สรรพสิ่งล้วนเกี่ยวพัน
<<
กุมภาพันธ์ 2563
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
15 กุมภาพันธ์ 2563

ตายายสายแค้มปิ้ง2

ตอนที่แล้ว ออกจากห้วยน้ำดัง
เลี้ยวขวาไป ปาย
แวะถ่ายรูประหว่างทาง
บางที่อยากจอดถ่ายรูปแต่ทำไม่ได้
ด้วยไม่มีที่ให้จอดแบบปลอดภัยเลย
เคยมาปายครั้งหนึ่งเมื่อ8ปีที่แล้ว
เพราะอยากจะมาดูทุ่งบัวตอง
และมาดูคอนเสิร์ตหามรุ่งหามค่ำ
ไปพักอยู่ที่ "ปาย ปณารี" เจอนักร้องดัง.."คุณเศก โลโซ"
มากับภรรยา พักบ้านหลังใกล้ๆกัน
หลานๆและน้องไปขอลายเซ็นต์
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มา
ถนนหนทางดีขึ้นมากๆ ขับสบาย
แม้จะเอียงกะเท่เร่ ซ้ายทีขวาที ด้วยคุณพขร.
ชอบการขับรถถนนแบบนี้เป็นยิ่งนัก


ขับรถผ่านตลาดปางมะผ้า
แวะเข้าตลาดสด ซื้อผัก หมู ไข่
ผักถูกมากๆ กำละ10บาท มะเขือเทศถุงละ10บาท
ซื้อน้ำแข็งเพิ่ม เพื่อแช่ของสด ซื้อข้าวเหนียวนึ่งมาจากร้านส้มตำ
มันเทศและอะโวคาโดของโปรดจากร้านชาวบ้านข้างทาง

เราตั้งจุดหมายว่า ปางอุ๋ง
แล้วก็ขับรถมาตามGPSเรื่อยๆ
บางครั้งก็นึกว่า สงสัยจะมาผิดทาง 
เพราะเครื่องนำทางพาเราเข้าซอยเล็กซอยน้อย
รถสวนกันไม่ได้ ต้องถอยไปแอบข้างทาง
ต้องแวะถามชาวบ้านแถวนั้น
จึงรู้ว่ามาถูกทางแล้ว
โห....ไกลจนเหนื่อย
ถึงเสียที




เสียค่าเข้า รถ 30 บาท คนอายุเกิน 60 ไม่ต้องเสีย
ค่ากางเต๊นท์  คนละ30 บาท
ที่ห้วยน้ำดัง อายุ 60 ขึ้นไปไม่ต้องเสีย
แต่ที่นี่เก็บเงิน ไม่ได้ซักถาม เขาเก็บก็จ่าย
เพราะบำรุงสถานที่ไป เต็มใจมาก




เวียนรถหาทำเลกางเต๊นท์
ริมน้ำพื้นที่ลาดเท ไม่เหมาะกับเรา
หาพื้นที่เสมอๆดีกว่า
เอาของลงเสร็จ ต้องขับรถไปจอดที่ลานจอดรถด้านใน
ใกล้ๆห้องน้ำห้องส้วม
เจอสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินเข้ามาทัก ว่ามาจากห้วยน้ำดังใช่ไหม
ตอบว่าใช่ค่ะ เขาบอกจำเราได้ จำทะเบียนรถได้
เพราะเขายังคิดว่า เรามาไกลจังเลย
เลยได้คุยกัน เขามาจากอุดร ..โห..ไกลเช่นกัน
ชอบขับรถเที่ยวแบบเดียวกัน




กางเต๊นท์เสร็จ ราวๆ 4โมงเย็น ก่อไฟทำอาหาร 
รถเริ่มทะยอยเข้ามากันเรื่อยๆ
จนถึง 4 ทุ่ม ก็ยังมีเข้ามา
บางเต๊นท์เอาสัตว์เลี้ยงมาด้วย ทั้งหมาแมว
ตกกลางคืน หมาเห่าตลอด
ด้วยความที่บรรยากาศเงียบมาก จึงเสียงดังก้องไปทั่ว
เจ้าหน้าที่จึงเดินมาเตือนว่าที่จริง ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา
ถ้าเอาเข้ามาแล้วต้องจัดการอย่าให้เสียงดังรบกวนคนอื่น
เจ้าของจัดการอย่างไรไม่รู้ แต่เสียงก็เงียบไป


