All Blog
เรื่อง กระต่ายป่ากับกบ
เรื่อง กระต่ายป่ากับกบ
 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ชายทุ่งแห่งหนึ่ง ที่นี่มีกระต่ายป่าอยู่รวมกันฝูงหนึ่ง กระต่ายป่าฝูงนี้อยู่ร่วมกันอย่างไม่มีความสุขสักเท่าใดนัก เพราะที่นี่นอกจากมีพวกตนแล้วยังมีสัตว์น้อยใหญ่อื่น ๆ อีกมาก โดยเฉพาะพวกสัตว์ใหญ่มักมาทำร้าย บางทีแค่มาแกล้งให้ตกใจเล่น บางทีมาเอาพวกมันไปเป็นอาหาร
เราต้องเข้าใจว่ากระต่ายเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย คนที่เลี้ยงกระต่ายจะรู้ว่ามันเป็นสัตว์ที่ใจเสาะเอามาก ๆ ด้วยเหตุนี้มันจึงตายง่ายตายดายเสียเหลือเกิน กระต่ายป่าคงเช่นเดียวกัน กระต่ายป่าฝูงนี้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนละเหี่ยเพลียใจจนสุดจะทานทนแล้ว พวกมันประชุมกันแล้วตกลงกันว่า ถ้าต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวและอยู่อย่างไม่มีความสุขแล้วไซร้ พวกเราสมควรตายเพื่อหนีปัญหาซะจะดีไหม เมื่อกระต่ายป่าเห็นพ้องต้องกันมันจะฟังสัญญาณจากหัวหน้าแล้วรีบวิ่งหนีไปกระโดดลงน้ำให้ตาย ๆ ไปเสีย จะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวอีกต่อไป นับว่าเป็นการแก้ปัญหาด้วยการหนีออกจากต้นตอแต่จะดีไหมยังสงสัยอยู่
วันที่พวกกระต่ายป่าคิดและตกลงกันไว้ก็มาถึง ฝูงม้าป่าวิ่งควบมาทางถิ่นที่อยู่ของกระต่ายป่า พวกมันให้สัญญาณต่อ ๆ กันว่า พวกเรารีบวิ่งหนีกันเถอะ วิ่งไปลงหนองน้ำให้ตาย ๆ ไปเสียตามที่ได้ตกลงกันไว้ ขณะที่พวกกระต่ายป่าวิ่งลงหนองน้ำนั้น บรรดากบที่อาศัยอยู่ในหนองน้ำต่างหวาดกลัวกระต่ายป่าพากันกระโดดลงน้ำจ๋อมแจ๋มเช่นเดียวกัน
ขณะนั้นพวกกระต่ายป่าต่างพากันได้คิดว่าพวกเรากลัวฝูงม้าป่า แต่พวกกบกลัวพวกเรา ชีวิตของกระต่ายป่าอย่างพวกเราไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียวเพราะพวกกบมีชีวิตที่หวาดกลัวไม่ต่างจากพวกเราเหมือนกัน แสดงว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนจะรู้สึกหวาดกลัวต่อภยันตรายที่คืบคลานเข้ามาหาอย่างเชื่องช้าหรือจู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อหัวหน้ากระต่ายป่าคิดได้เช่นนี้ด้วยรู้ซึ้งในสัจธรรมที่เกิดขึ้นในบัดดล มันจึงรีบตะโกนบอกเพื่อน ในฝูงกระต่ายป่าให้รีบขึ้นจากน้ำเพื่อเอาชีวิตให้รอด จะตายไปทำไมนะ ใคร ๆ ก็เป็นเช่นนี้แหละ ทุกคนต่างมีความกลัวเป็นอาจิณขึ้นอยู่กับจะรู้ว่าควรจะกลัวมากน้อยแค่ไหน สิ่งใดอันตรายมากหรือน้อยและวิธีเผชิญหน้ารับกับมันเมื่อเกิดความกลัวขึ้นมา
นิทานเรื่องนี้สอนให้คิดว่า ยังมีคนที่แย่กว่าเราอีก เราไม่ใช่คนที่กำลังลำบากมากที่สุดในโลกใบนี้แน่นอน ยามใดที่รู้สึกท้อถอยหมดสิ้นความหวังในชีวิตให้ก้มหน้ามองดิน จะเห็นคนที่ต่ำต้อยด้อยค่ากว่าเรา แต่ใช่ว่าจะให้ก้มหน้ามองดินแต่อย่างเดียวต้องเงยหน้ามองฟ้าด้วย เพราะจะมองเห็นคนที่เด่นสูงค่ากว่าเราจะได้เกิดแรงทะเยอทะยานอยากได้ใคร่ดีกับเขาบ้าง
สำนวนไทยที่บอกว่า ยกภูเขาออกจากอก แปลว่า โล่งใจ หมดวิตกกังวล ถ้าเรารู้สึกว่าเราแย่มากแล้วมองเห็นคนที่แย่กว่าเราอีก จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น การมองคนที่ต่ำกว่าแล้วจะเกิดความคิดว่าเราโชคดีกว่าเขา ทำให้เราคลายความเศร้า ท้อถอย  ลงไปได้บ้าง
คงไม่มีใครที่สูงเสียดฟ้าและคงไม่มีใครต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เรามันแค่คนระดับกลาง ๆ มีคนที่ดีกว่าเราและมีคนที่แย่กว่าเรา ยามดีใจอย่าดีใจเกินเหตุ ยามเสียใจไม่ต้องฟูมฟายจนเกินไป ทำตัวให้มันพอเหมาะพอควร
บางทีอยากบอกว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป พูดแบบนี้จะดูเป็นคนธรรมะธัมโมจนเกินไปไหมนี่ เมื่อเกิดสิ่งใดอย่าตื่นตระหนกและหวาดกลัว เมื่อเจอปัญหาอย่าเอาแต่วิ่งหนีแต่ต้องกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติ ลองกันสักตั้งดีไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ บางทีภาพที่คิดมันอาจมากเกินกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็ได้ มันคงต้องมีทางออกมีทางแก้ปัญหาได้บ้างหรอกน่า วันนี้ไม่มีวันหน้าอาจมองเห็นได้บ้าง แต่ถ้าเอาแต่วิ่งหนีหรือหลบลี้หนีหน้าไปเรื่อย ๆ คงจะเฉาตายไปสักวันเป็นแน่แท้
 
ไม่ต้องเปรียบเทียบตนเองกับใคร
เปรียบกับตนในอดีตก็คงมากพอแล้ว
วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน
และวันพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้
ทำได้แค่นี้ชีวิตจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีวันตกอับหรอก

 
 
 
 



Create Date : 24 สิงหาคม 2562
Last Update : 24 สิงหาคม 2562 18:02:02 น.
Counter : 739 Pageviews.

1 comments
  
เป็นกำลังใจได้ดีนะคะ
โดย: เพรางาย วันที่: 24 สิงหาคม 2562 เวลา:19:06:57 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments