ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
15 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
JAS-39 Gripen: บินไปกับซิมกริพเพนและพูดคุยกับรองผู้อำนวยการโครงการกริพเพนในประเทศไทย

//www.thaiarmedforce.com/special/tafspecial12/tafspecial12.htm

หลังจากงาน Defense & Security 2009 ทีมงาน TAF ได้ทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับ Gripen ในงานนี้ โดยมีทั้งการทดลองบินกับเครื่องฝึกจำลองการบินและบทสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Saab ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโครงการ Gripen ในไทย เชิญติดตามได้เลยครับ




Part I: Gripen เครื่องบินขับไล่ที่บินได้ง่ายมาก
By rinsc seaver

"Gripen เป็นเครื่องบินขับไล่ที่บินได้ง่ายมาก" นี่คือคำกล่าวของนาย Michael Olofsson รองผู้อำนวยการ โครงการ Gripen ในประเทศไทยของ Saab ที่กล่าวกับทางทีมงานของ ThaiArmedForce.com "ในการออกแบบ Gripen เราต้องการลดภาระของนักบินในการบังคับเครื่องทั้งในระหว่างการวิ่งขึ้น การร่อนลง และการบินไป/กลับจากพื้นที่ปฏิบัติการ ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้นักบินสามารถพุ่งสมาธิทั้งหมดไปยังการปฏิบัติภารกิจจริงของการรบ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับเครื่องบินฝ่ายตรงข้าม การโจมตีเป้าหมายทั้งบนบกและในทะเล หรือการลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ ทำให้การปฏิบัติภารกิจได้ประสิทธิภาพมากที่สุด" นาย Olofsson กล่าว



เพื่อสนับสนุนคำกล่าวนั้น Saab ผู้ผลิตเครื่องบินขับไล่ Gripen ได้นำเครื่องจำลองการบิน (flight simulator) มาตั้งแสดงและเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับเชิญจากบริษัท ทดลองทำการบินจริง ซึ่งในโอกาสนี้นาย Olofsson ได้เปิดโอกาสให้ทางทีมงาน ThaiArmedForce.com ได้ทดลองทำการบินในเครื่องฝึกบินดังกล่าวด้วย

ทั้ง นี้เครื่องจำลองการบินดังกล่าวจำลองมาจากห้องนักบินจริงของเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ที่กองทัพอากาศไทยสั่งซื้อมาใช้งานในล็อตแรก 6 เครื่อง และมีลักษณะใกล้เคียงกับเครื่องจำลองการบินที่กองทัพอากาศได้จัดซื้อมาใช้ ฝึกนักบินที่กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี ในขั้นต้นจำนวน 1 ชุด สิ่งที่ต่างกัน คือ ในเครื่องตัวจริงจะครอบด้วยโดมที่มีจอภาพรอบทิศทาง 360 องศา ทำให้เมื่อนักบินอยู่ในเครื่องฝึกจะมองเห็นภาพภายนอกได้รอบทิศทางเหมือนใน เครื่องบินจริงๆ ในขณะที่เครื่องที่ทางบริษัทนำมาตั้งแสดงจะมองเห็นภายนอกเฉพาะด้านหน้าภายใน มุมจำกัดประมาณ 120 องศาเท่านั้น

เในเครื่อง จำลองประกอบด้วยจอภาพอเนกประสงค์สี 3 จอ จอภาพซ้ายแสดงข้อมูลการบิน เครื่องยนต์ เชื้อเพลิง อาวุธที่ติดตั้ง ปริมาณเป้าลวง (ปริมาณเชื้อเพลิงจะบอกเป็น % โดยวันนี้เชื้อเพลิงของเราจะมีไม่จำกัด ตัวเลขจะอยู่ที่ 100% ตลอด เราสามารถทดลองบินได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเติมเชื้อเพลิงใหม่ ส่วนอาวุธของเรามีอาวุธนำวิถีอากาศ-สู่-อากาศพิสัยใกล้ จำนวน 6 นัด และกระสุนปืนใหญ่อากาศขนาด 27 มม. เต็มอัตรา 120 นัด แต่ตัวเลขจำนวนกระสุนจะบอกเป็น % เช่นกัน) จอภาพกลางแสดงแผนที่ดิจิตอล และข้อมูลจากระบบ data-link เช่น ตำแหน่งของอากาศยานลำอื่นๆ จอภาพขวาแสดงข้อมูลจากระบบตรวจจับ เช่น เรดาร์ หรือกระเปาะตรวจจับและชี้เป้า โดยที่จอภาพนี้ปุ่มที่อยู่ด้านซ้ายบนจะใช้ในการเลือกโหมดการปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเลือกได้ 3 แบบ คือ อากาศ-สู่-อากาศ อากาศ-สู่-พื้น/ทะเล และลาดตระเวน เมื่อนักบินกดเลือกโหมดใดๆ เครื่องจะปรับการทำงานทุกอย่างให้เหมาะสำหรับโหมดนั้น เช่น เมื่อเราเปลี่ยนไปเป็นอากาศ-สู่-พื้น เครื่องจะปรับการทำงานของเรดาร์ไปจับเป้าบนพื้นดินโดยอัตโนมัติ หรือเมื่อเลือกโหมดลาดตระเวน เครื่องจะนำภาพจากกระเปาะลาดตระเวนมาแสดงบนจอภาพแทนภาพจากเรดาร์โดย อัตโนมัติเช่นกัน