ก่อไฟทำอาหารเย็นกัน
เย็นนี้มีข้าวจี่ ซื้อข้าวเหนียวมาจากร้านส้มตำ
เหยาะเกลือนิดหน่อยแล้วชุบไข่
จี่ข้างนอกกรอบข้างในยังนุ่ม
มีซุบผักกาดซดตามร้อนๆ อร่อยกลางป่าสนกันเลย
มันเผาก็มี ตามด้วยมะพร้าวน้ำหอมที่ซื้อติดรถมาจากสุราษฏร์ 1 ทะลาย

 




ยิ่งมืดอากาศยิ่งลดต่ำ
ต้องรีบหาเสื้อกันหนาวใส่ตอนกินข้าวกัน


กินเสร็จเก็บล้าง ไปเข้าห้องน้ำห้องท่าที่ต้องเดินไปไกลหน่อย
แล้วเข้านอนคุยกันในเต๊นท์
ตกดึกอาการตะคริวจับที่น่อง
ทีนี้เลยต้องลุกขึ้นมานวดน่องตัวเอง
ตาได้ยิน ลุกขึ้นมานวดให้ต่อ
อากาศมันลดทีละแยะ มากกว่าเมื่อคืน
 


ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


เช้าตื่นมาต้มน้ำชงกาแฟ กับขนม
มันเผาที่เหลือจากเมื่อคืน
และผลไม้ ออกไปเดินดูหมอกอ้อยอิ่งเหนือน้ำ


https://youtu.be/htUKuWJD0Sg




แพเริ่มออกล่องไปมากันแล้ว








กินกาแฟเสร็จ อาบน้ำแต่งตัว หมอกจางแล้ว
ลงไปมองหาหงส์ดำหงส์ขาว






ไม่เจอหงส์ดำ เห็นแต่หงส์ขาวไกลๆ ซูมมาได้แค่นี้เอง
แต่ดูเหมือนห่านมากกว่าหงส์นะ




พอเต๊นท์แห้ง ก็เก็บเต๊นท์
เดินดูรอบๆบริเวณ
มีแปลงดอกไม้อยู่นิดหน่อย
บ้านพักเงียบๆ ร้านสวัสดิการยังไม่เปิด






แวะดูไผ่ยักกอเดิมที่เคยมากอดไว้เมื่อ7ปีที่แล้ว
อยู่หลังร้านกาแฟ ห่างจากทางเข้าอ่างเก็บน้ำปางอุ๋งนิดเดียว
กอไผ่ยังอยู่เหมือนเดิม แต่สิ่งปลูกสร้างแยะขึ้น
มีห้องพักเรียงรายเป็นแถวตรงทางเข้า


ปากทางเข้าเป็นร้านกาแฟ มีโรงคั่วกาแฟหอมกรุ่น




ออกเดินทางต่อไปแวะหมู่บ้านรักไทยเสียหน่อย






ได้เวลาอาหารเที่ยง มีขาหมูหม่านโถว
และชายอดน้ำค้างหอมมากๆ กับชาโสมหวานลิ้นชุ่มคอ
ระหว่างรออาหาร ลงไปนั่งเรือ
หน้าผากโขกกับขอบหลังคาเรือโป๊ก...เจ็บมาถึงบ้านเลย
ดีที่มีหมวกบัง ไม่งั้นมีแตก

ที่นี่ก็เจอสามี ภรรยาจากอุดรอีก
เขามาหาจุดกางเต๊นท์ริมบึง ชวนเรากางเต๊นท์ที่เดียวกัน
แต่เราไม่ชอบบรรยากาศ และเขาห้ามก่อไฟทำกับข้าวทุกชนิด
ไม่เหมาะกับเราเลย จึงปฏิเสธไป









กินอิ่มเวียนรถหาที่พักกางเต๊นท์เหมาะๆ
แต่ดูแล้วไม่ชอบ จึงเวียนรถเข้าไปตัวเมืองแม่ฮ่องสอนอีก11กม.
เพื่อเติมน้ำมัน
ถนนหนทางเขาโล่งดีจริงๆ แวะลงสักการะตรงจุดนี้สักหน่อย






