ขออย่ายอมแพ้ ....อย่าอ่อนแอ ...แม้จะร้องไห้ จงลุกขึ้นสู้ไป จุดหมายไม่ไกลเกินจริง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
28 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
จริงหรือที่เขาว่า แต่งงานมาอยู่ญี่ปุ่นแล้วมีความสุข ลองอ่านเรื่องนี้ดู



วันนี้ว่างพอที่จะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตบางชีวิตในญี่ปุ่นให้เพื่อนบล็อกฟัง

ป้ามักจะได้รับการชื่นชมและพูดว่า ดีจังได้แต่งงานกับคนญี่ปุ่น ได้อยู่ญี่ปุ่น เมืองที่สาวไทยหลายคนใฝ่ฝัน

เรื่องแบบนี้ ก็ถือว่า ทุกคนมีสิทธิจะฝัน ฝันดีบ้าง ฝันร้ายบ้าง แล้วแต่วาสนา

สาวๆหลายคน คิดว่าการได้แต่งงานกับคนญี่ปุ่น จะทำให้ได้ใช้เงินอย่างคล่องมือ ได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆมีเงินซื้อแบรนด์เนม

มีเงินส่งไปให้พ่อแม่พี่น้องที่เมืองไทยได้กินได้ใช้กันอย่างสุขสบาย

แต่ใครเลยจะคิดบ้างว่า ในทางกลับกัน หาได้มีความสุข ความสบายไปเสียหมดทุกคน

ดังเช่นเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้



เมื่อวันจันทร์ ได้รับโทรศัพท์จากน้องที่รักใครชอบพอกัน โทรมาบอกว่า จะกลับเมืองไทย ไปเยี่ยมเพื่อนคนหนึ่ง

เราก็ฟังเขาเล่าไปเรื่อยๆ เกี่ยวกับเพื่อนรุ่นน้องคนนั้น ที่เราก็รู้จักเขาพอสมควร ไม่ได้สนิทเหมือนเขาสองคน

ขอสมมุติชื่อว่า ปุ๊ยจัง

เพื่อนเล่าว่า ตอนนี้ ปุ๊ยจัง แย่แล้ว คงไม่รอดแน่

เราก็ถามไปว่า เป็นอย่างไรบ้างอาการป่วยของเขา

เพื่อนก็บอกว่า ตอนนี้ให้คีโม และคิดว่า ร่างกายคงรับไม่ไหวแล้ว เลือดออกตามแผลที่เข็มแทงให้จนปริเลือดไหล

ก็ขอเล่ารายละเอียดว่า ปุ๊ยจัง อายุ ประมาณ สี่สิบหก แต่งงานกับสามีชาวญี่ปุ่น มาสิบกว่าปี มีลูกสองคน คนโตสิบขวบ คนเล็กห้าขวบ

ปุ๊ยจัง เป็นคนทางจ.ว.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่งงานโดยการแนะนำของเพื่อนจังหวัดเดียวกัน

ก็เหมือนอย่างที่หลายๆคนคิดว่า การแต่งงานกับคนญี่ปุ่น จะทำให้สถานะครอบครัวดีขึ้น

ปุ๊ยจัง อยู่กินกับสามีเป็นปรกติสุขมาหลายปี ซื้อแมนชั่นเป็นของตัวเอง ซึ่งหลายๆคนก็รู้สึกยินดีไปกับปุ๊ยจัง ด้วยที่มีบ้านช่องเป็นของตัวเอง

ตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ญี่ปุ่น ปุ๊ยจัง ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว นอกจากกินเหล้า เล่นปาจิงโกะ

มีเพื่อนฝูงที่นิยมสิ่งเหล่านี้เหมือนๆกัน ทุกข์ก็กินเหล้า เข้าปาจิงโกะ อ้างว่า จะได้ลืมเรื่องความทุกข์

สุขก็กินเหล้า เข้าปาจิงโกะ ชีวิตวนเวียนอยู่กับสองสิ่งนี้

ความจริง ปุ๊ยจัง เป็นคนนิสัยดี ชอบช่วยเหลือเพื่อนฝูง ใครเฮไหนเฮนั่น ทำให้มีเพื่อนฝูงมากมาย

เรียกว่า เพื่อนกินเสียมากกว่า เวลาเล่นปาจิงโกะได้ ก็จะโทรชวนเพื่อนมาเลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์ ทำให้เป็นที่รักของเพื่อนกินเป็นอย่างมาก

แต่ใครจะรู้ตื้นลึกในใจของปุ๊ยจัง ว่ากำลังเครียดแค่ไหน

จนในที่สุด ความลับก็ขยายออกมาว่า สามีลาออกจากงาน ได้เงินมาก้อนหนึ่ง ซึ่งปุ๊ยจังก็เที่ยวแจกจ่ายถลุงไปเกือบหมด
โดยไม่คิดจะเก็บหอมไว้ใช้ในวันหน้า เคยเจอปุ๊ยจังตอนได้เงินก้อนนั้นมาใหม่ๆ เพื่อนฝูงญาติมิตรเดินตามกันเกรียว

ไปร้านไหน ใครๆก็เรียกแต่ คุณนายปุ๊ย เรียกว่า เนื้อหอมมาก

หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ข่าวว่า ปุ๊ยจัง ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาและผ่าตัดเอาเต้านมออก

เพื่อนฝูงก็ยังไปเยี่ยมเยียนไม่ขาด

เมื่อกลับมาอยู่บ้าน แม้เธอจะไม่มีแรงออกไปกินเหล้า เล่นปาจิงโกะเหมือนเก่า แต่ก็มีเพื่อนแวะมากินมานอนที่บ้านประจำ

บ้างก็ถือโอกาสตั้งบ่อนเล่นไพ่ กันที่บ้านปุ๊ยจัง สามวันสามคืนไม่หลับไม่นอน ได้เสียกันเป็นเงินหลายหมื่นเยน

ชีวิตปุ๊ยจังดำเนินไปเรื่อยๆ จนข่าวร้ายมาเยือน เมื่อมีหมายมาติดขับไล่ให้ออกจากแมนชั่นที่พัก

เพราะสามีไม่จ่ายค่างวดมาสองปี ปวดหัวแทน

ความจริง ปุ๊ยจังพอรู้บ้างว่า สามีไม่จ่ายค่าบ้าน แต่ด้วยความที่คิดสั้น เอาแต่เรื่องสนุกสนาน
กลุ้มก็ไปกินเหล้า ทั้งผัวทั้งเมีย เมาแล้วก็หลับไป แก้ปัญหาแบบไร้ซึ่งสติ

ทิ้งระยะมาเรื่อยๆ จนเขามาปิดป้ายขับไล่ออกจากห้อง

ตอนนี้แหละ เดือดร้อนกันไปทั่ว เพื่อนที่กินนอนมาด้วยกัน ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะบ้านคับแคบ สามีไม่ยอมให้คนอื่นมาอาศัยด้วย

และไม่ใช่แค่คนเดียว สี่ชีวิต เงินจะไปเช่าบ้านใหม่ก็ไม่มี สามีก็ไม่ได้ทำงานแล้ว นั่งๆนอนๆอยู่บ้านทั้งๆที่ร่างกายก็แข็งแรง

อายุห้าสิบปี ยังสามารถออกไปหางานมาเลี้ยงครอบครัวได้อีก แต่ก็ขี้เกียจทำงาน

จนมีเพื่อนเจ้าของร้านอาหาร สงสาร ให้ไปอาศัยอยู่ชั้นล่างของบ้าน แต่ไม่ได้อยู่ฟรี ต้องช่วยค่าน้ำไฟอีกเดือนหนึ่งคิดเป็นเงินไทยก็สองหมื่นบาท

ตอนแรกไปอยู่ก็ดูสนิทสนมกันดี ใครๆก็ยกย่องสรรเสริญคนที่ให้ไปอยู่ว่าช่างใจดีมีเมตตา

ส่วนปุ๊ยจังก็ไปช่วยงานร้านอาหารในตอนเย็นถึงเช้า เพราะร้านนั้นเป็นเปิดถึงตีห้า
ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้ว เพราะยังไม่หายจากมะเร็ง ก็ยิ่งทรุดโทรมจนไม่สามารถทำงานได้อีก

เจ้าของร้านอาหาร เห็นว่าไม่มีประโยชน์แล้ว จึงได้ออกปากให้ไปหาที่อยู่ใหม่
เพราะไม่จ่ายค่าน่้ำค่าไฟมาหลายเดือน สามีนั่งๆนอนๆอยู่บ้านก็เปิดไฟ เปิดแอร์ ไม่มีการประหยัด

