Like a carousel that's turning running rings around the moon... Like the circles that you find in the windmill's of your mind...
หายเมาแล้ว...ควรจะไป...



หายเมาแล้ว...ควรจะไป...
ถามไถ่.. โรคภัย..กับหมอ







ใช่แล้ว.. ถ้าคุณไม่สบาย ก็คงนึกอยากไปหาหมอ.. คนที่เก่ง รักษาได้เฉียบ จนหายเป็นปลิดทิ้ง.. แต่ทำยังไงถึงจะหาหมอแบบนี้เจอ นี่สิที่น่ากังขา หมอส่วนใหญ่พอใจรักษาคนไข้ ตามความถนัดของตัว ไม่ได้สนอกสนใจจะอธิบาย ร่ายยาวใด ๆ ให้เปลืองน้ำลายเสียเวลา ฉะนั้น ถ้าจะเสียสตางค์ค่ารักษากันทั้งที คุณเห็นจะต้องเตรียมตัวไปซักหมอให้ถี่ยิบอีกนิด...

คำถามเวลาตรวจ...

คนที่รักตัวเองจริง ควรหมั่นไปหาหมอ เพื่อเช็คสุขภาพประจำปี ไม่ใช่รอจนป่วยหนักเต็มที่ ถึงหอบสังขารไปหาหมอ ถ้าเป็นกรณีนี้ ให้ถามหมอว่าปรกติหมอเช็คตรงไหนบ่อยแค่ไหน? มีกรรมวิธียังไง? มีตรงไหนอยากให้ตรวจละเอียดเป็นพิเศษ ถามหมอด้วยว่า มีข้อมูลอะไรที่ตัวคุณเองควรจำไว้ เช่น กลุ่มเลือด ความดันโลหิตปรกติ ความแข็งตัวของเลือด เผื่อไว้สำหรับยามเจ็บป่วยฉุกเฉิน จะได้บอกหมอได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาตรวจกันใหม่

คำถามหลังรู้ผลการตรวจ...

ในเมื่อตรวจรู้ว่าเป็นโรคอะไร ก็ควรจะถามไถ่หมอว่า เพราะอะไร? ถือเป็นคำถามสำคัญ เพราะ ถ้าไม่รู้สาเหตุ ปล่อยให้หมอรักษาไปเองคนเดียว อีกหน่อยโรคจะกำเริบขึ้นมาได้ ถ้าคุณป่วย ควรจะรู้ให้ได้มากที่สุดว่า หมอจะรักษาคุณยังไง จะทดสอบแบบไหน จะให้ไปตรวจบ่อยแค่ไหน ถ้าหมอรู้ว่า คุณมีขอบเขตความต้องการ ความอยากรู้มากน้อยแค่ไหน จะได้บอกกล่าวกัน ให้เข้าอกเข้าใจได้ตั้งแต่ต้น ถ้าหมอตรวจไม่แน่ใจ ยังวินิจฉัยโรคไม่ได้ ขอให้หมอบอกคร่าว ๆ ถึงวิธีการตรวจหาก็ยังดี จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่ออวดรู้กับหมอ แต่เพื่อช่วยให้ตัวเองมีความรู้ในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่างหาก จะได้ไม่โดนปู้ยี่ปู้ยำ ทำตามใจหมอถ่ายเดียว

คำถามสำหรับการรักษาโรคใดโดยเฉพาะ...

รู้ว่า เป็นโรคอะไรก็เรื่องนึง รู้วิธีการรักษาว่า จะทำยังไงก็เป็นอีกเรื่องนึง คุณต้องรู้ว่า หมอพยายามทำอะไร.. เพราะอะไร.. เริ่มจากการใช้ยาเป็นอันดับแรก อย่ากินยาเม็ดใดเข้าไปจนกว่า คุณจะรู้ชื่อยาและรู้สรรพคุณ ยาแต่ละอย่างมีความเสี่ยงพอ ๆ กับประโยชน์ คุณควรรู้ด้วยว่าอะไรเป็นสัญญาณบ่งบอกเรื่องยุ่ง เช่น อาการคลื่นไส้ ปวดหัว นอนไม่หลับ ตาพร่า ควรหยุดกินยาทันที เวลาจะกินก็ต้องรู้ด้วยนะว่า จะกินก่อนหรือหลังอาหาร ยาปฏิชีวนะ นั้นใช้รักษาได้ผลกับเชื้อแบคทีเรีย แต่หมอมักสั่งให้กินฆ่าเชื้อไวรัสด้วยเสียอย่างนั้นแหละ ดูตัวอย่างจากโรคคอเจ็บนั่นปะไร ซึ่งกว่าเก้าสิบห้าเปอร์เซนต์ จะเกิดจากเชื้อไวรัส หมอจะรู้ได้ด้วยการส่องคอและตรวจหาเชื้อ แต่หมอส่วนใหญ่เอาสะดวกเข้าว่า และ ไม่อยากให้คนไข้เสียเวลา รอผลการตรวจ ก็เลยสั่งยาปฏิชีวนะให้ทันอกทันใจ ทำให้คุณกินยาปฏิชีวนะ เข้าไปโดยไม่จำเป็น ทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยาเปล่า ๆ คำเตือนคือ อย่ากินยาปฏิชีวนะ โดยไม่ได้รับการตรวจเชื้อโรคให้แน่ใจเป็นอันขาด

ถามอะไรก่อน ยอมขึ้นเตียงผ่าตัด...

หมอผ่าตัดนี่พูดคุยด้วยยากกว่าหมอที่ไปหากันประจำทุกวี่วัน เพราะ ไม่คุ้นหน้าตากันมา แต่ก็ต้องถามหละ จะให้หุบปากเฉยอยู่กระไรได้ คำถามแรกคือ ให้ถามว่า จำเป็นยังไงถึงต้องผ่าตัด มีทางเลือกอื่นหรือไม่? มีความเสี่ยงแค่ไหน? ถ้าคุณไม่แน่ใจ ให้ถามจากหมออีกคนอย่างละเอียด ถ้าหมอคนที่สอง เห็นพ้องด้วยว่า ต้องมีการผ่าตัด ถึงค่อยโอนอ่อน แต่ซักให้ยิบตาว่า ถ้าไม่ผ่าจะมีผลเป็นยังไง แล้วถ้าชีวิตคุณทนได้กับผลอันนี้ ก็ไม่ต้องฝืนใจตัวเอง

คำถามหลังผ่าตัดเจี๋ยนเรียบร้อย...

ก่อนผ่า ก็ต้องขอรู้หน่อยล่ะว่า ตอนฟื้นจะรู้สึกยังไง? จะมีอาการแบบไหนที่เรียกว่า ผิดปรกติธรรมดา จะมีสายระโยงระยางมากน้อยแค่ไหน ข้อสำคัญคือ หมอผ่าตัด ต้องรู้ประวัติการแพ้ยา โรคภัยโรคอื่นที่สุมทับคุณอยู่ด้วย ขอรายงานหลังการผ่าตัด ถ่ายเอกสารเก็บเอาไว้ที่บ้านสักชุด ใครจะไปรู้ว่า อีกสิบปีข้างหน้า คุณอาจต้องไปเจี๋ยนกับหมอคนใหม่ ประวัติเก่าเก็บไว้ให้อุ่นใจก็จะดีโขอยู่...

สวัสดี


Smiley







Free TextEditor


Create Date : 26 ตุลาคม 2551
Last Update : 26 ตุลาคม 2551 18:22:46 น. 0 comments
Counter : 132 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chinanod
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สมถะ เรียบง่าย กันเอง
Background.MyEm0.Com
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
26 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinanod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.