Group Blog
 
All Blogs
 

ชุดที่ ๑๔ สิ้นเสียงปี่ ตอนที่ ๒

พระอภัยมณีฉบับเร่งรัด

ชุดที่ ๑๓ สิ้นเสียงปี่

ตอนที่ ๒ รักษาพรตพรหมจรรย์ด้วยหรรษา

ฑ.มณฑา

ทางฝ่ายกรุงลังกา นางละเวงวัณฬานั้นได้คลอดโอรสชื่อมังคลา นางรำภาสะหรีคลอดบุตรเป็นชายชื่อวลายุดา นางยุพาผกาก็มีบุตรชายชื่อวายุพัฒน์ และนางสุลาลีวันก็ได้บุตรชายชื่อหัสกัน ทั้งสี่นายเกิดปีเดียวกัน และได้เติบโตร่ำเรียนวิชาความรู้ จากพระสังฆราช และ บาทหลวงปีโป จนอายุได้สิบห้าปีพระมารดาจึงอภิเษกให้มังคลาขึ้นครองกรุงลังกา ให้วลายุดาเป็นอุปราช และวายุพัฒน์กับหัสกันเป็นทหารเอกซ้ายขวา

ต่อมามังคลาได้มเหสีชื่อนางสุนี สังฆราชก็ยุให้มังคลา ไปชิงเอาโคตรเพชรประจำกรุงลังกา ซึ่งนางเสาวคนธ์ได้ขอเอาไปไว้ที่กรุงการะเวก เมื่อครั้งเสร็จศึกคราวก่อน คืนมาให้ได้ มังคลาจึงให้หัสกันไปตีเมืองการะเวกชิงโคตรเพชรมาได้

ขณะนั้นพระอภัยมณีกับศรีสุวรรณและสินสมุท ไปทำศพท้าวสุทัศน์พระบิดาของพระอภัยมณีที่เมืองรัตนา หัสไชยไปเยี่ยมนางสุวรรณมาลีที่เมืองผลึก เมื่อทราบข่าวก็ลากลับเมืองการะเวก มังคลาก็ให้วายุพัฒน์กับหัสกันไปตีเมืองผลึก จับนางสุวรรณมาลีมาได้ และวลายุดาก็ไปตีเมืองรมจักรของศรีสุวรรณจับเอาท้าวทศวงศ์ มาขังรวมกับนางสุวรรณมาลี ที่ด่านดงตาล

ฝ่ายหัสไชยเมื่อกลับถึงเมืองการะเวกแล้ว ก็ยกทัพมากรุงลงกา ได้รบกับมังคลาก็แตกพ่าย นางเสาวคนธ์และสุดสาครรู้ข่าวก็ยกจากเมืองวาหุโลมมาช่วย ก็ถูกมังคลาตีแตกไปอีก นางละเวงจึงช่วยพานางสุวรรณมาลีและท้าวทศวงศ์ ออกจากด่านดงตาลไปอยู่ในกรุงลังกา ส่วนมังคลาคิดตั้งค่ายกลที่ด่านดงตาล โดยมีสังฆราชเป็นที่ปรึกษา คอยรับมือกับพวกญาติทางกรุงผลึก ซึ่งมีพระอภัยมณีผู้บิดาและศรีสุวรรณผู้เป็นอา ที่ยกมาจากเมืองรัตนามาสมทบกับหัสไชย และนางเสาวคนธ์กับสุดสาคร

การศึกคราวนี้ฝ่ายมารดาของมังคลา วลายุดา วายุพัฒน์และหัสกัน ได้ไปเข้าข้างฝ่ายกรุงผลึกทั้งหมด ทั้งสองฝ่ายรบกันอยู่หลายยก จนสุดท้ายเมื่อพระอภัยมณียกมาเจอกับกองทัพของลูกหลาน ทางฝ่ายกรุงลังกา ก็ต้องการจะเผด็จศึกโดยเร็ว จึงเป่าปี่วิเศษขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย

ฝ่ายองค์พระอภัยเห็นใกล้ค่ำ จึงวักน้ำลูบปี่อธิษฐาน
เป่าเสียงสูงฝูงคนเหลือทนทาน ก้องกังวานวาบวับเสียงจับใจ
ให้ปลาบปลื้มลืมอื่นบ้างยืนนั่ง โยธาทั้งสามทัพเคลิ้มหลับใหล
แต่องค์พระมังคลาคาดตราไว้ ตกพระทัยวิ่งมาเข้าหาครู
บาทหลวงยังนั่งกินเหล้าเสียงเป่าปี่ ฉวยทองหยิบบีบขยี้เข้าที่หู
ฉุ ด มังคลาว่าไวไวไปกับกู ออกประตูตะวันตกวิ่งวกวน
ดูช้างม้าต่างหลับเห็นทัพล้อม ตั้งค่ายอ้อมโอยสกัดคิดขัดสน
เข้าบุกป่าผ่าหนามไปตามจน แต่สองคนด้นเดินเนินบรรพต ฯ

ในครั้งนี้ วลายุดา วายุพัฒน์และหัสกัน ถูกจับได้ แต่พระอภัยมณีไม่เอาโทษ สั่งให้ส่งตัวไปให้แม่ของแต่ละคนลงโทษกันเอง แต่ในที่สุดอาจารย์ของทั้งสามคน ก็มาลักตัวรอดไปจนได้

นางละเวงจึงคิดจะยกเมืองลังกาให้หัสไชยครอบครอง แต่ทางเจ้าเมืองการะเวก ขอให้สุดสาครและนางเสาวคนธ์ครองกรุงลังกาแทน แล้วให้หัสไชยกลับไปครองกรุงการะเวก พระอภัยมณีก็จัดแจงอภิเษกให้ฝาแฝดสร้อยสุวรรณจันทรสุดา เป็นมเหสีหัสไชยซ้ายขวาพร้อมกัน

สุดสาครเสาวคนธ์วิมลสร้อย ให้เกี่ยวก้อยกระหวัดพระหัตถา
พระหัสไชยให้พระน้องสองสุดา เกี่ยวก้อยขวาก้อยซ้ายฝ่ายละกร
ฝ่ายโยคีชีพราหมณ์รามราช สำรวมศาสตร์อิศโรสโมสร
สวดพิธีอภิรมย์สยมพร ให้ถาวรสืบกษัตริย์สวัสดี
ได้เวลาฟ้าร้องตีฆ้องฤกษ์ พฤฒาเฒ่าเข้าเบิกขวัญบายศรี
บัณเฑาะว์ดังกังวาลขานดนตรี พวกโหรตีฆ้องโห่ก้องโกลา
ปุโรหิตติดแว่นวิเชียรเทียน จุดเพลิงเวียนวงซ้ายไปฝ่ายขวา
โหมพิณพาทย์ฆาตฆ้องก้องลังกา แตรฝรั่งบั้งหล่ากลองมลายู ฯ

เสร็จงานอภิเษกแล้ว หัสไชยก็พามเหสีทั้งสองไปครองกรุงการะเวก ศรีสุวรรณก็พาท้าวทศวงศ์กลับไปกรุงรมจักร

พระอภัยมณีนั้นยังคงอยู่ที่กรุงลังกา เพื่อคอยระวังป้องกันบุตรหลานเชื้อชาติฝรั่งทั้งสี่ ที่อาจจะหวนกลับมาก่อศึกอีก พร้อมด้วยมเหสีทั้งสอง แต่นางก็เกี่ยงงอนกันอยู่ไม่เป็นสุข จึงออกบวชเป็นฤาษีที่เขาสิงคุตร์ นางสุวรรณมาลีกับนางละเวงวัณฬา ก็ตามไปบวชเป็นชีด้วย ส่วนนางรำภาสะหรี นางยุพาผกา และนางสุลาลีวันก็อยากจะออกบวช แต่พระอภัยมณีไม่รับ จึงต้องอยู่ในกรุงลังกาต่อไป

พระอภัยไปตั้งหลังบรรพต รักษาพรตพรหมจรรย์ด้วยหรรษา
รำภาสะหรีลีวันยุพาผกา คุมโยธาฝรั่งอยู่ทั้งพัน
เก็บส้มสูกลูกไม้เผือกมันมั่ง ถวายทั้งสามองค์ให้ทรงฉัน
เป็นป่ากว้างทางเดินเนินอนันต์ ไปสามวันจึงถึงวังเมืองลังกา
สินสมุทไปบำรุงกรุงผลึก ไปปราบศึกสืบวงศ์เผ่าพงศา
สุดสาครเสาวคนธ์สุมณฑา ครองลังกาผาสุขสนุกสบาย