ลูกเต้าก็สกปรกไม่อบรมให้เป็นระเบียบ เขาให้อยู่ด้วยไม่ได้แล้ว ขอให้ย้ายออกไปภายในสิ้นเดือน

ฟังเพื่อนๆมาเล่าแล้วก็เวทนาชีวิตของปุ๊ยจังมาก แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ได้แต่ให้กำลังใจไป




มีหลายคนโทรมาปรึกษาว่าจะหาทางช่วยปุ๊ยจังได้อย่างไร ทั้งป่วยทั้งไม่มีที่อยู่

คนที่แนะนำครั้งแรกให้แต่งงานกับสามี ก็โทรมาระบายให้ฟังว่า เป็นคนโชว์ให้เขา เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้
แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ ในเมื่อเจ้าตัวเขาดูเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว เห็นสนุกสนานไปวันๆ

ที่บ้านแม้จะกว้างขวางมีห้องหับพอให้อยู่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้เข้ามาเป็นภาระ จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

สามีก็ขี้เกียจสันหลังยาว วันๆเอาแต่นอนดูทีวี การงานอะไรไม่คิดจะทำ เคยให้สามีช่วยฝากงานให้ ไปทำได้ไม่ถึงเดือนโดนไล่ออก

เพราะสอนอะไรก็ไม่เคยจำ ไม่ใส่ใจที่จะเรียนรู้งาน หรือเข้ากับเพื่อนร่วมงาน เขาก็เบื่อที่จะช่วยเหลือ

ตอนนี้คิดได้อยู่ทางเดียว หาทางพูดให้ปุํยจัง กลับไปบ้านที่เมืองไทย ไม่อยากให้มาตายที่ญี่ปุ่น ไม่อยากรับผิดชอบ

เรียกว่าหลายทางโทรมาระบายเกี่ยวกับปุ๊ยจังให้ฟัง เราก็เพียงแต่รับฟังไปเรื่อยๆ

ครั้งล่าสุด ก่อนกลับเมืองไทย ปุ๊ยจังต้องไปนอนโรงพยาบาล เพราะมะเร็งลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง บวมไปทั้งตัว

เพื่อนฝูงที่พอมีกำลังและรักใคร่ก็ช่วยกันเรี่ยไรเงิน ช่วยค่ารักษาพยาบาลกันไปตามมีตามเกิด

จนท้ายสุด เห็นท่าจะช่วยกันไม่ไหวแล้ว จึงลงขันเงินก้อนสุดท้ายให้ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านที่เมืองไทย

เมื่อกลับไปอยู่เมืองไทย ด้วยสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่าง ปุํยจังก็อาการทรุดไปอย่างรวดเร็ว จนเพื่อนคิดว่าไม่รอดแน่

เลยโทรมาบอกว่าจะลงไปดูใจเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย ป้าก็ฝากเยี่ยมไปด้วย ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไรแล้ว

มาคิดๆดู หลายคนมาแต่งงานอยู่ญี่ปุ่น ก็คงวาดความหวังไว้สวยหรู หลายคนก็ประสบความสำเร็จ

ได้สามีร่ำรวยชนิดกินใช้ไม่หมด หลายคนก็พอลุ่มๆดอนๆ แบบป้า หลายคนยิ่งแย่ไปใหญ่ ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน

ชีวิตที่ญี่ปุ่นไม่ได้ปูด้วยกุหลาบเหมือนที่หลายคนคิด อ่านเรื่องนี้ไว้เป็นอุธาหรณ์

เรื่องเหล้า เรื่องการพนัน เรื่องคบเพื่อน กินเที่ยว ความสนุกที่เกิดขึ้นชั่วครั้งคราว
ส่วนแม่บ้านหลายๆคนที่มีคุณภาพชีวิตดีๆ ก็น่ายกย่อง ชื่นชมไปด้วย นั่นก็คงเกิดจากมาตราฐานชีวิตที่ต่างกัน

แม่บ้านหลายคน ไม่เคยรู้จักเลยว่า เขามีการเล่นการพนันกันที่ไหน ไม่เคยรู้จักเลยว่า เขาไปกินเหล้ากันที่ไหน

มีแต่เพื่อนดีๆเป็นมิตร พูดคุยกันแต่เรื่องมีสาระ และประโยชน์ นับว่าโชคดีเป็นอันมาก
ชีวิตบางคนแม้ไม่ร่ำรวย แต่ก็มีความสุข โลกนี้ยังมีผู้คนมากมายให้เรียนรู้ศึกษาและจดจำไว้เป็นบทเรียน

เมื่อมีโอกาสแต่งงานขึ้นมาอยู่ญี่ปุ่น ลองคิดทบทวนกันดูให้ดีๆ ได้พ่อบ้านดีก็มีความสุข
ได้พ่อบ้านขี้เมา ไม่รับผิดชอบ เราก็ต้องรีบจัดการแก้ไข ปรับเปลี่ยนตัวเองให้เท่าทันเขา
บางครั้ง เราอาจจะต้องเป็นผู้ชี่้แนะเขาว่า สิ่งไหนดีสิ่งไหนเลว จะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

เรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

หลายคนคงสงสัยว่า ในกรณีของปุ๊ยจัง ทำไมไม่ขอความช่วยเหลือจากรัฐเหมือนกรณีของป้า

เนื่องจากเหตุมันต่างกัน สามีของปุ๊ยจัง ร่างกายแข็งแรง ไม่แก่เฒ่า ต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ไม่ใช่นั่งๆนอนอยู่บ้าน

และเกิดจากหนี้สินมากมายที่มีแบล็กสิสต์อยู่ อีกทั้งไม่ได้ทำประกันเรื่องสุขภาพหรืออะไรไว้เลย
ผู้ชายญี่ปุ่นหลายๆคนก็ละเลยสิ่งนี้ ไม่ใช่ทุกคนจะทำประกัน ยิ่งพวกไม่เสียภาษี เกิดอะไรขึ้นรัฐไม่ช่วยเหลือ
ทำให้ครอบครัวลำบากในอนาคต ใครจะแต่งงานขึ้นมาใหม่ ศึกษาเรื่องเหล่านี้ไว้บ้างก็ดี ไม่เสียหาย

อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน วันนี้สุข พรุ่งนี้ทุกข์ ก็มีให้เห็นเยอะแยะ อย่าประมาท


Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 14 ธันวาคม 2555 10:45:44 น. 32 comments
Counter : 13432 Pageviews.

 
น่าสงสารนะคะ แต่ไม่รู้จะบอกว่า อย่างไร ทำตัวเองทั้งนั้น เฮ้อ...



กำลังเครียด ๆ แต่ขอ แอบเจิม...


โดย: simplyusana วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:31:45 น.  

 
ชีวิตไม่ได้สวยงาม เหมือนในละครจริงๆ จะค่ะ ป้าพนอจัน

ดีใจจังได้อ่านบล็อคของป้า สำหรับเรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ก็ดีนะค่ะ จะได้เป็นแง่คิดให้กับใครหลายๆคนที่ใช้ชีวิตอย่างประมาทค่ะ


โดย: Ooy1_chan IP: 182.52.175.162 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:48:25 น.  

 
ขอบคุณคะที่แวะมาทักทายกัน การที่ป้านำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง
ไม่ใช่เป็นการประจานผู้หญิงด้วยกัน เป็นแต่เพียงอยากให้เป็นตัวอย่างแง่มุมหนึ่งในการใช้ชิวิตในต่างประเทศ
ตอนนี้มีหญิงไทยรุ่นใหม่ๆแต่งงานขึ้นมาอยู่ญี่ปุ่นเยอะ มีหลายสิ่งหลายอย่างต้องเรียนรู้ซึ่งไม่มีเขียนไว้ในบทเรียน ป้าจึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง
เพราะป้าจะได้รับหลังไมค์มาฝากเนื้อฝากตัวว่าเพิ่งแต่งงานมาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยรู้อะไร ด้วยภาษาก็ไม่แข็งแรง ไปไหนก็ไม่เป็น มืดแปดด้าน เห็นแต่ว่าป้าเป็นผู้ใหญ่ที่พอจะปรึกษาให้อุ่นใจได้บ้าง ก็รู้สึกยินดีว่า อย่างน้อยก็เขาเห็นเราเหมือนญาติ การอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน ไม่รู้จักใครเลย จะอาศัยฝากชีวิตไว้กับสามีอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ควรหามิตรเอาไว้ปรึกษาหารือกันบ้างตามสมควร


โดย: พนอจัน (พนอจัน ) วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:11:47 น.  

