สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย (สิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก มิควรยึดมั่นถือมั่น)

<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
8 พฤศจิกายน 2549
 

ของของใคร...ของใครก็ห่วง-หวง

...


สวัสดีครับ

วันนี้มีเรื่องของเพื่อนมา "ขาย" เล็กน้อย
พอดีเมื่อสัปดาห์ก่อนได้คุยกับเพื่อนที่ทำงานเดียวกัน ได้ความว่าเค้า (เพื่อนผู้หญิง) กำลังจะลาพักร้อนไปเที่ยวเชียงใหม่

ด้วยความสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน ผมก็เลยซักเค้าไปเรื่อยว่า...ไปกี่วัน ไปทำอะไรบ้าง จนถึงว่าไปกับใคร?

เพื่อนผม...ไปกับแม่กับน้อง
ผมเอง...อ้าว แล้วเอาพ่อไปไว้ไหนอ่ะ ทำไมตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปกันแค่แม่ลูก น่าเกลี๊ยด...น่าเกลียดนะเราอ่ะ (อยู่ดีๆไปแขวะเค้าอีก )
เพื่อนผม...พ่อเราก็ต้องให้อาหารหมาอยู่ที่บ้านน่ะสิ ถ้าไปกันหมดเราก็ต้องอยู่เฝ้าบ้านอ่ะสิ (บ้านเพื่อนผมเลี้ยงหมาอยู่ 6-7 ตัว)

ผมเอง...(ได้ที ) โห...คนเรา Codeชั่วเลยอ่ะ ทิ้งพ่อไว้เลี้ยงหมาที่บ้านแล้วไปเสวยสุขกันลำพังตามประสาแม่ลูก
เพื่อนผม...(เริ่มรู้สึกว่าคิดผิดว่ามาคุยกะมันทำไม ) ก็แหม...(นิ่งไปพักนึง) จะว่าไปมันก็เป็นภาระเหมือนกันนะเลี้ยงหมาเนี่ย


ครับ และบทสนทนาดังกล่าวนี้เองที่เป็นตัวจุดประกายในการอัพบล็อกของผมคราวนี้

หลายครั้งหลายคราวที่เรารู้สึกผูกพัน รู้สึกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งสำคัญ รู้สึกว่าเราขาดมันไม่ได้ รู้สึกว่ามันเป็นของของเรา
และเราก็รู้สึกเช่นนั้นตลอดมา โดยไม่ได้ตระหนักเลยว่าสิ่งนั้นๆนำมาซึ่งความสุขแก่เราจริงหรือเปล่า

อย่างเพื่อนผมคนนี้เป็นคนรักหมามาก
เห็นหมาที่ไหนแล้วมือไม้อ่อน (พูดซะ ) ใจอ่อน เป็นต้องรักมันทุกตัวไป
เจอรูปหมาที่ไหนสวยๆงามๆก็ต้องทุ่มเทซื้อมา
ยิ่งโดยเฉพาะหมาที่บ้านยิ่งรักยิ่งหลงเกินกว่าใคร (ก็คงอย่างที่คนเลี้ยงหมามักจะเป็นกัน) ชีวิตนี้ขาดหมาของชั้นไม่ได้

แต่พอถึงเวลาที่ตัวเองมีกิจบางอย่างต้องทำและอยากทำ อย่างเช่นไปเที่ยวในครานี้
หมาของเพื่อนผมคนนี้ กลับกลายเป็นภาระ เป็นเครื่องขัดขวาง เป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวไม่สามารถไปเที่ยวกันพร้อมหน้าได้

ผมเลยนึกถึงตัวเอง เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว
อย่างเวลาซื้อดีวีดีเป็นบ๊อกซ์สวยๆมา เช่น Il Mare ที่อิมพอร์ทมาจากเกาหลี (ใช้คำว่าอิมพอร์ทแล้วฟังดูดีแฮะ ) เป็นต้น
ได้มาเราก็รู้สึกว่ามันสวยดี พออกพอใจที่เราได้มันมาไว้ในครอบครอง สิ่งนี้คือของของข้าพเจ้า

พอผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวาย
...จะหยิบจับมากก็ไม่ได้เดี๋ยวมันจะเปื่อยซะก่อน
...จะวางทิ้งขว้างก็ไม่ได้เดี๋ยวฝุ่นขึ้นแล้วจะเลอะ
...ใครจะมาหยิบมาจับก็ต้องคอยเหล่ว่ามันจะทิ้งขว้างของของเรารึป่าว
กลายเป็นไม่มีความสุขอ่ะครับ





พญามารเคยกล่าวต่อพระพุทธองค์ว่า
"ผู้มีทรัพย์ย่อมสุขเพราะทรัพย์นั้น เปรียบเหมือนคนมีโคสุขใจเพราะโค คนมีบุตรสุขใจเพราะบุตร, ผู้ไม่มีอุปธิ (กิเลส) ย่อมไม่สุขใจ"

พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า
"ผู้มีทรัพย์ย่อมเป็นทุกข์เพราะทรัพย์นั้น เปรียบเหมือนคนมีโค โศกเศร้าเพราะโค คนมีบุตร โศกเศร้าเพราะบุตร, ผู้ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่มีความทุกข์ใดๆ"






ท่านพุทธทาสภิกขุเคยกล่าวไว้ว่า...เราควรจะทำงานทุกอย่างด้วยความว่าง
ทำเหมือนกับไม่มีอะไร แค่ให้ได้ทำ แค่ปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆให้มันถูกต้องตามหน้าที่
มีหน้าที่อย่างไรก็ทำไปอย่างนั้น ไม่ได้ทำเพื่อเงิน ไม่ได้ทำเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ

มีสิ่งของต่างๆก็แค่ใช้ไปตามหน้าที่ของสิ่งของนั้นๆ
มันไม่ใช่ของของเรา และไม่ใช่ของของใคร แต่เป็นของของธรรมชาติ เป็นของของโลก
เพราะไม่ว่าสิ่งใด หากเราไปยึดถือมันเข้าว่ามันเป็น "ของของเรา" เมื่อใด
ทุกข์ก็จะเกิดแก่เราเมื่อนั้น

เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เห็นด้วยกับใครมากกว่ากันครับ...ระหว่าง "พระพุทธเจ้า" กับ "พญามาร" (ไม่ต้องถามก็ได้เนอะ )
และแต่ละคน มี "ของของเรา" กันคนละกี่มากน้อย?



--ขอบคุณที่แวะมานะครับ --





Create Date : 08 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2549 16:06:17 น. 39 comments
Counter : 388 Pageviews.  
 
 
 
 
แหะๆ ของรักก็ต้องหวงเป็นธรรมดาค่ะ
ถึงบอกว่าต้องเดินสายกลางดีที่สุด
แต่

.
.
.


โบว์ก็ทำมะด๊ายยยย
เลิกงานกี่โมงค้าบบ
โบว์เลิกห้าครึ่งอ่ะ อีกตั้งครึ่งชม.^^...
 
 

โดย: ขอบคุณที่รักกัน IP: 203.170.231.230 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:16:53:59 น.  

 
 
 

สวัสดีครับ ขอบคุณมากครับที่แวะไปทักทายครับ รู้คือรู้ เห็นคือเห็น แต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะวางได้ทุกสิ่งเพราะยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องเกี่ยวข้องกับอีกหลายกรณี แต่จงทำสิ่งที่ไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อนได้มากที่สุดก็น่าจะพอใจนะครับ แม้แต่นักบวชก็ยังทิ้งกิเลสได้ไม่หมด เพราะเราชอบนำเสนอ เช่นอาหารต้องดีที่สุด ลูกหลานแตะต้องไม่ได้เดี๋ยวไม่ได้บุญ ถามหน่อยระหว่างเด็กได้กินอาหาร กับเอาอาหารใส่บารตให้พระแล้วกลายเป็นของที่เหลือมากมาย อันไหนน่าจะดูดีนะครับ ไม่ใช่มาแอนตี้การทำบุญใส่บารตครับ ขอให้มีความสุขนะครับ
 
 

โดย: ลุงกล้วย วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:10:56 น.  

 
 
 
สวัสดีค่ะ..เห็นด้วยค่ะ จงทำในสิ่งที่ไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ได้มากที่สุด ก็พอใจแล้วค่ะ..
ยึดเป็น ของเราเมื่อใด ทุกข์ก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น ..
 
 

โดย: whitelady วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:49:06 น.  

 
 
 
"ของของเรา" คงเป็นหนังสือค่ะ ใครหยิบเสื้อ หยิบกระเป๋าหรือรองเท้าไปใช้ จะเฉย ๆ แต่ถ้าเป็นหนังสือนี่ แค่หยิบยืมยังยากเลย เดี๋ยวนี้หวงน้อยลงเยอะแล้ว แต่หลายเล่มก็ยังเป็นเล่มที่ "ห้ามยืม" อยู่ดี

แต่คิดว่าที่หวง ๆ เนี่ย อาจไม่ใช่ยึดติดหรอกค่ะ แต่เป็นความพยายามทะนุถนอมเพราะรู้ค่า (และขี้เกียจหามาใหม่) เสียมากกว่า

ก็คงเหมือนบางคนที่หยิบจับอะไรนี่..รุนแรง กระแทกประตูโครม ๆ ปิดฝาดังฉับ เปิดหนังสือทีหน้ายับ พับขอบ เวลาเก็บก็โยนลงกระเป๋าเลย
>> พวกนี้ บางทีเห็นแล้วก็หงุดหงิด (ทั้งที่เขาไม่ได้ทำกับของของเรา) เคยโมโหเพื่อนที่ปาหนังสือลงพื้นด้วย

เอ หรือเราจะเป็นพวกยึดติดแม้แต่ "ของของคนอื่น"?

ป.ล. การ์ตูนที่ไปแนะนำที่บล็อกนี่นึกไม่ออกค่ะ สงสัยไม่เคยอ่านแน่เลย
 
 

โดย: ยาคูลท์ วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:11:06 น.  

 
 
 

เห็นด้วยค่ะ

อย่างdvd The Usual Suspectsก็ยอมซื้อของแท้สั่งตรงมาเลยนะเพราะเป็นหนังสุดเลิฟ แต่ก็ให้เพื่อนๆยืมไปดูบ้างถ้าเขา/เธอสนใจจะดูนะคะ



"ของของเรา" ตอนนี้ที่มีอยู่กับตัวก็คือความรู้และความคิดค่ะ

ส่วนคนของเราไม่มี

 
 

โดย: keyzer วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:29:01 น.  

 
 
 
อ่านแล้วขนลุกครับ

สำนวนการเขียนและการเรียบเรียงดึครับ
ว่าง ๆ เขียนหนังสือธรรมะนะครับ
จะได้ช่วยคนอีกเยอะๆ


ปล. ชอบ IL Mare เหมือนกัน

ขอบคุณครับ .....อย่าหายไปนานนะ
เพราะ blog คุณก็เป็น blog "ของเรา" แล้วเหมือนกัน
รู้ใช่มั๊ยว่าจะเกิดอะไรถ้าขึ้นชื่อว่า ของเรา
 
 

โดย: Noname - โนนามิ IP: 210.246.68.226 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:48:37 น.  

 
 
 
แต่เราว่านะ!! ย่อหน้าบนๆอ่ะ เค้าเรียกว่า... เอาตัวเองมาเผาตะหากล่ะ!!


ปล. แล้วเคยกินปีกหงส์น้ำแดงป่ะ?? ไม่เคยกินล่ะสิท่า
 
 

โดย: ตุ๊กตาไขลาน IP: 58.8.172.165 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:13:10 น.  

 
 
 
ทำไมคุณมิดฟิลด์ไม่เสนอตัวไปช่วยให้อาหารหมาให้เพื่อนล่ะคะ คุณพ่อจะได้ไปเที่ยวด้วยได้

... จริงๆ การให้อาหารหมาเนี่ย มันก็ฝากกันได้นะคะ คุณพ่อของคุณเพื่อน อาจจะมีเหตุอื่นที่ทำให้เลือกจะอยู่ให้อาหารหมาก็เป็นได้ (เราชอบจินตนาการอ่ะนะ )

เนื่องจากตัวอย่างเป็นหมา ถึงแม้จะไม่ยึดถือเป็นของเรา ก็ยังต้องมีความเมตตาดูแลไม่ให้มันอดตายนะคะ ดังนั้นการไม่ไปเที่ยว อาจไม่ใช่การรับภาระ แต่เป็นการเสียสละก็ได้นะคะ

ป.ล. คนข้างบน กลับไปเซาท์เอนด์เลย
 
 

โดย: rebel วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:35:36 น.  

 
 
 
จริงค่ะ มีมากก็คิดมาก ยึดติดมาก ทำให้กังวลใจ กลัวหาย กลัวโดนขโมย กลัวพัง
 
 

โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 9 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:51:03 น.  

 
 
 
การไม่มีห่วงให้ดูแล เป็นลาภอันประเสิร์ฐ
 
 

โดย: Qooma วันที่: 9 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:12:59 น.  

 
 
 
... ไม่รู้ว่าตายแล้ว "ของของเรา" จะกลายเป็น "ของของใคร"

คิดแล้วปวดหัว เข้าครัวหาของกินดีกว่า อิอิ
 
 

โดย: แพนด้ามหาภัย (แพนด้ามหาภัย ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:04:40 น.  

 
 
 
รถยนต์ เป็นอีกห่วง(ผูกคอ) แต่ตอนนี้ละห่วงไปละ...ม่ายช่าย ยังไม่ถวายวัด คือมองมันว่า ช่างมัน จะมีรอยขูดขีด ช่างมัน จะสกปรก ช่างมัน ขอให้ข้างในสะอาด ขับได้ดี เป็นพอ

เดี๋ยวนี้จอดที่ไหนๆ ก็ไม่ห่วง กลัวหาย กลัวโดนแดด กลัวขี้นก...ละห่วงไปแร้น
 
 

โดย: yyswim วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:14:39 น.  

 
 
 
ทรัพย์ ความรัก ความผูกพัน เป็นทุกข์ทั้งสิ้นแหละค่ะ

แต่เราก็ห้ามตัวเองได้ยากกันซะด้วยสิ



แหะๆ เราเองมาถามแต่ก็ยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะได้ไปหรือเปล่า (อ้าว...ซะงั้น)
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:42:46 น.  

 
 
 
สบายดีคะ.....ขอบคุณคะที่ยังแวะมาเยี่ยมและทักทายกันนะค่ะ....รักษาสุขภาพและมีความสุขในทุกๆวันของคุณคะ....เห็นด้วยกับคุณ.. Qooma ----->การไม่มีห่วงให้ดูแล เป็นลาภอันประเสิร์ฐ
 
 

โดย: MinnyJa วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:12:35:12 น.  

 
 
 
...

--ขอบคุณที่รักกัน / ทำมะด้ายก็ต้องเป็นทุกข์นะคร้าบบบบ...
เลิกงานเวลาเดียวกันเลยครับผม

--ลุงกล้วย / น่าคิดเหมือนกันครับ อย่างทีว่าการทำบุญกับพระภิกษุได้บุญมากกว่าคนธรรมดา ถ้าเราไปมัวคิดอย่างนั้นก็มีแต่แห่กันไปหาภิกษุซะหมดสิ
แต่ผมว่ามันคงอยู่ที่ความเหมาะสมล่ะครับ อย่างทำทานก็ให้มีความบริสุทธิ์ในเบื้องต้น ท่ามกลาง และบั้นปลาย
เพราะถึงที่สุดแล้ว ทุกๆการกระทำของเราคงเป็นไปเพื่อละกิเลสให้ลดน้อยลงไปเรื่อยๆนั่นเองครับผม