* * * * * * * * * *

เมื่อจบคำกลอนท้ายบทที่ ๖๔ ดังนี้แล้ว ก็ยังมีนิทานเป็นเรื่องร้อยแก้วต่อไปอีกประมาณ ๒๐ หน้า มีตัวละครเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ตัวละครที่มีผู้เป็นห่วงอยู่มากคือ นางมัจฉา นั้น ท่านสุนทรภู่ก็มิได้ละเลยเสีย คงมีความอยู่ว่า

คืนวันหนึ่งพระอภัยมณีระลึกถึงพระโยคี และนางเงือกที่เกาะแก้วพิศดาร จึงเข้าฌาณเหาะไปเยี่ยมอาจารย์ และสั่งสอนนางเงือกให้รักษาศีลห้าประการ แล้วกลับมายังเขาสิงคุตร์

ส่วนสุดสาครที่ครองเมืองลังกา วันหนึ่งฝันเห็นนางมัจฉาผู้เป็นมารดาที่เกาะแก้วพิศดาร ตื่นขึ้นมีความวิตก และคิดถึงเป็นอันมาก จึงเรียกม้ามังกรมา แล้วขึ้นขี่ไปยังเกาะแก้วพิศดาร เมื่อได้เยี่ยมพระโยคีและมารดาแล้วก็ลากลับมาเมืองลังกา และไปเฝ้าพระอภัยมณี ณ เขาสังคุตร์ เล่าความที่ได้ไปเยี่ยมมารดาและพระโยคีให้บิดาฟัง

ส่วนนางมัจฉานั้น ตั้งแต่พระอภัยไปสอนให้รักษาศีลห้า ก็อุตส่าห์รักษาอย่างเคร่งครัดมิให้ด่างพร้อย และอุตส่าห์ขึ้นมาฟังคำสั่งสอนพระโยคีอยู่เสมอ จนร้อนถึงพระอินทร์ต้องลงมาตัดหางให้ นางมัจฉาจึงได้อัตภาพเป็นมนุษย์

พระโยคีจึงไปบอกให้สุดสาครทราบ สุดสาครก็จัดเรือไปรับนางมัจฉาเข้ามาเมืองลังกา พระอภัยมณีได้ทราบความจึงพานางสุวรรณมาลีและนางละเวงมาเยี่ยม นางมัจฉาจะขอบวชเป็นชีบ้าง แต่พระอภัยไม่ยอมให้บวช โดยอ้างว่ากำเนิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานบวชไม่ได้

สุดสาครจึงจัดงานฉลองมารดาและสถาปนานามใหม่ว่า จันทวดีพันปีหลวง ครั้นเสร็จงานฉลองแล้ว พระอภัยมณี นางสุวรรณมาลี และนางละเวง ก็กลับไปยังเขาสิงคุตร์ สุดสาครกับนางเสาวคนธ์ ก็ครองเมืองลังกา และนรินทร์รัตน์บุตรของสุดสาครกับนางเสาวคนธ์ ก็กลับไปครองเมืองรัตนาของท้าวสุทัศน์ ปู่ทวดของตนต่อไป

เป็นอันสิ้นสุดนิยายคำกลอนของท่านสุนทรภู่ลงโดยบริบูรณ์แต่เพียงนี้.

#############




 

Create Date : 27 มีนาคม 2551    
Last Update : 27 มีนาคม 2551 6:09:43 น.
Counter : 682 Pageviews.  

ชุดที่ ๑๓ สิ้นเสียงปี่ ตอนที่ ๑

พระอภัยมณีฉบับเร่งรัด

ชุดที่ ๑๓ สิ้นเสียงปี่

ตอนที่ ๑ พี่ก็รู้อยู่ว่ายากกระดากกระเดื่อง

ฑ.มณฑา

เมื่อเสร็จการศึกแล้วนางละเวงก็เชิญฝ่ายกรุงผลึกทั้งหมดเข้าไปพักในกรุงลังกาชั่วระยะเวลาหนึ่ง นางละเวงวัณฬาจึงเชิญเจ้านายฝ่ายเมืองผลึกทั้งหลาย เข้าไปพักในปราสาทราชวังของกรุงลังกา พระอภัยมณีอยู่ตำหนักใหญ่ นางสุวรรณมาลีอยู่ตำหนักขวา นางละเวงอยู่ตำหนักซ้าย พอตกดึกทั้งสองนางก็กลับไปที่อยู่ของตน

พระอภัยมณีซึ่งหายป่วยเป็นปกติแล้ว จึงย่องเข้าไปหานางสุวรรณมาลี ทั้ง ๆ ที่ขยาดกลัวความขี้หึงของนางเป็นอย่างยิ่ง แต่กัดฟันคิดว่า อันถ่านเก่าเถ้าคงจะต่อติด

พระอภัยใจพรั่นหวั่นหวิวหวิว
ทำนับนิ้วพลางว่ามารศรี
พี่พลัดพรากจากน้องมาสองปี
บัดเดี๋ยวนี้ได้คิดที่ผิดพลั้ง
อันความเก่าเรายกเสียเถิดหนอ
คิดแต่ต่อไปข้างหน้าดีกว่าหลัง
จวนจะกลับหลับนอนผ่อนกำลัง
อย่านิ่งนั่งทนหนาวจะหาวนอน
พี่จะมาหารืออย่าถือผิด
เชิญสถิตย์แท่นสุวรรณบรรจถรณ์
เมื่อเคราะห์ร้ายพรายพลัดกำจัดจร
ไม่ม้วยมรณ์ก็ได้มาเห็นหน้ากัน ฯ

แล้วพระอภัยมณีก็ต้องงอนง้อขออภัยมเหสีเก่า อยู่นานตั้งห้าสิบสี่บรรทัดจนแทบจะอ่อนใจ

พี่ก็รู้อยู่ว่ายากกระดากกระเดื่อง
ด้วยเต็มเคืองสุขุมเหมือนสุมขอน
ถึงรักใคร่ใจจริงจะวิงวอน
ก็เคืองค้อนร่ำไรพูดไค้แคะ
ถือว่าเราเจ้าของไม่ต้องห้าม
ถึงถ้อยความสู้กันกระนั้นแหละ
พลางอิงแอบแนบหลังนั่งกระแซะ
ปะเหลาะปะแหละลูบต้องทำนองใน
ประคองนางวางแท่นแสนสวาท
สัมผัสพาดเพิ่มจิตพิสมัย
อัศจรรย์ลั่นเลื่อนเสทื้อนไป
ที่ถ่านไฟเก่าดับก็กลับโพลง ฯ

ฝ่ายศรีสุวรรณนั้นโชคดี เพราะนางเกษรามเหสีมิได้มีความรังเกียจนางรำภาสะหรี หรือมีความหึงหวงแต่อย่างใด ศรีสุวรรณจึงสามารถจะแก้ตัวในความผิดของตนได้อย่างง่ายดาย เมื่อได้ฟังคำสารภาพบาปแล้วนางก็ว่า

น้องก็รู้อยู่ว่าข้ามมาทำศึก
ใช่จะนึกเสน่หารำภาสะหรี
แต่ฤทธิ์เดชเวทชมนต์ดลเขาดี
จึงเสียทีถูกเสน่ห์หลงเล่ห์กล
ได้ทราบความตามมาว่าจะช่วย
เจียนจะม้วยเสียวันละพันหน
นี่หากมีพี่หราหมณ์ทั้งสามคน
จึงได้พ้นภัยตลอดไม่วอดวาย

เมื่อได้ฟังวาจาเช่นนั้น ศรีสุวรรณก็สบายใจหายเครียด

พี่ก็ซูบรูปเจ้าก็เศร้าผอม
แต่ยังหอมอยู่ไม่หายเลยสายสมร
พลางอิงแอบแนบน้องประคองกร
ถนอมช้อนเชยพุ่มประทุมทอง

แล้วทางฝ่ายกรุงผลึกก็จำต้องร่ำลากลับบ้านเมืองของตน แต่ฝ่ายภรรยาชาวฝรั่งกรุงลังกา ซึ่งต่างก็มีครรภ์ทั้งสิ้นไม่ได้ตามกลับไปด้วย คงอยู่ที่บ้านเมืองของตนต่อไป

เมื่อกลับมาถึงเมืองของตนแล้ว พระอภัยมณีก็จะจัดการอภิเษกสินสมุท กับนางอรุณรัศมี ที่เมืองรมจักร แต่นางอรุณรัศมีได้สาบานไว้กับนางเสาวคนธ์ ว่าจะไม่ยอมอภิเษกกับคู่มั่นคู่หมายของตนอย่างเด็ดขาด ถึงขนาดเอามีดมากรีดแขนไว้เป็นที่ระลึก เมื่อจำใจต้องเข้าพิธีอภิเษกกับสินสมุท ตามที่ผู้ใหญ่จัดการให้แล้ว นางก็ไม่ยอมเข้าหอ และสินสมุทก็จนปัญญาเช่นเคย ร้อนถึงนางสุวรรณมาลี แม่บุญธรรมของสินสมุทต้องมาถามข่าวคราวถึงในเรือหอ สินสมุท ก็สารภาพว่า

แต่กลางวันนั้นจะไปปราศรัยบ้าง
ก็เมินหมางมัวหมองปิดห้องหับ
แรกลงเรืออยู่แต่สองในห้องลับ
ฉวยมีดพับมาจะขอเชือดคอเอง
ถ้าขืนทำจำตายไปภายหน้า
ก็จะว่าลูกรักหักข่มเหง
จึงหนีนอนซ่อนตัวด้วยกลัวเกรง
เห็นสุดเพลงที่จะปลอบให้ชอบที ฯ

นางสุวรรณมาลีจึงแนะให้ว่า

อรุณเขาเจ้าสำนวนกระบวนมาก
ทั้งฝีปากคารมจะข่มผัว
ถ้าทีหลังฟังแม่ว่าเถิดอย่ากลัว
เข้าถึงตัวแล้วไม่ตายสบายใจ
ถ้าแม้นน้องของพ่อม้วยลงด้วยรัก
แม่นี้จักไปช่วยรับที่ปรับไหม
แล้วเสสรวลจวนเวลาจะคลาไคล
นางกลับไปสู่พลับพลาพระสามี ฯ

สินสมุทก็รีบเข้าไปเจรจาที่ในห้องโดยไม่รอช้า แต่นางอรุณรัศมีพ้อว่า

ถ้าขืนคิดชิดเชื้อเหนือรับสั่ง
ห้ามไม่ฟังแล้วก็จะทูลฉลอง
อย่าเลียมล่อคลอเคลียใช่เมียรอง
ฉันเป็นน้องไม่ใช่อย่างนางยุพา
สินสมุทพูดคล่องว่าน้องแก้ว
พี่ทิ้งแล้วลูกฝรั่งชังน้ำหน้า
จะเชยชมสมสองกับน้องยา
อย่าขืนว่ารักฝรั่งเหมือนอย่างนี้
จะใคร่ให้ประจักษ์ว่ารักสุด
ตรงพระนุชคู่เสน่ห์มเหสี
มีรับสั่งทั้งชนกชนนี
พระอัยกีอัยกามาส่งเรือ
ให้จูบกอดยอดหญิงจริงนะน้อง
พี่ก็ต้องตามคำไม่ล้ำเหลือ
พลางอิงแอบแนบสนิททำชิดเชื้อ
แม้ไม่เชื่อทูลถามเถิดทรามวัย ฯ

นางอรุณรัศมีก็ใช้ลูกไม้เดิม คือ ทำเอื้อมมือหยิบมีดจะกรีดคอ แต่สินสมุทไม่ยอมหยุดเสียแล้ว คงเดินหน้าด้วยพละกำลังเช่นเคย

ให้สำเร็จเสร็จสรรพข้อรับสั่ง
แล้วทีหลังจึงค่อยตายสบายเหลือ
แล้วพาดพิงอิงแอบอุ้มแนบเนื้อ
นางว่าเบื่อเบือนหยิกทำพลิกแพลง
ทั้งข่วนผลักสักเท่าไรก็ไม่เจ็บ
จนเสียเล็บหักหมดกำสรดกันแสง
พระสวมสอดกอดกระหวัดนางวัดแวง
จนสิ้นแรงอ่อนพับนิ่งหลับตา
พระกอดเกยเชยปรางถืออย่างยอด
เสียงฟอดฟอดเฟ้นซ้ายแล้วย้ายขวา
ถนอมแนบแอบอรุณอุ่นอุรา
เหมือนสายฟ้าแลบรอบขอบทะเล ฯ

ดังนั้นเมื่อข้ามไปอีกเจ็ดบรรทัด นางอรุณรัศมีก็รำพันว่า

เมื่อเดิมทีพี่น้องร่วมห้องหับ
แล้วก็กลับได้เสียเป็นเมียผัว
นางน้องสาวคราวอ่อนวอนฝากตัว
ฉันได้ชั่วดีด้วยช่วยเอ็นดู
อย่าทิ้งขว้างร้างเสียมีเมียอื่น
ทั้งอย่าคืนไปที่เคยเสวยหมู
สินสมุทสุดอุ่นคิดคุณครู
คราวนี้รู้ฤทธิ์ผู้หญิงไม่วิงวอน ฯ

ส่วนสุดสาครนั้นพระอภัยมณี จะให้แต่งงานกับนางเสาวคนธ์พระธิดาเจ้ากรุงการะเวก แต่ไม่ทันการ นางได้หนีออกจากเมืองไปก่อนแล้ว

นางเสาวคนธ์เดินทางไปในทะเลด้วยสำเภาลำใหญ่ พร้อมกับผู้ติดตามพันหนึ่งร้อยคน เมื่อถึงเมืองวาหุโลมก็แปลงกายถือพรตเป็นฤาษี เปลี่ยนชื่อเป็นพระอัคนี อ้างว่ามาจากเมือง กบิลพัสดุ์เพื่อโปรดสัตว์ แต่เจ้ากรุงวาหุโลมไม่เชื่อถือ ยกทัพมารบก็แพ้เลยเชือดคอตาย แต่เขียนหนังสือให้วาโหมบุตรชายยอมสามิภักดิ์ กับนางเสาวคนธ์ และนางก็ได้พักอยู่ที่กรุงวาหุโลม หมดกำลังใจที่จะเดินทางหนีศึกรักต่อไป

ฝ่ายสุดสาครได้ออกติดตามหานางเสาวคนธ์ จนมาถึงเมืองวาหุโลม แต่ได้แวะที่เกาะค้างคาวก่อน จึงพบกับผู้เฒ่าชาวพาราสาวัตถี มีเมียล้วนแต่เป็นสาวน้อยตั้งร้อยคน สุดสาครจึง ศึกษาหาความรู้เรื่องเสน่ห์ผูกใจหญิง จากตำราของผู้เฒ่าจนขึ้นใจ พอเข้าเมืองวาหุโลม ก็แปลงเพศเป็นฤาษี แอบแฝงเข้าไปถึงปราสาทของนางเสาวคนธ์

ครั้นเห็นเมินเดินด้อมแอบอ้อมเสา
ค่อยแฝงเงาม่านทองที่สองไข
เห็นน้องนอนซ่อนหน้านึกอาลัย
เข้านั่งใกล้แกล้งประคองลองตำรา
นางซาบเสียวเหลียวดูรู้ว่าพี่
ไม่หน่ายหนีนึกสมเพชพระเชษฐา
พระแอบอุ้มจุมพิตวนิดา
พี่อุตส่าห์ติดตามด้วยความรัก ฯ

ตำราที่สุดสาครได้มาออกจะขลังมากอยู่สักหน่อย เพราะนางเสาวคนธ์ยังไม่ทันจะได้ตัดพ้อต่อว่าสักคำ ก็เริ่ม

ถนอมแนบแอบชิดจุมพิตพักตร์
ภิรมย์รักร่วมเรียงเคียงเขนย
นางเบือนหนีนี่อะไรฉันไม่เคย
พระก่ายเกยกอดประทับไว้กับทรวง ฯ

แล้วก็เลยอะไรต่อมิอะไร ต่อไปอีกแปดบรรทัดจึง อุ่นอุราพลอยหลับระงับไป

ครั้นตื่นขึ้นแล้ว แม้นางเสาวคนธ์จะแสนอาย แต่ก็หาใช่คนไกลใครอื่นไม่ แท้จริงก็คือพี่ชาย ที่เคยรักกันมาตั้งแต่เด็ก เรื่องจึงต้องปล่อยไปตามเลย

นางโฉมยงหลงละเลิงด้วยเชิงชื่น
พระหลงรื่นรสสุคนธ์ปนบุปผา
นางลืมวงศ์พงศ์พันธุ์สวรรยา
พระลืมลาลีวันกำนัลใน ฯ

ปัญหาหัวใจของสุดสาคร จึงคลี่คลายลงอย่างง่ายดาย ด้วยประการฉะนี้.

###############




 

Create Date : 27 มีนาคม 2551    
Last Update : 25 มิถุนายน 2552 5:44:37 น.
Counter : 347 Pageviews.  

