Group Blog
 
All Blogs
 
ผู้เฒ่าเล่าอดีต (๑๐) คนรักมนุษย์

ผู้เฒ่าเล่าอดีต (๑๐)

คนรักมนุษย์

วันนั้นเราตื่นแต่เช้า และออกจากบ้านทั้ง ๆ ที่ยังไม่สว่างดี เพราะเป็นวันอาทิตย์ ที่ตั้งใจจะใส่บาตร และสมาทานศีลห้า ตามที่ได้กำหนดไว้กับตนเอง และพยายามทำมาหลายปีแล้ว ถนนภายในหมู่บ้านมีผู้คนที่ต้องการจะใส่บาตร เดินกันขวักไขว่พอสมควร ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่วันพระ

เราแวะร้านขายข้าวมันไก่ ซื้อใส่ถุงหิ้วไปกล่องหนึ่ง และเข้าร้านเซเว่นซื้อขนมเค้กกับนมกล่อง เป็นของหวาน แล้วก็เดินย้อนกลับเข้ามาคอยพระภิกษุอยู่แถวซอย ๑ มองเข้าไปเห็นมีพระสงฆ์อยู่รูปเดียว มีชาวบ้านล้อมรอบใส่บาตร เราจึงหันไปดูทางปากซอย ก็เห็นมีพระสงฆ์เดินเข้ามาอีกรูปหนึ่ง เมื่อท่านเข้ามาใกล้จึงเห็นว่า เบื้องหลังของท่านมีชายหนุ่มแต่งตัวสกปรก หน้าตาหนวดเครารุงรัง เดินแซงพระขึ้นมายกมือไหว้เรา แต่เราบอกว่า เดี๋ยวใส่บาตรก่อน แล้วก็ยกถุงอาหารคาวหวานขึ้นกล่าวคำถวาย แล้วก็วางถุงอาหารลงในบาตร ท่านก็ให้พรเบา ๆ จบแล้วเราก็สาธุรับพร เมื่อท่านเดินหลีกไปแล้ว เราจึงหันไปหาชายหนุ่มคนนั้น ควักธนบัตรใบละ ๒๐ บาทส่งให้ เขาก็รับไปโดยไม่ได้ขอบคุณเช่นเคย

ความจริงเราไม่ได้เป็นลูกหนี้ ที่จะต้องส่งดอกเบี้ยเงินกู้ให้เขา เหมือนแม่ค้าหลายคนในซอย ที่ต้องส่งดอกเบี้ยให้แขก ที่ขี่มอร์เตอร์ไซค์มารับทุกวัน ชายคนนี้เป็นเพียงบุคคลจรจัดคนหนึ่ง ที่พ่อของเขาเคยอาศัยอยู่ในสวนอ้อย ในฐานะคนจรจัดเหมือนกัน พ่อของเขาอาศัยนอนตามเพิงขายของ ที่เจ้าของเลิกขายในตอนกลางคืน เช้าขึ้นก็ช่วยเข็นรถขนข้าวแกงมาให้แม่ค้าจัดแผงลอย แล้วก็ช่วยล้างชามในตอนกลางวัน พออาศัยได้กินและได้เงินบ้างเล็กน้อย เขากับลูกชายวัยที่ควรจะอยู่ในโรงเรียน ก็อาศัยอยู่ที่สวนอ้อยในสภาพนั้น จนกระทั่งเจ็บป่วย และถึงแกความตายไปอย่างอนาถา ที่โรงพยาบาลฝั่งตรงข้าม กรรมการหมู่บ้านต้องบอกบุญชาวบ้าน ช่วยกันบริจาคเงินทำศพของเขา ที่วัดทางบางกระบือ หลังจากนั้นลูกชายวัยรุ่นของเขาที่เรียกกันว่าไอ้เต่า ก็หายไป

จนโตเป็นหนุ่มเต็มตัวเขาจึงกลับมาเดิน แถวสวนอ้อยเที่ยวแบมือขอเงินชาวบ้าน ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะเขาไม่ค่อยมีสัมมาคารวะ ไม่ค่อยชอบยกมือไหว้ใคร นอกจากเราซึ่งต้องสอนให้เขายกมือไหว้จึงจะให้เงิน เจ้าเต่าไม่ได้มาทุกวันเดี๋ยวก็หายไปเป็นอาทิตย์ เดี๋ยวก็หายไปเป็นเดือน บางคราวก็หัวเกรียนเหมือนถูกกล้อนเรา บางทีก็หนวดเครารุงรัง แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นไม่เคยมีความสะอาดเลย

เรารู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี อย่างที่พระท่านเทศน์ว่าควรจะทำบุญด้วย แต่เราเห็นว่า เขาก็ต้องกินข้าวเพื่อรักษาชีวิต ไม่ว่าจะดีหรือเลวอย่างไร เราก็ยังมีส่วนช่วยมนุษย์คนหนึ่ง ให้มีชีวิตอยู่ได้ ในโลกอันแร้นแค้นนี้ โดยไม่หวังว่าจะได้บุญได้คุณอะไรตอบแทนเลย

