Group Blog
 
All Blogs
 
ผู้เฒ่าเล่าอดีต (๓) ที่ปรึกษาจำเป็น

ผู้เฒ่าเล่าอดีต (๓)

ที่ปรึกษาจำเป็น

มีคำกล่าวไว้ว่าในชีวิตของคนที่รับราชการนั้น จะต้องอยู่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง คือ ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกน้อง ผู้บังคับบัญชา หรือเจ้านาย และ ครู หรือ นักเรียน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง หรือทุกอย่างก็มี

เรานั้นเคยเป็นลูกจ้างใช้แรงงาน ก็ต้องเป็นลูกน้องที่มีเจ้านายมากมาย ต่อมาก็ไปเป็นพลทหารเกณฑ์ ซึ่งก็มีฐานะเหมือนเดิม ต่อมาได้เป็นครูฝึกทหารใหม่ จนเข้าสมัครเป็นนักเรียนนายสิบ ต่อมาจึงเป็นนายสิบและนายทหาร จนได้เป็นหัวหน้าแผนก ก็มีทั้งลูกน้อง และเจ้านายพร้อม ๆ กันตลอดระยะเวลากว่าสามสิบปี

นอกจากนั้นเรายังเคยมีตำแหน่งที่ไม่ใช่ที่กล่าวมาข้างต้น คือเป็นที่ปรึกษา ซึ่งไม่มีปรากฏเป็นหลักฐานในหน่วยงานใดใดที่ผ่านมาเลย ตำแหน่งนี้ใคร ๆ ก็ไม่ชอบเป็น เพราะไม่มีงานทำ แต่ตำแหน่งนี้ของเรา ไม่ยักว่างเหมือนที่เขาว่ากัน

สมัยที่ไปช่วยราชการ ในตำแหน่ง รองหัวหน้าฝ่ายกำลังพล ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบก ช่อง ๕ เป็นเวลาถึง ๑๔ ปีนั้น เป็นตั้งแต่ยศร้อยเอก จนถึง พันโท พอเป็น พันเอก ก้พ้นหน้าที่ เพื่อบรรจุคนใหม่ เลยได้เป็น ที่ปรึกษา ฝ่ายกำลังพล หัวหน้าฝ่ายเขาก็ไม่ได้ปรึกษา แต่ใช้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย คือให้ไปเข้าหลักสูตร คอมพิวเตอร์ แล้วกลับมาสอนลูกน้องในฝ่ายด้วย

ในขณะที่เป็นรองหัวหน้าฝ่าย ก็ได้รับหน้าที่เป็นเลขานุการ คณะผู้จัดทำหนังสือที่ระลึกวันสถาปนา ททบ.๕ ซึ่งตรงกับ ๒๕ มกราคม ของทุกปี และเป็นวันกองทัพบกด้วย จนปีสุดท้ายที่จะเกษียณอายุราชการ ก็ได้เป็นประธานคณะผู้จัดทำเสียเลย

แต่อีกหกปีต่อมา เขาก็มาเชิญไปเป็นที่ปรึกษาของคณะผู้จัดทำ แล้วมอบงานให้ เรียบเรียงประวัติของสถานี ค้นหาประวัติของอดีตผู้อำนวยการ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถานี เลยทีเดียว


เมื่อขณะรับราชการอยู่ ก็ได้เป็นประธานรุ่น นักเรียนนายสิบเหล่าทหารสื่อสาร อยู่ ๑๔ ปี พอเกษียณอาหยุก็ขอลาออก มีเพื่อนเป็นพันเอกพิเศษรับช่วงต่อไปอีกสองคน แต่อยู่มาอีกสิบกว่าปีจะให้กลับเข้าไปเป็นอีก เราไม่รับ เขาเลยตั้งให้เป็น ประธานที่ปรึกษา แล้วก็ปรึกษาเสียทุกเรื่องเลยจนถึงบัดนี้

ตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการนั้น เราเป็นหัวหน้าแผนกห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ มีหน้าที่ในการผลิตนิตยสารทหารสื่อสารด้วย ในตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการ มีหัวหน้ากองวิทยาการเป็นบรรณาธิการ เมื่อได้เลื่อนยศเป็นพันเอก ก็เป็นตำแหน่งลอย ๆ แต่ให้ช่วยราชการที่กรมการทหารสื่อสาร ทางกรมก็สั่งให้เราไปช่วยราชการที่แผนกเดิม และให้เราเป็นที่ปรึกษาของบรรณาธิการ เราก็บอกกับหัวหน้าแผนกคนใหม่ ซึ่งเป็นลูกน้องเก่าของเรา ว่าเราจะเป็นที่ปรึกษาของผู้ช่วยบรรณาธิการดีกว่า มีอะไรจะให้ช่วยก็บอก

เธอซึ่งเป็นพันโทหญิงก็บอกให้เราเขียนเรื่องส่งอย่างเดียวก็พอ เพราะเธอเรียนรู้การผลิตนิตยสารฉบับนี้มาเท่ากับเราเหมือนกัน แล้วเธอก็จัดทำนิตยสารฉบับนี้ดูเหมือนจะดีกว่าที่เราทำเสียอีก ปัจจุบันนี้เธอได้เลื่อนยศเป็นพันเอก อัตราพันเอกพิเศษ ติดคอคฑาไขว้แล้ว ส่วนเราก็ยังเป็นนักเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับความหลังอยู่เหมือนเดิม

พอเราเกษียณออกมาได้ไม่กี่ปี ถึง พ.ศ.๒๕๓๙ เหล่าทหารสื่อสารก็มีอายุครบ ๗๒ ปี เพราะก่อกำเนิดขึ้นในกองทัพบกเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๗ นิตยสารทหารสื่อสารก็จัดทำฉบับพิเศษในโอกาสนี้ ท่านเจ้ากรมขณะนั้นรู้จักคุ้นเคยกับเรามาก่อน ท่านจึงเชิญไปเป็นที่ปรึกษา ให้เขียนประวัติของเหล่าทหารสื่อสารจากเดิม เพิ่มเติมจนถึงปีนั้น และเป็นผู้ไปขอเรื่องของท่านอดีตเจ้ากรมการทหารสื่อสาร มาลงพิมพ์ ซึ่งเป็นงานเก่าของเรา จึงไม่มีอะไรยุ่งยาก แต่ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรืออย่างไร หนังสือเล่มนี้ไม่มีชื่อคณะผู้จัดทำในท้ายเล่มอย่างเคย ก็เลยไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นที่ปรึกษาอยู่ด้วย

ครั้นอยู่ต่อมาอีกหลายปี ท่านเจ้ากรมถัดมาจากครั้งก่อนสามท่าน เกิดสนใจพิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร ที่เราได้วางมาตรฐานไว้เมื่อเป็นหัวหน้าแผนก หลังจากที่เก็บวัตถุพิพิธภัณฑ์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๘ ท่านอยากจะปรับปรุงให้ทันสมัยน่าเข้าเยี่ยมชม มากกว่าที่เราได้ทำไว้แล้ว เจ้ากรมท่านนี้เคยเป็นหัวหน้าแผนกของเราเมื่อท่านยังมียศพันตรี ท่านจึงเรียกเราไปปรึกษาหารือ เราก็สนับสนุนให้ดำเนินการเพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่านเอง ท่านจึงออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ทหารสื่อสาร และมีชื่อเราเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการด้วย

เมื่อเราไปเข้าประชุมครั้งแรก ท่านเลขานุการคณะกรรมการก็ขอปรึกษาเราทันที ท่านเอาแผนการปรับปรุงของท่านมากางให้เราดู และอธิบายรายละเอียดทุกขั้นตอนที่จะปรับปรุง และถามเราว่าจะเห็นเป็นอย่างไร เราก็ได้แต่ตอบว่า เหมาะสมแล้วเท่านั้นเอง ก็ไม่ต้องไปประชุมอีกเลย จนเขาปรับปรุงเสร็จ ก็ได้กรุณา เชิญเราไปเป็นเกียรติในงานวันทหารสื่อสาร ที่เป็นวันเปิดพิพิธภัณฑ์ ใหม่ เพื่อต้อนรับอดีตเจ้ากรมที่มาเยี่ยมชมด้วย

จากนั้นเราก็อยู่อย่างสบายใจ ไม่ต้องเป็นที่ปรึกษาเงาของใครมาหลายปี โดยเขียนเรื่องส่งให้นิตยสารทหารสื่อสาร ปีละเรื่องสองเรื่อง ส่วนกิจการในแวดวงการเขียนภายนอกนั้น ก็ดำเนินไปด้วยดีพอได้อาศัยมีค่าโซดาผสมเบียร์ ให้อายุยืนบ้างตามความสามารถเฉพาะตัว

กาลเวลาได้ล่วงมาจนถึง พ.ศ.๒๕๕๑ เมื่อเราได้รับหนังสือที่ระลึกวันทหารสื่อสาร หลัง ๒๗ พฤษภาคม ซึ่งมีเรื่องของเราลงพิมพ์อยู่ด้วยตามปกติ ก็พบสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นในหน้าแรก คือมีชื่อของเราปรากฏว่าเป็นที่ปรึกษา แทรกอยู่ในระหว่างชื่อของอดีตเจ้ากรม สิบกว่าท่าน เราขนลุกซู่ว่าเดี๋ยวนี้เขาเลื่อนชื่อของเราขึ้นไปเทียบเท่าอดีตเจ้ากรม ระดับ พลเอก แล้วหรือ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าก็เป็นการพิมพ์ผิดและตรวจข้ามไปอย่างแน่นอน จึงยกหูโทรศัพท์ต่อเข้าไปหาผู้ช่วยของผู้ช่วยบรรณาธิการ ซึ่งเป็นนายทหารหญิงยศร้อยเอก ที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการใหม่ ๆ ก็ได้ความว่าเป็นการผิดพลาดของเธอเอง ชื่อของเราควรจะอยู่ในกองบรรณาธิการ ได้กระโดดสูงข้ามไปตั้งหลายขั้นได้อย่างไรไม่ทราบ เราก็บอกว่าคุณเตรียมแก้ตัวกับเจ้านายไว้เถิด และขอให้โชคดี เรื่องที่ว่านั้นก็เงียบหายไป นอกจากมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ทางเมืองกาญจนบุรี โทรศัพท์มาแสดงความยินดีที่เราได้เลื่อนฐานะสูงขึ้น ก็ต้องชี้แจงความจริงให้ฟังแล้วก็หัวเราะชอบใจกันไป

แต่อีก ๓-๔ เดือนต่อมา เราก็ได้รับหนังสือของทหารสื่อสาร ที่ออกใหม่อีกฉบับหนึ่ง คือ วารสารกรมการทหารสื่อสาร คราวนี้ก็ยังมีชื่อของเราปรากฏอยู่ในกลุ่มที่ปรึกษา ซึ่งเป็นอดีตเจ้ากรมเช่นเดิม แต่ต่อเป็นชื่อสุดท้าย แสดงว่ามีการตรวจพิสูจน์อักษรถูกต้องตามลำดับอาวุโสแล้ว รายชื่อเจ้ากรมทั้งสิบกว่าท่านนี้ มีทั้งยศ พลตรี พลโท และพลเอก แล้วเราจะไปต่อท้ายได้อย่างไร

เราจึงรีบต่อโทรศัพท์ได้ยังท่านนักเขียนชื่อดังของสื่อสาร ยศพันเอก(พิเศษ) ที่คุ้นเคยกันมานานขอให้ช่วยแจ้งผู้รับผิดชอบให้เอาชื่อของเราออกจากแถวของ ที่ปรึกษานั้นด้วย

เราไม่อยากเป็น ที่ปรึกษา โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบ ชื่อของเราก็ยังคงห้อยท้ายอยู่ในกลุ่มของอดีตเจ้ากรม มาจนถึงบัดนี้

ซึ่งน่าจะเป็นทหารสื่อสารคนเดียวที่ได้รับเกียรติเช่นนี้.

#############

สวัสดีครับ

ได้ทราบเรื่องในอตีตของการจัดทำหนังสือในแวดวงทหาร แล้วยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจบทบาทของทหารในหลายๆหน้าที่ครับ

และเข้าใจถึงการปรากฎชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการทำหนังสือนับว่าเป็นเกียรติยิ่งกว่าสิ่งใดครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 10 มีนาคม 2555 เวลา:9:36:00 น.

ลบ comment
ยินดีครับที่ท่านผู้อ่านได้รับความรู้ ในสิ่งที่ยังไม่รู้ครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 10 มีนาคม 2555 เวลา:13:33:21 น.


Create Date : 15 มีนาคม 2555
Last Update : 15 มีนาคม 2555 8:19:36 น. 0 comments
Counter : 391 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เจียวต้าย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]




เชิญหารายละเอียดได้ ที่หน้าบ้านชานเรือนครับ
Friends' blogs
[Add เจียวต้าย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.