นอกจากนี้ด้านซ้ายยังมีจอภาพสีเดียว (โมโนโครม) ที่เล็กกว่า แสดงข้อมูลระบบสื่อสาร ระบบนำร่อง ส่วนตรงกลางจะเป็นจอภาพ HUD แสดงข้อมูลการบินเบื้องต้น เช่น ความเร็ว เลขมัค ความสูง ทิศทาง เส้นขอบฟ้า และข้อมูลการใช้อาวุธ แต่ในเครื่องจำลองข้อมูลบนจอ HUD จะแสดงบนจอภาพในที่ผนังห้อง ไม่ได้เป็นจอ HUD ของจริง ที่นั่งนักบินจะเป็นเก้าอี้ดีดตัวเหมือนจริง

การ บังคับเครื่องใช้อุปกรณ์ 3 ชิ้นเหมือนจริง คือ คันบังคับระหว่างขาทั้ง 2 ข้าง คันเร่งที่แผงด้านซ้าย ซึ่งจะทำงานเป็น 2 จังหวะ คือ ในช่วงแรกจะเป็นแรงขับตั้งแต่ 0-100% เมื่อดันไปข้างหน้าจนสุด จะต้องออกแรงอีกเล็กน้อย จะเป็นการเปิดสันดาปท้าย และคันบังคับหางเสือที่เท้าซ้าย/ขวา ถ้าเหยียบขณะบินจะบังคับหางเสือ ถ้าเหยียบขณะอยู่บนพื้นจะบังคับล้อหัวให้เครื่องเลี้ยว ส่วนถ้าใช้ปลายเท้ากดลงไปจะเป็นเบรคสำหรับร่อนลงจอด

ทีม งานของเราเริ่มจากการวิ่งขึ้น จากสนามบินของ Saab ในเมือง Linkoping ประเทศสวีเดน ซึ่งที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิต Gripen นั่นเอง การวิ่งขึ้นนั้นง่ายมาก เพียงแค่ดันคันเร่งไปด้านหน้าจนสุด จากนั้นเปิดสันดาปท้าย เครื่องจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างเร็ว เมื่อสัญลักษณ์แสดงตำแหน่งหัวเครื่องเทียบกับเส้นขอบฟ้า (รูปร่างเหมือนเครื่องบินที่มองจากด้านหน้า) เริ่มกระพริบ นั่นหมายถึงเครื่องมีความเร็วเพียงพอแล้ว เราก็สามารถดึงเครื่องขึ้นได้เลย จากนั้นก็เพียงเก็บฐานล้อโดยใช้คันโยกที่แผงใต้จอภาพอเนกประสงค์ฝั่งซ้าย

เมื่อ เครื่องอยู่ในอากาศแล้ว การบินก็เป็นไปอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยว การเลี้ยวมุมแคบที่แรงจีสูง (7-8 จี) การทำโรลอย่างเร็ว การทำลูป ฯลฯ เราถาม Olofsson ที่ยืนอธิบายอยู่ข้างๆ ว่าในเครื่องฝึกจริงที่กองทัพอากาศสั่งซื้อจะจำลองภูมิประเทศเหมือนที่กอง บิน 7 สุราษฎร์ธานี รวมทั้งส่วนอื่นๆ ของประเทศไทย ใช่หรือไม่ Olofsson กล่าวว่า "ถูกต้อง" และกล่าวเพิ่มเติมว่า "ตอนนี้ทางกองทัพอากาศไทยได้มีการสร้างข้อมูลภูมิประเทศจำลองเตรียมเอาไว้ พร้อมแล้ว เหลือเพียงการใส่ข้อมูลนี้ลงในเครื่องฝึกเท่านั้น" ภูมิประเทศในเครื่องฝึกนี้เป็นแบบ 3 มิติ เหมือนจริงทั้งหมด ในเมือง Linkoping นั้น Olofsson ชี้ให้เราดูสนามบินของกองทัพอากาศสวีเดนที่อยู่ใกล้ๆ กัน โรงงานประกอบ Gripen โบสถ์ของเมือง สนามแข่งรถ แม่น้ำ ฯลฯ



หลังจากบินไปได้พักนึง เราก็พร้อมจะทดลองนำเครื่องลงจอดแล้ว การร่อนลงเป็นไปอย่างง่ายดายจนไม่น่าเชื่อ เราเพียงแค่หาสนามบินให้พบ ลดความเร็วลงที่ระดับเหมาะสม กดหัวเครื่องลงโดยเล็งไว้ที่ปลายทางวิ่ง กางฐานล้อให้พร้อม เมื่อใกล้ถึงพื้น ระบบควบคุมการบินจะสั่งให้เรายกหัวเครื่องขึ้น แล้วเราก็สัมผัสพื้นอย่างนุ่มนวล เราบังคับเครื่องให้เลี้ยวตรงทางวิ่งด้วยคันบังคับหางเสือที่เท้า (ตอนลงเราไม่ได้วางตัวมาในแนวขนานกับทางวิ่งเท่าไหร่นัก โดยเบนออกไปทางซ้ายเล็กน้อย) จากนั้นก็เริ่มเบรกโดยกดปลายเท้าลงบนคันบังคับหางเสือ ในเที่ยวนี้เราจะฝึก Touch-and-Go กัน เมื่อเครื่องมีความเร็ว 70-80 น็อต เราก็เหลือความยาวทางวิ่งแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น เราดันคันเร่งจนสุด เปิดสันดาปท้าย ไม่น่าเชื่อว่าเราสามารถนำเครื่องขึ้นได้โดยยังเหลือความยาวทางวิ่งอีกเล็ก น้อย นี่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการวิ่งขึ้นด้วยทางวิ่งสั้นของ Gripen ได้เป็นอย่างดี

เมื่อเราขึ้นสู่ท้อง ฟ้าอีกรอบ เราถาม Olofsson ว่าเครื่องจำลองการบินนี้มีอะไรที่ต่างไปจาก Gripen ลำจริงๆ บ้าง Olofsson ตอบว่า "ทุกอย่างเหมือนจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคุณลักษณะทางการบินของเครื่อง การตอบสนองต่อการบังคับเครื่อง การทำงานของระบบตรวจจับ ระบบอาวุธ ระบบป้องกันตัวเอง แต่จะมีข้อมูลบางอย่างเล็กน้อยที่เป็นความลับและจะไม่มีในเครื่องจำลองการ บินที่ตั้งแสดงนี้ ซึ่งจะมีเฉพาะในเครื่องจำลองการบินของจริงที่กองทัพอากาศจัดซื้อ เช่น ระยะตรวจจับที่แท้จริงของเรดาร์ ระยะยิงที่แท้จริงของอาวุธนำวิถี"

จาก นั้นเราได้ทดลองบินกันต่ออีกช่วงหนึ่ง ก่อนเราจะทดลองร่อนลงจอดกันอีกรอบ แต่คราวนี้เราลดระดับเข้าสู่ทางวิ่งด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ก่อนจะเปิดเบรคอากาศช่วยเพื่อลดความเร็วลง หลังจากกางฐานล้อ เราเล็งหัวเครื่องไปที่กึ่งกลางของทางวิ่ง เครื่องแตะพื้นเมื่อเหลือความยาวทางวิ่งอีกเพียง 1 ใน 3 พร้อมแรงกระแทกพอประมาณ เราดึงคันเร่งกลับมาด้านหลังจนสุด และเหยียบเบรคเต็มที่ในทันที ความเร็วของเครื่องลดลงอย่างรวดเร็วมาก และเราหยุดที่ปลายทางวิ่งได้พอดี นี่คืออีกหนึ่งขีดความสามารถของ Gripen ซึ่งก็คือการร่อนลงจอดโดยใช้ทางวิ่งสั้นนั่นเอง

เนื่อง จากเวลาที่มีจำกัดทีมงานของเราจึงต้องกล่าวคำอำลา Olofsson โดยที่ยังไม่ได้ทดลองการใช้อาวุธหรือการทำงานของเรดาร์ของเครื่องแต่อย่างใด ก่อนจะกลับ Olofsson กล่าวว่า "เราคงจะได้พบกันอีกครั้ง ในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปี 2011) ในงาน Defense ครั้งต่อไป" ซึ่งเราตอบไปว่าแน่นอนที่สุด





Part II: พูดคุยกับรองผู้อำนวยการโครงการกริพเพนในประเทศไทย
By Skyman


ใน งาน Defense & Security 2009 บูทของซาบเป็นหนึ่งในบูทที่ได้รับความสนใจมากที่สุดบูทหนึ่งของงาน และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้พบปะกับบุคคลสำคัญของซาบซึ่งมีส่วนร่วมกับการจัด หาเครื่องบินขับไล่กริพเพนของไทย ในโอกาสนี้ ทีมงาน ThaiArmedForce.com ได้รับเกียรติจาก Mr. Michael Olofsson รองผู้อำนวยการโครงการกริพเพนในประเทศไทย พูดคุยกับเราถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เราอยากรู้เกี่ยวกับกริพเพน



-กริพเพนต้องแข่งขันกับเครื่องบินขับไล่จากสหรัฐและรัสเซีย การแข่งขันนี้ยากแค่ไหน?
ตอบ: การแข่งขันในโครงการจัดหาเครื่องบินรบนั้นมักจะยากมากเสมอเนื่องจากมันมี ปัจจัยหลายอย่างซึ่งทำให้ประเทศหนึ่ง ๆ ตัดสินใจจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบนั้น ๆ อย่างแรกคุณต้องมีเครื่องบินขับไล่ที่มีประสิทธิภาพพอที่จะตอบสนองความต้อง การทางทหาร แต่ทุกวันนี้ก็มีเครื่องบินขับไล่หลายแบบซึ่งสามารตอบสนองความต้องการทาง ทหารได้ ดังนั้นคุณต้องสามารถที่จะเสนอบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่า ผมคิดว่าเราสามารถเสนออะไรที่มากกว่าเครื่องบินขับไล่ที่มีประสิทธิภาพและ สินค้าอื่นของเรา หลังจากนั้นคุณต้องสามารถที่จะเสนอการเป็นหุ้นส่วนและคุณต้องนำเสนอบริษัท ของคุณและประเทศของคุณในการเป็นพันธมิตรซึ่งประเทศไทยและกองทัพอากาศไทยต้อง การที่จะร่วมมือด้วยในอีก 40 ปีหรือแม้แต่นานกว่านั้น คุณต้องสร้างความเชื่อมั่นและสายสัมพันธ์ นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ ในอีกด้านมันก็มีปัจจัยอื่นเช่นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความร่วมมือทาง อุตสาหกรรม เราเชื่อว่าเรานำเสนอสิ่งนั้นได้ เราพูดว่าเมื่อพูดถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้วเราจะไม่จำกัดว่าเราจะสามารถ ถ่ายทอดอะไรได้ ยกตัวอย่างเช่น การเข้าถึงซอร์สโค้ด ซึ่งเราให้สิทธิในการเข้าถึงในขณะที่คู่แข่งของเราบางรายไม่สามารถทำเช่น นั้นได้ พวกเขาแค่พูดว่าคุณสามารถซื้อสินค้าจากเราได้แต่เรามีขอบเขตที่คุณไม่สามารถ สัมผัสหรือคุณไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ สำหรับเราแล้วมันสำคัญที่จะเปิดเผยและซื่อสัตย์ที่จะพูดว่าเราเปิดโอกาสให้ คุณเข้าถึงซอร์สโค้ด นั่นหมายความว่าวิศวกรของไทยสามารถพัฒนาหรือปรับแก้ซอร์แวย์ด้วยตัวของพวก เขาเองซึ่งนั่นหมายถึงเมื่อเราถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสร้างโอกาสสำหรับ อุตสาหกรรมของไทย นั่นคือสิ่งที่แตกต่าง