มานั่งกางแผนที่กันในรถ ว่าจะไปทางไหนกันต่อ
จะตียาวลงใต้ต่อไปอ.ขุนยวม เข้าแม่แจ่ม ไปดอยอินทนนท์ ดีไหม
แต่ทางก็จะคดเคี้ยวเหมือนไส้หมูเช่นเดิม
ตาบอกดอยอินทนนท์ไปบ่อยแล้ว
ย้อนกลับทางเดิมดีกว่า  ก็ย้อนเส้นทางเดิมกลับมาถึง
ทางแยกเข้า อ.กัลยาณิวัฒนา บอกว่าเราเข้าไปทางนี้เพื่อไป สะเมิง
กันดีมั๊ย ตาถาม สะเมิงมีจุดกางเต๊นท์ที่น่าสนใจมั๊ย 
เราก็ตอบไม่ได้ ไม่เคยไป ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนด้วย..แฮ่ะ
ที่จริงเราเตรียมข้อมูลของ อ.กัลยาณิวัฒนาไว้แล้ว
จากบล็อกของคุณ Jinny Tent
แต่เราลืมหยิบสมุดโน๊ตมา
ครั้นจะเปิดเน็ต เน็ตเราก็เดี้ยง
ตกลงขับผ่านทางเข้าไปเรื่อยๆ จนเริ่มเย็น



ระหว่างทาง และตามตลาดเจอรถตำรวจทหาร
คงมาเตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี






ชักไม่เข้าที ถนนคดเคี้ยวแบบนี้ มืดๆอันตรายสำหรับคนไม่ชินทาง
ในที่สุดตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปที่จุดกางเต๊นท์ห้วยน้ำดังอีกครั้ง
เวียนไปที่เดิม เขาปิดไม่ให้เข้า อ้าว
เวียนหาใหม่ ไม่มีที่ๆจอดรถใกล้ๆที่กางเต๊นท์ได้เลย
ตายาย ไม่สามารถขนของขึ้นลง ขึ้นลงไกลๆได้
ทำไงดี จอดรถกันอยู่หน้าร้านสวัสดิการ
ที่ดูเหมือนไม่ได้ทำการแล้ว
ตัดสินใจไปถามเจ้าหน้าที่ว่า กางในศาลานี้ได้ไหม
เจ้าหน้าที่อนุญาต สบายเลยเรา
กางเต๊นท์ที่ระเบียงร้าน วิวโอเคอยู่ทางทิศตะวันออก



กางเต๊นท์เสร็จ มืดพอดี 




ทำอาหารเย็นกัน หมูผัดกะเพรา ผัดแขนงน้ำมันหอย
มีปลากรอบ หมูแดดเดียวแนม




คืนนี้เครื่องกันหนาวเต็มสตรีม กันตะคริวจับอีก



ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


ตกลงตะคริวไม่จับเช่นคืนก่อนๆ แม้จะหนาวมาก
ตื่นมาชมอาทิตย์ขึ้น บนยอดดอย







มีข้าวเย็นเหลือ เลยทำข้าวต้ม มื้อเช้า



เก็บของเสร็จแวะถ่ายรูป เราก็ไปต่อกันอีก
เจ้าหน้าที่ที่ด่านบอกว่าบัตรเข้าอช.นี้สามารถใช้เข้าที่อื่นได้อีก
เช่น น้ำพุร้อนโป่งเดือด  งั้นเราไปกันเลย







เจอดอกนางพญาเสือโคร่งข้างทาง
ชื่นใจ ไม่ได้ชม ที่อ.ขุนวาง หรือขุนช่างเคี่ยน
ก็ไม่เป็นไรแล้ว





จากห้วยน้ำดัง มาโป่งเดือด ไม่ไกลนัก
ขับรถเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกนิดหน่อยก็ถึง
ยื่นบัตรเข้าจากห้วยน้ำดัง ไม่ต้องเสียค่าเข้าอีก

เดินดูสถานที่รอบๆแล้ว มีลำธารน้ำไหล
มีที่อาบ แช่น้ำร้อนน้ำแร่ ดีเลย
จะได้สระผมด้วย เหนียวมาหลายวันแล้ว
ตกลงว่าจะพักกางเต๊นท์กันที่นี่แหละ ไม่ไปต่อแล้ว



เข้ามาติดต่อที่สำนักงาน เพื่อจ่ายค่ากางเต๊นท์
จนท.บอกค่อยมาจ่ายตอนกางเต๊นท์เสร็จแล้วก็ได้
เราก็สงสัยว่าเพราะเหตุใด



หาจุดกางเต๊นท์ใกล้ๆลำธาร ห่างผู้คนหน่อย
มีเต๊นท์กางอยู่ 2 เต๊นท์
แต่พอเรากางเสร็จ 2เต๊นท์นั้นก็เก็บของ เก็บเต๊นท์
ขับรถออกไปตอนบ่ายๆ อ้าวเหลือเราเต๊นท์เดียวเอง



มีแม่ค้าขายส้มตำอยู่เจ้าเดียว
เลยสั่งส้มตำกับไก่ย่างมากินยามบ่าย
ไก่ทอดได้ดำมากๆ แต่แห้งดี
พอตอนสักบ่าย4โมงเย็นเขาก็เก็บแผงกลับ
เจ้าหน้าที่ที่อยู่เวรยาม มาบอกว่า ไปเข้าห้องน้ำห้องส้วม
ในสำนักงานได้เลยนะครับ
ปิดประตูไว้กันหมาเข้าไป แต่ไม่ได้ใส่กลอน
แล้วจนท.ก็หายไปหมดเลยเมื่อยาม5โมงเย็น

เราตระเวนไปแช่น้ำอุ่น สระผมเรียบร้อย
เดินขึ้นไปดูบ่อน้ำผุด เดือดคลั่กๆ
ไร้ผู้คน ดูเหมือนไม่ค่อยมีใครเข้ามาเที่ยวมากนัก

มีอะโวคาโดที่ซื้อมา สุก อร่อยเลย










ลงมาแช่เท้า สบายจัง



ด้านหลังเป็นห้องแช่ส่วนตัว 50 บาท
ถ้าสระรวม 20 บาท
แต่ไม่ได้ถ่ายมาเพราะมีลูกค้าต่างชาติแช่อยู่

เย็นนี้มีต้มถั่วเขียวร้อนๆ มาม่าผัดกระเพราหมูใส่แขนงกระหล่ำ
กินร้อนๆอร่อยดี ไม่มีภาพ เพราะตรงที่กางเต๊นท์ไฟมืดมิด
รีบๆทำ รีบๆกิน ไร้ผู้คน วังเวงมากๆ
ดีที่ได้ยินเสียงร้องคาราโอเกะมาจากบ้านคนงานไกลๆ
เป็นเพื่อนไม่ให้เหงาจน4ทุ่มจึงเงียบไป
นอนฟังเสียงน้ำไหลจ๊อกๆๆๆๆจากลำธารข้างหลังเต๊นท์
และเสียงกรีดกริ่งของแมลงรอบตัว
ก็หลับไปในที่สุด อากาศไม่หนาวเช่นคืนก่อนๆ
เลยนอนสบายหน่อย
ตื่นเช้าต้มน้ำชงกาแฟ กินถั่วเขียวต้มที่เหลือจากเมื่อคืน
ขนมปังปิ้ง กับผลไม้
เก็บของเตรียมเดินทางต่อ





เมื่อคืนแต่7-10องศา ทนได้หน่อย



ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ




ทำกิจส่วนตัวในห้องน้ำสำนักงาน สะอาดสะดวกกดีมาก
แต่ถ้าคนแยะๆน่าจะไม่พอใช้






เราออกจากโป่งน้ำเดือดตอนสายๆแล้ว

ตาได้พักผ่อนเต็มที่ ขับรถด้วยความสนุกอีกครั้ง
ตอนนี้แวะซื้อผลไม้บ้าง ของใช้บ้าง
เซรามิคบ้างตามทางผ่าน
กะว่าขับกลับเข้าเชียงใหม่ และล่องกลับบ้านเลย
ไปแบบไม่ต้องรีบ



จนเข้าเส้นทางหลักเลี้ยวขวาเข้าแม่ริม ลำพูน




ผ่านกำแพงเพชรก็เริ่มเย็นแล้ว ไปต่ไม่ไหวแระ
เจอ "สลกบาตรรีสอร์ท" ก็เลี้ยวเข้าไปดูลาดเลาก่อน


เจ้าของเป็นหญิงชรา อายุน่าจะเกือบ 70 ออกมาต้อนรับ
เปิดห้องให้ดู โอเคเลย 2 เตียง สะอาดสะอ้าน
ไม่มีกลิ่นอับ หรือกลิ่นบุหรี่
ผ้าเช็ดตัวสะอาด ผ้าปูสะอาด
ตกลงพักที่นี่ คืนละ 450 บาทเอง ถูกมาก
บ้านเจ้าของอยู่ด้านใน

คุยไปคุยมา ก็รู้ว่าไม้ทั้งต้นที่วางอยู่หน้าเค้าน์เตอร์เป็น
ไม้หีบอ้อยโบราณของที่บ้าน เพราะอาก๋งอาเตี่ย
ทำโรงงานน้ำตาล เป็นของที่ไม่ได้ใช้แล้วเลยเอามาเก็บไว้ดู
ร่องรอยของการผ่านงานปรากฏอยู่ที่ไม้  ชอบมากค่ะ


กินนมและผลไม้แทนข้าวเย็นกัน
คืนนี้หลับสบาย ตื่นมาตอนเช้ามีกาแฟและขนมให้กินที่หน้าเค้าน์เตอร์
แล้วเราก็เดินทางต่อแต่เช้ามืด


มาถึงสุพรรณ ลูกโทรมาบอกให้ซื้อขนมสาลี่นมสด โน่น นี่ นั่นฝากด้วย
เลยต้องแวะ


มาถึงสุพรรณทีไร ได้เรื่องทุกครั้ง
เพราะคราวนี้เลี้ยวผิด GPS ก็พยายามพาเราไปให้ได้
แต่ทางที่ไปมันลัดเลาะเข้าท้องทุ่ง ท้องนา
แทนที่จะแล่นซุปเปอร์ไฮเวย์
เอาละซิ เล่นเอาปวดหัว
เจอทุกครั้งช่วงขากลับและผ่านสุพรรณบุรี
ไหนๆก็ผ่าเข้าท้องนาแล้ว ก็แวะถายรูปซะ
เสียเวลา แต่ไม่ยอมเสียโอกาส



พอเดินกลับขึ้นรถ เจองูเห่าทั้งตัว
นอนตาย แห้งแข็งหมดแล้ว
อยู่ตรงประตูรถ ตอนโดดลงไม่ได้สังเกต
ตอนจะขึ้นจึงเห็น นี่ถ้ามันยังเป็นอยู่
คงตายคาท้องนาอยู่ตรงนั้นเอง
ดวงสมพงษ์กับงูเห่าเสียจริง แม่เอ๊ย

ยังหลงต่อไปค่ะ เข้าถนนหมู่บ้านเล็กๆแคบๆ
เฮ้อ!!



เหลือบไปเห็นอาคารไม้เก่าๆแบบโบราณ
ที่เชิงสะพานข้ามคลองด้วย
อยากแวะ แต่ พขร.เรารมณ์บ่จอยซะแล้ว
อยากออกไปถนนใหญ่เร็วๆ



พขร.เริ่มขิ้วขมวด เพราะไม่รู้ทางข้างหน้า
และเสียเวลาแยะ  แต่เราเฉยๆแฮะ ได้ลดเลี้ยวเที่ยวซอกแซกดี

ไม่เคยมา ไม่เคยเห็น



ในที่สุดก็หลุดออกมายังถนนหลักได้
ทีนี้เรื่องถนนลงภาคใต้ ไม่ต้องใช้GPS แล้ว จึงปิดซะ
มามืดเอาที่ ท่าฉาง จ.สุราษฏร์ธานี
แวะเติมน้ำมันและเข้าห้องน้ำ เจอที่พักพอดี
ของกินก็เพียบ สะดวกเลย ค่าที่พักเตียงคู่ 550 บาท สบายๆ

ตื่นเช้ามืด ออกเดินทางต่อ 
อากาศเย็น หมอกลงอีกเช่นเคยแถว เขาพนม จ.สุราษฏร์ธานี




แวะทำบุญไหว้พระที่วัดมหาธาตุ วชิรมงคล ที่กระบี่
ไปถึงเช้ามาก อุโบสถยังไม่เปิด ได้ไหว้ด้านนอก




อาทิตย์กำลังจะขึ้น


ได้เวลาอาหารเช้า ที่ตลาดเช้าทับปุด พังงา



กลับมาถึงบ้าน มีแมวมารอรับด้วย
ฟูฟูนั่นเอง



จบทริป ตายายสายแค้มปิ้ง ด้วยระยะทางไปกลับ
กว่า 3,600  กิโลเมตร

สวัสดี



ตายายสายแค้มปิ้ง 1 คลิก



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2563 14:49:46 น. 20 comments
Counter : 950 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณThe Kop Civil, คุณJinnyTent, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณmcayenne94, คุณTui Laksi, คุณhaiku, คุณkae+aoe, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณกะว่าก๋า, คุณtuk-tuk@korat, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเนินน้ำ, คุณSai Eeuu, คุณKavanich96, คุณหอมกร


 
เจิมๆๆๆ
Long Live Love


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:11:51:25 น.  

 
3600 ก.ม. อยากขับรถตามไปบ้างครับ แม่ตะลี
(ถ้าจากอุทัยระยะทางคงเหลือ 1 ใน 3)
ผมชอบนอนเต็นท์ แต่คนข้างๆ ชอบนอนบ้านพัก เพราะไม่ชอบห้องน้ำรวม
ต้องเช่าบ้านพักด้วยเพื่ออาบน้ำ แต่มานอนในเต็นท์
อุปกรณ์แค้มปิ้งพร้อมมากครับ แม่ตะลี ผมได้แค่ปูเสื่อ 55
ตั้งใจเกษียณ จะออกโฟร์วีล4x4แต่ไม่รู้จะขับไหวไหม
ขอบคุณที่เก็บรูปมาฝากครับ
ท้องฟ้าฤดหนาว ถ่ายรูปสวย




โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:16:59:35 น.  

 
แม่ฮ่องสอนบรรยากาสเยี่ยมมากเลยครับ
ยิ่งได้นอนเต็นท์ด้วย ฟินสุด ๆ ไปเลยครับ
ผมชอบนอนเต็นท์เหมือนกันครับ
ผมไปถึงแค่ปาย ยังไม่เคยไปถึงแม่ฮ่องสอนเลยครับ
มาปักหมุดจากบล็อกนี้ด้วยคนครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:17:21:40 น.  

 
อยากไปเที่ยวทางใต้บ้างค่ะ เห็นวัดที่กระบี่ที่พี่ถ่ายรูปสวยงามมากค่ะ

อยากไปๆ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:19:03:29 น.  

 
โอ้โห แม่ตะลีขา
เป็นทริปที่ค่ำไหนนอนนั่นของจริงเลย
กางเต็นท์บนดอยเกือบทุกคืน ยอมใจค่ะ
จินไม่ไหวนะคะ มากสุดกางเต็นท์ 2 คืนติด ๆ กันนี่
เมื่อยล้าแทบจะไม่มีแรงละ

จินนอนเต็นท์ไม่หลับค่ะ เกือบทุกทริป
และต้องลุกเข้าห้องน้ำตอนดึกตลอด
ไหนจะเก็บ-กาง หลายรอบ ไม่รวมขนขึ้นลงจากรถอีก
ยิ่งอากาศชื้น ต้องรอเต็นท์แห้ง แม้จะเช็ดช่วยก็เถอะ

แม่ตะลีลุยและแข็งแรง เก่งมาก ๆ เลยค่ะ ปรบมือรัว ๆ เลย
ทำกับข้าวทานหลายมื้อด้วย สุดยอดมาก ๆ

เสียดายไม่ได้ขึ้นไปเส้น อ.กัลยาณิวัฒนา นะคะ
เหลือไว้ทริปหน้า ๆ จะได้มีที่ให้เหลือเที่ยวบ้าง อิอิ
แนะนำที่ ป่าสนวัดจันทร์ นะคะ ที่กางเต็นท์สวยมาก
วันที่ 14-16 ก.พ.นี้ พี่ภาก็ไปแอ่วป่าสนวัดจันทร์นะคะ

ที่ปางอุ๋งจินก็ไม่ค่อยชอบพื้นมันลาด ๆ
ขนาดนอนทางเรียบยังไม่ค่อยหลับ
ถ้านอนทางเอียงอีก ทรมานตลอดทั้งคืนแน่
แต่บรรยากาศตอนเช้า ดีมาก ๆ เลยค่ะ
อยากไปลองนั่งเรือล่องอ่างน้ำ มีละอองหมอกลอยเหนือน้ำแบบนี้
ท่าจะฟินน่าดูค่ะ แม่ตะลีไม่อยากลองนั่งแพเหรอคะ
ไม่เห็นมีรูปตอนนั่งแพเลยค่ะ

ที่ห้วยน้ำดัง ดีนะที่อีกคืนนานกางท่าศาลา
หนาวขนาดนั้น เต็นท์เปียกหมดแน่
ลมแรงมั้ยคะตอนกลางคืน ตอนจินไปกางนะ
เสียงลมแรงมาก เสียงน้ำค้างตกใส่เต็นท์นึกว่าฝนตก
จินกางโซน A ที่เป็นป่าสนค่ะ ทำให้เต็นท์ยิ่งแห้งช้าเข้าไปอีก

ส่วนโป่งเดือดจินเคยไปกางเต็นท์ครั้งหนึ่งค่ะ
มันเป็นหุบ เลยไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ชอบตรงที่
มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ แล้วก็น้ำพุร้อนให้แช่ด้วย
นี่ยังอยากจะไปลองพักอีกสักครั้งค่ะ
ถ้าไปอยากไปพักที่บ้านพักแทนค่ะ

บ้านรักไทย ตอนที่จินไปโชคดี
ได้ที่พักที่ลีไวน์รักไทย ไปแบบไม่ได้จองด้วยค่ะ
กะไปสุ่มหาเอาข้างหน้า ตอนจองที่ลีไวน์ม้ันเต็ม
พอไปถึงก็เสี่ยงไปถามเผื่อฟลุ๊ก แล้วก็ฟลุ๊กจริง ๆ
มีคนแคนเซิล 1 หลัง ท่ามกลางสายฝนด้วย ดีใจมาก

เม้นส์ยาวแล้ว กลัวหายรีบส่งก่อนค่ะ อิอิ


โดย: JinnyTent วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:19:18:58 น.  

 
สุดยอดทริปปางอุ๋ง My dream Destination !
บรรยากาศสุดฟิน ได้แคมปิ้งอีก น่ารักมากๆ
น่าสนุกเพิ่มสีสันชีวิตในการท่องเที่ยวกันเองดีมากๆคร้า
พขร.เก่งมาก ขึ้นเหนือสุด ลงใต้้ได้สบายมากเลยนะคะ
ชอบเลยคร้า ทริปนี้


โดย: Tui Laksi วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:21:13:06 น.  

 
เก่งมากค่ะ ขึ้นเเหนือลงใต้ กางเต็นท์นอน
เหนื่อยแต่ก็สนุก ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง
กลับถึงบ้านปลอดภัย มีน้องแมวฟูฟูน่ารักคอยต้อนรับด้วย
เจ้าบ้านข้าวหอมมะลิ เจ๊าะแจ๊ะ หายไปไหนหมดคะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:9:35:19 น.  

 
เมื่อคืนเม้นท์ไปอย่างยาวสามหน หายหมดค่ะ
วันนี้มาเม้นท์ใหม่. แค่ตามไปเที่ยวยังสนุกมากค่ะ
บรรยากาศดี๊ๆ คุณตาก็ใจดี อยากจอดอยากแวะสะดวกใจ
เป็นทริปที่ตามอ่านแล้วมีความสุขไปด้วย หยิบเสื้อหนาวใส่เปิดแอร์เย็นๆให้ฟินกับ ต่ำ 10 องศา ตื่นเช้าตัวพันกันเป็นเกลียวแน่เลยค่ะ หนาวมากๆ
ไปกับ คุณแม่ตะลี อาหารการกิน ข้าวของพรั่งพร้อมบริบูรณ์ คุณนายสายขยัน น่ารักทั้งบ้านเลยค่ะ.


โดย: mcayenne94 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:10:03:42 น.  

 
3600 กิโล
สุดยอดเลยครับพี่
แถมได้เจออากาศแบบ 4 องศา 7 องศา
หนาวสะใจไทยแลนด์เลย

ปางอุ๋งสวยดีจังเลยครับพี่
ผมยังไม่เคยไป
รู้แต่ว่าโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆในหลายปีที่ผ่านมา
คนไปเที่ยวเยอะ วิวสวยงาม

การได้ท่องเที่ยว
เป็นความสุขใจมากๆเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:10:10:46 น.  

 
ไกลมากค่ะ เหนื่อยแทน


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:14:37:08 น.  

 
ลืมบอก
ถ้าไม่เข้าเชียงใหม่ จากแม่ฮ่องสอน - ขุนยวม - แม่สะเรียง - ฮอด -ลี้ - เถิน ได้ค่ะใกล้ด้วย ถนนดี แม้จะสองเลน
แม่ฮ่องสอน-ฮอด โค้งน้อยกว่าปายเยอะ ไม่ค่อยมีโค้งหักศอกพุ่งหลาว



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:14:53:14 น.  

 
บล๊อกวันนี้เต็มอิ่ม ดูเพลินขึ้นเหนือล่องใต้..จริงเลย 555

ปางอุ๋งผมยังไปไม่ถึง...ซะที อ.กัลยานิวัฒฯ จากสะเมิงไปได้
หน่อยก็ไม่กล้าไปตอนนั้นทางแคบกำลังจะขยายถนน..

