All Blog
เรื่อง กบกับหนู
เรื่อง กบกับหนู


 

เรื่อง กบกับหนู

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ลำธารที่ชายป่าแห่งหนึ่งมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยอาศัยอยู่กินกันตามอัธยาศัยใครใคร่กินก็กินกันไปเพราะในลำธารอันกว้างใหญ่นี้มีอาหารที่อยู่ในน้ำให้เลือกสรรมากินได้มากมายหลายอย่างไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงกันกิน นับเป็นสังคมที่อุดมสมบูรณ์และมีความสงบสุข

วันหนึ่งหนูแก่ตัวหนึ่งเดินทางรอนแรมมาจากแดนไกลตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มเพื่อแสวงหาถิ่นที่อยู่อย่างสงบสุขในชีวิตบั้นปลายจากคำบอกเล่าว่าริมลำธารแห่งนี้เหมาะสมที่สุดพอมันมาถึงริมลำธารมันมองเห็นกบน้อยตัวหนึ่งมันคิดว่ากบน้อยตัวนี้แหละที่จะพามันไปยังอีกฝั่งหนึ่งของลำธารได้

น่าแปลกทำไมหนูแก่ตัวนี้จึงต้องอยากข้ามไปยังอีกฝั่งของลำธารและยังใช้แรงงานกบน้อยให้พาตัวเองไปยังอีกฝั่งมันรู้อะไรหรือ รู้ในสิ่งที่ไม่มีใครรู้กระนั้นหรือมันจึงอยากข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งนักและใช้แรงงานกบตัวน้อยที่ที่ไร้เดียงสาไม่กล้าต่อกรกับผู้ใหญ่กว่า

หนูเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บนบก ไปว่ายน้ำเล่นไม่ได้ ถ้าตกน้ำคงจมน้ำตายเป็นแน่แท้ส่วนกบเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกแปลว่าอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำแต่อย่าลืมว่ากบน้อยตัวนี้เป็นกบที่อายุยังน้อยไม่แข็งแรงเท่าที่ควรไม่อาจว่ายน้ำไปที่ไกลๆ ได้

หนูแก่ตัวนี้ได้อ้อนวอนกบน้อยตัวนี้อย่างสุภาพอ่อนโยนบอกถึงความจำเป็นว่าอยากไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ริมลำธารอีกฟากฝั่งหนึ่งกับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน

กบน้อยรีบปฏิเสธบอกว่าผมยังตัวเล็กอยู่เลยครับว่ายน้ำข้ามไปยังอีกฟากฝั่งของลำธารคงไม่ได้ ผมไม่ มีเรี่ยวแรงมากพอแต่หนูแก่ยังไม่ละความพยายามเพราะมองไม่เห็นหนทางว่าสัตว์ตัวใดจะมีน้ำใจช่วยมันนอกจากกบน้อยที่ยังไม่รู้เดียงสาตัวนี้จึงพูดต่อไปว่า ถ้าเจ้าไม่ช่วย ข้าจะไปป่าวร้องให้ทั่วพงไพรแห่งนี้ทีเดียวว่าเจ้าไร้น้ำใจไม่คิดช่วยเหลือผู้เฒ่าผู้แก่ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างข้า

ในที่สุดกบน้อยทนความคะยั้นคะยอและการรบเร้าของหนูแก่ไม่ไหวจึงตกปากรับคำแล้วเอาเท้าของมันผูกติดกับเท้าของหนูแก่พอทั้งคู่ไปถึงกลางลำธารน้ำไหลเชี่ยวแรงมากขึ้น เจ้ากบน้อยเกิดหมดแรงขึ้นมาทันทีทำอย่างไรดีล่ะ ทั้งคู่คงต้องจมน้ำตายแน่นอน

ทันใดนั้นเหยี่ยวตัวหนึ่งบินถลาลงมาจากขอบฟ้าจิกกบน้อยและหนูแก่เข้าปากพร้อมกันสิ้นสุดสองชีวิตที่กล้าออกมากลางลำธารด้วยกันตัวหนึ่งขาดสติไร้เหตุผลจะเอาแต่ได้อย่างเดียวอีกตัวหนึ่งอ่อนเยาว์ต่อโลกไม่กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ตนทำไม่ได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้คิดว่า คิดเอาผลประโยชน์จากผู้ที่ด้อยฝีมือและไม่สามารถให้ตามที่ต้องการได้มีแต่จะเสียกับเสียเท่านั้น คิดเอาแต่ได้กับคนที่ให้ไม่ได้อาจพบแต่หายนะ

มีคำไทยคำหนึ่งที่ว่า เตี้ยอุ้มค่อม ตัวเองก็ไร้ความสามารถแต่จะคิดจะไปช่วยเหลือคนอื่นอีกในที่สุดคงช่วยไม่ได้ ซ้ำร้ายตัวเองจะบาดเจ็บสาหัสปางตายเรื่องนี้กบน้อยตัวนี้รู้ก็ทั้งรู้ว่าตนเป็นเพียงกบน้อยที่ด้อยความสามารถถึงจะโดนลูกตื้อมากเพียงใดต้องรู้จักปฏิเสธเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดปลอดภัย

มีคำฝรั่งอีกคำหนึ่งที่เราต้องสอนให้วัยรุ่นได้ใช้จนติดปากคือคำว่าJust say no หรือให้รู้จักปฏิเสธเสียบ้างตอนนี้สารเสพติดระบาดและวัยรุ่นคือกลุ่มเป้าหมาย ถ้าสมาชิกในแก๊งเพียงหนึ่งติดสารเสพติดนี้เข้าให้แล้วสมาชิกที่เหลือรับรองว่าจะต้องติดสารเสพติดนี้ทั้งหมดแน่นอนถ้าไม่มีใครกล้าปฏิเสธเพื่อนฝูง

ความกล้าหาญที่จะตอบปฏิเสธในสิ่งที่ตนทำไม่ได้หรือไม่ต้องการจะทำจึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องพูดให้ได้และทำให้สำเร็จเพราะผลร้ายที่ตามมาจะหนักหนาสาหัสเกินเยียวยากับการคิดหวังจะขอความช่วยเหลือจากใครต้องพิจารณาให้ถ่องแท้เสียก่อนว่าเขาสามารถจะทำให้สิ่งที่เราคิดหวังนี้เป็นจริงได้

 

ให้กล้าปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ควรทำ

เมื่อรู้ว่าสิ่งใดไม่ดีอย่าลองทำ

ไม่ตอบรับในสิ่งที่ทำไม่ได้

เพราะถึงอย่างไรคงทำไม่สำเร็จแน่นอน




Create Date : 26 พฤษภาคม 2562
Last Update : 26 พฤษภาคม 2562 3:48:32 น.
Counter : 915 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments