Morning Kitchen: A Little Kitchen For a Little Chef
Group Blog
 
All Blogs
 

Tiramisu Log ทิรามิสุสไตล์ขอนไม้จ้า~


ขนมอันนี้ทำตั้งกะปีที่แล้วแหนะค่ะ เคยปะวิธีทำในกระทู้ Pantip ด้วย ขอย้ายวิธีทำจาก exteen ค่ะ จะได้มีคลังบลอคที่เดียว ถ้าก๊อบมาหมดเมื่อไหร่จะปิดที่ exteen แร้ว



หลายๆคนคงคุ้นเคย และชื่นชอบกับเจ้าขนม Tiramisu กันบ้าง เจ้าขนมสัญชาติอิตาเลี่ยนนี่เป็นของโปรดของเช้าเลยแหละ แบบว่าหลงไหลในเนื้อขนมที่ชุ่มฉ่ำ หวานหอม กินถ้วยเดียวไม่เคยพอ



Tiramisu จะไม่เป็น Tiramisu ถ้าไม่มี  เนื้อสปันจ์ หรือ เลดี้ฟิงเกอร์ที่ชุ่มน้ำกาแฟเข้มข้น เนื้อครีมมาสคาโปเน่ที่ที่หวานกลมกล่อมหอมกลิ่นเหล้าหวาน ปิดท้ายด้วยผงโกโก้เพิ่มความเข้มข้นให้กับขนม^^



วันนี้เช้าลองทำแบบใหม่ ลืมภาพลักษณ์ของ Tiramisu ที่เป็นถ้วย หรือเป็นเค้กไปซะ!!! มาพบกับ Tiramisu Log กันเลยดีกว่า






เช้าใช้สูตรสปันจ์โรลที่ใช้ประจำ ที่มีเนื้อนุ่มมาก~~~ มาแทนเจ้าเลดี้ฟิงเกอร์ค่ะ แล้วก็ แทนที่จะทำเป็นถ้วยๆชั้นๆ ก็ม้วนเจ้าครีมมาสคาโปเน่ เข้าไปในใส้ซะ แล้วแต่งด้วยวิปครีม ใช้ซ่อมกรีดเป็น Log แล้วก็โปรยผงโกโก้ลงไป ผ่าออกมาเป็นเยี่ยงนี้



 



มาดูส่วนผสมของแป้งโรลกันก่อนเลยดีกว่าค่ะ



 



ส่วนผสมสปันจ์โรล



น้ำตาล 3/4 ถ้วย (แยกเป็น 1/4 กับ 2/4)



ไข่ 4 ฟอง (แยกไ่ข่แดง ไข่ขาว)



แป้ง 3/4 ถ้วย ร่อนกับ ผงฟู 3/4 ช้อนชา แล้วก็เกลือ 1/2 ช้อนชา(ร่อนซักสี่รอบกำลังน่ารัก)



 



วิธีทำ



- เดินไปเปิดเตาอบ ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้ไฟบนล่าง ถ้าไม่มีก็สังเกตุดีๆระวังก้นไหม้ค่ะ  Pre heat 180 C. 



- เตรียมถาดขนมโดยใช้ถาดคุกกี้ แล้วเอากระดาษไขปู เย็บมุมด้วยแมกกระดาษน่านแหละ (ถ้าใครไม่มี ให้ใช้ foil มาพับ แล้วซ้อนด้วยกระดาษรองอบก็ได้ แต่้ต้องระวังก้นไหม้เป็นพิเศษ






- ตีไข่ขาวกับน้ำตาล 1/4 ถ้วย ก่อน โดยใส่น้ำตาลทีละน้อย ทะยอยใส่จนหมด ตีจนไข่ขาวตั้งยอดกลางจ๊ะ ตั้งยอดแล้วก็แช่เย็นเก็บไว้






-  ตีไข่แดง กับน้ำตาล 2/3 ถ้วย ด้วยวิธีเดิมคือใส่น้ำตาลทีละน้อย จนไข่แดงขึ้นฟูเป็นสีนวล เป็นริบบอน สเตจ หรือเวลายกตะกร้อขึ้นมาจากไข่แล้วน้ำไข่แดงไหลเป็นเส้น ไม่ใช่หยดแหมะๆ อะ ใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที






- เมื่อไข่แดงได้ที่แล้ว ก็นำแป้งที่ร่อนแล้วมาผสม ไม่ต้องกลัวถ้าส่วนผสมมันแห้ง ผสมๆไปก่อนค่ะ เบาๆมือนะ



 






 



 



- Fold ไข่ขาวที่ตีไว้ไป 1/3 ก่อน ใช้ความพยายามในการให้มันเข้ากันกอ่น ระวังตรงใต้อ่างผสมไม่ละลายนะคะ พอมันเริ่มนวลเนียนก็ fold ไอ้ทีเ่หลือลงไป ผสมๆๆๆ แล้วปาดใส่ถาด



 - เข้าอบ 12 - 17 นาที เตาใครเตามันจ้า ระวังก้นกันเอาเอง เอริ๊ก



- ระหว่างอบ เตรียมผ้าขนหนูปูรองด้วยกระดาษไขไว้(จะได้ไม่ต้องซักผ้าเยอะ ถ้าเต็มใจซักลำบากหนอ่ยก็ไม่ต้องรองจ๊ะ)






- ม้วนเจ้าเนื้อขนมนี่ไว้ก่อน ให้มันอยู่ทรง เพราะถ้ามันเย็นแล้ว มันจะม่วนไม่ได้นะเออ ทิ้งไว้อย่างนี้จนเย็นเลยจ๊ะ



 



หันไปทำครีมมาสคาโปเน่บ้าง



- Mascarpone Cheese ซื้อได้ที่ Food land, Villa, Central Food hall ที่เหลือไม่แน่ใจจ๊ะ ซื้อมา 1 ถุง ( 125 g) มันจะขายใกล้ๆกับพวกชีสแผ่น โยเกิร์ตไรงี้อะ ถ้าไม่เจอลองไปถามแผนกขายชีส



-เหล้าหวานที่ชื่นชอบ (มาซาล่า ก็จะเป็นแบบของดั้งเดิม) แต่เช้าใช้ Remy Martin หอมหวานสำหรับทุกขนม ฮ่าๆๆ 2 ช้อนโต๊ะ จ๊ะ (แต่ถ้าคนไม่คลั่งใคล้ในกลิ่นแอลกอฮอลก็ลดเหลือ 1 ช้อนโต๊ะก็พอนะ) 



-น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ 



-ไข่แดง 2 ฟอง



 วิธีทำ



 - เริ่มจากตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายจนเป็นริบบอน สเตจ (เหมือนเนื้อเค้กนั่นแหละ) ถ้าใครไม่อยากกินไข่ดิบ ให้ตีบนชามโลหะ หรือกระเบื้อง แล้วตั้งเบียงมารี ตอนตี (แบบว่าเหมือนหม้อตุ๋นอะ ตั้งเตา เอาหม้อใบใหญ่ตั้ง หม้อตีไว้ข้างบน แล้วเปิดไฟให้น้ำข้างล่างรุมรุม) แต่ทำแบบนั้นต้องระวังไข่สุกแข็งเป็นลิ่มนะจ๊ะ



- ใส่่เหล้าหวานลงไป คนๆ ไข่แดงจะดูไม่ข้นเท่าเดิม ไม่ต้องตกใจ



- ใส่มาสคาร์โปเน่ลงไป ตอนผสมอันนี้"ต้องใช้ตะกร้ือมือเท่านั้น" เพราะว่ามาสคาโปเน่เนี่ย มันบอบบางมาก ตีด้วยเครื่องมันจะแตกตัวได้อย่างง่ายดายเหลวเป๋ว แยกน้ำแยกไขมัน ดังนั้นใช้ตะกร้อมือค่อยๆคนจนเนียน พอเนียนแล้วหยุดทันทีจ๊ะ แช่เย็นไว้ซักชั่วโมงนึงก่อนนำมาใส่ใส้นะ



 






พอเนียนจะเป็นแบบนี้






 