ชุดที่ ๑๒ ไฟสิ้นเชื้อ ตอนที่ ๒

พระอภัยมณีฉบับเร่งรัด

ชุดที่ ๑๒ ไฟหมดเชื้อ

ตอนที่ ๒ ไม่ข้องขัดขึ้งเคียดคิดเดียดฉันท์

ฑ.มณฑา

แต่เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เข้าไปถึงข้างในวังแล้ว สุดสาครกก็กลับถูกนางสุลาลีวันทำเสน่ห์เข้าให้อีกคนหนึ่ง โดยมีพระอภัยมณีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ฝ่ายองค์พระอภัยพิไรสอน
สุดสาครบิดเบือนไม่เหมือนหมาย
จนจวนค่ำทำเล่ห์เพทุบาย
กริ้วลูกชายช่างไม่รู้รักผู้ดี
มาพบเห็นเป็นลูกจะปลูกฝัง
ว่าไม่ฟังปล่อยปละก็จะหนี
พลางตรัสเรียกธิดาสุลาลี
มาข้างที่พระบัลลังก์สั่งกำชับ
ช่วยคุมเขาเจ้าคนนี้ไว้ทีหนึ่ง
เขาดื้อดึงอยู่อย่าปล่อยคอยกำกับ
หัสไชยไว้ธุระพ่อจะรับ
อยู่นอนกับบิดาได้พาที
สุดสาครอ่อนหวานประทานโทษ
แม้ไม่โปรดให้ไปก็ไม่หนี
ถวายชีวิตสิทธิ์ขาดแล้วชาตินี้
ตามแต่ที่บุญกรรมได้ทำมา
ถึงเนื้อเลือดเชือดถวายเหมือนหมายมาด
ขอแต่อย่าให้ขาดพระศาสนา
ถ้าเดี๋ยวนี้มิสงสารพระมารดา
ลูกจะฆ่าตัวถวายให้หายแคลง
นี่ห่วงใยไม่ตายเป็นกายอยู่
ก็จะสู้ปรนนิบัติไม่ขัดแข็ง
พลางนึกแค้นแสนเทวษพระเนตรแดง
ก้มกันแสงเศร้าจิตด้วยบิดร ฯ

แล้วสุดสาครก็ถูกนางสุลาลีวัน คุมตัวไปกักไว้ในห้อง และใช้เล่ห์กลมารยาต่าง ๆ นา ๆ ที่จะให้สุดสาครใจอ่อนแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงแกล้งแย่งไม้เท้าคู่กาย แต่ด้วยอาคมของพระเจ้าตาที่กำกับไว้ ไม้เท้าก็กลับกลายเป็นงูไล่ขู่ผู้หญิงแล้วก็หายไป สุดสาครก็แสนจะเสียดายไม้เท้า เที่ยวตามหาก็ไม่เจอ

สุดสาครร้อนรุ่มให้กลุ้มอก
เหมือนมาตกกลางทะเลเสน่หา
จะพึ่งพี่มิได้พึ่งมาถึงอา
อาก็พาผูกรักชักโชลง
โอ้เหมือนอย่างช้างเถื่อนที่เพื่อนเบียด
เข้าเพนียดแดดิ้นจนสิ้นโขลง
เหมือนตัวเราเล่าจะถูกเขาผูกโรง
เพราะญาติโยงยั่วเย้าให้เข้าซอง ฯ

เมื่อขาดไม้เท้าเสียแล้ว ฤทธิ์มนต์เสน่ห์ของนางสุลาลีวันก็บังเกิดผล ทำให้สุดสาครต้องตกอยู่ในอำนาจเสน่หาของนางเช่นเดียวกับผู้อื่น นางสุลาลีวันก็ร้องว่า

สาธุสะพระก็ถือเป็นฤาษี
มายวนยียุ่งหยาบไม่บาปหรือ
แม้รักจริงทิ้งเมืองให้เลื่องลือ
เชิญมาถือเพศฝรั่งเมืองลังกา
หนังเสือเหลืองเครื่องพรตจงปลดเสีย
จึงมีเมียจะได้ขาดพระศาสนา
แม้ทำตามความฉันจำนรรจา
จะเห็นว่ารักจริงไม่กริ่งใจ ฯ

สุดสาครแม้จะได้สติบ้างแต่ก็เพียงครู่เดียว สุดท้ายก็ต้องลาสิกขา ปลดเปลื้องเครื่องฤาษีออกจากตัว ลืมสัจจะที่ได้ตั้งไว้เมื่อก่อนออกจากเกาะแก้วพิศดารสิ้น

พลางกอดเกี้ยวเกลียวกลมภิรมย์รื่น
ถนอมชื่นเชยชิมไม่อิ่มหนำ
นางว่าเบื่อเหลือเข็ญเฝ้าเคล้นคลำ
จะชอกช้ำไปเสียแล้วไม่แคล้วเลย
ห้ามเท่าไรไม่ยั้งไม่ฟังห้าม
ตามเถิดตามบุญกรรมแกล้งทำเฉย
พระกอดช้อนกรต้องประคองเชย
ต่างไม่เคยขามเขินเผอิญเป็น ฯ

เมื่อเหตุการณ์ได้ผ่านไปหกบรรทัดแล้ว ท่านสุนทรภู่จึงได้ออกตัวให้กับสุดสาคร อย่างที่ไม่สามารถจะแย้งได้ แม้เวลาจะล่วงมากี่ร้อยปีก็ตาม ว่า

อันเรื่องราวคราวสุดสาครคลั่ง
ด้วยกำลังโลกีย์เป็นวิสัย
ถึงนักสิทธ์ฤทธิรงค์ทั้งทรงไตร
เข้าเคียงใกล้โลกีย์แล้วมิพ้น ฯ

ฝ่ายหัสไชยหนีออกมาจากวังของนางละเวงได้ ก็รีบกลับมาเล่าความให้นางสุวรรณมาลีทราบเรื่องราวโดยคลอด นางสุวรรณมาลีก็ยังไม่ท้อถอย รีบมีหนังสือไปถึงวงศาคณาญาติให้มาช่วยกันอีก คราวนี้จึงเป็นการรวมญาติทั้งหมด ตั้งแต่ท้าวทศวงศ์ พระบิดาของนางเกษรามเหสีของศรีสุวรรณ ก็พาพระธิดาและนางอรุณรัศมีหลานสาวมาด้วย ส่วนเจ้าเมืองการะเวกก็ให้นางเสาวคนธ์พี่สาวของหัสไชยและอาจารย์ทิศาปาโมกข์มาสมทบ ด้วย

อาจารย์ทิศาปาโมกข์ก็เสกดอกไม้และธงให้หัสไชยนำไปแก้เสน่ห์สิน สมุทและสุดสาครกลับมาได้ แต่ยังไม่ทันจะแก้เสน่ห์พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณได้ สังฆราชบาทหลวงก็กลับช่วยเหลือสะกดเอาสินสมุทกับสุดสาครคืนไปอีก

ท่านทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์จก็ได้ทำพิธีเรียกพระฤาษีจากเกาะแก้วพิศดารให้มาช่วย

ข้ามีครูรู้เรียนจุดเทียนชัย
ออกชื่อไปก็จะรู้ถึงหูกัน
อันโยคีที่เป็นครูอยู่ที่เกาะ
เธอรู้เหาะเหินเวทย์วิเศษขยัน
คงแจ้งเหตุเจตนาบูชายัญ
กำหนดวันหนึ่งจะมาไม่ช้านาน
แม้โยคีมิช่วยจะม้วยมอด
เอาตัวรอดเถิดท้าวเหล่าทหาร
ข้าจะอยู่ภูผาสมาทาน
กระทำการแก้ไขช่วยไพร่พล

คราวนี้แม่ทัพสตรีของกรุงผลึกกับแม่ทัพสตรีของกรุงลังกา ก็เข้าทำศึกแย่งชิงสามีกันเป็นการใหญ่ ทัพของนางละเวงทำท่าจะแตกพ่าย จึงขอร้องให้พระอภัยมณีออกไปช่วย พระอภัยมณีกับศรีสุวรรณและสินสมุท จึงยกทัพไปถึงสนามรบในเวลาค่ำ คิดจะเป่าปี่ช่วยกองทัพของนางละเวง และหวังจะขับไล่กองทัพของกรุงผลึกด้วยพร้อม ๆ กัน แต่ยังไม่ทันจะทำตามที่คิด

พออากาศฟาดเปรี้ยงเสียงสนั่น
เป็นหมอกควันมืดมิดทุกทิศา
พวกรบสู้เหมือนไม่มีตา
ไม่รู้ว่าจะไปหนตำบลใด
ประเดี๋ยวดังหง่างเหง่งเสียงเครงครึก
ลั่นพิลึกโลกาสุธาไหว
เป็นฝนฟุ้งทุ่งท่าพนาลัย
ทุกนายไพร่หนาวทั่วทุกตัวคน
ไม่รู้ที่หนีไปข้างไหนรอด
เหมือนตาบอดมืดเขม้นไม่เห็นหน
หนาวสะท้านคลานคลำด้วยจำจน
เสียงแต่ฝนซู่ซู่เข้าหูตา
ดูมืดสิ้นดินสวรรค์เป็นควันโขมง
แต่เพลิงโพลงพลุ่งอยู่ที่ภูผา
เห็นหนทางต่างคลานทะยานมา
พวกโยธาโถมชิงเข้าผิงไฟ
แต่บรรดาข้าศึกไม่นึกร้าย
ทั้งสองฝ่ายเหลือทนปนกันได้
ด้วยเพลิงอุ่นรุนเบียดเสียดเข้าไป
ทั้งนายไพร่ล้อมรอบขอบคีรี
บรรดาเหล่าเผ่าพงษ์องค์กษัตริย์
มาเยียดยัดอยู่กับเหล่านางสาวศรี
เพลิงสว่างต่างอุ่นเห็นมุนี
พระโยคีนั่งอยู่ในกองไฟฮือ

เมื่อกองทัพของทั้งสองฝ่ายมารวมกันได้แล้ว พระฤาษีก็ได้เทศน์สั่งสอนให้ปรองดองกันเสีย

ขณะนั้นค่อนดึกศึกสงบ
ต่างนอบนบนับถือพระฤๅษี
ไม่กริบเกรียบเงียบสงัดทั้งปัถพี
พระโยคีเทศนาในอาการ
คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้
ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร
ความตายหนึ่งพึงให้เห็นเป็นประธาน
หวังนิพพานพ้นทุกข์สนุกสบาย
ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้
เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย
อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย
จะตกอบายภูมิขุมนรก

พระอาจารย์ได้กล่าวย้อนไปถึงความหลังก่อนที่จะเกิดศึกครั้งนี้ แล้วก็สรุปว่า

อย่าโทษเขาเราก็ผิดให้คิดเห็น
จึงจะเป็นสัตย์ธรรมในสัณฐาน
จงปรองดองครองสัตย์ปฏิญาณ
ถือศีลทานเถิดอย่าหมายทำร้ายกัน
ทั้งชาตินี้มีสุขไม่ทุกข์ร้อน
เมื่อม้วยมรณ์ก็จะได้ไปสวรรค์
เป็นผัวเมียเสียตัวได้พัวพัน
จงรักกันเถิดสีกาดีกว่าชัง
มีลูกเต้าเล่าก็คงเป็นวงศ์ญาติ ไ
ด้สืบชาติเชื้อสายไปภายหลัง
กูว่านี้ดีเหลือแม้เชื่อฟัง
จงเร่งตั้งสัจจาอย่าช้าที ฯ

ทั้งสองฝ่ายก็ใจอ่อนหมดความหึงสาพยาบาท แก่งแย่งชิงดีกันโดยสิ้นเชิง ยอมสามัคคีปรองดองกันทั้งสองฝ่าย

ฝ่ายกษัตริย์ขัตติยาสิบห้ากษัตริย์
ต่างจบหัตถ์สาธุสะพระฤาษี
โปรดปรึกษาว่าให้เป็นไมตรี
ข้าเห็นดีพร้อมพรักจะรักกัน
แล้วองค์พระอภัยจึงให้สัตย์
ไม่ข้องขัดขึ้งเคียดคิดเดียดฉันท์
จะปกครองสองนางด้วยทางธรรม์
จนถึงวันเวลาชีวาวาย
สุมาลีศรีสวัสดิ์ให้สัตย์บ้าง
ไม่โกรธนางฝรั่งสิ้นทั้งหลาย
จะรักใคร่ให้เหมือนญาติไม่คลาดคลาย
ขอถวายสัจจาเหมือนพาที
ฝ่ายละเวงเกรงกราบไม่หยาบหยาม
ข้าสิ้นความแค้นพระมเหสี
จะสู้ซื่อถือสัตย์สวัสดี
หมายเหมือนพี่ร่วมครรภ์จนบรรลัย ฯ

สันติภาพก็กลับคืนมาสู่สองนครนี้อีกครั้งหนึ่ง

##############




 

Create Date : 26 มีนาคม 2551    
Last Update : 24 มิถุนายน 2552 8:37:31 น.
Counter : 245 Pageviews.  

ชุดที่ ๑๒ ไฟสิ้นเชื้อ ตอนที่ ๑

พระอภัยมณีฉบับเร่งรัด

ชุดที่ ๑๒ ไฟหมดเชื้อ

ตอนที่ ๑ ค่อยช้อนคางเคียงน้องประคองเชย

ฑ.มณฑา

จากนั้นพระอภัยมณีก็เข้าไปทรงสำราญ อยู่ในปราสาทของกรุงลังกา ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสาวสรรกำนัลใน แต่ก็ไม่ปรารถนา ใช้ให้ยุพาผกาไปตามนางละเวงมาพบ นางไม่มาก็ทำอุบายจะผูกคอตาย โดยมีลูกเลี้ยงเป็นหน้าม้า นางละเวงหลงกลตกใจรีบไปดู

เห็นพระองค์ทรงกระสันพันพระศอ เข้ายุดข้อหัตถาชิงผ้าได้
พระยุดแย่งแกล้งสะบัดทำขัดใจ นางกราบไหว้วอนว่าโศกาพลาง
อย่ากริ้วโกรธโปรดเถิดทูลกระหม่อม น้องจะยอมสาระพัดไม่ขัดขวาง
พระฟังวอนอ่อนหวานสงสารนาง ค่อยช้อนคางเคียงน้องประคองเชย
หากว่ารักหนักหนาแม้หาไม่ ไม่เห็นใจพี่แล้วน้องแก้วเอ๋ย
อย่าปัดมือดื้อดึงหน่อยหนึ่งเลย พลางก่ายเกยกอดแอบไว้แนบทรวง ฯ

จากนั้นก็ทำเจ้าแง่เจ้างอนออดอ้อนกันไปอีกยืดยาว จึงค่อยอ่อนโอนลงจน แล้วต่อจากนั้นไปอีกสิบสองบรรทัด จึงลงท้ายว่า

สองสนิทชิดชมอารมณ์ชื่น ระเริงรื่นเริ่มแรกแปลกภาษา
พระลืมองค์พงศ์พันธุ์สวรรยา นางลืมวังลังกาไม่อาลัย
พระหลงรื่นชื่นกลิ่นดินถนัน นางหลงชั้นเชิงชิดพิสมัย
แต่คลึงเคล้าเย้ายวนรัญจวนใจ จนระงับหลับไปในไสยา ฯ

พระอภัยมณีจึงเป็นเจ้ากรุงลังกาเต็มตัว และบัญชาการรบกับกองทัพของกรุงผลึก จนหลอกจับตัวศรีสุวรรณกับสินสมุทมาได้ แล้วนางละเวงก็ใช้ให้นางรำภาสะหรีทำเสน่ห์ให้ศรีสุวรรณ จนมึนเมาหลับไป

พอตื่นเช้ามนต์มหาเสน่ห์ก็แผลงฤทธิ์ ศรีสุวรรณเที่ยวเดินหาจนไปเจอเจ้าตัวนั่ง ผัดหน้าทาแป้งอยู่หน้ากระจกในห้อง ก็เข้าไปนั่งเคียงข้างเกี้ยวพาราสี ตามความลุ่มหลง นางรำภาสะหรี ก็เป็นสาวเทื้อจึงต้องใช้เวลานิดหน่อย

พระว่าห้ามความอื่นพอขืนหัก จะห้ามรักนี้พี่ห้ามปรามไม่ไหว
วาสนาถ้าแม้พี่มีฉันใด จะเลี้ยงให้แม้นเหมือนไม่เคลื่อนคลาย
มเหสีมีอยู่ชมพูทวีป จนสิ้นชีพสิ้นชาติไม่มาดหมาย
ไม่นับถือซื่อราวกับลาวตาย ไม่แยบคายคมขำเหมือนรำภา
พี่เห็นเจ้าเยาวลักษณ์ก็รักเหลือ ช่วยแผ่เผื่อผ่อนผันให้หรรษา
พลางสอดกรช้อมชมภิรมยา นางซบหน้าขวยเขินสะเทิ้นใจ
มิโปรดบ้างกลางวันยังแสกแสก อกจะแตกกรรมเอ๋ยกรรมจะทำไฉน
อย่ารีบรุดยุดยั้งรั้งพระทัย น้องนี้ไม่พ้นองค์พระทรงยศ
แม้ชุบเลี้ยงหม่อมฉันอย่างนั้นแน่ สุดแล้วแต่ทูลกระหม่อมจะยอมหมด
แต่โปรดรอพอตะวันพ้นบรรพต นางเปลื้องปลดปลิดหัตถ์สะบัดกร ฯ

ความจริงนางก็ตั้งใจทำเสน่ห์ให้ฝ่ายชายมาหลงรัก และในเวลานั้นศรีสุวรรณคงเห็นไดโนเสาร์เท่าหมูเสียแล้ว จะให้รออยู่ได้อย่างไร เพราะสุดรักสุดรั้งสุดยั้งหยุด เจ้าสายสุดสวาทน้องอย่าป้องกัน ถึงนางรำภาจะป้องกันก็คงไม่ไหวเหมือนกัน จึงปล่อยให้กลอนพาไปตามบท ตั้งแปดบรรทัดจึงรำพันว่า

อย่าถือโทษโปรดน้องขอรองบาท จนสิ้นชาติสิ้นชีวังสิ้นสังขาร์
แม้ทิ้งขว้างห่างเหให้เอกา ต้องน้อยหน้าน้องจะขอเชือดคอตาย ฯ

แต่สินสมุท นั้นฤทธิ์มาก ไม่ค่อยจะยอมตกอยู่ในอำนาจของนางยุพาผกา และนางเองก็ไม่ชอบขี้หน้าสินสมุท เท่าไรนัก เมื่อนางละเวงเกลี้ยกล่อมให้ทำเสน่ห์นั้น นางก็เปิดใจว่า

แล้วเล่าความตามรำภาเขามาเล่า เขาจะเข้ามาปราสาทราชฐาน
สินสมุทพูดจาติดสามานย์ จงคิดอ่านเอาขังไว้วังใน
เจ้าช่วยล่อพอระเริงด้วยเชิงรัก คอยรับพักตร์ผูกจิตพิสมัย
พระมนต์ขลังสั่งสอนแต่ก่อนไร ผู้ใดใกล้ได้กลิ่นก็ยินดี
ฝ่ายยุพาฝรั่งได้ฟังตรัส สุดจะขัดสุดจะคบสุดหลบหนี
อภิวาทบาทยุคลพระชนนี ลูกไม่มีใจรักเหมือนยักษ์มาร
ดูน่ากลัวหัวหยิกหลุกหลิกหลอก เขี้ยวก็งอกหน้าก็โง่ทั้งโวหาร
มุทะลุดุดันในสันดาน จะประทานให้เป็นผัวลูกกลัวภัย
แม้ลวงล่อพอให้ตายวายชีวิต ลูกจะคิดมิให้ขัดอัชฌาสัย
ด้วยแสนแค้นแสนชังไม่หวังใจ จะเข้าใกล้เกลียดหน้าระอาอาย ฯ

แต่ในที่สุดนางก็ต้องยอม ด้วยเห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมือง เรียกว่ายอมมีผัวเพื่อชาติ ว่ายังงั้นเถอะ พอเจอหน้าสินสมุทก็ ภาวนาอาคมด้วยลมปราณ ถึงแม้สินสมุทจะมีอิทธิฤทธิ์ขนาดไหน ก็เล่นเอาซึมไปเหมือนกัน ดังที่ท่านครูว่าได้ไว้ ดังนี้

ฝ่ายหน่อนาถชาติเชื้อผีเสื้อน้ำ ผีจะทำมิใคร่ได้ด้วยใจหาญ
แต่ฤทธิ์เดชเวทย์มนต์ดลบันดาล ให้ซาบซ่านเสียวรักหักอารมณ์
ดูที่ไหนให้เพลินเจริญจิต ประไพพิศเพราพริ้งทุกสิ่งสม
ทั้งสองแก้มแย้มยิ้มน่าชิดชม ป่วนอารมณ์ก้มพักตร์สู้หักใจ ฯ

เรื่องของเรื่องมันก็เป็นไปตามแผนของนางละเวง ที่จะเก็บแม่ทัพทั้งสามไว้ที่กรุงลังกา ไม่ปล่อยให้กลับไปประกาศชัยชนะที่กรุงผลึกได้ แต่พอถึงเวลาสำคัญที่จะเข้าด้ายเข้าเข็ม สินสมุทกลับไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะไม่เคยเรียนมาก่อน ทั้งบิดาและพระเจ้าตา ก็ไม่ได้สั่งสอนมาในเรื่องพรรค์อย่างนี้

สินสมุทสุดขยั้นประหวั่นจิต ตะลึงคิดเอะไฉนไยสมร
เมื่อแรกรับกลับผัดแล้วตัดรอน จะยอกย้อนคิดอย่างไรผิดใจจริง
จะปลักปลอบตอบโต้เราโง่กว่า ชะปัญญาเอ๋ยไม่รู้เท่าผู้หญิง
เหมือนลมหวนปรวนเปรประเวประวิง พูดจริงจริงก็เป็นเท็จเข็ดคารม
ผิดก็ถือดื้อดึงให้ถึงแต้ม ได้ชื่นแช่มเชยชิดสนิทสนม
ยิ่งเพ่งพิศติดใจจะใคร่ชม เข้าเกลียวกลมกอดรัดกระหวัดกร
นางเบือนหยิกพลิกแพลงวัดแว้งวุ่น พระกอดอุ่นแนบทรวงดวงสมร
นางเหนื่อยเหน็ดเข็ดใจพิไลวอน อย่าเพ่อก่อนเช่นนั้นฉันไม่เคย
คิดว่าหยอกดอกมาเล่นถึงเช่นนี้ คิดบัดสีพระมาทำเคราะห์กรรมเอ๋ย
ไม่พูดจาพาทีโดยดีเลย ขืนก่ายเกยปลุกปล้ำด้วยกำลัง
สินสมุทว่าพี่แพ้แต่ฝีปาก เรี่ยวแรงมากไม่พ้นเหมือนหนหลัง
ไม่โอนอ่อนผ่อนให้ก็ไม่ฟัง อุยหน้ายังหยิกเล่าดูเอาซิ
พลางสวมสอดกอดเกยชมเชยชิด นางสุดคิดสุดขัดถึงปัตนิ
ข่วนเท่าไรไม่เจ็บจนเล็บลิ อโหสิสู้เมินด้วยเกินการ

บทรักแบบยักษ์มารของสินสมุทนี้ คงจะทำให้นางยุพาผกาอ่อนแรงลงมาก ทั้งกำลังกายและกำลังใจ เพราะตนเองเป็นคนทำเสน่ห์ให้สินสมุทหลงใหล พอถึงที่คับขันแล้วจะถอย ก็จะเป็นการขัดคำสั่งของมารดาไป ดังนั้นจึงปล่อยไปตามเพลง

พระกอดเกี้ยวเกลียวกลมประทมประทับ นางคำนับน้อมรักสมัครสมาน
ไม่ห่างเหินเพลินเชิงละเลิงลาน เหมือนคชสารสู้หมอลงขอฟัน
จนเลือดฟูมฮูมแปร้นแล่นเตลิด ระเห็จระเหิดงางวงทะลวงถลัน
ลงแทงเงาเซาซึมกระหึมมัน ขยับยั่นยำขอระย่อยืน ฯ

อ่านคำบรรยายแล้ว เห็นภาพแจ่มชัดดีจริง ๆ และเห็นจะต้องข้ามไปสักสิบบรรทัด เพราะเหนื่อยแทนสินสมุทเต็มที แม้แต่ ท่านครูสุนทรภู่ ก็ยังว่า

พลางกอดเกยเชยชิดจุมพิตพักตร์ วิไลลักษณ์รบกวนมักชวนหนาว
เกิดอัศจรรย์ครั้นว่าดังทุกครั้งคราว ป่วยการกล่าวแกล้งข้ามไปตามเกิน ฯ

