Group Blog
 
All Blogs
 
ผู้เฒ่าเล่าอดีต (๒๔) การเขียนข่าว

ผู้เฒ่าเล่าอดีต (๒๔)

การเขียนข่าว

ในยุคปัจจุบันข่าวพาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน มีการประดิษฐ์ถ้อยคำให้สั้น กระทัดรัด และมีความหมายเฉพาะ จนบางทีผู้อ่านก็เดาไม่ถูกว่าเป็นเรื่องอะไร ถ้าไม่เปิดดูเนื้อข่าว ซึ่งอาจจะเป็นกลวิธียั่วยุให้ผู้ที่ยืนดูอยู่ อยากจะซื้อไปอ่านเนื้อเรื่องข้างในก็ได้

การกระทำเช่นนี้มีมานาน ตั้งแต่เริ่มมีหนังสือพิมพ์เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ข้อความนั้น ๆ ก็แตกต่างกันไปตามแต่ละยุค และสมัยที่นิยมกันในเวลานั้น เราเคยเห็นพาดหัวข่าวใน พ.ศ.๒๔๙๓ ดังนี้

ปลดสปัสซั่มสาวแล้วเข้ากรง

ถ้ายังเดาไม่ออกก็ลองดูหัวรองว่า

สองหนุ่มปวดสะดือจนตัวโก่ง หาทางใช้แบ๊งค์เก๊ปลดสปัสซั่มจนได้เรื่องคงจะพอเข้าใจได้บ้างถ้ารู้ว่า สปัสซั่ม หมายถึงอะไร เนื้อข่าวข้างในมีความว่า

เมื่อเวลาประมาณ ๒๐ น.ของวันที่ ๑๘ สิงหาคม นายจั๊ว(นามสมมุติ) ทำงานอยู่โรงพิมพ์แห่งหนึ่งข้างวัดบพิตรพิมุข กับนายเซ้ง (นามสมมุติเหมือนกัน) ทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งแถวถนนเสือป่า ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน และยังเป็นโสดทั้งคู่

ตามวันเวลาดังกล่าวแล้ว สองหนุ่มลูกจีนชวนกันออกมาเที่ยวเตร่แถวสะพานเหล็ก เพื่อเลือกหาสาวหน้าแฉล้มร่วมทางไปสวรรค์ แต่เมื่อนำธนบัตรใบละ ๑๐๐ จ่ายให้นางแม่เล้าเจ้าสำนัก ก็ต้องรับกลับคืน เพราะอาเฮียขายของชำที่ไปขอแลกเป็นใบย่อย บอกว่าเก๊

สองหนุ่มขัดใจเพียรไปแลกแห่งอื่นอีก ก็ไม่ได้ผลสมประสงค์ เพราะใบละร้อยอันจะเป็นค่าผ่านทางขึ้นสวรรค์นั้น เก๊จริง ๆ สองคนก็ตระเวนไปอีก จนถึงสำนักของนางเติม (นามสมมุติ) และเมื่อใบละร้อยนั้นแลกเปลี่ยนไม่ได้อีก นายนายเซ้งเกิดอาการเกร็งจนหน้าตึงเป๋ง จึงควักใบละสิบจ่ายให้ (ตามราคา) แล้วจูงมือนางสม (นามสมมุติทั้งนั้น) เข้าห้อง โดยเพื่อนอีกคนหนึ่งนั่งงุ่นง่านรอคอยอยู่ เพราะมีเศษเงินเพียงเท่านั้น

ฝ่ายอาเสี่ยที่ถูกแลกใบละร้อย ทำนองเทียวไล้เทียวขื่อของสองหนุ่ม เกิดอาการสงสัย จึงไปกระซิบตำรวจยามที่เคยเป็นขาประจำน้ำชากาแฟ เมื่อโปลิศรู้ความกระนั้นแล้ว จึงรุดหน้าไปยังสำนักนางเติม เพราะรู้ความว่าเจ้าของแบ๊งค์เก๊กำลังสำราญอยู่ที่นั่น

พอไปถึงก็เป็นเวลาที่นายเซ้งออกมายืนหอบฮักอยู่ จึงเข้าตรวจค้นฐานสงสัย และได้แบ๊งค์ปลอมใบละ๑๐๐ บาทในตัวนายเซ้งอีกใบหนึ่ง โปลิศจึงรวบตัวสองหนุ่มไปโรงพักสำราญราษฎร์

เป็นอย่างไรบ้าง กับสำนวนเขียนข่าวแบบโบราณ เพราะข่าวนี้ได้มาจากหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๔๙๓ แต่เพื่อความสมบูรณ์ของบันทึก จึงขอนำเนื้อความโปรยหัวข่าวมาสรุปในตอนท้ายนี้ด้วย เขาบรรเลงไว้ดังนี้

เจ้าหนุ่มรูปหล่อทั้งกำลัง”สด”อดเปรี้ยวหวานมันเค็มมาหลายเวลา ก็เกิดอาการ ”เกร็ง”ขนาดหนัก เพื่อระงับโรคปวดสะดือให้หายไปชั่วครั่งชั่วคราว จึงเตร่มาแสวงหาความสำราญด้วยนางโลมหน้าแฉล้ม แต่ขนบประเพณีแม่เล้านั้น มักจะถือเป็นหลักเกณฑ์ว่า ผิว์เจ้าหนุ่มหน้าใดจะเปิดประตูห้องสวรรค์ด้วยดรุณีใดแล้ว จะต้องจ่ายทรัพย์เป็นค่าล่วงหน้าก่อน ขืนปล่อยปละละเลยแล้วไซร้ หนุ่มมันเหยียบคั่นบรรไดสวรรค์แล้ว จะเล่นลูกไม้บิดพริ้ว เจ้าหนุ่มซึ่งกำลังเกร็งควักใบละร้อยเหมือนจะอวดว่า “ฉันนี่แหละอาเสี่ย” แต่เมื่อแม่เล้าเอาไปขอแลกเพื่อจ่ายทอนกันไปตามกฎหมาย จึงรู้ว่าแบ๊งค์นั้นรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ทำ หนุ่มมันก็รับคืน แต่อาการเกร็งไม่หายจึงต้องตระเวนไปแห่งอื่น เมื่อรู้ไปถึงตำรวจ จึงถูกลากไปนอนกรงขัง ฐานพยายามใช้แบ๊งค์เก๊

ข้อความนี้ ถ้านักข่าวที่สำเร็จด้านนิเทศก์ศาสตร์ ในสมัยปัจจุบันได้อ่าน จะเกิดความ รู้สึกอย่างไรหรือไม่ ก็ไม่ทราบ

แต่ผู้เฒ่าอ่านแล้วก็อยากจะชมผู้เขียนข่าว ที่มีความอุตสาหะวิริยะ พยายามเขียนข่าวที่สั้นนิดเดียวให้ยาวและละเอียดลออ ยังกะเป็นคนใดคนหนึ่ง ในกระบวนผู้ต้องหาทั้งสองนั่นเลยทีเดียว.

##########


Create Date : 17 กันยายน 2555
Last Update : 17 กันยายน 2555 6:18:00 น. 0 comments
Counter : 854 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 43 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.