เราเคยทำทานแบบนี้มาก่อนที่จะถึงเจ้าเต่า เธอเป็นเพื่อนของเรามาตั้งแต่เด็ก ขณะที่เรามาอยู่สวนอ้อยอายุสิบขวบ เธอแก่กว่าเราห้าปี เราคบหากันมาด้วยความสนิทสนมอย่างพี่น้อง จนโตและแก่เฒ่าไปด้วยกัน เราพาตัวเองรอดจากความยากลำบาก ในการครองชีพ จนประสบความสำเร็จในบั้นปลาย แต่พี่คนนี้ผิดพลาดกับชีวิต ตลอดเวลาที่ผ่านมา เดี๋ยวก็หายหน้าไป เดี๋ยวก็กลับมาสวนอ้อย และชีวิตมีแต่แย่ลง ๆ จนสุดท้าย ก็ไม่มีญาติพี่น้องดูแลช่วยเหลือ ปล่อยให้เธอเป็นคนอนาถา แถมยังกลายเป็นคนกึ่งพิการ เดินหลังงองุ้มเมื่อถึงวัย ๘๕ ปี ซึ่งก่อนหน้านั้นก็กลับมาอยู่ในสวนอ้อยอาศัยนอนหน้าธนาคารเขาก็ไล่ ต้องไปนอนที่ศาลาพักผู้โดยสารรถประจำทาง และช่วยงานการของชาวบ้านเลี้ยงชีวิต เช่นเดียวกับพ่อเจ้าเต่า

เธอเคยบอกเราว่า อย่าทิ้งพี่นะเพราะพี่ไม่มีใครแล้ว เราก็รับปากว่าเราจะไม่ทอดทิ้งแกอย่างเด็ดขาด ด้วยความรักที่เคยมีต่อกันมาแต่เด็ก เราให้เงินแกไว้ซื้อข้าวกินครั้งละ ๒๐ บาท เป็นเวลาติดต่อกันหลายปี จนกระทั่งวันหนึ่งก็หายไป อีกหลายวันต่อมาจึงทราบว่า เทศกิจได้พาตัวแกขึ้นรถไปสถานสงเคราะห์ที่ไหนก็ไม่ทราบ เราก็เสียดายที่ไม่ได้ทราบข่าวนี้ทันท่วงที จึงไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลือแกเท่าที่ควร และเสียใจอยู่จนทุกวันนี้

เราก็รู้ว่าการทำบุญกับผู้ที่มีศีล ย่อมได้บุญมากกว่า ทำบุญกับผู้ไม่มีศีล หรือผู้ที่ประพฤติชั่ว แต่เราเห็นว่าถึงอย่างไรเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เป็นเพื่อนร่วมโลก ร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยเหมือนกัน เราทำบุญทำทานเท่าที่สามารถจะทำได้ จะได้บุญหรือไม่ได้ จะได้มากหรือน้อย หรือไม่ได้เลย ก็ไม่ทราบ

บางคนที่ได้ดูได้ฟังข่างขอทานผัวเมีย ทะเลาะกันจนขึ้นโรงพัก เพราะแบ่งเงินไม่เท่ากัน หรือข่าวขอทานใจบุญถวายเงินบำรุงวัด หรือที่มีข่าวว่าขอทานบางคนมีรายได้เดือนหนึ่ง มากกว่าข้าราชการระดับสูง แล้วก็เลยเลิกการทำทานเสีย

แต่เราคิดว่าการที่เราได้ช่วยสะสมเงินให้เขา เพียงครั้งละเล็กน้อย ไม่เกินราคาค่าโดยสารรถเมล์ จนเขาเป็นคนร่ำรวยกว่าเราได้ เราก็ควรจะภูมิในมากกว่า

ก็เรารักมนุษย์และสัตว์ร่วมโลก ผู้ร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น นี่นา.

#################


Create Date : 28 มีนาคม 2555
Last Update : 28 มีนาคม 2555 8:43:14 น. 1 comments
Counter : 452 Pageviews.

 
บ่ายสวัสดิ์ภุมวารค่ะพี่ปู่

ขออนุโมทนาในจิตประภัสสรนี้ด้วยค่ะ
มองไปทางไหน หนแห่งใด
ก็ล้วนเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายของเราทั้งนั้นนะคะ

นาถไปเที่ยวเมืองใต้ น้อมนำบุญมาฝากพี่ปู่และครอบครัวค่ะ
ครานี้โชคดี ที่พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราชเปิด
ให้ขึ้นไปกราบสักการะถึงข้างบน ไต่กะไดขึ้นไป ๒๓ ขั้น
ได้ไปเดินสวดมนต์ถวายเป็นพุทธบูชา
รอบองค์พระเจดีย์ ท่ามกลางแดดเริงแรง
ด้วยเจียมตน จึงสวดมนต์ถวายรอบเดียว แต่ตั้งใจมั่นค่ะ
โดยขอให้พวกเรามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงค่ะ



โดย: nart (sirivinit ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:56:05 น.




ขออนุโมทนาในบุญกุศลที่คุณนาถได้ทำแล้วครับ.

โดย: เจียวต้าย วันที่: 2 พฤษภาคม 2555 เวลา:5:46:56 น.




สวัสดีค่ะคุณปู่เจียวต้าย การให้ทำให้เรามีความสุขและอิ่มใจ และเราก็จะได้สิ่งดี ๆ กลับมาค่ะ คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เพราะเรายิ่งให้เหมือนเรายิ่งได้เลยค่ะ

โดย: AppleWi วันที่: 2 พฤษภาคม 2555 เวลา:13:53:40 น.




ขอบคุณที่อนุโมทนาในสิ่งที่ผมได้ทำไปแล้วครับ.

โดย: เจียวต้าย วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:37:42 น.




โดย: เจียวต้าย วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:45:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 43 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.