bloggang.com mainmenu search

วิเคราะห์บอลยูโร สเปน - อิตาลี
วิเคราะห์บอลยูโร สเปน - อิตาลี

ฟุตบอลยูโร 2012

ยูโร 2012 รอบชิงชนะเลิศ

สเปน - อิตาลี


เวลา: 01.45 น.
สนาม: เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้
ผู้ตัดสิน: เปโดร โปรเอนซ่า (โปรตุเกส)
ถ่ายทอดสด: ช่อง 3, ช่อง 5



ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

สเปน

27 มิ.ย. 55 เสมอ โปรตุเกส 0-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
23 มิ.ย. 55 ชนะ ฝรั่งเศส 2-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
18 มิ.ย. 55 ชนะ โครเอเชีย 1-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
14 มิ.ย. 55 ชนะ ไอร์แลนด์ 4-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
10 มิ.ย. 55 เสมอ อิตาลี 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย

อิตาลี

28 มิ.ย. 55 ชนะ เยอรมนี 2-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
24 มิ.ย. 55 เสมอ อังกฤษ 0-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
18 มิ.ย. 55 ชนะ ไอร์แลนด์ 2-0 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
14 มิ.ย. 55 เสมอ โครเอเชีย 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย
10 มิ.ย. 55 เสมอ สเปน 1-1 (กลาง) ยูโรรอบสุดท้าย

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา

10 มิ.ย. 55 ยูโรรอบสุดท้าย สเปน 1-1 อิตาลี
10 ส.ค. 54 กระชับมิตร อิตาลี 2-1 สเปน
22 มิ.ย. 51 ยูโรรอบสุดท้าย สเปน 0-0 อิตาลี
26 มี.ค. 51 กระชับมิตร สเปน 1-0 อิตาลี
28 เม.ย. 47 กระชับมิตร อิตาลี 1-1 สเปน
29 มี.ค. 43 กระชับมิตร สเปน 2-0 อิตาลี

ความพร้อม-สภาพทีม

สเปน

ตำแหน่งเดียวที่บิเซนเต้ เดล บอสเก้ต้องตัดสินใจในเกมนี้น่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากนัดก่อนๆ นั่นคือใครจะเป็น "นักเตะเบอร์ 9" ที่ได้ลงสนามในเกมนี้

กุนซือทีมกระทิงดุใช้งาน 10 นักเตะชุดเดิมมาตลอดทั้ง 5 นัดที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนแปลงเพียงตำแหน่งศูนย์หน้าเท่านั้น ซึ่งสลับใช้งานระหว่างเชส ฟาเบรกาสกับเฟร์นานโด ตอร์เรสมาใน 4 นัดแรก ก่อนจะส่งอัลบาโร่ เนเกรโด้ลงสนามในเกมล่าสุด

การที่เนเกรโด้ได้ลงไปเล่นในนัดที่แล้วน่าจะบอกเป็นนัยๆ ได้ว่าตอร์เรสคงไม่ใช่ตัวเลือกหลักในตำแหน่งนี้แล้ว และน่าจะเป็นฟาเบรกาสที่ถูกจับไปรับหน้าที่อีกครั้ง แม้จะไม่ใช่ศูนย์หน้าอาชีพก็ตาม

เกมนี้แชมป์เก่าคงจะใช้ระบบการเล่นแบบเดิมที่ถนัด นั่นคือ 4-2-1-3 โดยมีอิเคร์ คาซิญาส กัปตันทีม ลงเฝ้าเสาโดยหวังรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้อีกนัด

แผงแบ็กโฟร์ประกอบด้วยอัลบาโร่ อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, เจราร์ด ปีเก้ และ จอร์ดี้ อัลบา ซึ่งเพิ่งเสียไปแค่ประตูเดียวเท่านั้นใน 5 นัดที่ผ่านมา นั่นคือเกมแรกที่พบกับอิตาลีนั่นเอง

เซร์คิโอ บุสเก็ตส์กับชาบี้ อลอนโซ่จะจับคู่กันตรงกลางสนามในตำแหน่งตัวรับและตัวเชื่อมเกม โดยมีชาบี้ เอร์นานเดซยืนสูงเป็นจอมทัพคอยคุมจังหวะการเล่นและวางบอลให้เพื่อน

ขณะที่ดาวิด ซิลบากับอันเดรส อินิเอสต้าจะเป็นตัวทำเกมรุกริมเส้นขวาซ้ายเช่นเดิม โดยมีฟาเบรกาสยืนตรงกลางเป็นนักเตะเบอร์ 9 ในเกมนี้

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -

ความพร้อม-สภาพทีม

อิตาลี

อิตาลีพร้อมใช้งานนักเตะชุดฟูลทีมได้อีกครั้ง หลังจากได้คริสเตียน มัจโจ้ วิงแบ็กฝั่งขวา พ้นโทษแบนกลับมา ขณะที่อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ แบ็กขวาอีกคน ก็ฟิตกลับมาจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงแล้ว

อบาเต้น่าจะกลับมาลงยืนในแผงแบ็กโฟร์อีกครั้ง ในระบบการเล่นแบบ 4-4-2 ที่เชซาเร่ ปรันเดลลี่น่าจะเลือกใช้ต่อไป หลังจากปรับไปเล่นระบบ 3-5-2 ในเกมแรกที่เจอกัน โดยเฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติที่โดนโยกข้ามฟากไปในนัดก่อน คงจะได้กลับมาเล่นเป็นแบ็กซ้ายตามเดิม

ส่วนจอร์โจ้ คิเอลลินี่ที่โดนถ่างไปยืนแบ็กซ้ายในรอบตัดเชือก น่าจะได้กลับมายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับอันเดรีย บาร์ซาญี่ โดยที่เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่คงเป็นคนที่ต้องหลุดไปนั่งสำรอง

อันเดรีย ปีร์โล่ มิดฟิลด์ตัวเก๋าที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักในรายการนี้ จะยืนอยู่หน้าแนวรับเพื่อเป็นตัวเชื่อมเกมระหว่างหลังและกลาง โดยอาศัยการวางบอลที่แม่นยำคอยแจกจ่ายให้กับเพื่อนร่วมทีม

ส่วนเคลาดิโอ มาร์คิซิโอกับดานิเอเล่ เด รอสซี่จะประสานงานกันในฐานะมิดฟิลด์ห้องเครื่องเช่นเดิม โดยมีริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ที่น่าจะได้ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ยืนอยู่หลังคู่กองหน้าต่อไป หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีในสองนัดหลังสุดที่ได้ลงสนาม ทำให้ติอาโก้ ม็อตต้าที่แม้จะหายเจ็บกลับมาแล้วตั้งแต่นัดก่อน คงต้องนั่งสำรองแทนต่อไป

ในแนวรุกจะยังใช้คู่กองหน้าตัวหลักอย่างอันโตนิโอ คาสซาโน่และมาริโอ บาโลเตลลี่ต่อไป โดยรายแรกนั้นพร้อมลงเล่นได้ตามเดิม แม้จะเข่าบิดในเกมกับเยอรมันจนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกก็ตาม แต่ก็กลับมาลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว ขณะที่รายหลังก็พร้อมลงไล่ล่าตำแหน่งดาวซัลโวต่อไป หลังจากมีอาการตะคริวขึ้นในนัดก่อนที่เหมา 2 ประตูให้กับทีม

ผู้เล่นบาดเจ็บ: -
ผู้เล่นโดนแบน: -

วิเคราะห์รูปเกม

สเปนโชว์สปิริตไม่ฮั้วโครเอเชียจนทำให้อิตาลีผ่านรอบแรกมาได้ และได้มาพบกันอีกครั้งในนัดชิง ซึ่งทีมกระทิงดุอาจต้องรำพันว่าไม่น่าตีงูให้หลังหัก หากพลาดท่าพ่ายในเกมนี้เพราะมีโอกาสกำจัดอัซซูรี่ให้พ้นทางแล้วแต่ไม่ทำ จนคู่แข่งฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละนัด และอาจจะทำให้แชมป์เก่าต้องเจองานหนักกว่าตอนพบกันครั้งแรกซึ่งอิตาลีก็เล่นได้ดีและขึ้นนำไปก่อน

เกมนี้กุนซือทั้งสองฝั่งคงต้องวางแผนมาให้ดีว่าจะรับมืออีกฝ่ายอย่างไร และเชซาเร่ ปรันเดลลี่ดูจะดีกว่านิดๆ ในเรื่องของแท็กติกที่ดูจะใช้ได้ผลมาตลอด แม้จะต้องปรับเปลี่ยนทีมด้วยเหตุผลแวดล้อมที่เลือกไม่ได้ในหลายๆ นัด

ขณะที่บิเซนเต้ เดล บอสเก้ยึดแผนการเล่นเดิมๆ แค่เปลี่ยน "นักเตะเบอร์ 9" เท่านั้น และก็ดูจะยังไม่ค่อยเวิร์กมากนักไม่ว่าใครจะได้ลงทำหน้าที่ก็ตาม เกมนี้อิตาลีน่าจะเล่นแบบระมัดระวังตัวมากขึ้นเพราะไม่อยากพลาดท่าก่อน

ส่วนสเปนคงยังเชื่อมั่นกับการต่อบอลที่มีประสิทธิภาพเหมือนเดิม และจะเล่นด้วยระบบค่อยๆ นวดไปเรื่อยๆ และถ้าเกมรับเหนียวแน่นพอ บวกกับเกมรุกจบสกอร์ได้คมๆ อีกซักที โอกาสของแชมป์เก่ายังน่าจะดูดีกว่านิดๆ และน่าจะเบียดเข้าป้ายไปได้อย่างสนุก

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

สเปน (4-2-1-3) : 1. อิเคร์ คาซิญาส; 17. อัลบาโร่ อาร์เบลัว 15. เซร์คิโอ รามอส 3. เจราร์ด ปีเก้ 18. จอร์ดี้ อัลบา; 16. เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ 14. ชาบี้ อลอนโซ่; 8. ชาบี้ เอร์นานเดซ; 21. ดาวิด ซิลบา 10. เชส ฟาเบรกาส 6. อันเดรส อินิเอสต้า
โค้ช : บิเซนเต้ เดล บอสเก้

อิตาลี (4-1-2-1-2) : 1. จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน; 7. อิ๊กนาซิโอ อบาเต้ 15. อันเดรีย บาร์ซาญี่ 3. จอร์โจ้ คิเอลลินี่; 6. เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ; 21. อันเดรีย ปีร์โล่; 8. เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ 16. ดานิเอเล่ เด รอสซี่; 18. ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่; 9. มาริโอ บาโลเตลลี่ 10. อันโตนิโอ คาสซาโน่
โค้ช : เชซาเร่ ปรันเดลลี่

ฮอตสกอร์ : สเปนชนะ 2-1

*นับเป็นครั้งที่ 4 ในยูโรที่ทีมที่พบกันมาก่อนในรอบแรกๆ ได้มาเจอกันอีกในนัดชิงชนะเลิศ ต่อจากเกมระหว่างฮอลแลนด์-สหภาพโซเวียต (1988), เยอรมนี-เช็ก (1996) และกรีซ-โปรตุเกส (2004)
*ทั้งสองทีมพบกันมาแล้ว 30 ครั้ง โดยอิตาลีมีสถิติเหนือกว่าที่ชนะ 10 ครั้ง ส่วนสเปนชนะ 8 และเสมอกัน 12 ครั้ง
*อิตาลียังไม่เคยแพ้สเปนในทัวร์นาเมนต์หลักมาก่อน (ไม่นับการยิงจุดโทษตัดสิน) โดยชนะ 3 เสมอ 4 แต่สเปนเป็นฝ่ายผ่านดวลจุดโทษชนะในยูโร 2008 รอบ 8 ทีมสุดท้าย 4-2 หลังเสมอกัน 0-0 ใน 120 นาที
*เชซาเร่ ปรันเดลลี่นำอิตาลีพบกับสเปนมาแล้ว 2 ครั้งนับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง และยงไม่เคยแพ้เลย โดยเขานำทีมชนะ 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนสิงหาคม 2010 ก่อนจะเสมอกัน 1-1 ในนัดแรกของทั้งคู่ในยูโรครั้งนี้
*สเปนไม่เสียประตูเลยใน 900 นาทีหลังสุดที่ลงเตะในรอบน็อกเอาต์ของทัวร์นาเมนต์หลัก โดยสถิติดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับอิตาลีในยูโร 2008
*สเปนเป็นทีมที่ 2 ของยุโรปที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลักได้ 3 รายการติดต่อกัน (ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010, ยูโร 2012) ต่อจากเยอรมันตะวันตก (ยูโร 72, ฟุตบอลโลก 1974, ยูโร 76)
*สเปนจะกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ป้องกันแชมป์ยูโรได้ หากเอาชนะอิตาลีได้ในเกมนี้และจะกลายเป็นทีมแรกของยุโรปที่ได้แชมป์ทัวร์นาเมนต์หลัก 3 รายการติดด้วย
*สเปนเก็บชัยชนะได้ถึง 75% ที่ลงเตะในนัดชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลัก (3 ใน 4 ครั้ง) ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ดีที่สุดร่วมของทีมในยุโรปที่เข้าชิงมากกว่าหนึ่งรายการเท่ากับฝรั่งเศส
*อิตาลีเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์หลักมาแล้ว 9 (ยูโร 3 ครั้ง, ฟุตบอลโลก 6 ครั้ง) และชนะได้ 63% (5 ครั้ง)
*อิตาลีเป็นเพียงทีมเดียวที่ยังไม่เคยเป็นฝ่ายตามหลังเลยในยูโรครั้งนี้
*สเปนมีสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในยูโรครั้งนี้ โดยเสียไปแค่ประตูเดียว และในสองนัดหลังสุดที่ลงสนาม พวกเขาก็โดนคู่ต่อสู้ยิงเข้ากรอบรวมกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
*สเปนถูกคู่ต่อสู้ยิงเข้ากรอบแค่ 12 ครั้งเท่านั้นในยูโรครั้งนี้ โดยครึ่งหนึ่งเป็นผลงานของอิตาลีจากการพบกันในนัดแรก
*สเปนมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลเหนือกว่าคู่ต่อสู้มาตลอดทั้ง 7 นัดในฟุตบอลโลก 2010 และ 5 นัดในยูโรครั้งนี้ โดยเยอรมันเป็นทีมสุดท้ายที่ครองบอลได้มากกว่าพวกเขา ในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2008
*อิตาลีและสเปนเป็นทีมที่มีโอกาสยิงประตูมากที่สุดในยูโรครั้งนี้คือ 99 และ 86 ครั้งตามลำดับ
*อิตาลีเป็นทีมที่โดนใบเหลืองมากที่สุดในยูโรครั้งนี้คือ 15 ใบ ส่วนสเปนโดนไป 10 ใบ
*อิตาลียังไม่แพ้ใครในการลงเตะแมตช์แข่งขันจริง 15 นัดภายใต้การคุมทีมของปรันเดลลี่ (ชนะ 10 เสมอ 5)
*นักเตะ 5 คนของสเปน ได้แก่ ชาบี้ เอร์นานเดซ, ชาบี้ อลอนโซ่, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อินิเอสต้า และเซร์คิโอ รามอส ต่างก็จ่ายบอลสำเร็จได้มากกว่าอันเดรีย ปีร์โล่ ซึ่งเป็นนักเตะที่จ่ายบอลสำเร็จสูงสุดของอิตาลี (320 ครั้ง)
*สองประตูของมาริโอ บาโลเตลลี่ในเกมกับเยอรมัน เท่ากับที่เขาทำได้ตลอด 12 นัดก่อนหน้านี้ที่ลงเล่นให้กับอิตาลีมา และเขาเป็นผู้ทำ 3 ประตูหลังสุดให้กับอิตาลีในยูโรครั้งนี้ด้วย
*บาโลเตลลี่เป็นนักเตะที่ยิงเข้ากรอบสูงสุดในยูโรครั้งนี้คือ 10 ครั้ง
*บาโลเตลลี่กลายเป็นนักเตะอิตาลีคนแรกที่ทำ 3 ประตูในยูโร
*จิอันลุยจิ บุฟฟ่อนลงเล่นในทัวร์นาเมนต์หลักมาแล้ว 24 นัด เทียบเท่าสถิติสูงสุดของอิตาลีที่ดิโน่ ซอฟฟ์ทำไว้ แต่เขายังตามหลังอิเคร์ คาซิญาสของสเปน ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติสูงสุด 28 นัดอยู่
*อินิเอสต้าเป็นนักเตะที่ยิงเข้ากรอบสูงสุดโดยไม่เป็นประตูเลยในยูโร นับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา (11 ครั้ง)
*เชส ฟาเบรกาสและซานติ กาซอร์ล่าเป็นตัวสำรองที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดในยูโร (เท่ากับอารอน วินเตอร์ของฮอลแลนด์) โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม 7 ครั้ง



สนับสนุนเนื้อหา ฮอตสกอร์
Create Date :01 กรกฎาคม 2555 Last Update :1 กรกฎาคม 2555 18:27:19 น. Counter : 1582 Pageviews. Comments :0