 
สวัสดีคุณ Ooy1_chan ป้าครั้งหนึ่งก็เคยผิดพลาด แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียนบทหนึ่ง
คงไม่มีใครอยากก้าวพลาด เดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว ควรใช้ชีวิตที่เรียกว่าสายกลาง ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป เพื่อนดีๆหัดคบไว้ เพื่อนแทงข้างหลังก็ปล่อยมันไป มีมิตรดีกว่ามีศัตรู


โดย: พนอจัน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:15:55 น.  

 
คุณป้าอย่าหายไปนานนะคะ ติดตามอ่านตลอดเลย ชอบทุกเรื่องที่ป้าเขียน เพราะให้ข้อคิดให้ความรู้ในการดำเนินชีวิต บางครั้งเป็นเรื่องสนุก บางครั้งก็เศร้าสุด


โดย: NO-I IP: 10.0.221.194, 115.31.173.131 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:37:18 น.  

 
สวัสดีค่ะ ป้า น่าสงสารพี่เขาจังค่ะ


โดย: ไก่อเมริกา IP: 76.103.136.61 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:09:43 น.  

 
อ่านแล้วนึกมองย้อนตัวเอง สามารถเตือนใจได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว มินนี่ก็พยายามฝึกฝนตนเองให้เป็นแม่บ้านที่ดีเพื่อให้สามีไม่รู้สึกเสียใจที่เลือกเราเป็นคู่ชีวิตเพราะเรื่องเงินๆทองๆถ้าบริหารไม่ดีก็พาครอบครัวล่มได้เลยนะคะ


โดย: Miny IP: 115.67.64.127 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:39:01 น.  

 
ดีใจที่ได้มาอ่านจะได้สอนลูกหลานต่อไปยังคิดถึงพี่ต้อยเสมอค่ะแต่มีภาระอยู่
กำลังจะเขียนถึงพอดีเลยค่ะ


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:42:36 น.  

 
มันเศร้านะคะ! ดิฉันก็ไม่ได้โชคดีไปกว่าใครแต่ไม่หลงประมาดชีวิต ไม่ต้องส่งเงินกลับไทยเพราะทางเมืองไทยมีฐานะดี มีบ้านที่เมืองไทยไว้1หลัง(มรดกจากพ่อ)มีเงินก้อนสำหรับตอนมีปัญหา ไม่หลง ในอบายมุข คอยแต่ส่งเสริมลูกด้านการศึกษา แต่สิ่งที่ไม่ชอบคือแม่บ้านญี่ปุ่นชอบดูถูกเราว่า ญไทย... ดิฉันก็ฟังพระท่านสอนก็จิตใจดีขึ้น ทำไมคนชอบคิดว่าแต่งงานกับJapanese แล้วจะรวย ถ้าญี่ปุ่นคนนั้นไม่มีการศึกษานิสัยไม่ดี จะกล้าแต่งเพราะแค่คำว่าคนญี่ปุ่นรึ. มาทำงานขายตัวกันจนคนต่างชาติและคนไทยด้วยกันเองดูถูก มาญี่ปุ่นต้องมีจิตใจเข็มแข็งรักตัวเองและศักดิศรีตัวเราให้มากนะญไทย


โดย: แม่ลูก1 IP: 126.162.140.192 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:56:28 น.  

 
น่าสงสารและน่าเห็นใจมากๆค่ะคุณป้า

น้องสาวแท้ๆของหนูเจนเอง อายุเพิ่ง 24 ตอนนี้ก็เป็นมะเร็งด้วยค่ะ รักษาตัวอยู่ที่อังกฤษนี่แหล่ะ

ไม่ทราบว่าตอนนี้อาการของท่านนั้นเป็นอย่างไรแล้วบ้างคะคุณป้าพนอจัน


โดย: JenNy & Tristan @ The UK วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:48:12 น.  

 
น่าสงสารจังเลยค่ะ ภาวนะขอให้ทุกอย่างดีขึ้นนะค่ะ


โดย: bear hunt วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:11:14 น.  

