใครที่เข้ามายังปราสาทนี้ก็จะต้องไปชมถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอดีตผู้ปกครองเมืองชื่อคาร์ล ทีโอดอร์ (Elector Karl Theodor) ให้สร้างถังไวน์ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเอาไว้เก็บภาษีไวน์ที่ได้มาจากชาวบ้าน ถังไวน์นี้สูงถึง 7 เมตร กว้าง 8 เมตรและเก็บไวน์ได้ถึง 220,000 ลิตร ใหญ่มาก !!! เราจะไปชมกัน เดินเลี้ยวซ้ายลงทางลาดไปชั้นใต้ดิน

เข้ามาถึงจะพบถังเก็บไวน์ขนาดใหญ่อยู่ทางด้านขวามือ จุ 50,000 ลิตร แต่ยังไม่ใช่ถังใหญ่สุดนะครับ

ต้องเดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งจึงจะพบตัวจริง มีบันไดให้ขึ้นไปเดินชมโดยรอบถังไวน์นี้ด้วย

ออกไปชมวิวตัวเมืองเก่ากันบ้าง โดยเดินไปที่ระเบียง (Belvedere terrace) ซึ่งอยู่ด้านหลังอาคารที่ติดตั้งนาฬิกาแดด

มองหันกลับไป

ด้านหลังอาคารกระจกเมื่อมองจากทางด้านระเบียง

กรอบหน้าต่างที่มีลวดลายงดงาม

นักท่องเที่ยวที่ออกมาที่ระเบียงกำลังถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ต่างก็ตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์สวยงามของเมืองเก่าที่อยู่ด้านล่าง

แล้วภาพสวยงามก็มาถึง เราจะชมทิวทัศน์จากด้านซ้ายมือมายังขวามือ ภาพแรกเห็นศาลาว่าการเมืองอยู่ตรงกลาง

สะพานสวยในลำดับถัดมา

ถัดมาอีก

สะพานคนเดินข้ามและเป็นฝายกั้นน้ำ

ประกอบกันเป็นภาพพาโนรามาลักษณะนี้ครับ (คลิกที่ภาพจะขยายเต็มจอ)

ซูมลงไปที่ศาลาว่าการเมือง และบริเวณจัตุรัส ที่เดินผ่านมาเมื่อเช้า เห็นคนตัวเล็กนิดเดียว

เดินออกจากระเบียงชมวิว กลับเข้าไปยังบริเวณปราสาท

เลี้ยวซ้ายไปยังอาคารที่ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เภสัชวิทยา (Deutsches Apotheken Museum)

พิพิธภัณฑ์เภสัชวิทยา ใช้พื้นที่ชั้นล่างของอาคาร Otto Heinrich เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดแสดงประวัติการค้นพบและผลิตยาของเยอรมันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นอาคารที่สร้างด้วยอิฐแดงสวยงาม

มีต้นเชอรี่กำลังผลิดอกขาวสะพรั่ง อยู่ทางด้านซ้ายมือประตูทางเข้า

ภายในจัดแสดงยาชนิดต่าง ๆ บรรจุอยู่ในภาชนะสวยงาม

ห้องนี้จัดเก็บยาไว้ในตู้ไม้ที่มีลิ้นชัก

ยาแอสไพริน ยาลดไข้ตัวแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่เราคุ้นเคย ก็คิดค้นจากที่นี่

ส่วนนี้แสดงถึงเครื่องมือที่ใช้ในการปรุงยา

ถ้วยกระเบื้องเคลือบลวดลายงดงามที่ใช้เป็นภาชนะใส่ยา

ขวดแก้วใส่ยาที่เป็นของเหลว

ลงมาจากตัวปราสาทด้วยวิธีเดิม เราจะเดินไปชมตัวเมืองกัน ผ่านจัตรัสชื่อ Kornmarkt มีรูปปั้นพระแม่มารีอยู่ตรงกลาง



เดินเลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายหลัก มองเห็นศาลาว่าการเมืองอยู่ข้างหน้า

เป็นอาคารที่มีรูปทรงสวยงามมีหอนาฬิกาที่ตีบอกเวลาเสียงดังก้องไปทั้งเมือง

ร้านขนมปัง-ใส้กรอก มีร้านหน้าตาแบบนี้อยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปในเยอรมัน ราคาอันละ 2.50 ยูโร (ประมาณ 112 บาท) อร่อยมากขอบอก

ร้านนี้ตั้งโต๊ะอาหารไว้หน้าร้านดูสวยงาม ช่วงเวลานี้นั่งจิบกาแฟท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ เป็นความรู้สึกที่ดีจริง ๆ

รถคันนี้เขียนชื่อเพลงโปรดของเมือง ประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกผูกพันแนบแน่นกับไฮเดลแบร์ก คงเป็นเพราะเป็นเมืองที่สวยงาม สง่า สงบ และน่าคิดฝันถึงเสมอ จึงมีผู้นำไปแต่งเพลง I lost my heart in Heidelberg หรือภาษาเยอรมันว่า "Ich hab mein Herz in Heidelberg verloren" ฉันตกหลุมรักเมืองไฮเดลแบร์ก มีเนื้อหาบรรยายถึงความประทับใจและสาเหตุที่หัวใจหล่นหายไปในเมืองนี้
I lost my heart in Heidelberg's fair city It was in a gentle summer night I was in love, so deep in love entangled Her rosebud mouth was laughing with delight
ช่างซาบซึ้งจริง ๆ

เราจะเดินไปยังสะพานที่สวยงามที่สุดของเมืองเก่า ชื่อ คาล ธีโอดอร์ ฮ้อยส์ บรุคเคอ (Karl-Theodor-Heuss Brücke) มองเห็นอยู่ด้านหน้าแล้ว

เชิงสะพานเป็นหอคอยโดมคู่แบบบารอคสวยงาม

เดินลอดซุ้มประตูสะพานใต้หอคอยขึ้นไปยังสะพานแล้ว

มองย้อนกลับไปยังเชิงสะพาน นอกจากจะเห็นซุ้มประตูสะพานรูปโดมคู่แล้วยังเห็นหอนาฬิกาของศาลาว่าการเมืองซ้อนอยู่ด้านหลังด้วย

รูปปั้นของคาร์ล ธีโอดอร์ ผู้สร้างสะพานนี้

แม่น้ำเนคคาร์ เมื่อมองจากสะพาน

ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว อาหารมื้อแรกที่ประเทศเยอรมันเป็นอาหารไทยที่ร้าน ภูเก็ต เจ้าของร้านเป็นคนไทย ร้านตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณเชิงสะพานนั่นเอง

อิ่มอร่อยกับอาหารไทยรสจัดเรียบร้อยแล้ว พวกเราทุกคนกลับไปขึ้นรถโค้ช เตรียมเดินทางต่อ ลาก่อนไฮเดลแบร์ก แม้มาเยือนในเวลาสั้น ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความสวยงามและความสุขสงบของผู้คนที่นี่ น่าประทับใจจริง ๆ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมครับ.
| Create Date : 28 เมษายน 2557 |
| Last Update : 28 เมษายน 2557 13:14:24 น. |
|
21 comments
|
| Counter : 8587 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: schnuggy วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:23:13:00 น. |
|
|
|
โดย: lovereason วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:23:43:32 น. |
|
|
|
โดย: schnuggy วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:3:18:43 น. |
|
|
|
โดย: pantawan วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:23:24:29 น. |
|
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:6:51:49 น. |
|
|
|
โดย: เนินน้ำ วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:14:18:53 น. |
|
|
|
โดย: เกศสุริยง วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:16:33:32 น. |
|
|
|
โดย: เนินน้ำ วันที่: 2 พฤษภาคม 2557 เวลา:7:57:29 น. |
|
|
|
โดย: เกศสุริยง วันที่: 5 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:21:15 น. |
|
|
|
|
|
|
| BlogGang Popular Award#21 |

|
|
|
|
|
|
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Photo Blog ดู Blog
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog
ส่งกำลังใจก่อนค่า
เข้าใจแล้วว่าทำไมมาช้า ^^