-Gripen faced competition with the advanced American and Russian fighter. How hard it was with the competition?
Ans: Fighter competition is always very difficult because there are so many factors that decide what fighter a country chooses. First of all you need to have a very capable fighter to meet a military requirement but there is more than a fighter today that can meet a military requirement so you have to be able to offer something more and I think we were able to offer more than a capable fighter with our other product as well. After that you need to be able to offer a partnership and you have to present you company and your country as an ally and someone that Thailand and the Thai Air Force want to cooperate with for the next 40 years or event longer. You have to establish a trust and relationship. That’s always important. Then there are other issues such as technology transfer and industry cooperation. We believe that we can offer that. We have said that when it comes to technology transfer we will not limit what we are able to transfer. For example, an access to source code, we give that. Some other competitor they don’t do that. They only say you can have our product but we have black boxes that you cannot see or touch or you cannot access to technology. For us it’s important to be opened and honest to say we give access to source code. That’s mean Thai engineer can actually develop and refine the computer software by themselves. Which means that when we transfer the technology it’s give a chance for Thai industry. That’s a different.

- การขายกริพเพนให้ประเทศไทยสำคัญอย่างไรต่อซาบและกริพเพนในตลาดโลก?
ตอบ: มันสำคัญมาก การจัดหาเครื่องบินรบทุกการแข่งขันล้วนสำคัญมาก ประเทศไทยมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรก นี่คือครั้งแรกที่กริพเพนสามารถขายได้ในประเทศเอเชียซึ่งมันสร้างจุดอ้างอิง ของเราในตลาดนี้ และมันยังสร้างการอ้างอิงให้กับลูกค้าในภูมิภาคและหวังว่ามันจะช่วยเราในการ แข่งขันในประเทศอื่นในภูมิภาค และมันยังสำคัญเพราะว่าในขณะนี้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศล่าสุดของโลกซึ่ง จัดหาเครื่องบินขับไล่ลำใหม่และมันยังมีการแข่งขันอีกมากไม่แต่เฉพาะใน เอเชียแต่ยังมีในภูมิภาคอื่นของโลก ซึ่งประเทศไทยคือหนึ่งในประเทศล่าสุดที่จัดหากริพเพน

How the Thailand Gripen sale is important to Saab and Gripen in the world market?
Ans: Very important. Every fighter procurement is very important. Thailand is important for a number of reasons. First off all, this is the first time that the Gripen is sold in Asia which means it’s give us a platform in this market. It does create a reference customer in this region and hope it will help us in the other country in the region. It’s also important because Thailand is now one of the latest countries in the world to select a new fighter aircraft and there are many ongoing fighter competitions not just in Asia but in the other region in the world. Thailand is one of the most recent one to select the Gripen.

- เร็ว ๆ นี้รัฐบาลไทยตัดสินใจชะลอการจัดหากริพเพนในล็อตที่สองออกไปเนื่อจากภาวะ วิกฤตเศรษฐกิจ คุณคาดหวังมากแค่ไหนกับคำสั่งซื้อล็อตที่สอง?
ตอบ: อย่างที่คุณทราบว่าสัญญาระหว่างไทยและสวีเดนนั้นเป็นสัญญาระหว่างรัฐบาลต่อ รัฐบาล แม้ว่าในล็อตแรกนั้นโครงการยังดำเนินไปตามกำหนด แต่เท่าที่ผมทราบและเท่าที่มีข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรม การเจรจาจาระหว่างไทยและสวีเดนกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ซึ่งการวางแผนในการจัดหาล็อตที่สองนั้นยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิมที่จะล่า ช้าออกไป 1 ปี

- Recently Thai government decided to delay the procurement of second batch of Gripen due to the economic crisis, what do you hope about the second batch order?
Ans: As you know the contract between Thailand and Sweden is between the Thai Air Force and the Swedish Government. The first batch of the program is running according to schedule. As far as I know and as far as the information from the industry, the discussion between Thailand and Sweden are very well ongoing. The planning process for ordering the second batch according to schedule which is one year delay from the original plan.

