All Blog
670421 เงินทองกับคนต่าง gen
670420 #เงินทองกับคนต่าง Gen #พรรณีเกษกมล
            ถ้าแบ่งคนเป็น7 กลุ่มใหญ่
ยุค Lost Generation เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2426-2443 หรือในช่วงทศวรรษที่ 80 ปัจจุบันคนกลุ่มนี้เสียชีวิตไปหมดแล้ว
ยุค Greatest Generation เกิดช่วง พ.ศ. 2444-2467 คือ ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2  คนยุคนี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับความยากลำบากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ จะมีความอดทนและรู้จักการใช้เงิน รู้จักประหยัดเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวหนีจากความลำบาก
ยุค Silent Generation เกิดช่วง พ.ศ. 2468-2488 เป็นช่วงสงคราม
โลกครั้งที่ 2 จะลำบาก หลังหมดสงคราม ต้องดิ้นรนทำงานเพื่อให้มีเงินเลี้ยงครอบครัวในยุคข้าวยากหมากแพง จะประหยัดมาก ไม่ฟุ่มเฟือย ซ่อมได้เป็นซ่อมไม่มีการทิ้งง่าย ๆ
ยุค เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer)  หรือ Gen-B เกิดช่วง พ.ศ. 2489 – 2507 สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อายุประมาณ 58-76 ปี จะประหยัด สร้างเนื้อสร้างตัว ปัจจุบันมีทุกอย่างให้ลูกหลานได้อยู่สบาย มีความอดทน อดกลั้น มีมานะมาก
เป็นคนที่เคารพกฎเกณฑ์ กติกา มีความอดทนสูง สู้งาน ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก เป็นพวกกอนุรักษ์นิยม เป็นคนที่ชอบประเพณีที่ดีงาม ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ใช้ Facebook เป็นโซเชียลมีเดียหลักในการรับรู้ข่าวสารใหม่
สนใจในเรื่องของสุขภาพร่างกายและความปลอดภัย
บางคนยังคงสุขภาพดี ความจำเยี่ยม มีประสบการณ์
บ้างค้นพบเป้าหมายใหม่ในชีวิต นอกจากการทำงานเป็นหลักเหมือนวันวาน พวกเขาสนใจใช้โซเชียลมีเดียอย่างจริงจัง เริ่มกลับไป Connect กับเพื่อนเก่าทางออนไลน์ บ้างชอบเปิดรับหาเพื่อนใหม่วัยเดียวกัน
บ้างเป็นส่วนหนึ่งของ Gig Economy หรือทำงานไม่ประจำ รับจ้างทำโน่นนี่นั่นจิปาถะผ่านแพลตฟอร์ม บ้างผันตัวเป็น YouTuber หรือ Influencer โดยไม่สนใจเรื่องเงินหรือค่าตอบแทนเป็นหลัก แต่หาโอกาสเข้าสังคม กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้
คนที่ไร้คู่ อาจสร้างครอบครัวใหม่
            ยุค Generation X  เกิดช่วง พ.ศ. 2508-2522 หรือ “ยับปี้” (Yuppie) ที่ย่อมาจาก Young Urban Professionals ในช่วงโลกกำลังเริ่มพัฒนา มีการเปลี่ยนแปลง โดนสอนให้ประหยัด อดทน เน้นเรียนหนังสือเพื่ออนาคต
            ยุค Generation Y หรือ ยุค Millennials เกิดช่วง พ.ศ. 2523 – 2540 อายุ 24 – 40 ปี มีค่านิยมที่ต่างจากปู่ย่าตายาย พ่อแม่ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงมากทุกด้าน โดยเฉพาะเทคโนโลยี Social Network
            นิสัยชอบการแสดงออก เป็นตัวของตัวเองสูง รักอิสระ ปรับตัวเก่ง และคล่องแคล่ว จึงมีเพื่อนต่างชาติและต่างวัฒนธรรม ชอบทำงาน IT และธุรกิจบันเทิง ชอบทำงานเป็นทีม ชอบการระดมความคิดเห็น แต่ไม่ค่อยอดทน ให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากขึ้น และยอมเปลี่ยนหากเห็นโอกาสที่ดีกว่า
            ยุค Generation Z เกิดหลัง พ.ศ. 2540 เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ยุคเทคโนโลยี จะโดนตามใจ และส่วนใหญ่จะโตมากับพี่เลี้ยงที่ไม่ใช่พ่อแม่ เพราะพ่อแม่ต้องดิ้นรนทำงาน
            สนใจการใช้แอปฟรีที่ Baby Boomer ชอบใช้กัน หรืออาจทำแอปเพื่อหาเงินกับ Baby Boomer
            ยุค Generation Alpha เกิดในยุคดิจิทัล ชอบใช้มือถือ โซเชียล และเครื่องมือดิจิทัล สนใจปลูกผักกินเอง และการออกกำลังกาย
แต่ละ Generation จะแตกต่างในเรื่องการใช้ชีวิต การใช้เงิน และความสนใจ และมีเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น
 
 



Create Date : 21 เมษายน 2567
Last Update : 21 เมษายน 2567 4:22:53 น.
Counter : 52 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
670420 #ข้าวยากหมากแพง
670420 #ข้าวยากหมากแพง #พรรณีเกษกมล
            คนโบราณเวลาเจอยุคที่ทำมาหากินยาก ปลูกข้าวได้น้อย เพาะปลูกไม่ได้ผล ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ผลผลิตน้อยไม่พอต่อการบริโภค ทว่าของกินของใช้ เขยิบราคาพรวด ๆ โดยเฉพาะจะหาหมากพลูมาเคี้ยว เลยบ่นว่า ข้าวยากหมากแพง
            สมัยนี้ ไม่ได้ปลูกข้าวเอง ไม่ต้องซื้อหมากพลูมาเคี้ยว แต่เจอพิษเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก เงินเฟ้อ ค่าของเงินลดลง แต่ข้าวของเครื่องใช้มีราคาสูงเกินกว่าปกติมากมาย รายได้ที่เคยพอใช้กลับต้องอดออม และอาจจะต้องอด ๆ เพราะไม่มีเงินพอซื้อ  
            ยิ่งมีสงครามน้อยใหญ่ ถึงจะเกิดห่างไกล แต่ผลกระทบวิ่งตามมาเป็นลูกโซ่ รัสเซียกับยูเครน หวังเอาแผ่นดิน เจอผู้นำสู้ยิบตา จนนองเลือด อิสราเอล   ไม่ยอมฮามาสที่มาถล่ม เลยลุย ขยายวงกว้างไปวงรอบนอก ใกล้ ๆ บ้านเรา ชนกลุ่มน้อย ที่คิดว่าเล็กกลับใหญ่โต จนรุกคืบสู้กับรัฐทหาร
เมื่อบ้านเมืองเกิดสงคราม ผลตามมาน้ำมันวิ่งสูงลิ่ว จนคนต้องเดินแล้วกระมัง หรือหันไปเลี้ยงม้า วัวควายเป็นพาหนะแทน ถ้าสงครามไม่ยอมหยุด แล้วทองวิ่งพรวด ๆ ตามราคาน้ำมัน ไม่ได้เกี่ยวด้วยสักหน่อย
ทองกลายเป็นสินทรัพย์มีค่าที่ปลอดภัย เก็บไว้กับตัว มีค่าสูงขึ้นหลังหมดสงคราม ดีกว่าเงินตราที่อาจไร้ค่าเมื่อเปลี่ยนผู้ปกครอง หรือเอาไว้ใกล้ตัวยามต้องหลบลี้หนีภัย
สำนวนนี้ใช้เปรียบเทียบ สถานการณ์ที่อาหารขาดแคลน อาหารการกิน สิ่งของ เครื่องใช้มีราคาแพง หายาก
            รายได้ฝืดเคือง หาได้น้อยลง ไม่คล่องมือ สวนกระแสกับรายจ่ายที่เพิ่มเป็นเงาตามตัว จะกินจะใช้ต้องรู้จักประหยัด กินให้พอตัว สมฐานะ
            การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียง เป็นสิ่งจำเป็นแล้วสินะ
 



Create Date : 19 เมษายน 2567
Last Update : 19 เมษายน 2567 5:25:23 น.
Counter : 145 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
661107 เลือดขัตติยะปมในใจพระเจ้าเสือ

661107 เลือดขัตติยะปมในใจพระเจ้าเสือ by DrPK
            ปมในใจที่เป็นลูกไม่มีพ่อ หรือมีแต่พ่อไม่ยอมรับ หรือเป็นลูกนอกสมรส
            ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใด มีนัยยะซ่อนเร้นมากน้อยแค่ไหน
            คำถามมากมายผุดขึ้นมา แต่คงไม่ได้รับคำตอบ
            บางคนอาจเกิดปมด้อยทำตัวเหลวแหลก
บางคนอาจยิ่งเพิ่มแรงทะยานอยาก
สมัยกรุงศรีอยุธยา เคยเกิดเหตุเช่นนี้ ไม่ใช่บันทึกทางการ แต่เป็นเรื่องเล่าเม้าท์มอยส์ ให้คนอ่านตั้งคำถามว่า จริงเท็จมากน้อยเพียงใด
ไม่มีใครการันตีว่าจริง ได้แต่เล่าสืบต่อกันมา
สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ผู้ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองสุดขีด ตามประวัติ เป็นเพียงบุตรขุนนาง มิใช่เจ้าฟ้าหรือพระราชโอรส
คนสามัญธรรมดาได้ปราบดาภิเษกตั้งตนเป็นพระมหากษัตริย์ และสถาปนาราชวงศ์ปราสาททอง ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ
เรื่องเล่าว่า แท้จริงเป็นพระราชโอรสในพระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน แต่มิได้รับรองเป็นทางการ
เมื่อจะมอบอำนาจจึงให้เจ้าฟ้าไชย บุตรที่เกิดก่อนพิธีราชาภิเษก แทนที่จะให้พระนารายณ์ราชกุมารพระราชโอรสจากพระอัครมเหสี ทำให้เกิดเหตุยุ่ง ๆ
พระศรีสุธรรมราชาพระอนุชาร่วมมือกับพระนารายณ์ราชกุมารแย่งชิงได้ สุดท้ายพระนารายณ์ราชกุมารแย่งต่อ ด้วยข้ออ้างว่า จำต้องปกป้องกรมหลวงโยธาทิพ พระขนิษฐา ให้รอดพ้นจากพระศรีสุธรรมราชา
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชมิประสงค์ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน เมื่อได้ลูกชายจากเจ้านางต่างเมือง จึงยกให้สหายสนิท กาลต่อมาคือสมเด็จพระเพทราชา
เด็กชายเดื่อหรือพระเจ้าเสือจึงมีปมในใจเช่นเดียวกับสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ที่เป็นลูกชายของพระมหากษัตริย์ แต่มิได้รับรองให้เป็นพระราชโอรส แม้จะได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดียิ่ง
สมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้ล้างเจ้านายราชวงศ์เดิมด้วยเหตุจำเป็น เช่นเดียวกับพระเจ้าเสือได้ล้างพระปีย์บุตรบุญธรรม ที่มีทีท่าจะได้สืบอำนาจต่อ
ข้ออ้างว่า มิใช่พระโอรส รูปร่างเตี้ย หลังค่อม ด้อยปัญญา และเปลี่ยนไปนับถือคริสต์ ที่สำคัญนิยมชาติตะวันตกมาก คงไม่แคล้วกรุงศรีต้องตกเป็นมืองขึ้น
เลือดขัตติยะปมในใจ ที่คิดว่า อย่างน้อยตนเป็นหนึ่งในสายเลือดเจ้าที่มีหน้าที่ปกป้องชาติบ้านเมือง ทำให้กล้าทำสิ่งที่จะให้ชาติอยู่รอด แม้อาจทำให้เกิดข้อครหาก็ตามที
 



Create Date : 07 พฤศจิกายน 2566
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2566 8:36:10 น.
Counter : 384 Pageviews.