ทางฝ่ายกองทัพของเมืองผลึก ก็ไม่มีกำลังที่จะสู้รบกับกรุงลังกาได้ เพราะตัวแม่ทัพหน้าหลัง ไปยอมอ่อนน้อมเข้าข้างข้าศึกหมดแล้ว เหลือแต่พราหมณ์โมรา สานน และวิเชียร ซึ่งไม่ได้หลุดเข้าไปหลงเสน่ห์กับเขาด้วย จึงมีสารแจ้งข่าวไปทางกรุงผลึกให้นางสุวรรณมาลีทราบ นางจึงมีหนังสือไปเรียกตัวสุดสาครมาช่วย สุดสาครก็พานางเสาวคนธ์และหัสไชย ยกทัพมาจากเมืองการะเวก สมทบกับกองทัพของกรุงผลึกของนางสุวรรณมาลี ที่พาเอานางสร้อยสุวรรณ นางจันทรสุดา ธิดาฝาแฝดมาด้วย

ทั้งหมดก็ไปตั้งหลักอยู่กับสามพราหมณ์ที่หน้ากรุงลังกา เตรียมที่จะรบชิงเอาแม่ทัพของกรุงผลึกคืนมาให้ได้ เพราะเชื่อฝีมือของสุดสาครว่าสามารถจะปราบปีศาจได้ทุกชนิด

นางสุวรรณมาลีก็มีสารถึงพระอภัยมณี ตัดพ้อต่อว่าต่าง ๆ นานา แต่พระอภัยก็ตอบกลับอย่างไม่ใยดี สุดสาครจึงพาหัสไชยเข้าไปในวังเพื่อช่วยเหลือพระบิดา พระเจ้าอา และพระเจ้าพี่ในวัง นางสุวรรณมาลีก็สั่งความว่า

นางโฉมยงทรงสดับกำชับสั่ง คอยระวังยาหยูกนะลูกหนา
จะเข้าวังทั้งพระน้องเป็นสองรา มันมากกว่าเกลือกจะรุกเข้าบุกบัน
ช่วยทูลพระทรงฤทธิ์บิตุเรศ มิโปรดเกศกลับไปไอศวรรย์
เชิญเสด็จเมตตามาฆ่าฟัน ให้ชีวันวอดวายก็หายความ
แม้รู้เห็นเป็นคนทนไม่ได้ จะเข้าไปตามเสด็จไม่เข็ดขาม
จะเคืองขัดตัดคอเสียก็ตาม มิขอข้ามคงคาไปธานี ฯ

ทั้งสุดสาครและหัสไชยก็รับคำสั่งนางสุวรณมาลี แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นฤาษีสุดสาครขี่ม้ามังกร ถือไม้เท้าวิเศษของพระเจ้าตา หัสไชยขี่สิงห์ถือพระขรรค์ พร้อมด้วยทหารรักษาพระองค์จากเมืองการะเวกสองร้อยคน ตามไปช่วยป้องกันด้วย

พวกลังกาฝรั่งสิ้นทั้งหลาย เห็นม้ากลายกลัวจะขบก็หลบหนี
เสียงครึกครื้นตื่นกันดูทั้งบูรี ตำรวจตีห้ามปรามไปตามทาง
บ้างว่าม้าหน้าเหมือนมังกรร้าย เข้าใกล้กรายกลัวจะดีดไม่กีดขวาง
พระแกล้งขับกลับตลบกระทบทาง ให้ฟาดหางหวดคนหลบลนลาน
หน่อกษัตริย์หัสไชยแกล้งไสสิงห์ ไล่ผู้หญิงล้มลุกสนุกสนาน
ถึงท้ายวังลังกานอกปราการ หยุดทหารพร้อมพรั่งแล้วสั่งความ ฯ

เมื่อไม่มีผู้ขัดขวางแล้ว สุดสาครกับหัสไชยก็พากันเข้าไปในวังของกรงลังกา และได้พบกับพระอภัยมณีสมความตั้งใจ.

##############




 

Create Date : 26 มีนาคม 2551    
Last Update : 26 มีนาคม 2551 9:50:05 น.
Counter : 291 Pageviews.  

ชุดที่ ๑๑ รักระหว่างรบ ตอนที่ ๒

พระอภัยมณีฉบับเร่งรัด

ชุดที่ ๑๑ รักระหว่างรบ

ตอนที่ ๒ ทำเยื้อนยิ้มพริ้มพรายชม้ายมา

ฑ.มณฑา

ฝ่ายนางละเวงวัณฬาครั้นหนีออกมาจากกองทัพที่เมืองใหม่ จะกลับกรุงลังกา ก็ผ่านป่าใหญ่แห่งหนึ่งไปถึงหมู่บ้านเขาเขียว ได้พบกับบาทหลวงปีโปซึ่งเป็นที่นับถือของชาวบ้าน จึงปรึกษาหารือในการที่จะทำสงคราม กับกองทัพของเมืองผลึกต่อไป ซึ่งบาทหลวงปีโปก็ไม่ได้ให้คำแนะนำอะไร เพราะเป็นคนรักสงบ แต่บอกปัดให้ไปปรึกษากับพระสังฆราช ที่เป็นใหญ่อยู่ในกรุงลังกา

นางละเวงจึงลากลับพร้อมกับขอเอาเด็กสาวลูกกำพร้าสองคนที่อาศัยอยู่กับบาทหลวง คือนางยุพาผกาอายุสิบสี่ปี กับนางสุลาลีวันอายุสิบสองปี ไปเป็นบุตรบุญธรรมด้วย

พระอภัยมณีก็ส่งสารจากเมืองใหม่ มาสมานไมตรีกับนางละเวงถึงกรุงลังกา ท้าวความที่ได้พูดจากันในสนามรบ แต่นางละเวงก็มีหนังสือตอบคาดคั้นว่าถ้าจะให้มีสัมพันธไมตรีด้วย ก็จะต้องฆ่าญาติพี่น้องให้หมดสิ้น จึงจะยินยอม

เมื่อศรีสุวรรณกับสินสมุททราบความในหนังสือ ก็ช่วยกันขอร้องทัดทานว่าอย่ามัวไปหลงใหลนางฝรั่งเจ้ากรุงลังกาคนนี้ต่อไปเลย ญาติวงศ์พงศาจะพากันเดือดร้อนไปหมด พระอภัยมณีขัดไม่ได้ก็ออกปากอนุญาตให้ ศรีสุวรรณกับสินสมุทยกทัพไปตีกรุงลังกาตามใจ ตนเองจะอยู่ทัพหลัง แต่ขออย่างเดียวถ้าเข้าไปยึดวังกรุงลังกาได้แล้ว ขอให้ไว้ชีวิตนางละเวงด้วย

ศรึสุวรรณกับสินสมุทก็พาพราหมณ์วิเชียร โมรา และสานน นำทัพเข้าตีค่ายดงตาลซึ่งตั้งเป็นด่านหน้าของกรุงลังกา เจ้าเมืองนายด่านชื่ออิเรน อายุหกสิบห้าปี ถือขวานเป็นอาวุธ มีบุตรสาวอายุยี่สิบปีชื่อรำภาสะหรี มีฝีมือในการรบเก่งกล้าทั้งพ่อลูก

แม่ทัพของกรุงผลึกทั้งห้านาย ก็เข้าตีทหารด่านดงตาลจนแตกพ่าย ตัวนายด่านสู้จนสุดฝีมือ ใกล้จะถึงแก่ความตาย จึงให้คนสนิทตัดหัว เอาไปถวายนางละเวงที่เมืองลังกา เหลือแต่นางรำภาสะหรีอยู่ต้านทานต่อไป แต่ก็ไม่สามารถรักษาด่านไว้ได้ แม้จะได้รับกองหนุนจากนางละเวง เพราะเจ้าพราหมณ์โมราผูกฟางเป็นเรือยนต์ แล่นบนบก บรรทุกทหารข้ามเขาเข้าเมืองได้โดยสะดวก

นางรำภากับทหารองครักษ์ก็หนีออกจากเมืองหน้าด่าน แต่ไปเจอกับศรีสุวรรณที่ยกพลมาดักอยู่ ทั้งสองเข้าสู้รบกันตัวต่อตัว พอศรีสุวรรณทราบว่าแม่ทัพข้าศึกเป็นสตรี ก็เลยเข้ากอดปล้ำฟัดเหวี่ยงกันอุดตลุด ไม่เป็นอันได้ใช้อาวุธ

ศรีสุวรรณนั้นตั้งอยู่หลังด่าน วางทหารเรียงรายทั้งซ้ายขวา
เห็นคนออกนอกกำแพงแต่งกายา นางรำภาเพชรประดับอยู่วับวาม
รู้ว่านายกรายกระบองร้องตวาด ไล่พิฆาตควงขวางมากลางสนาม
นางรำภาล่อลัดเข้าวัดพราหมณ์ พระติดตามไล่นางไปห่างพล
นางหวดห่วงบ่วงคล้องกระบองหลุด พระโถมฉุดฉวยจับกันสับสน
ต่างตกม้าคว้าคลำด้วยจำจน ทั้งสองคนแข็งข้อกอดคอกัน
นางเห็นพักตร์ผลักแพลงพลิกแว้งวัด เสียงสัมผัสใกล้ชิดจิตกระสัน
พระสวมสอดกอดปะทะพัลวัน นางอกสั่นด้วยว่าชิดสนิทชาย
แต่กลัวกันครั้นจะวางจะล้างผลาญ ด้วยทหารก็ไม่เห็นเขม้นหมาย
พระรักรูปจูบพลางไม่วางวาย นางเหลืออายอดสูกับภูมี
แต่เคราะห์กรรมจำจนทนให้จูบ ครั้นหลบลูบล้ำเหลือเบื่อบัดสี
จึงว่าไฮ้ไม่รบกันดีดี เฝ้าจู้จี้จูบข้าน่าไม่อาย
จงวางกันสัญญาหยิบอาวุธ สัปยุทธอย่างทหารท่านทั้งหลาย
พระว่าหญิงวิ่งมาอยู่กับผู้ชาย จะต้องตายเสียเปล่าเปล่าไม่เข้ายา
เสียดายรูปจูบเล่นเหมือนเช่นชู้ เจ้ามาสู้กันในเล่ห์เสน่หา
แม้บุรุษสุดแรงแผลงศักดา นี่หญิงมารบสู้เหมือนชู้เมีย
จะโลมเล้าเอาไปเลี้ยงไว้เคียงหมอน จงโอนอ่อนอนุกูลอย่าสูญเสีย
พลางเฟ้นฟอดกอดคอค่อยคลอเคลีย อะลิ้มเอลี่ยลองจิตสะกิดเกา

แต่ยังไม่ทันจะได้รู้ดีรู้ชั่ว พอดีปีศาจของบิดาโผล่มาสำแดงเดชช่วยเหลือไว้ทัน นางรำภาจึงเอาตัวหลุดรอด หนีไปได้ถึงกรุงลังกา

นางละเวงก็รับไว้เป็นทหารเอกคู่ใจ และร่วมกันกับนางยุพาผกา นางสุลาลีวัน ควบคุมทหารทำศึกสงครามป้องกันกรุงลังกา อยู่ที่ด่านเขาเจ้าประจัน ทั้งสองฝ่ายได้รบพุ่งกันหลายยก แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะกันได้

ต่อมาเมื่อพระอภัยมณีได้ยกกองทัพหลังมาสมทบกับทัพหน้า ของศรีสุวรรณสินสมุทและสามพราหมณ์แล้ว นางละเวงกับสังฆราชจึงยกทัพมาสมทบด้วย

นางละเวงนั้นคิดจะหย่าทัพ จึงมีสารถึงพระอภัยมณี ท้ารบกันตัวต่อตัว เพื่อจะได้ไม่สิ้นเปลืองไพร่พล พระอภัยมณีก็รับคำท้าแต่เมื่อออกมาพบกันในสนามรบ กลับกลายเป็นการต่อสู้ด้วยสำนวนโวหาร ตัดพ้อกันอยู่เป็นนานแสนนาน ลองฟังสำนวนของท่านดูเถิด

แม่วัณฬายาหยีเจ้าพี่เอ๋ย กระไรเลยลืมรักเฝ้าหักโหม
พี่คนซื่อหรือมาลวงให้ทรวงโทรม จึงรุกโรมติดตามด้วยความรัก
แม่คิดร้ายหมายรบไม่คบแล้ว หรือน้องแก้วแลดูยังรู้จัก
ที่เมืองใหม่ไฟสว่างกระจ่างพักตร์ แม่นงลักษณ์ลืมแล้วหรือแก้วตา ฯ
ฯลฯ
ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงฟังเพลงพลอด ระทวยทอดนัยน์เนตรดูเชษฐา
ทำเยื้อนยิ้มพริ้มพรายชม้ายมา กิริยาอย่างละคอนให้งอนงาม
แล้วตรัสตอบขอบคุณการุญรัก ที่หาญหักข่มเหงไม่เกรงขาม
เหลือละโมบโลภลาภเที่ยวปราบปราม ไม่ทำตามมธุรสพจมาน
เมื่อพบกันสัญญาจะหย่าทัพ แล้วไม่กลับแกล้งว่ารักมาหักหาญ
เห็นพระทัยไม่ตามความโบราณ จะสู้ต้านต่อยุทธจนสุดมือ
วันนี้ที่สัญญาได้มาพบ จะรอรบกันกับน้องแต่สองหรือ
หรือจะขับทัพใหญ่ไล่กระพือ จึงไม่ถือศัสตรามาราวี ฯ
ฯลฯ
เจ้าหมายมั่นสัญญาจะมารบ พี่อยากพบนวลละอองดอกน้องเอ๋ย
ไม่ณรงค์สงครามกับทรามเชย อย่าแคลงเลยไม่ลวงแม่ดวงใจ
ตัวของพี่นี้ถ้าแม้แม่เคียดเดือด ตามแต่เชือดฉะลงที่ตรงไหน
จะขอกอดยอดมิ่งไม่ชิงชัย จนขาดใจจึงจะวางให้ห่างทรวง ฯ
ฯลฯ
อย่าร่ำรักนักเลยน้องเคยพบ เชิญมารบเอาศีรษะตามประสงค์
แล้วลงจากรถาขึ้นม้าทรง ให้ปักธงสัญญาต่อหน้าคน
น้องวอดวายฝ่ายพระองค์ทรงสวัสดิ์ ผ่านสมบัติแว่นแคว้นแดนสิงหล
พระแพ้น้องกองทัพให้กลับพล ไปเสียพ้นพาราอย่ามาตี ฯ
ฯลฯ
เป็นคราวเคราะห์เพราะพระน้องเข้าข้องขัด ว่าให้ตัดญาติกาให้อาสัญ
บอกว่าหยอกดอกก็เขาว่าเข้ากัน จึงหุนหันหักด่านดงตาลมา
พี่ผิดจริงมิ่งแม่จงแก้แค้น ทำทดแทนเถือหนังแลมังสา
ไม่ต่อตีศรีสวัสดิ์เป็นสัจจา พลางขับม้าเข้าไปตรงธงสำคัญ ฯ
ฯลฯ

แต่ในที่สุดวันนั้นก็ไม่ได้รบ มีแต่ทักทายปราศรัยกัน ระหว่างพระอภัยมณีกับนางละเวง ศรีสุวรรณกับนางรำภาสะหรี และสินสมุทกับนางยุพาผกา จนกระทั่งมืดค่ำจึงแยกกันไป

พระสังฆราชที่ปรึกษาคนสำคัญของนางละเวงเห็นว่าคงจะไม่ได้ความ จึงออกอุบายจะเผากองทัพใหญ่ ของพระอภัยมณีให้สิ้นซาก แต่นางละเวงก็เกิดใจอ่อนไม่กล้าจะทำ จึงปรึกษากับแม่ทัพหญิงทั้งสาม แล้วใช้ให้นางยุพาผกา นำสารไปหาพระอภัยมณีเป็นการลับ อ้อนวอนให้พระอภัยมณีเป่าปี่จนไพร่พลทั้งหลายหลับหมด เพลงปี่ของพระอภัยมณีในครั้งนั้น ท่านได้รจนาไว้ดังนี้

เสียงแจ้วแจ้วแว่วโหวยโหกยละห้อย โอ้หอมสร้อยเสารสแป้งสดใส
เสาวคนธ์มณฑาสุมาลัย สักเมื่อไรสาวน้อยจะลอยมา
แล้วเป่าเห่เรไรจับใจแจ้ว ค่ำลงแล้วเจ้าจะคอยละห้อยหา
ระหวยหิวหวิววับจับวิญญาณ์ พวกลังกากองทัพต่างหลับไป ฯ

แต่นางยุพาผกาไม่หลับ เพราะพระอภัยให้เอาขี้ผึ้งอุดหูไว้ นางจึงพาพระอภัยมณีขึ้นรถศึก พาไปพบนางละเวงที่กรุงลังกา

นางละเวงก็ยกให้พระอภัยมณีเป็นเจ้าเมืองทรงเครื่องเจ้า
กรุงลังกา แล้วให้ออกไปห้ามทัพของศรีสุวรรณและสินสมุทที่ยกติดตามมาจะเข้าตีเมือง ให้ถอยทัพกลับไปก่อน.

##############




 

Create Date : 26 มีนาคม 2551    
Last Update : 26 มีนาคม 2551 9:36:55 น.
Counter : 291 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.