 
อ่านแล้วก็อึ้งคะ ขอบคุณที่เอาเรื่องเป็นบทเรียนสอนใจแบบนี้มาเล่าให้ฟังนะคะ


โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:49:09 น.  

 
ป้าต้อยให้ข้อคิดเสมอ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:8:13:38 น.  

 
สะเทือนใจค่ะ ถึงจะอยู่เมืองไทยบ้านเรา แต่ถ้าทำตัวแบบนี้ ก็คงหมดเหมือนกันเน๊อะ ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ(เสมอ)ค่ะ


โดย: bumdd@hotmail.com IP: 110.77.187.178 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:21:04 น.  

 
ป้าคะ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ที่ป้าหยิบยกเรื่องที่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนรุ่นหลัง ..
จริงอย่างที่ป้าบอกค่ะ การอยู่ต่างแดน ต้องเลือกคบเพื่อน ต้องเลือกที่จะทำตัวให้คนอื่นรักโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ ..

ชีวิตในต่างแดน ไม่ได้แย่ซะทีเดียว แต่ก็ไม่ได้สุขสบายเหมือนที่คนอื่นเค้าคิด

ป้ายกเรื่องจริงแบบนี้มาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ
แอนชอบอ่านค่ะ


โดย: I'm_NaYa วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:02:30 น.  

 
ขอบคุณทุกท่าน เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย เพราะนิยายเอามาจากเรื่องจริง วนเวียนกันไปแบบนี้
ชีวิตของแต่ละคน แตกต่างกันตามแต่บุญกรรมของแต่ละคนที่สร้างสมมา

ป้าอายุเท่านี้ ผ่านชีวิตมาพอได้รู้ดีรู้ชั่ว รู้ว่าทำดีแล้วได้อะไร ทำชั่วแล้วได้อะไร
การไม่คบเพื่อนชั่ว ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะไม่นำเราไปสู่อบายมุขต่างๆ
ยามเราลำบาก หันหน้าไปหาใครเขาก็เมิน ไม่อยากต้อนรับ เขาอยากคบอยากเจอแต่คนที่ฐานะเสมอหรือใกล้เคียงกัน กลัวเราไปเบียดเบียน
หนทางสู่ความสุข ก็มีมากมายให้เราเลือกเดิน ถ้ารู้ว่าที่ทำไปมันไม่ดี เลิกเสียก็ไม่สาย
ขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจให้เสมอ


โดย: พนอจัน (พนอจัน ) วันที่: 1 มีนาคม 2555 เวลา:9:58:26 น.  

 
บล็อคของคุณป้ามีประโยชน์มากเลยค่ะ ได้ยิ้ม ได้มีความสุขเวลาเห็นคุณป้าไปเที่ยว ได้แชร์ของอร่อยๆ ที่เที่ยวสวยๆแบบญี่ปุ่น ที่บางคนไม่ได้สัมผัส

แต่อีกมุมหนึ่ง กว่าจะมีความสุขและรอยยิ้มแบบวันนี้ได้ คุณป้าผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมาย เรื่องเล่าชีวิตของคุณป้าเป็นเหมือนครู ที่สอนหนูได้เลยค่ะ ชีวิตคนเราไม่ได้สุขตลอดเลยนะคะคุณป้า กว่าจะผ่านจุดๆหนึ่งที่ลำบากและทุกข์ใจ

ต้องขอบคุณคุณป้านะคะ ยิ่งอ่านและได้ติดตามเรื่องราว ไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ ก็ยิ่งรักคุณป้าขึ้นทุกวัน ชอบรอยยิ้มของคุณป้ามากๆเลยค่ะ ขอให้คุณป้ามีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะคะ


โดย: เฮ้าส์1 IP: 124.122.116.22 วันที่: 1 มีนาคม 2555 เวลา:13:33:19 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง อยู่อย่างไรให้มีความสุข กำลังคิดว่าจะเขียนเรื่องนี้ รออ่านต่อไปคะ


โดย: พนอจัน (พนอจัน ) วันที่: 2 มีนาคม 2555 เวลา:7:47:15 น.  

 
มารออ่านค่ะป้า


โดย: ไก่อเมริกา IP: 76.103.136.61 วันที่: 2 มีนาคม 2555 เวลา:12:13:27 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้า

ขออนุญาตเรียกน้าเพราะดูหน้าตาคุณน้าน่าจะอ่อนกว่าแม่นกหลายปี อ่านเรื่องนี้แล้วเศร้าใจ แต่นกคิดว่าคนเราทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น การใช้ชีวิตแบบประมาท ไม่ว่าสามีจะเป็นคนชาติใหน หรือแม้ต่คนโสดเองก็ตามสุดท้ายก็ต้องลำบากกันทุกคนค่ะ


โดย: nok IP: 124.122.197.189 วันที่: 3 มีนาคม 2555 เวลา:14:52:34 น.  

 
ชอบอ่านบลอกของป้าพนอจันเพราะให้ข้อคิดที่ดีเสมอเลยค่ะ
หวังว่าคนอื่น ๆ ที่ได้มาอื่นคงได้เกิดปัญญาเช่นกัน ในการดำเนินชีวิต


โดย: fahtsuki วันที่: 6 มีนาคม 2555 เวลา:19:00:40 น.  

 
กราบขอบคุณที่ไปเม้นให้คะ อ้อ เอาไก่ผัดพริกหน่อไม้ดองมาฝากถึงที่เลย


บุญรักษานะคะ


โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 8 มีนาคม 2555 เวลา:22:40:51 น.  

 
แวะมาทักทายคุณป้าพนอจัน
เห็นกันอยู่บ่อยๆ กระทู้ทำอาหารของป้าหนูก็แจมบ้าง

เพิ่งกลับมารื้อบล็อกตัวเองเมื่อไม่นานมานี้เอง ขอแอดคุณป้าไว้ด้วยนะคะ
ตอนแรกหนูนึกว่าป้าเป็นคนเชียงรายเสียอีก ไม่รู้ไปอ่านตรงไหนมา พอมาอ่านเรื่องราวจริงๆ ถึงรู้ว่าเป็นสาวชาวกรุงนี่เอง

เรื่องที่เล่าให้บล็อกนี้ น่าเห็นใจพี่เขานะคะ แต่ผลก็มาจากเหตุการทำตัวของเขาเอง เรียกได้ว่าใช้ชีวิตแบบประมาทได้หรือเปล่า

อ่านแล้วเก็บเป็นข้อคิดสำหรับคนที่ใช้ชีวิตไม่รอบคอบ มีน้อยใช้น้อย มีเยอะก็ควรจะเก็บออมเราไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเป็นยังไงนะคะ

คุณป้าคงทำได้แบบ อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆนะคะ


ใกล้สปริงที่ฮอลแลนด์เต็มทีแล้ว
เอาทิวลิปมาฝากค่ะ





โดย: ก๋าสะลองเงิน วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:19:21:50 น.  

 
น่าสงสารคุณปุ๊ยจังเหมือนกันค่ะป้า
เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องเตือนใจใครได้อีกหลายๆคนนะคะทั้งในเรื่องความไม่แน่นอน การวางแผนอนาคต แล้วก็เรื่องคู่ครอง ที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็นลูกๆสองคนของคุรปุ๊ยซิคะ พ่อก็เป็นอย่างนี้กลับไปไทยจะมีใครเลี้ยงดูมั้ย


โดย: เด็กหญิงพระจันทร์ IP: 125.25.51.39 วันที่: 10 มีนาคม 2555 เวลา:0:47:01 น.  

 
สวัสดีค่ะ ไม่อยาดเรียกว่าป้าเลย เพราะดูยังสาวสวย เปรี้ยวได้ใจ แวะมาอ่านแล้ว รู้สึกเห็นใจค่ะ...
ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มี พ่อบ้านเป็นชาวญี่ปุ่น อยู่กันมา 20ปีแล้วค่ะ ปัญหาเล็กน้อยมีบ้าง...แต่ ก็โอเคค่ะ...เพราะคิดว่าถ้าไม่มีเลยคง ราบเรียบไร้สีสันเกินไป..555
ที่แวะมาเจอบล๊อคนี้ เพราะ แอบมาจิ๊กเอาสูตรแหนมเนือง ของป้าไปใช้น่ะค่ะ...ต้องขอบพระคุณมาก พลิกแพลงได้ อร่อยถูกใจตัวเอง เพราะไม่มีคนช่วยกิน..555 นี่แหละ ชีวิตแม่บ้านในต่างแดน ในหุบเขา...ไม่รู้ว่าเขาไปกิน เที่ยวที่ไหนกันเหมือนที่ป้าว่ามานั่นแหละจ้า......เพิ่งเริ่มเขียนบล๊อค เหมือนกันค่ะ ยังไม่ค่อยดี ต้องมาศึกษาที่นี่บ่อยๆแล้วล่ะ..จะแวะมาดูบ่อยๆค่ะ


โดย: joydes IP: 27.133.47.1 วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:10:19:37 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณอาพนอจัน(ขอเรียกคุณอานะคะ เพราะคิดว่าอายุน่าจะน้อยกว่าพ่อค่ะ)
อ่านเรื่องของคุณอาพนอจันทีไร ได้ประโยชน์และได้ข้อคิดมากค่ะ ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาทร่วมถึงเรื่องการเลือกคู่ครองด้วยคะ
ขอบคุณมากค่ะจะรออ่านตอนต่อๆไปนะคะ


โดย: aoraerja วันที่: 12 มีนาคม 2555 เวลา:21:26:11 น.  

 
กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่น อ่านมาเจอ blog ของคุณพนอจัน บางเรื่องอ่านแล้วสนุกจัง บางเรื่องอ่านแล้วก็ได้ข้อคิดดีดี ขอบคุณมากเลยค่ะ ที่เอาบางมุมมาแบ่งปัน


โดย: miffy IP: 202.176.81.238 วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:16:49:25 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณพนอจัน
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ นะคะ


โดย: ปลาทองในกองหนังสือ วันที่: 17 มีนาคม 2555 เวลา:14:04:53 น.  

 
อ่านแล้วซึมไปเลย หายซ่าทันที ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีดีนะคะ



โดย: yoyos วันที่: 18 มีนาคม 2555 เวลา:19:26:14 น.  

 
กราบสวัสดีคุณป้าพนอจันค่ะ..
หนูเป็นแฟนคลับของป้ามานานแล้ว..อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ได้ข้อมูลจาก บล็อคป้าเยอะเลยค่ะ..กิน เที่ยว ช็อป มีทุกอย่างเลย..หนูว่าหญิงไทยที่แต่งงานกับต่างชาติบางคนใช้ชีวิตไร้สาระจริงๆค่ะ ..เรื่องกิน เรื่องดื่ม เฮฮาปาร์ตี้ สำหรับหนูเป็นเรื่องปกติ แต่การพนันนี่น่ากลัว.บางคนเสียเป็นแสนๆแล้วสามีต้องมาคอยใช้หนี้ให้..สงสารผู้ชายพวกนี้จัง..เกิดมามีกรรมต้องตามใช้หนี้ไพ่ให้เมีย..


โดย: DER HERR DER RINGE IP: 91.62.99.3 วันที่: 24 มีนาคม 2555 เวลา:2:14:01 น.  

 
อ่านแล้วชวนคิด ขอบคุณป้าที่เตือนให้มีสติกับชีวิตค่ะ


โดย: Lingbahh IP: 115.87.112.184 วันที่: 11 เมษายน 2555 เวลา:18:47:09 น.  

 
สวัสดีค่ะ เพิ่งมาอยู่ญี่ปุ่นได้3เดือน ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆนะค่ะ มีทั้งดีและไม่ดีปะป่นกันไป ว่าเราจะเลือกทางแบบไหน ไม่มีใครกำหนดได้นอกจากตัวเราเอง สู้สู้ค่ะ


โดย: Nokjang IP: 180.28.99.22 วันที่: 26 มิถุนายน 2555 เวลา:13:30:26 น.  

พนอจัน
Location :
กรุงเทพฯ Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 291 คน [?]




ป้าพนอจัน เกิด วันที่ ๒ พฤกษภาคม ๒๔๙๔

เป็นคนกรุงเทพ เกิด ที่ เขตดุสิต ถนนสุโขทัย

ชอบทำอาหาร ชอบดอกไม้ ชอบท่องเที่ยว

ตอนนี้แต่งงาน มาอยู่ประเทศญี่ปุ่น ได้ 16 ปี
New Comments
Friends' blogs
[Add พนอจัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.