1 comment
660617 เรื่องราวยุ่ง ๆ ทางการเมืองกับคำว่า ไม้
660617 เรื่องราวยุ่ง ๆ ทางการเมืองกับคำว่า ไม้
เมื่อการเมืองยุ่งยิ่งอีรุงตุงนัง กับคนหลายกลุ่มที่ต่างความคิด
อย่าได้มาเจอะเจอเสวนาสังสรรค์แบบใกล้ชิดหรือชิดใกล้กันเชียวนะ ระวังระเบิดจะลง แต่จะลงใครหรือฝ่ายใด ขึ้นอยู่กับตอนนั้นฝ่ายใดมากกว่า
แต่ก่อน คนต่างวัย ต่างขั้ว พวกไม้ใกล้ฝั่ง สูงวัย กับ หนุ่มสาว แค่สองกลุ่ม ตอนนี้ไม่แน่ จะตกขอบขวาหรือซ้ายหันเต็มตัว ก็ไม่รู้ว่าเป็นพวกใด อาจแก่เกินแกง หรือขาสั้นคอซองได้แยกเข้ากลุ่ม แต่จะกลุ่มใดไม่รู้อีก
เคยเป็นแดงแจ๊ด เหลืองอ๋อย แทบจะมองหน้ากันไม่ได้ เลยต้องมีสีขาว สีรุ้งเข้ามาไกล่เกลี่ย พอเขียวมาสลายกลุ่ม ขอแยกวง วงใครวงมัน แล้วส้มจี๊ดโผล่มา สลายสลับสับขั้ว งงกันไปหมด ตกลงเธอสีใดกันแน่
บอกแล้ว มันไม่แน่หรอกนาย ถูกใจใครก็คบกันไป เมื่อตัวเลือกใหม่มา คิดว่าดี คงเลือก กาลเวลาหมุนเวียน ทุกคนอยากเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองและบ้านเมือง  บอกไม่ได้สรุปไม่ถูก อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด
พวกหัวเอียงขวา พวกหัวก้าวหน้า ต่างกลุ่มต่างขั้วมาปะทะคารม เกิดวิวาทะ ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตนถูก บ้านเมืองควรเป็นไปในแนวของตนเท่านั้น
บางกลุ่มคิดว่าใช้ไม้แข็ง เฉียบขาด ใช้อำนาจเด็ดขาดจัดการกลุ่มต่อต้านให้สยบ โดยใช้ไม้เด็ด ไม้ตาย
บางกลุ่มเห็นอีกกลุ่มทำท่าจะผงาดมาแทนที่ เตะตัดขา หาทางสกัดทุกวิถีทาง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ เอาด้วยคาถา แต่ยาแรงสุด เอากฎข้อบังคับหยุมหยิมจัดการซะ
ต่างกลุ่มเป็นไม้เบื่อไม้เมา ไม่ลงรอย ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อาจจะหลายปีดีดัก สั่งสมมาแต่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ด้วยอ้างคำว่า ประชาธิปไตยกับเผด็จการเป็นคำสำคัญในการต่อสู้
บางกลุ่มเอาพวกคิดเหมือนกันมารวมตัวกัน เป็นไม้ป่าเดียวกัน จากหลายกลุ่มก้อน ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กโต จนแก่เหลาเหย่ เป็นไม้ใกล้ฝั่ง ที่คิดว่าตนมีอุดมการณ์เดียวกัน เสรีภาพทางเพศ อิสระในการปกครอง
ไม่เว้นแม้แต่พวกที่เคยโดนไม้เรียว และคิดว่าครูใช้อำนาจไม่เป็นธรรมแก่เด็กที่ไม่มีทางต่อสู้ โดยเอาคะแนนมาเป็นตัวล่อ สั่งให้ทำหรือไม่ทำตามใจครู ใช้อำนาจนิยมบังคับเครื่องแต่งกาย ทรงผม
ในการต่อสู้ทางการเมือง พวกไม่เข้าฝ่ายใดได้ แต่ใช้ไม้สั้นไม้ยาว เสี่ยงทาย ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ บางทีคิดว่าจะชนะ แต่โดนไม้มืด ลอบทำร้ายแกนนำ ทำให้ไขว้เขว ลมเปลี่ยนทิศได้