- จากเรดาร์จีราฟ, จรวดต่อสู้อากาศยานอาร์บีเอส-70 และในตอนนี้ก็เป็นกริพเพนและอิริอาย ดูเหมือนว่าซาบกำลังจะกลายเป็นหุ้นส่วนหลักกับกองทัพอากาศไทย ในความเห็นของคุณ อะไรคือสิ่งที่ทำให้ซาบได้รับความไว้วางใจนี้จากกองทัพอากาศไทย
ตอบ: ผมคิดว่าเหตุผลหลักก็คือเราส่งมอบในสิ่งที่เราสัญญาไว้ โอกาสเดียวของเราที่จะได้รับสัญญาการจัดหาอย่างต่อเนื่องก็คือความไว้วางใจ ในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เราส่งมอบในสิ่งที่เราสัญญาไว้ทุกครั้งและมันก็ทำให้เรามีความหวังว่าลูกค้า ของเราจะกลับมาหาเราและให้โอกาสเราอีกในอนาคต ในความเห็นของผม นี่คือแนวคิดแห่งความสำเร็จของซาบ เราทำธุรกิจที่นี่มานานและเราสามารถได้รับความไว้วางใจไม่เฉพาะแต่จากกองทัพ อากาศไทยแต่ยังได้รับจากเหล่าทัพอื่นของกองทัพไทย และเราก็ตั้งใจที่จะรักษา (ความไว้วางใจนั้น) เอาไว้ และเราเชื่อว่าพวกเขาคือลูกค้าที่สำคัญสำหรับเรา

- Giraffe radar, RBS-70, and now Gripen and Erieye. Seem like Saab start becoming a key partner with the Royal Thai Air Force. In your opinion, what is the thing that makes Saab won this thrust from Royal Thai Air Force?
Ans: I think that the main reason is we deliver what we promise. The only chance for us to win the repeated order is to be a trusted business partner. We deliver on our promises every time then the customer will hopefully come back to us and give us more opportunity. In my opinion, that is the wining concept of Saab. We have been here for a long time and we are able to gain this trust with the Royal Thai Air Force as well as the other branches of the Royal Thai Armed Force. We intend to keep it that way. We believe that they are a very important customer for us.



- เมื่อไม่นานมานี้ซาบได้ประกาศที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างซาบและเอเวีย แซตคอม ทำไมคุณถึงเลือกเอเวีย แซตคอมในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ?
ตอบ: มันมีเหตุผลสองสามข้อสำหรับการตัดสินใจนี้ ในการที่เราถ่ายทอดเทคโนโลยีให้มันสำคัญว่าจะต้องมีผู้รับเทคโนโลยีในประเทศ ไทยที่สามารถรับเทคโนโลยีนั้นได้ ... สิ่งที่เราทำก็คือเรามองไปที่อุตสาหกรรมการทหารและการบินของไทยและเราก็พบ ว่าบริษัทเอเวียแซตคอมเป็นบริษัทที่ทำในสิ่งที่แทบจะเหมือนกับที่เราทำที่ ซาบเมื่อพูดถึงเทคโนโลยีการสื่อสารและการพัฒนาเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Datalink) สำหรับอุตสาหกรรมการทหารและการบิน ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าเรามันเป็นไปได้สำหรับวิศวกรของเอเวียแซตคอมที่จะรับ เทคโนโลยี ซอร์ตโค้ด และซอร์ฟแวร์ซึ่งเราส่งมอบให้ และสิ่งที่เราหวังให้เอเวียแซตคอมช่วยให้เราเข้าใจความต้องการของลูกค้าใน ประเทศไทย

- Saab recently announces the establishment of the joint venture between Saab and Aviasatcom, why you choose the Aviasatcom as a business partner?
Ans: There are also a couple reasons for that. Now when we give away the technology it is important that there is someone in Thailand that can receive it ... and what we have done is we have look at Thai industry within the defense and aviation field we have found that Aviasatcom is the company that doing almost the same thing that we are doing in Saab when it is come to telecommunication and datalink development for defense and aviation. So we believe that it is possible for Aviasatcom’s engineer to take the technology, the source code, and the software that we transfer and what we hope that Aviasatcom will do for us is help us understand the Thai requirement.

- ในอนาคต เอเวีย ซาบ เทคโนโลยีจะมีบทบาทมากขึ้นทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศหรือไม่?
ตอบ: ในเบื้องต้นนั้นเอเวีย ซาบ เทคโนโลยีจะมุ่งความสนใจไปที่ตลาดในประเทศเพราะเอเวีย ซาบ เทคโนโลยีจะต้องเติบโตไปกับบทบาทในการพัฒนาระบบเครือข่ายการแลกเปลี่ยน ข้อมูลทางยุทธวิธีของประเทศไทย แต่เรามุ่งหวังว่าในอนาคตเราจะสามารถส่งออกระบบสื่อสารขั้นสูงและระบบเครือ ข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลไปยังต่างประเทศได้

- Will Avia Saab Technology play more roles in both domestic and international the future?
Ans: It will initially focus on the local market because it will grow as a local Thai company which focuses on research and development for national tactical datalink. But the ambition is, in the future, we will also be able to export advanced telecommunication and datalink product to the export market.

- จะมีการตอบแทนทางอุตสาหกรรมแบบนี้ในอนาคตหรือไม่?ตอบ: ผมยังไม่มีข้อมูลในตอนนี้ แต่ผมสามารถบอกได้ว่ามันเป็นสิ่งที่เรากำลังมองหาอยู่อย่างแน่นอน

- Will it be more offset to Thailand announces in the future?
Ans: I don’t have any detail about it but I can tell you that it definitely will be something that we looking at.

- ด้วยบทบาทของคุณในการเป็นรองผู้อำนวยการโครงการกริพเพนในประเทศไทย คุณคิดอย่างไรกับกองทัพอากาศไทย
ตอบ: ผมคิดว่ากองทัพอากาศไทยเป็นกองทัพอากาศที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสวีเดนกับประเทศไทยและกับกองทัพอากาศไทยจะ ต้องแน่นแฟ้นขึ้นอย่างแน่นอน

- Consider your position as a Thailand’s deputy Gripen campaign manager, what do you think about the Royal Thai Air Force?
Ans: I think that the Royal Thai Air Force is an extremely professional air force. There is a growing bond between Sweden and Thailand and between Sweden and the Thai Air Force definitely.

- ซาบอุทิศการทำงานให้กับการสร้างเครื่องบินรบเพื่อป้องกันสวีเดนจากกองทัพ อากาศที่แข็งแกร่งของประเทศเพื่อนบ้าน ซาบเรียนรู้อะไรจากประสบการณ์นี้บ้าง?
ตอบ: คุณพูดถูกต้องที่สุดทีเดียว ซาบสร้างเครื่องบินรบมาตั้งแต่ทศวรรตที่ 1940 และเราก็มุ่งมั่นที่จะสร้างเครื่องบินรบเพื่อตอบสนองความต้องการของกองทัพ อากาศสวีเดนเสมอมา สวีเดนเป็นประเทศที่เป็นกลางมายาวนานซึ่งมันหมายความว่าเราไม่สามารถพึ่งพา พันธมิตรได้อย่างเดียว เรามีแผนการที่จะมีกองทัพอากาศที่ใหญ่พอเป็นของเราเอง ซึ่งนั่นทำให้เราต้องการอุตสาหกรรมการบินซึ่งต่อมากลายเป็นซาบ ดังนั้นสิ่งที่เราเรียนรู้ตลอดเวลาจากตรงนั้นก็คือเราต้องพัฒนาเครื่องบิน ที่ดีที่สุดจากทรัพยากรที่เรามีอยู่อย่างจำกัดเนื่องจากเราไม่ใช่ประเทศใหญ่ และเราก็มีงบประมาณทางทหารที่จำกัดมาก และในเวลาเดียวกันเราก็ต้องการเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพมาก ๆ ในจำนวนที่มากพอที่จะสร้างกองทัพอากาศที่เราต้องการได้ ดังนั้นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับเราก็คือเราถูกบังคับให้หาหนทางใหม่ ๆ สำหรับการมีเครื่องบินขับไล่ที่มีประสิทธิภาพแต่ไม่แพงจนเกินไปเสมอมา และในแง่หนึ่งของการที่กองทัพอากาศสวีเดนเคยใช้งานเครื่องบินขับไล่ดาร์กเคน และวิกเกนนั้น พวกเขาต้องการเครื่องบินขับไล่ที่ปฏิบัติงานบนถนนได้ นั่นหมายความว่าเครื่องบินลำนั้นจะต้องปฏิบัติการได้ด้วยการใช้ทางวิ่งที่ สั้นมาก มันยังหมายความอีกว่าเครื่องบินลำนั้นต้องดูแลรักษาง่ายเพราะคุณไม่มี เครื่องจักรกลหนักและคุณมีช่างเทคนิกที่จำกัดในสนามรบ ดังนั้นเราจึงต้องค้นหาวิธีที่จะทำให้เครื่องบินของเราดูแลรักษาง่ายกว่า เครื่องบินลำอื่น ยกตัวอย่างเช่น เครื่องบินขับไล่กริพเพนนั้น ในสนามรบและโดยไม่มีเครื่องจักรกลหนัก เราสามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์ด้วยการใช้คนเพียง 5 คนด้วยเวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมงโดยไม่ต้องการรถบรรทุกหรือเครื่องมือเพิ่มเติม ไม่มีเครื่องบินแบบใดที่ทำได้แบบนั้น เราหาวิธีที่จะทำเช่นนั้นได้เพราะเราถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องคิดนอกกรอบ ซึ่งมันก็มาจากผลของนโยบายทางด้านการทหารและงบประมาณทางด้านการทหารของเรา

- Saab dedicates their work to build the jet to defense Sweden from the mighty air force in your neighbor, what does the Saab learn from this experience?
Ans: You are absolutely right. Saab, we have been building fighter since the 1940s and we have always focus on building fighter for the Swedish air force towards Swedish requirement. Sweden has been for a long time a natural country which means we could not rely on ally. We had a plan that was to have a big enough air force by ourselves. That required a local aerospace industry which was then Saab. So what we learn from that is we always had to develop the best-possible aircraft but we have quite limited resources because Sweden is not a large country. We have a quite limited defense budget, for example, and at the same time we needed very advanced fighter aircraft in significant number to be able to have the air force that we needed it. So one of the main advantages for us has been we have been forced to find new way of doing thing in order to have an advanced capable fighter that not so expensive to operate. Then of course the way that the Swedish Air Force decided to operate with the Darken and Viggen before Gripen, they had a concept where you operate from the road base, for example. That is mean the aircraft is need to be able to operate from a very short distant. It is also mean that it is need to be very easy to maintain because you don’t have heavy machinery and you don’t have lot of people to work in the field. So we have to find solution for maintenance of the aircraft that were easier than the other aircraft. For example, Gripen fighter, in the field, without heavy machinery, we can change out an engine with only five people in less than one hour without any truck or machine for anything like that. There is no other aircraft in the world that can do that. We were force to think outside the box. As a result of the way that the Swedish defense policy and defense budget goes, we come up with this solution.



- ดังนั้นอะไรที่ซาบมีและคู่แข่งของซาบไม่มี?
ตอบ: ผมคิดว่ามันมีสองสิ่ง อย่างแรก เรามีประวัติศาสตร์และมรดกของการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ที่มีประสิทธิภาพด้วย ตัวของเราเอง นอกจากนั้นเรายังเรียนรู้ที่จะบูรณาการณ์อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ดีที่สุดเช่นกัน เพราะมันจะต้องใช้งบประมาณมากถ้าเราต้องพัฒนาทุกอย่างด้วยตัวของเราเองและใน เวลาที่งบประมาณทางทหารมักจะลดลงอย่างต่อเนื่อง คุณต้องหาหาทางที่จะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและคุณก็มาถึงจุดที่คุณไม่ สามารถพัฒนาทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ดังนั้น สิ่งที่เราทำก็คือเราพูดว่า ... โอเค ซาบไม่สามารถเป็นที่หนึ่งของทุกสิ่งได้และมันก็เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการพัฒนาอุปกรณ์การบินที่สำคัญและบูรณาการณ์ระบบ เหล่านั้นให้เป็นเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพ เราจะทำการออกแบบเครื่องบินรบและซอร์ฟแวร์และระบบควบคุมการบินและสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น แต่เราไม่ใช่ผู้นำของตลาดโลกทางด้านเครื่องยนต์เจ็ตหรือเก้าอี้ดีดตัวหรือ จอแสดงผลตรงหน้า (HUD) หรืออะไรเหล่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็คือเราให้ความสนใจไปที่สิ่งที่เราทำได้ดีและเราก็ออก ไปซื้อสินค้าที่ดีที่สุดในตลาดโลก ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณดูเก้าอี้ดีดตัว เรามีผู้ผลิตเก้าอี้ดีดตัวที่ดีที่สุดในโลกอยู่แล้วนั่นคือมาร์ติน เบเกอร์ ทำไมซาบต้องพัฒนาเก้าอี้ดีดตัวในเมื่อเราสามารถซื้อเก้าอี้ดีดตัวที่ดีที่ สุดได้? จอภาพก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ถ้าเราตัดสินใจที่จะพัฒนาจอภาพของเราเองจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก มันมีบริษัทดี ๆ ที่พัฒนาจอภาพที่มีคุณภาพดี ดังนั้นเราจึงไปหาบริษัทเหล่านั้นที่มีอยู่ทั่วโลกและเราซื้อสินค้าที่ดีที่ สุดของพวกเราและบูรณาการณ์มันเข้าด้วยกันกลายเป็นเครื่องบินรบที่มี ประสิทธิภาพเพราะนั่นคือสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ผลพลอยได้หลักที่เราได้จากการทำเช่นนี้ก็คือ แทนที่เราจะพัฒนาอุปกรณ์ที่ติดตั้งบินเครื่องบินรบซึ่งมันอาจจะต้องถูกผลิต ในจำนวนน้อย เราสามารถจัดหาอุปกรณ์เหล่านั้นจากบริษัทซึ่งพัฒนาและขายบริษัทเหล่านั้นให้ กับบริษัทอื่น ดังนั้น งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาของพวกเขาจะผลักดันการพัฒนาอุปกรณ์นั้นและเราก็ ไม่ต้องจ่ายสำหรับสิ่งนี้ ซึ่งมันก็หมายถึงราคาที่ถูกลงสำหรับเรา ยกตัวอย่างเช่นการพัฒนากริพเพน เอ็นจี ซึ่งเป็นกริพเพนที่ถูกพัฒนาเพิ่มขึ้นจากในปัจจุบัน เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่เราใช้ในกริพเพน เอ็นจี คือเครื่องยนต์ เอฟ414 ของเจเนอร์รัล อิเล็กทริก มันเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดียวกับที่ใช้ในเครื่องบินขับไล่ (เอฟ/เอ-18อี/เอฟ) ซุเปอร์เฮอร์เน็ตของโบอิ้ง นั่นหมายความว่าเจเนอร์รัล อิเล็กทริก กองทัพเรือสหรัฐ และโบอิ้งเป็นผู้ผลักดันการพัฒนาเครื่องยนต์ตัวนี้ ปรับปรุงมันและทำให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน เราไม่ต้องทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง เราแค่นั่งลงและมีความสุขกับผลพลอยได้ (จากการพัฒนาของพวกเขา) และซื้อเครื่องยนต์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ผมคิดว่านี่คือกุญแจสู่ความสำเร็จของเราในการทำให้ราคาของเครื่องบินของเรา ลดลง เราสามารถควบคุมต้นทุนของโครงการและปล่อยให้บริษัทชั้นนำของโลกซึ่งมีความ ชำนาญในสาขาเฉพาะเหล่านั้นผลักดันการพัฒนาสินค้าของพวกเขา ดังนั้นเราจึงใช้แนวคิดนี้มากขึ้นเมื่อเราเราซื้อสินค้าที่บริษัทอื่นพัฒนา และบูรณาการณ์มันเข้าด้วยกันแทนที่จะพัฒนาทุกอย่างด้วยตัวเองซึ่งมันต้องใช้ งบประมาณมาก

- So what is the thing that Saab has but the competitor does not?
Ans: I think there are two things. First of all, we have a history and heritage of developing advanced fighter aircraft by ourselves. We have also learned to integrate the best of other product as well. Because it is quite expensive to develop everything by yourself and in the time where defense budget are always decreasing. You have to find even more cost effective solution and you reach the stage where it not possible to develop everything by yourself. So what we have done is we have said … OK, fine, Saab cannot be the best on everything and it is impossible. We are very good at flight critical component and taking those system and integrate it into a capable fighter. We will go designing a fighter and the computer software and flight control system and all those thing but we are not the world leading company in making a fighter jet engine or a ejection seat or a Head Up Display or something like that. So what we do is we focus on what we are really good at and then we also go out and buy the best product on the world market. If you take ejection seat, for example. We have the world best ejection seat, Martin Baker. Why should Saab develop the new ejection seat when we can buy the best ejection seat it is? The display, for example. If we decide to develop our own display there will be very expensive. There are very good company that developed a very good display. So we go to these the best company around the world and we buy their best product and integrate them because that what we are really good at, integrate them in to a very good fighter. The main benefit that we get from this is, instead of developing on item for one fighter that will never been produce in thousand and thousand of number, we can take the component that this company developing and selling to the other company. So their own research and development money is driving the development of this product and we don’t have to pay for that. That is meant a lower price for us. We take the Gripen NG, which is the further development of the Gripen, as an example. The new engine that we put on that aircraft is a General Electric F414 engine. It is the same engine that it is in the Boeing Super Hornet aircraft. That is mean that General Electric and the US Navy and Boeing, they are driving the development for that engine, keep upgrading and make it better and better every day. We don’t have to do that ourselves. We can just sit back and relax and enjoy the benefit of it and buy the existing product. I think it is a big key to our success keeping cost down for the aircraft. We can control the cost of the program and let the world leading company that they specialize in their field drive the development of their product. So we move more into that area when we buy product that someone else has been develop and integrate it rather than develop all products by ourselves because it is very expensive.

- ดังนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับกองทัพอากาศในการเลือกกริพเพนใช่ไหม?
ตอบ: แน่นอนที่สุด และมันก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของกองทัพอากาศไทยในการเลือกแพ็คเก็จซึ่ง เสนอโดยสวีเดน กริพเพนเป็นเครื่องบินขับไล่ที่ยอดเยี่ยม แต่มันก็สำคัญที่ต้องตระหนักว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ใหญ่กว่า กองทัพอากาศไทยจัดหาแพ็คเก็จการป้องกันภัยทางอากาศซึ่งประกอบด้วยเครื่องบิน ขับไล่กริพเพน เครื่องบินแจ้งเตือนล่วงหน้า และระบบควบคุมและสั่งการ ซึ่งแพ็คเก็จที่สมบูรณ์แบบนี้จะช่วยเปลี่ยนกองทัพอากาศไทยไปสู่กองทัพอากาศ ที่ทันสมัยซึ่งใช้หลักการสงครามเครือข่าย (network-centric warfare) ดังนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในการจัดหาแพ็คเก็จซึ่งมีเครื่องบินขับไล่กริ พเพนรวมอยู่ด้วย

- So is it the right decision for the Royal Thai Air Force by choosing Gripen?
Ans: Definitely, and it is the right decision by the Thai Air Force to choose the package that was offered by Sweden. The Gripen fighter is an excellent fighter aircraft, but it is important to remember that it is a part of something bigger. The Royal Thai Air Force bought an air defense package; the Gripen fighter, the airborne early warning aircraft, and the command and control system, and it is that completed package that will allow the transformation of the Royal Thai Air Force into a modern network-centric warfare air force. Therefore, it was a right decision to buy a Swedish package including with the Gripen fighter.

ทีมงาน ThaiArmedForce.com ขอขอบคุณ

- Mr. Peter Liander. Media Relation Manager. Saab Press Center.
- Mr. Michael Olofsson. Gripen Deputy Campaign Director, Thailand.
- Mr. Christer Neilsson. Thailand Gripen Media Representative


Create Date : 15 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2552 1:34:01 น. 7 comments
Counter : 3640 Pageviews.

 
ยาวจังเหม่งขี้เกียจอ่าน


โดย: น้าหนูนีล_น้องขวัญ วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:2:48:33 น.  

 
ว่าตามหนูเหม่งเลย


โดย: เพลงเสือโคร่ง วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:4:20:43 น.  

 
ปล
เฮียไปเจอรูป raptor supersonic โยมียัง



โดย: เพลงเสือโคร่ง วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:4:22:12 น.  

 
จริงด้วย ยาวจัง ดูแต่รูปก้พอ ชอบน้ำๆ คริคริ


โดย: แม่น้องขวัญ_ซาแมนต้า วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:8:18:51 น.  

 
ขอบคุณ

เริ่มผันตัวเอง เข้าสู่ระบบ สมบูรณ์แบบ


โดย: น้ำเค็ม วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:15:12 น.  

 
ข้อ "ดังนั้นอะไรที่ซาบมีและคู่แข่งของซาบไม่มี?" นี่ เอามาอ้างอิงได้กับพวกคนที่อยากให้ไทยผลิตและวิจัยทั้งหมดเอง ว่าแม้แต่บริษัทระดับสากลอย่างซาบก็ยังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่มีอยู่แล้วในโลก โดยไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด
ชอบเหตุผลตรงเครื่องยนต์ เอฟ414 มากด้วย ที่สรุปใจความว่ายังไงเขาก็ต้องพัฒนาให้ดีเพื่อลูกค้าหลักของเขาอยู่แล้ว เราก็แค่รับเอามาเป็นผลพลอยได้

รู้สึกปลื้มเพิ่มขึ้นอีกครั้งกับการเลือกกริพเพนมาเป็นเครื่องบินรบประจำการประเทศไทย


โดย: แมวหอบ วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:0:55:47 น.  

 
ห้องนักบินดูไฮเทคดีจังเลยอะ


โดย: น้องผิง วันที่: 18 พฤศจิกายน 2552 เวลา:10:51:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.