bloggang.com mainmenu search

Go, go, go, ale ale ale   ช่วงนี้ฟุตบอลโลกฟีเว่อร์   มาดูลูกฟุตบอลโลกในอดีตกันพี่น้อง

1  ฟุตบอลโลก ปี 1930 ที่อุรุกวัย

ลูกบอลสุดคลาสสิคลูกนี้เป็นบอลแบบออฟฟิเชียลที่ใช้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ระหว่างอุรุกวัยเจ้าภาพและอาร์เจนตินาผู้ท้าชิง ที่มีน้ำหนักมากกว่ารุ่นปัจจุบันอยู่บานเบอะ

2  ฟุตบอลโลก ปี 1934 ที่อิตาลี

“เฟเดเรล 102” คือชื่ออย่างเป็นทางการของฟุตบอลลูกนี้ โดยอิตาลีที่รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพในครั้งนั้นได้หยิบฟุตบอล

(ที่มีหน้าตาเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะพอสมควร) มาใช้ มันมีผิวสัมผัสที่เกลี้ยงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

และทำให้การคอนโทรลบอลเป็นไปได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

3    ฟุตบอลโลก ปี 1938 ที่ฝรั่งเศส

ชาติแห่งแฟชั่นอย่างฝรั่งเศสลงทุนออกแบบลูกบอลใหม่หมดพร้อมตั้งชื่อให้มันว่า “อัลแล็ง”

พร้อมผิวสัมผัสที่ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมและโค้งมนเป็นวงกลมกว่า 95% แล้ว

4    ฟุตบอลโลก ปี 1950 ที่บราซิล

 ที่บราซิลพวกเขาใช้ฟุตบอลสีขาวเป็นครั้งแรกโดยมีชื่อเรียกนิคเนมว่า “ซูเปอร์ ดูโปล ที”

ซึ่งบอลในยุคนั้นถือเป็นต้นแบบของพัฒนาการที่ดีเยี่ยมก่อนที่มันจะเดินทางเข้าสู่ยุคใหม่

5  ฟุตบอลโลก ปี 1954  ที่สวิตเซอร์แลนด์

ออฟฟิเชียลฟุตบอลกลับมาใช้สีส้มที่เวิลด์ คัพ สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับสลักชื่อและตัวหนังสือชื่อประเทศ

ลงไปในฟุตบอล สร้างสีสันที่แปลกตาอย่างน่าสนใจ

6   ฟุตบอลโลก ปี 1958 ที่สวีเดน

ฟุตบอลโลกยังคงวนเวียนอยู่ในยุโรป และคราวนี้เป็นสวีเดนที่อาสารับหน้าเสื่อเจ้าภาพ

และลูกฟุตบอลก็แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ มากนักจากครั้งก่อนๆ ด้วยสีสันและรูปแบบ

7    ฟุตบอลโลก ปี 1962 ที่ชิลี

ลูกบอลประจำทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้มีการออกแบบที่แปลกตาขึ้น

ด้วยการตัดเย็บที่แหวกแนวกว่าครั้งก่อนๆ พร้อมตั้งชื่อให้มันแบบสุดเท่ว่า “แคร็ค”

8    ฟุตบอลโลก ปี 1966 ที่อังกฤษ

ความเบาที่มากขึ้นพร้อมน้ำหนักที่สมส่วนคือจุดเด่นของปีนี้ และที่ต้องจารึกไว้อย่างดีคือมันเป็นลูกฟุตบอล

ชุดแชมป์โลกของอังกฤษ ด้วยหน้าตาที่ทมึนกว่าเดิม มันชื่อ “สลาเซนเจอร์”

9   ฟุตบอลโลก ปี 1970 ที่เม็กซิโก

ครั้งแรกของอาดิดาสที่เข้ามารับหน้าที่ผลิตฟุตบอลให้กับมหกรรมกีฬาแห่งโลกอย่างเวิลด์คัพ “อาดิดาส เทลสตาร์”

คือชื่ออย่างเป็นทางการของมัน จากยางทั้งหลายแหละถูกเปลี่ยนเป็นหนังเย็บติดกัน 32 ชิ้น

และแบ่งเป็นสีดำห้าเหลี่ยม 12 ชิ้นกับสีขาวหกเหลี่ยม 20 ชิ้นตามแบบฉบับของความคลาสสิคที่เราเห็นจนชินตา

โดยในการเปลี่ยนเป็นสีขาว-ดำก็เพื่อให้ชัดเจนเวลาถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ซึ่งทำกันครั้งแรกในสมัยนั้น

 10  ฟุตบอลโลก ปี 1974 ที่เยอรมัน

 คล้ายกับเมื่อสี่ปีที่แล้ว เพียงแต่เพิ่มและเน้นลวดลายให้ชัดเจนขึ้น นี่คือ “อาดิดาส เทลสตาร์” ของเจ้าภาพเยอรมัน

11   ฟุตบอลโลก ปี 1978 ที่อาร์เจนตินา

 ถูกออกแบบให้เข้ากับแนวคิดของการเต้นในจังหวะแทงโก้ ท่าเต้นพื้นเมืองของอาร์เจนตินา

ยังคงใช้หนังห้าเหลี่ยมและหกเหลี่ยมเช่นเดิม เพียงแต่ใช้สีขาวทั้งหมด แล้วค่อยพิมพ์ลายลงใหม่เป็นลักษณะวงกลม

นี่คือการเข้าสู่ยุคใหม่ของฟุตบอลแนวลวดลายโค้งสวยงาม นี่คือ “แทงโก เดอลาสต์”

12   ฟุตบอลโลก ปี 1982 ที่สเปน

 สเปน ชาติเจ้าภาพถือโอกาสเรียกมันว่า “แทงโก เอสปัญย่า” เพื่อประกาศศักดา

ทั้งที่ลวดลายไม่แตกต่างจากสี่ปีก่อนมากนัก ทว่าคุณภาพของหนังถือว่ายอดเยี่ยมกว่าเดิมมาก

และใช้เทคโนโลยีให้ลูกบอลพยายามไม่ดูดซึมน้ำครั้งแรก

13    ฟุตบอลโลก ปี 1986 ที่เม็กซิโก

 “อาดิดาส แอซเทก้า” คือชื่อของฟุตบอลที่เม็กซิโกได้เป็นเจ้าภาพในปีนั้น

ความเปลี่ยนแปลงของมันไม่มากนักจากรุ่นก่อนๆ เพียงแต่ใช้หนังสังเคราะห์แทนในครั้งนี้

และมีการพิมพ์ลวดลายแบบ “แอซเทค” ลงบนลูกบอลสะท้อนถึงความเป็นพื้นเมืองของเม็กซิโกได้อย่างชัดเจน

14   ฟุตบอลโลก ปี 1990 ที่อิตาลี

อิตาลีเป็นเจ้าภาพหนที่สองมาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวขึ้นกว่าเดิมมาก การปฏิวัติครั้งสำคัญในครั้งนี้

คือการผสมโพลียูริเทนเข้าไปในการผลิตเพื่อกันน้ำ 100% และนี่คือ “อาดิดาส เอทรุซโก ยูนิโก”

15  ฟุตบอลโลก ปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา

 “อาดิดาส เควสตรา” คือชื่อของฟุตบอลในปีนี้ที่สหรัฐอเมริกา โดยมีที่มาจาก “Quest for the star”

เพราะมันถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีด้านอวกาศเพิ่มชั้นโพลียูริเทนสร้างน้ำหนักให้เบาลงอีก

นี่คือฝันดีของกองหน้าและฝันร้ายของนายทวาร

16   ฟุตบอลโลก ปี 1998 ที่ฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสเลือกใช้สีของธงชาติประดับลงบน “ไตรโกลอร์” งานฟุตบอลในปีนั้น