ขั้นตอนประกอบร่าง



1. สปันจ์โรล



2. มาสคาร์โปเน่ครีม



3. ครีมChantily ดัดจริตไปงั้นแหละ มันคือวิปครีม ตีกับไอซิ่ง ใส่กลิ่นวานิลลา หรือเหล้า หรืออะไรก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ (เช้าใช้วิปครีม กับไอซิ่ง ความหวานระดับจิ้มดูดแล้วชอบ) วิธีตีครีมก็เดิมๆอะจ๊ะ โดยการแช่อุปกรทุกอย่างให้เย็นจัดในช่องฟรีส แล้วเวลาจะตี ก็รองอ่างผสมด้วยน้ำแข็ง



4. กาแฟชงเข้มๆ 1 แก้ว (แก้วกาแฟคัพทำมะดานะ ไม่ใช่ espreso)ของเช้า ถ้าใครชอบเหล้า ใส่เหล้าหวาน หรือ VSOP ลงไปซักช้อนโต๊ะ (เอาให้มันเป็นตัวเดียวกับที่ใส่ในเนื้อขนมนะ)



5. ผงโกโก้



วิธีทำ



1. คลี่เค้กออกมา เอาช้อนชาตักกาแฟราด พอฉ่ำ (ไม่ใช่แฉะนะ เดี๋ยวม้วนไม่ได้)






2. เอาครีมปาด ทิ้งแป้งให้เหลือไว้ 1/3 ทาหมดใส้ทะลักนะเอ้า






3. ค่อยๆมือเบาๆม้วนนนนน (อันนี้เค้กมันนุ่มมาก เสี่ยงตอการใส้แตกอย่างยิ่ง เละๆ ทะลักๆหน่อยไม่เป็นไร ปาดชิมครีมไปพลางๆก่อนนะจ๊ะ



4. ใส่จาน แช่ฟรีสไว้ครึ่งชั่วโมงให้ Set ตัว






5. เอาออกมาตัดหัวท้ายให้สวยงาม แล้วปาดด้วยวิปครีม แล้วก็กรีดด้วยซ่อมให้เป็นลายขอนไม้ค่ะ หัวท้ายที่เอาออกมา ทานเล่นได้ ของเช้าทานเล่นไปอัน อีกอันเบงกอลน้องหมาบีเกิลที่บ้านฟาดเรียบวุด






 



6. โรยที่ผงโกโก้ จ๊บข่าวจ๊ะ 



 



 



 จะขอโม้ว่าเค้กก้อนนี้ หมดภายใน 24 ชั่วโมงเลยนะเนี่ย 555



ยกให้ชิ้นนึงจ๊ะ








 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 11:08:41 น.
Counter : 2343 Pageviews.  

Four Red Fruit Chocolate Pie/ Candy


อันนี้ก็เคยลง exteen ไปแล้วเหมือนกันค่ะ ตั้งแต่วาเลนไทน์แนะ สูตรนี้คิดเอง แบบผสมมั่วโคตรๆ ที่ใช้ 4 Red Fruit เพราะว่า ชอบชากลิ่นนี้ และกลิ่นผลไม้หอมหวานอมเปรี้ยวแบบนี้ เข้ากับชอกโกเล็ตพายดีนักแล ช่วยตัดรสขมได้ด้วย ส่วนที่ต้องผสม White Choc ลงไปนิดนึง เพื่อไม่ให้รสมันขื่นเกินค่ะ ทำให้รสมันนุ่มนวลขึ้นเยอะ แล้วสีก็ยังไม่เปลี่ยนค่ะ




ช่วงวาเลนไทน์จะมีคนมาถามเรื่องชอกโก้เยอะ ว่าพวก Chocolate Candy หน้าตาดี ราคาแพงนั้นทำยังไง จริงๆพวกนั้นในการทำใส้ และการทำรูปร่างให้สวยงามสีสันสดใส มันก็ต้องใช้อุปกรและวัตถุดิบเยอะอยู่ ขี้เกียจอธิบาย ณ ที่นี้






แต่วันนี้ที่เช้าจะปะสูตรให้ดู เป็นวิธีทำ ชอกโกเล็ตแคนดี้ ง่ายๆ ซึ่งประยุคไปเป็นชอกโกเล็ตพายง่ายๆได้อีกเช่นกันค่ะ



ข้อดีของสูตรนี้คือ



ไม่ต้องใช้เตาอบ ไม่ต้องใช้ที่ตี อร่อย และ หน้าตาไฮโซ



ข้อเสียคือ



ขั้นตอนเยอะหน่อย และ ต้องมีเวลาในการแช่เย็น



ยลหน้าตากันก่อนได้เลยตามระเบียบ









เจ้านี่ตั้งชื่อว่า 4 Red Fruit Chocolate Candy เพราะว่ามันมีกลิ่นของเจ้านี่อยู่






ช่ายแร้ว มันคือชานั่นเอง



อ้อ ต้องบอกอีกอย่าง อันนี้เช้ามีตากล้องถ่ายให้ เพราะว่าเป็นการถ่ายรายการของ Channel Freak ไปในตัว






มาดูส่วนประกอบและวิธีทำกันเลย



าน






(เช้ากับ พิธีกรรายการ Channelfreak คนจ๋วย)



1. Digestive Biscuit หรือ Cracker หรือ ขนมปังบุหรีก็ได้ ทุบบด



2. เนยจืดละลาย(การทำชอกโกเล็ตเกือบทุกชนิดจะใช้เนยจืดนะคะ)



(อัตราส่วนเช้าไม่ได้ตวง กะๆเอาพอให้มันอัดเป็นฐานได้ แบบพวกฐานชีสเค้กอะค่ะ)



วิธีทำ



1. เอาบิสกิทบด กับเนยละลายคลุกให้เข้ากัน อัดๆลงในฐาดที่รอง Foil ไว้แล้ว แช่เย็นไว้ซัก 15 นาทีค่ะ



ชอกโกเล็ต การ์นาช






1.ดาร์คชอก 150 g



2. ไวท์ ชอก 100 g



3. ครีม 1 ถ้วย



4. ชากลิ่น 4 Red Fruit 3 ซอง (กลิ่นอื่นก็ได้ตามชอบจ๊ะ)



วิธีทำ



1. อุ่นครีมให้ร้อนจนเริ่มเดือดเป็นฟองเล็กๆ (คนตลอดเวลาด้วยนะจ๊ะ ไม่อย่างนั้นมันจะไหม้ตรงก้นหม้อ) แล้วเทใส่ในชาม เอาถุงชาแช่ทิ้งไว้ (เอาช้อนกดๆให้มันท่วมมิดๆด้วยนะ ถ้าเป็นปได้ให้ทิ้งไว้ซักพัก แล้วพยายามบีบคั้นชาออกมาให้ครีมเป็นสีน้ำตาลนวลเลยแหละ เพื่อความหอม)






2. ละลายชอกโกเล็ตทั้งสองแบบ ด้วยวิธีการเข้าไมโครเวฟไฟอุ่นๆแล้วเอาออกมาคนบ่อยๆ หรือจะเป็นแบบ Water Bath แบบที่เช้าใช้ก็ได้ อันนี้ไม่ซีเรียสจ๊ะ ที่ต้องใช้ชอกโกเล็ตสองอันรวมกัน เพื่อให้ดาร์คชอกไม่ขมเกินไป และไม่หวานเกินไปนะ เช้าว่ารสนี้กำลังอร่อย ใครชอบหวานมากขมมากก็ไปปรับอัตราส่วนกันเอาเอง









3. พอชอกโกเล็ตละลายแล้ว เอาครีมลงไปกวน ถ้าครีมมันเย็นจนเกินไปแล้ว ให้อุ่นครีมนิดหน่อย แล้วผสมกับชอกโกเล็ตให้เข้ากันค่ะ



4. เทลงฐานที่ทำไว้ แล้วแช่เย็นไว้ซัก 1.5 - 4 ชั่วโมง (แช่ลืมเลยก็ได้)









ชอกโกเล็ต โค๊ตติ้ง



1. ชอกโกเล็ตขาว



2. ชอกโกเล็ตนม



3 ชอกโกเล็ตDark



วิธีทำ



ละลายเจ้าชอกโก้เหล่านี้แยกกัน โดยใช้วิธี "Water Bath" ถ้าใครไม่มีที่วัดอุณหภูมิสำหรับCandy ก็ให้กะให้น้ำในกระทะด้านนอกเป็นแค่ฟองปุดๆเล็กๆ แล้วเอาหม้อหรอชามที่ใส่ชอกโกเล็ตวางลงไปแล้วคนจนละลายค่ะ มีสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ เพราะว่าถ้าอุณหภูมิของชอกโก้ ไม่ควรจะทำให้เกิน 60C ไม่เช่นนั้นโมเลกุลไขมันจะเปลี่ยนรูปราง ทีนี้พอแช่เย็นแล้ว เอากลับออกมา ก็จะทำให้ชอกโก้เหลวง่าย ใครที่ทำชอกโก แล้วมันละลายอย่างเร็ว ก็เพราะว่าไม่ระวังเรื่อง อุณหภูมิค่ะ









แค่นั้นยังไม่พอ พอละลายแล้ว เราต้อง Temper ชอกโก้ โดยการ ย้ายมันออกตากหม้อ มาลงในพื้นหินอ่อน แต่เช้าไม่มี เลยลงในชามแทน แล้วคนกลับไปเรื่อยๆจนอุณหภูมิลดเหลืออุณภูมิห้อง (32C) แต่ ถ้าไม่มี Termo ก็เช่นเดิม เอานิ้วจิ้มแล้วไม่ร้อน 555 ดูดนิ้วให้เรียบร้อยด้วย



ลำดับในการละลาย ละลายสีขาวก่อน ใส่ถุงพลาสติกใส่บาตร รัดหนังสติกแยกไว้ ตามด้วยชอกนม อันนี้ใส่ถ้วย Temper ให้เรียบร้อย ตามด้วย Dark Choc ใส่ถุงใส่บาตรไว้เช่นกัน



-นำเจ้าขนมที่แ่ช่ไว้จนset ตัวแล้ว ออกมาตัด (มันอาจจะเหลวนิดหน่อย) แล้วเอาเจ้าก้อนขนมของเราวางบนซ่อม เหนือถ้วยใส่มิลค์ชอค แล้วเอาช้อนตักราดให้ทั่วชิ้นค่ะ วางไว้บนถาดที่ไม่ติด หรือถาดอะไรก็ได้ ที่ห่อ foil แล้วจับมันกลับไปแช่เย็น! (แต่ถ้ามีของตกแต่งจะปะ ก็ปะไปก่อนเลยนะ มันจะได้ติด)









ของตกแต่ง และวิธีการตกแต่ง






ของตกแต่งวันนี้มีแผ่น Film Acetate อันนี้ซื้อได้ตามร้านเบเกอรี่ค่ะ ไว้ปะลงบนชอกโกเล็ตที่ยังเหลวอยู่ แล้วพอดึงออก ลายมันจะติดที่ชอกโก้



ตามมาด้วย หัวใจหินอ่อน อันนี้ทำโดยใช้วิปครีมที่ผสมสี ใช้นิ้วละเลงบนแผ่นซิลิโคน หรือ Foil ทิ้งไว้ให้แห้งหน่อยๆ แล้วทาไวท์ชอกลงไป จากนั้นแช่ให้เย็นแล้วเอาพิมพ์รูปหัวใจตัด









สุดท้าย เจ้าชอกโก้ขาว และ Dark ที่ใส่ถุงใส่บาตรไว้นั้นแหละ เอามาตัดปลายออกเป็นรูเล็กๆ พอให้บีบเป็นเส้นได้ แค่นี้ก็เป็นถุงบีบชอกโกเล็ตง่ายๆแล้ว






ตกแต่งตามใจฉันเลยจ้าา






วิธีตกแต่งแบบพาย



ถ้าทำเป็นพาย ก็เอามิลค์ชอกละเลงหน้า แล้วจะแช่เย็น บีบไวท์กับดาร์คสลับเส้น หรือ จะ ละเลงมิลค์ชอก แล้ว ขีดเส้น ไวท์ กับดาร์ค มั่วๆ แล้วเอาไม้จิ้มฟันหรือปลายมีด วนไปวนมาก็ได้นะ ^^















 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2552 15:25:10 น.
Counter : 2222 Pageviews.  

Very Blueberry Bake Cheese cake with blueberry sauce


lสูตรนี้เคยลงที่ exteen มาแล้วค่ะ หน้าตาก็เหมือนกัน เพราะว่ากอบมาแปะ อยากจะย้ายทั้งหมดมาลงที่ bloggang เลย ใครที่เคยเห็นที่ exteen ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ




ด้วยว่าพี่ี่ที่ทำงาน Request ว่าอยากทาน Blueberry Cheesecake ครั้นจะทำออกไปเป็นชีสเค้กธรรมดาเดี๋ยวเสียชื่อ เลยอัดบลูเบอรี่ไปเยอะๆ และ กวนซอสเองซะเลย



ดูรูปกันก่อนเลยค่ะ จัดจานสวยงาม



 



จริงๆ อบมาหน้าตามันจะไม่สวยเท่าไหร่ เพราะว่าตัว Swirl เช้าทำ Puree ไม่ละเอียดไปหน่อย อบมาเลยเหมือน Scar แบบนี้



 



แต่พอตัดมาเป็นชิ้นๆแล้วดูดีใช่ย่อย






พระเอกของงานก็ต้องเจ้านี่~



 



ส่วนอันนี้ ingrediet overall ค่ะ



 



มาดูวิธีทำกันตามระเบียบเลยค่ะ






ส่วนฐาน



                  ทำเหมือนฐานชีสเค้กทั่วๆไปสูตรไหนก็ได้  ถ้าทำตามเช้าก็สูตรจิ้มดูดนะคะ แต่ว่าจะทำชีสเค้กเจ้านี่ ถ้าจะเอาออกจากพิมพ์ตั้งเป็นชิ้นได้ ต้องเป็นพิมพ์แบบถอดฐานออกได้นะคะ ไม่งั้นก็ตักกินในพิมพ์ ทำเป็นชีสพายแทนได้


  • มี แครกเกอร์ หรือ Digestive Biscuit หาได้ตาม Food land Villa และ Central Food hall กล่องแดงๆ ของจีนราคาปานกลางค่ะ (ถูกกว่ายี่ห้ออื่น) ซึ่งครึ่งห่อ บดละเอียด







  • เนยจืดซักสองถึงสามช้อนโต๊ะ ละลาย (กะเอาว่าคลุกๆพอทำให้เนื้อบิสกิดบด สามารถ อัดติดกันเป็นก้อนได้

  • น้ำตาลทรายแดง หนึ่งช้อน ถึงสอนช้อนชา






วิธีทำ




ผสมน้ำตาล กับบิสกิดด้วยกันก่อน ใส่เนยละลาย คลุกๆๆแล้วอัดใส่พิมพ์เลยค่ะ



ส่วนบลูเบอรี่ Puree







ทำง่ายมาก คือเอาบลูเบอรี่แช่ฟรีสซัก 2/3 ถ้วยมาปั่นละเอียด ใส่แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา คนๆตั้งทิ้งไว้



ส่วน ครีมชีส







  • Cream Cheese 1 ก้อน+ ครึ่งก้อน(ก้อนละ 250 จ้า)

  • ไข่ 2 ฟอง

  • น้ำตาล 1/2 + 1/6 ถ้วย

  • ครีม 1/3 ถ้วย (ปกติใช้วิปครีม แต่คราวนี้ลองใช้เนสเล่กระป๋องดูค่ะ เห็นว่า% ไขมันต่ำกว่าครึ่งนึง แต่รสครีมนมยังคงอยู่ ออกมาก็ ok นะ ไม่แน่นเท่าแต่รู้สึกสบายใจ ส่วนความเนียนยัง ok ค่ะ)

  • วานิลา 1 ช้อนชา

  • แป้งสาลี 1/8 ถ้วย






วิธีทำ




Preheat 180C

1. ตีครีมชีส 1 ก้อนกับน้ำตาล 1/2 ถ้วยให้เนียนก่อนค่ะ ราวๆ 3 นาที (สปีดต่ำนะ) แล้วจึงนำครีมชีสกับน้ำตาลที่เหลือลงไปตีให้เนียนเนื้อเดียวกัน(อันนี้สปีดกลางค่ะ

2. ใส่แป้งสาลี ตีพอเข้ากันค่ะ (ใช้สปีดต่ำหรือกลาง)

3. ใส่ไข่ทีละฟอง สปีดกลางค่ะ

4.ใส่วานิลลา (สปีดต่ำ)

5.  หยุดเครื่อง ใส่ครีมแล้วใช้ไม้พายหรือตะกร้อมือ หรือช้อน ตะล่อมคนให้เข้ากันค่ะ (ตีครีมมากไปมันจะแตกตัวได้น่อ)



วิธีประกอบ

1. เทส่วนผสมของครีมชีสลงไปบนครัสท์ 1/2 ก่อนค่ะ หยอดส่วนของ Blueberry Puree ไปเป็นหย่อมๆ  (เหลือไว้หยอดตรงหน้าด้วยนา) ปาดไปปาดมา ให้พอเป็นลายๆค่ะ อย่าปาดเยอะ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นชีสเค้กสีม่วง ไม่เป็นลาย

2. เทส่วนผสมที่เหลือตามลงไป พยายามเกลี่ยให้ปาดมิดหน้าม่วงๆที่ทำไว้ แล้วหยอดเขียนลายข้างบนอีกรอบ (วิธีเขียนลาย คือหยอดเป็นหยดใหญ่ๆ ซัก หกหยด บนเค้ก แล้วเอามีดปลายแหลม เขี่ยไปมาเป็นเลข 8 ซ้ายขวาตามใจชอบค่า

3 ห่อพิมพ์ด้วยกระดาษFoil รอบๆ (ไม่ใช่คลุมหน้านะ) แล้วเอาวางลงบนถาดที่ใส่ผ้าขนหนูชุบน้ำจนชุ่ม~ แล้วเข้าเตาอบ 1 ชั่วโมง 30 นาทีค่ะ ชีสเค้กจะฟอร์มตัวแต่ไม่แข็งเป็กๆ มันอาจจะดูดุ่ยๆ บ้าง แต่พอเย็นแล้วมันจะ set ตัวขึ้นค่ะ





4. พอสุกแล้ว อย่าเอาออกจากเตาทันที ไม่งั้นหน้าแยก ให้แง้มเตาอบทิ้งไว้ค่ะ แล้วทิ้งไว้ซักสองชั่วโมงหรือจนมันอุณหภูมใกล้เคียงอุณหภูมิห้อง





5. พอมันเย็นแล้ว เอาเข้าตู้เย็นค่ะ (ถ้าเข้าเลยฐานจะแฉะ) แช่ไว้ 1 คืน ตอนเช้าถึงตัดกินได้



ถ้าไม่ราดซอสมันจะหวานไปหน่อย ราดซอสกำลังดี ถ้าขี้เกียจทำซื้อกระป๋องก็ได้ แ่ต่ไม่อร่อยเท่าทำเองอะเช้าว่า





เบอรี่ซอส





1. บลูเบอรี่แช่แข็ง2/3 ถ้วย + ราสเบอรี่แช่แข็ง 1/3 ถ้วย (หรือเป็นบลูเบอรี่หมดเลยก็ได้) ปั่น แล้วผสมกับน้ำ 1/2 ถ้วย จากนั้นกรองเอากากออกเก็บแต่น้ำ

2. บลูเบอรี่แช่แข็ง 1/3 ถ้วย หรือมากกว่านั้นก็ได้แล้วแต่ชอบ

3. น้ำตาลตามใจชอบ

4. แป้งสาลี ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำนิดหน่อย (ถ้าชอบข้นๆใส่เพิ่มได้นะ)







วิธีทำ


          เอาน้ำเบอรี่ ผสมน้ำตาลชิมรสให้หวานพอดี ตั้งไฟให้เดือด ใส่บลูเบอรี่แช่แข็ง ทิ้งไว้ให้มันนิ่มๆ บี้นิดๆหน่อยๆพอประมาณ แล้วชิมรสใส่น้ำตาลเพิ่มอีกที พอรสได้ที่ ก็ใส่น้ำผสมแป้งสาลี พอให้ข้นแล้วยกลงจากเตาได้เรยจ้า


 



สุดท้าย ก็รวมร่าง ใส่กล่อง แจกจ้า~ 



 



 





 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2552 16:54:23 น.
Counter : 2536 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

Chibiasa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I'm a cat but not just a CAT.
Friends' blogs
[Add Chibiasa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.