เห็นถนนแคบนึกถึงหมู่บ้านคนจีน ที่อ.ปายไปกินขาหมูหมั่นโถว
ขับไปถอยก็ไม่ได้เจอรถสวนอีก ยึกยักกันทั้งคู่ไม่มีที่หลีก..ต้อง
ให้ลูกสาวลงนั่งผมขับเอง ลูกสาวขยาดเลยเพราะเขาขับแต่ใน
กท.กับหัวหิน 555

กางเต็นท์หรูเลย มีเก้าอี้นั่งพัก มันเผา อากาศหนาวเย็นอิจฉา
จริง ๆ นะเนี่ย อยากไปแบบนี้มั่ง.. ติดที่คนไปไม่สะดวกคู้เข่า
คลานเข้าเต็นท์ ส่วนผมพอไหว

เห็นเที่ยวแบบนีั เป็นผมเหรอ ซอยเขียนได้เยอะตามประสาคน
เคยอู้แหะ ๆ ระยะหลังมานี้เที่ยวน้อยลง

....

หมาป่าฯ แต่งงานสิบกว่าปี คงไม่มีหลานให้ผมแล้วครับลูกสะไภ้
ผอมหน่อยตามที่เห็นภาพ.. ทำใจเลยครับ มีแต่หลานสายอื่่น
ส่วนลูกสาวอีกคน ยังไม่แต่งครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:16:37:06 น.  

 
สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก... อิจแรง
น้องเคยไปครั้งเดียวแต่น้ำไม่เยอะ ไอมันเลยไม่ฟุ้งเหมือนของพี่เลยค่ะ

โหวตหมดแย๊วววว.. เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับมาใหม่นะคะ


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:17:32:44 น.  

 
สวัสดีค่ะแม่ตะลี
ตามมาเที่ยวต่อจ้ะ ชอบบล็อกนี้ภาพสวยบรรยากาศดี
แม่ตะลีกางเต๊นท์อยู่หลังเดียว กลางคืนคงน่ากลัวเหมือนกันเนาะ



โดย: เนินน้ำ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:19:24:53 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:2:43:47 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:12:09 น.  

 
ตะลีกีปัส Diarist ดู Blog
บรรยากาศดีงามมากเลยค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:9:05:13 น.  

 
ต้นโพธิืไม่รู้จะมีจังหวะที่ผ่านแล้ว
ได้เห็นอะไรที่อัศจรรย์ในแบบนี้อีกหรือเปล่า
ตอนนี้ ใบร่วงหมดแล้วค่ะ
ตอนใบผลิใบก็น่าถ่ายรูปเก็บไว้ดูเนอะ

บล็อกจินครั้งนี้จินไม่ได้ถ่ายรูปเองค่ะ
เป็นพี่ที่สนิทกันกับพี่ชายของสามีไปถ่ายรูปให้
พี่ทั้งสองเป็นคนที่ชอบถ่ายรูป เล่นกล้องมานาน
จินขับรถผ่านเห็นแล้วนึกถึงพี่ ๆ ทั้งสองเลยโทรหา
ขอให้มาถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะนานทีที่จะเจอเปลี่ยนสีพร้อมกันแบบนี้
ภาพประวัติศาสตร์เลย



โดย: JinnyTent วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:13:00:48 น.  

 
ผมชอบอ่านคำสอนของทุกศาสนาเลยครับพี่
แม้แต่ศาสนาที่คนรู้จักน้อยมาก
อย่างบาไฮ หรือซูฟี
อ่านไปอ่านมา
ผมมองเห็นจุดเชื่อมโยง
ที่สอนให้คนคิดดี พูดดี ทำดี
เหมือนกันแทบจะทุกศาสนา
ต่างกันตรงการตีความคำสอน
ว่าจะไปในทิศทางไหน

ตีความดีก็เกิดสันติสุข
ตีความผิดๆ ก็กลายเป็นสงครามศาสนาไปเลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:14:31:42 น.  

 
เมนูนี้ถ้าอยู่ไทย คงไม่ทำเองค่ะ ทำนานจริงๆ ต้นทุนก็สูง

แต่ทำแล้วคุ้มค่ะ อร่อยแบบไม่ต้องใส่ผงชูรสค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:14:58:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ตะลีกีปัส
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




New Comments
[Add ตะลีกีปัส's blog to your web]