รวมทั้งสร้างลายน้ำลงบนแบบพิมพ์ฟุตบอลอย่างอลังการ นี่คือฟุตบอลที่ทำให้เจ้าภาพคว้าแชมป์โลกอีกด้วย

17   ฟุตบอลโลก ปี 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ครั้งแรกบนแผ่นดินเอเชียในฐานะเจ้าภาพศึกลูกหนังโลก แม้จะไม่ถูกกันนักระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น

แต่งานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ทำให้ “ฟีเวอร์โนวา” คือลูกฟุตบอลที่เป็นสีสันและเต็มไปด้วย

เทคโนโลยีอย่างแท้จริง มันถูกออกแบบให้น้ำหนักเบา เคลื่อนที่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำกว่าเดิม

18    ฟุตบอลโลก ปี 2006 ที่เยอรมัน

 ลวดลายคือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของลูกฟุตบอลครั้งนี้ มันกลมกลืงและแฝงไปด้วยนัยยะแห่งความสามัคคี

ด้วยชื่อ “ทิมไกสต์” ที่เป็นภาษาเยอรมันแปลได้ว่า “ทีมสปิริต” และนี่คือการลดจำนวนหนังที่นำมาเย็บ

ติดกันจาก 32 เหลือเพียง 14 ชิ้น นั่นทำให้มันมีรอยต่อน้อยลงและมีความเร็วมากขึ้นเพื่อสร้างปัญหาให้ผู้รักษาประตูโดยเฉพาะ

19    ฟุตบอลโลก ปี 2010 ที่แอฟริกาใต้

ลูกบอลที่ใช้ที่แอฟริกาใต้ครั้งนี้ชื่อ “จาบูลานี” มันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่เหนือกว่าเดิมมากมาย

และจุดเด่นของมันอยู่ที่การผลิตภายใต้แนวคิด “Grip n’ Groove” มีเกร็ดและร่องบนผิวลูกบอลทำให้

การปล่อยผ่านจากเท้าสู่อากาศทำให้ลูกบอลเที่ยงตรงแม่นยำมากที่สุด

นี่คือลูกบอลหมายเลข 11 ของอาดิดาสบนเวทีเวิลด์คัพ

20    ฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่บราซิล

หลังผ่านการโหวตของแฟนๆชาวบราซิลทั่วประเทศแฟนบอลเกือบล้านเสียงต่างโหวตให้ “บราซูกา”

เป็นชื่อลูกฟุตบอลรุ่นใหม่

ซึ่งเป็นชื่อที่มีสองความหมาย โดยอย่างแรกจะเป็นการสื่อถึงคนบราซิลที่ไปใช้ชีวิตในต่างแดน

ซึ่งรวมถึงนักเตะหลายๆคน ขณะที่อีกความหมายเป็นการบรรยาถึงความภาคภูมิใจในวิถีชีวิต

และความเป็นชนชาวบราซิเลียนเองโดยตัวของ “บราซูกา” ถูกประกอบขึ้นมาด้วยแผ่นหนัง 6 ชิ้น

และมีลวดลายเป็นริบบิ้นหลากสีผ่านโค้งกันไปมาเป็นสัญลักษณ์ของกำไรข้อมือหลากสีสันที่คนท้องถิ่นนิยมใส่ในบราซิล

 ผิดพลาดขออภัย  ต่อภาพ ก๊อปข้อความไปมาแล้วมึนหัว  ขอก๊งยาดองเป๊ก  ฮ้าาาาา

 บทความจากโกลประเทศไทย

ขอบคุณภาพประกอบจาก

WorldCupBallThroughTheAges.com

beinsport.com

footballisabeauty.com

soccerballworld.com

worldcupballs.info

Create Date :17 มิถุนายน 2557 Last Update :17 มิถุนายน 2557 22:00:30 น. Counter : 803 Pageviews. Comments :0