บางทีมีพวกไม้หลักปักขี้ควาย โลเล ไม่แน่นอน เปลี่ยนกลุ่ม เปลี่ยนความคิด กลายเป็นพวกมากลากไป เลยไม่แน่ว่ากลุ่มใดมากกว่ากัน
คงไม่มีผู้วิเศษคนใดจะสั่งหยุดความวุ่นวายได้ ขออย่าให้รุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่น ดีเปรสชั่นก็แล้วกันนะ
ความหมายของ ไม้ จากพจนานุกรม
ไม้ใกล้ฝั่ง แก่ใกล้จะตาย
ไม้แข็ง ใช้วิธีการเฉียบขาด อำนาจเด็ดขาด
ไม้เด็ด ไม้ตาย ท่าสำคัญในการต่อสู้ ทำให้ฝ่ายปรปักษืไม่อาจสู้ได้
ไม้เบื่อไม้เมา ไม่ลงรอย ขัดแย้งกันเป็นประจำ
ไม้ป่าเดียวกัน พวกเดียวกัน
ไม้มืด การลอบทำร้าย
ไม้เรียว ไม้ที่เอาไว้ตีเด็ก
ไม้สั้นไม้ยาว วิธีการเสี่ยงทาย ใครจะได้
ไม้หลักปักขี้ควาย โลเล ไม่แน่นอน
 



Create Date : 17 มิถุนายน 2566
Last Update : 17 มิถุนายน 2566 8:15:07 น.
Counter : 393 Pageviews.

0 comment
660617 เมื่อครูเจอเด็กมีปัญหา
660617 เมื่อครูเจอเด็กมีปัญหา
            เมื่อครูเจอเด็กมีปัญหา อย่าผลักไสไล่ส่งให้เขาออกไปให้ไกลหูไกลตา เพราะจะยิ่งเพิ่มพูนหมักหมมสิ่งเลวร้ายให้เกิดขึ้น แต่จงรีบสวมกอดปลอบประโลม ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบว่า เกิดอะไรขึ้นแก่เจ้าบ้างในลำดับเหตุการณ์ชีวิตในอดีตที่ผ่านมา สิ่งใดเป็นชนวนจุดระเบิดความคั่งแค้นให้ปะทุลุกโพลงโชติช่วงอย่างรุนแรงเช่นนี้
            เพราะเด็กขาดรัก หามีใครสนใจรักใคร่ใยดี ไต่ถามทุกข์สุขที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อยไม่ อาการขาดรักนี้รุนแรงมากนัก ยิ่งมีคนคอยแต่ตัดตรา ด่าประณามหยามเหยียดว่า แกมันไอ้เด็กเลว ขยะสังคม ยิ่งตัดลดทอนความมีค่าศักดิ์ศรีในตนเองให้ลดลง แล้วมันจะเหลือความภาคภูมิใจในตนเองแม้สักน้อยนิดหนึ่งไหม
            เมื่อประสบพบเจอคนหนึ่งที่หาทางออกให้อย่างเลวร้าย กลายเป็นคนดังได้ในพริบตาเดียว แม้หนทางนั้นอาจเลวร้ายในสายตาคนหมู่มาก แต่สำหรับคนสิ้นหวังไร้รัก เพื่อหาจุดสนใจให้ผู้คนมาใส่ใจว่า อย่างน้อยเขายังพอมีตัวตน มีที่ยืนในสังคมบ้าง แม้จะเป็นขอบหุบเหวก็ตามที เชื่อไหม ด้วยขาดวิสัยทัศน์ทำให้เขาพร้อมจะก้าวเดินบนเส้นทางที่ขรุขระอันตราย
            คงต้องมีใครสักคนที่เหนี่ยวรั้ง หยุดดึงให้จิตใจเขาได้ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้กระทำลงไป และผลที่จะเกิดตามมาในอนาคตอันใกล้และไกลโพ้น ด้วยวิถีแห่งรักและอบอุ่น ไม่ใช่การตะโกนด่าทอเสียดสี เด็กคือเด็กที่สามารถขัดเกลาบ่มเพาะให้เขาเป็นคนดีได้ตามที่ต้องการเสมอ ถ้าเพียงแต่มีวิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม
            การปรับพฤติกรรม การส่งเสริมค่านิยมอันดีงาม กิจกรรมแนะแนวในชั้นเรียนที่ส่งเสริมความรักความภาคภูมิใจในตน การให้คำปรึกษา เทคนิคทางจิตวิทยาอีกหลากหลาย รวมทั้งกิจกรรมโฮมรูมที่ครูและเพื่อนคอยไต่ถามและช่วยเหลือเกื้อกูลอย่างมีมิตรจิตมิตรใจฉันท์เพื่อนรักที่พร้อมจะโอบอุ้มให้ก้าวเดินไปข้างหน้า
            ครอบครัวที่แตกแยก ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ตามแฟชั่นที่ฮิตติดเทรนด์ว่า พ่อเลี้ยงเดี่ยว แม่เลี้ยงเดี่ยว เพราะอยู่แบบคู่ผัวตัวเมียไม่ได้ สามารถเลี้ยงลูกได้ดีแบบพ่อแม่อยู่ร่วมกันได้นั้น อยากจะบอกว่ายากมากนะ การอบรมบ่มเพาะด้วยความรักอย่างจริงใจจากครอบครัวที่อบอุ่น ทำให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างสง่างาม
            เมื่อพ่อแม่ไม่อาจเลี้ยงดูได้ดี ผู้ปกครองต้องเป็นคนดี ไม่ใช่คนที่คอยยุยงส่งเสริมให้ทำผิดคิดมิชอบ ป้อนแต่สิ่งเลวร้ายใส่สมองอันน้อยนิดที่ยังมิอาจตัดสินดีชั่วได้ถี่ถ้วนรอบคอบ มันกลายเป็นภาระของใครล่ะ ที่จะดึงเด็กให้หลุดพ้นจากวงโคจรที่บิดเบี้ยว ใครจะตอบคำถามนี้ได้
            เมื่อปัญหาเกิดขึ้นในโรงเรียน ไม่ว่าครูหรือเพื่อนสามารถร่วมแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาดและใช้หลักการที่เคยเรียนรู้ทุกศาสตร์สาขา ประคับประคองให้เด็กได้อยู่ในร่องรอยที่ควรเป็น
ถ้ามันเหลืออดเหลือทนจริง ๆ แก้ไขไม่ได้ ยากเกินเยียวยา ที่จะให้อยู่ในระบบ ในกฎกติกาของโรงเรียน บางคนอาจบอก ไปอยู่นอกระบบโรงเรียนก็ได้นี่ ถ้าปัญหานั้นไม่กลายเป็นปัญหาของสังคมต่อไป
บางคนบอกโรงเรียนที่เปิดเสรี ใคร่ทำสิ่งใด แล้วได้ทำก็มี ไม่จำเป็นต้องไปทำลายล้างหรือก่อกวนกฎกติกาของเขา บางคนบอกเรียนที่บ้านก็ได้ Homeschool เห็นไหม มีอีกหลายเส้นทางมากเลย ที่จะเลือกได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปรื้อบ้านของคนอื่นที่พวกเขาอยู่กันอย่างสงบสุขและทนกันได้
บางคนเกลียดการปฏิวัติที่เปลี่ยนทุกสิ่งอย่างเฉียบพลันและให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น แต่กลับนิยมที่จะทำเช่นนั้น แม้ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่ต่อว่าคนอื่น บางคนบอกปฏิรูปดีไหม ค่อย ๆ แก้กันไป รอมชอมกัน อะไรดีให้คงอยู่ อะไรแย่สุด ๆ เอาออกไป ไม่ว่าอย่างไรอย่าให้คนพูดว่า ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง
สุดท้ายและท้ายสุด ครูที่มีจิตวิญญาณการเป็นครูทุกคนคงต้องอดทนและทำฝันที่หวังให้เด็กได้เติบโตเต็มตามศักยภาพแห่งตนนั้นเป็นจริง
 
#พรรณีเกษกมล
 



Create Date : 17 มิถุนายน 2566
Last Update : 17 มิถุนายน 2566 5:38:04 น.
Counter : 304 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments