Like a carousel that's turning running rings around the moon... Like the circles that you find in the windmill's of your mind...
กำจัดโรงสี...ที่ดัง คร่อกฟี้..

กำจัดโรงสี...
ที่ดัง คร่อกฟี้..


คนส่วนใหญ่ มักกรนกันตอนเป็นไข้หวัดหรือมีอาการแพ้ แต่ผู้ชายสามในสี่ หรือ ผู้หญิงหนึ่งในสี่ ล้วนกรนเอ๊า กรนเอา ทุกค่ำคืน โดยไม่ได้เป็นหวัด ฤๅแพ้ใด ๆ สักกะนิด ยิ่งอายุมาก ยิ่งกรนมาก เด็ก ๆ หลายคน อาจกรน ถ้ามีปัญหาคัดจมูก น้ำมูกคั่ง หรือ ต่อมทอลซิล ต่อมอาดินอยด์โต คนที่มีอะไรติดขลุกขลัก อยู่ในคอ หรือ ในจมูก มักเป็นพวกที่มีสิทธิ์กรนมากที่สุด เวลาเราเริ่มหลับสนิทถึงขั้นฝันนั้น ต่อให้พวกที่เคยหายใจทางปาก ก็มีแนวโน้มว่า จะหายใจออกมาทางจมูกแทน เพราะฉะนั้น ถ้ามีอะไรมากีดขวางอยู่ เช่น เสมหะ น้ำมูก ก็ย่อมทำให้เกิดเสียงกรนคร่อก ยังกะโรงสีขึ้นมาได้

คนอ้วนตุ๊ต๊ะ ก็มีสิทธิ์กรนได้มากกว่าคนผอม นี่เป็นเพราะ รู้สึกสบาย เวลานอนหงาย อันเป็นท่าที่ลิ้นพันกลับไปบังขวางทางเดินอากาศ ที่ไหลเวียนจากจมูก แถมยังเนื่องมาจากเนื้อเยื่อในคอ คนอ้วนมักขยายใหญ่ กลายเป็นอุปสรรคกีดขวาง เข้าไปอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะอายุอานามเท่าไรก็ตามที ผู้ชายกรนกันคร่อกฟี้ มากกว่าผู้หญิง ชนิดไม่มีข้อโต้แย้ง คงจะเป็นด้วยเหตุผลที่ว่า ฮอร์โมนชายกับหญิง แตกต่างกันนั่นเอง

เสียงกรนคร่อกฟี้ จะเกิดขึ้นได้อย่างสามัญธรรมดา เพราะ เวลาที่คุณหลับ ...โดยเฉพาะ ถ้านอนราบ... ลิ้นกับขากรรไกรหลุบเข้าข้างใน ไปขวางทางไหลเวียนของอากาศ ที่วิ่งผ่านจากจมูกไปยังคอ เนื้อเยื่อเพดานปาก เริ่มสั่นสะเทือน นั้นแหละ ที่เกิดเป็นเสียงที่เราเรียกว่า เสียงกรน บางคนกรนดังซะยังกะโรงสี จนตัวเองยังสะดุ้งตื่นขึ้นมา เป็นการขัดจังหวะการนอนแบบที่ทำให้ พานเกิดอาการอ่อนเพลีย ในวันรุ่งขึ้น เพราะ นอนไม่เต็มตาติดต่อกันนั่นเอง

ในกรณ๊การกรน ส่วนใหญ่แล้วไซร้ เกิดเพราะ ทางเดินหายใจถูกกีดขวางไปซะส่วนหนึ่ง แต่บางกรณ๊ ก็ถูกขวางปิดหมดเกลี้ยง ทำให้คุณหยุดหายใจหลายสิบหน ระหว่างตอนกลางคืน ครั้งละ ๑๐ ถึง ๑๘๐ วินาที ส่วนใหญ่ มักเกิดกับผู้ชาย อีกนั่นแหละ โดยเฉพาะ ผู้มีอายุเลยวัยกลางคนไปแล้ว การหยุดหายใจไปชั่วครู่ นี่เป็นตัวการให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลว หัวใจวายตายไปได้ง่าย ๆ อาการกรนสนั่นลั่นโลก หรือ หายใจสะดุด ขลุกขลัก จึงน่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกให้คุณรู้ว่า คู่นอนข้างเคียง ชักท่าไม่ดีแล้ว น่าจะไปตรวจหาโรคให้แน่ดีกว่า

ยังนับว่าโชคดีนักหนา ที่มีวิธีการควบคุม การกรน แบบโรงสี ดังต่อไปนี้

- ลดการดื่มเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอร์ และ ยานอนหลับ แม้แต่เหล้าแก้วเดียว หรือ ยานอนหลับเม็ดเดียว ก่อนเข้านอน ก็สามารถทำให้คุณกลายเป็น นักกรนคร่อกไปได้ การไปกดประสาทส่วนกลางนี้ เหล้าหรือยานอนหลับ ไปคลายกล้ามเนื้อชั่วครู่ชั่วยามเข้า ทำให้เพดานปาก ส่วนที่อ่อนของคุณ เริ่มสั่นสะเทือน เหล้ากะยา ยังเป็นตัวทำให้นักกรน แกมหยุดหายใจ มีอาการนี้มากขึ้นไปอีกด้วย

- ลดน้ำหนักอีกนิด การอ้วนมาก ๆ จะทำให้คุณกรนมากตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าลดน้ำหนัก ก็จะลดปัญหาการกรนได้

- หาวิธีการ ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนท่านอนใหม่ จากท่าที่นอนแล้ว กรนลั่นโลก เช่น นักกรนทั้งหลาย ชอบกรนตอนนอนหงาย ก็ให้เปลี่ยนใหม่ เป็นนอนตะแคง หรือ เย็บลูกเทนนิส หรือ ลูกกอล์ฟ ติดไว้ที่ตะเข็บเสื้อนอน ให้นอนไม่ค่อยสบายเท่าไร วิธีนี้ ช่วยป้องกันการกรนได้มากมาย ในหลายคน

- การผ่าตัด อาจช่วยได้ สำหรับรายที่เป็นนักกรนโลกแตกจริง ๆ เช่น ผ่าตัดดึงบริเวณคอ คือ ตัดเอาเนื้อเยื่อ และ เพดานปาก บางส่วนที่เป็นอุปสรรคกีดขวางการหายใจ ออกไปซะ ทำให้ทางเดินหายใจโล่งเลี่ยน การผ่าตัดนี้ กินเวลาหนึ่งชั่วโมง มีผลข้างเคียง คือ จะทำให้เกิดอาการเจ็บคออย่างแรง เหมือนกับตอนตัดทอลซิลเปี๊ยบ ที่ผ่าตัดไปแล้ว ได้ผล ๕๐ - ๖๐ % เพราะฉะนั้น คุณต้องตัดสินใจเอาเองว่า จะคุ้มไหมกับความเจ็บ และ ค่าผ่าตัดแพงลิบ

*********
ผู้ มิคิดได้เสีย เมื่อทำกิจการงานใด
ย่อมไม่ได้ เก็บเกี่ยวดอกผล
...... เล่าจื๊อ .....





Create Date : 23 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2551 9:22:29 น. 3 comments
Counter : 152 Pageviews.

 


โดย: bannine วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:43:44 น.  

 


โดย: OFFBASS วันที่: 23 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:01:26 น.  

 
thank you


โดย: chinanod วันที่: 24 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:35:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chinanod
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สมถะ เรียบง่าย กันเอง
Background.MyEm0.Com
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
23 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinanod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.