--whitelady / ขออนุโมทนาในความคิดอันชอบด้วยครับ

--ยาคูลท์ / ความพยายามทะนุถนอมเพราะเห็นค่านี่มันก็เป็น "ความยึดติด" เหมือนกันนะครับ แต่ความลึกตื้นอาจจะต่างกัน
อย่างการทะนุถนอมหนังสือธรรมะเพื่อไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษา ก็อาจจะเป็นความยึดติดเหมือนกันว่าอยากให้ของสิ่งนี้อยู่ไปนานๆ ทั้งที่จริงมันก็หนีไม่พ้น "เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป" แต่เราก็ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ก็เป็นการกระทำและการยึดติดที่เรียกได้ว่า "เห็นแก่ตัว" น้อยมากๆแล้ว คือคิดเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง
มันคงต้องดูที่เจตนามั้งครับ...ผมว่า

-- keyzer / แล้วเมื่อไรจะมี "คนของเรา" เอ่ย อิอิ
น่าอิจฉาจัง มี "ของของเรา" น้อยนิดเดียวเอง

--Noname - โนนามิ / เหะ เหะ ที่เขียนๆอยู่นี่ก็อาศัยครูพักลักจำ (และบางคราวก็ลอกมาดื้อๆ ) มาทั้งนั้นล่ะครับ
ยินดีที่พี่เห็นประโยชน์นะครับ

--ตุ๊กตาไขลาน / เผาแมนฯยูฯอ่ะจิ
โดนคุณ rebel ไล่กลับไปเซาธ์เอนด์เลย ฮิฮิ

--rebel / ครับ มันอาจเป็นความเสียสละของพ่อเค้าก็จริง แต่มันยังคงเป็น "ภาระ" อยู่ดีใช่มั้ยครับ? เพราะทำให้ขาดโอกาสที่จะได้ไปเที่ยวกันพร้อมหน้าทั้งครอบครัว
ตัวอย่างนี้ยกมาแบบให้เห็นใกล้ตัวน่ะครับ
จะยกแบบที่ท่านพุทธทาสฯยกมา ประมาณว่า สามี-ภรรยา หรือกระทั่ง พ่อ-แม่-ลูก ต่างก็เป็นภาระกันทั้งนั้น ก็กลัวว่าจะ "แรง" เกินไป
ทั้งที่หากพิจารณาให้ถ้วนถี่แล้วมันเป็นอย่างน้นจริงๆ

--กิ่งไม้ไทย / จะมีให้น้อยที่สุด ไอ้ใจเราก็ดัน "กลัวน้อยหน้าเขา", "กลัวไม่พอกิน", "เผื่อเหลือเผื่อขาด" และอีกหลากความกลัว
เลยต้องทุกข์ต่อปายยยย...

-- Qooma / เห็นด้วยครับ แต่คนเราก็ยังขวนขวายหาห่วงกันให้ขวักไขว่

--แพนด้ามหาภัย / ดีครับดี...ว่าแต่ของกินนั่นเป็นของใครเอ่ย? อิอิ

--yyswim / ดีเลยครับพี่ ห่วงน้อยก็ทุกข์น้อยเนอะ?

-- สาวไกด์ใจซื่อ / ถึงต้องฝึกสติไงครับ

-- MinnyJa / ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขเช่นกันครับผม


--ขอบคุณที่แวะมาครับ

 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:16:04 น.  

 
 
 
ของของข้าใครอย่าแตะ
แตะได้ ถ้าไม่กัวหัวแตก

=)
 
 

โดย: hunjang วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:01:39 น.  

 
 
 
อ่า..ถ้าเทียบกับสำนักพิมพ์ผีเสื้อแล้วของพัณณิดาจะต่างไปค่ะ

ของพัณณิดาจะเน้นเป็น "แฟนตาซี" เป็นส่วนใหญ่ค่ะ

แล้วก็โดยมากตัวละครหลักจะมี "การเรียนรู้" ขึ้นเรื่อยๆ ตามการดำเนินเรื่อง



ก็ถือว่าเป็นนักเขียนไทยที่น่าสนใจนะคะ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:21:29 น.  

 
 
 
ง่า หมาไม่ใช่ "ของ" ของเรานะคะ (เออ หมาอาจจะใช่เนอะ มันติดจ่าฝูง เราเป็นคนชอบแมว เลยนึกแต่มุมของแมว) มันมีชีวิตจิตใจ และเป็นสิ่งที่เราต้อง "รับผิดชอบ" ตอบแทนเขา จะเอามาเทียบกับสิ่งของมันยังไงๆ อยู่นะคะ สิ่งของเราปล่อยวางได้ แต่ถ้าปล่อยวางหมาก็ทำกับทำร้ายชีวิตหนึ่งนะคะ

นี่ค่ะ รายละเอียดร้าน outlet ของเอเชียบุคส์ที่ไปถามที่บล็อกแพนด้าฯ

//www.asiabook.com/store/outlet/
 
 

โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:46:14 น.  

 
 
 
แวะมาส่งความสุข ในวันหยุด ค่ะ..
พรุ่งนี้วันหยุด มีความสุข นะค่ะ..
 
 

โดย: whitelady วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:46:34 น.  

 
 
 
พยายามจะไม่มี แต่ทำไม่ได้ซ๊าที กิเลสน่ะค่ะ

Il mare อ่ะ จบไม่ค่อยจาเข้าใจอ่ะค่ะ หาหนังสืออ่านก็ย๊ากยาก เป็นทุกข็เพราะ Il mare อยู่พักนึง เป็นต้นค่ะ

สบายดีนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ หนาวแระ
 
 

โดย: varissaporn327 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:42:12 น.  

 
 
 
เป็นภาระเพราะผูกกันอยู่ค่ะ

นึกถึงตอนพระราหุลประสูติก็ได้ค่ะ
พุทธองค์สมัยเป็นเจ้าชายสิทธัตถะยังกล่าวว่าห่วงเกิดขึ้นแก่เราแล้ว

ถ้าคิดทั่วๆ ไป การตั้งชื่อลูกว่า "ห่วง" นี่ใจร้ายมากเลยนะคะ แต่ก็คือความจริง เป็นภาระ เป็นความผูกพันจนกว่าจะตายจากกันไป หรือถึงกายเนื้อจะจากกันไปแล้ว ใจก็ยังคงคอยห่วงหา นึกถึงไม่จบสิ้น

ห่วงที่เต็มใจเอามาผูกตัวเองไว้ นี่แก้ยากนะคะ

 
 

โดย: rebel วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:52:39 น.  

 
 
 
เอ่อ กระต่ายเอง ตั้งแต่เลี้ยงเจ้าแปะก๊วย(กระต่าย) ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนเท่าไหร่เลยค่ะ

เพราะมันไม่มีใครดูให้อ่ะ นอกจากกระเตงไปด้วย ซึ่งก็ไม่สะดวกเอาเลย

 
 

โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:3:51:19 น.  

 
 
 

อรุณสวัสดิ์เช้าวันเสาร์ครับ
 
 

โดย: ลุงกล้วย วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:5:38:40 น.  

 
 
 
อ่านแล้วอึ้ง แว๊บแรกคิดถึงเรื่องพระราหุลเหมือนคุณ rebel เลยค่ะ

ใช่เลยว่า รักมาก ห่วงมาก ผูกพัน ก็จะเป็นหวงมาก เป็นภาระมาก ๆ ชิวเป็นแบบที่พูดมาเลยค่ะ
ถ้าเป็นพวกสิ่งของก็มักเป็นแนวหนังสือ เมื่อก่อนเป็นโรคหวงหนังสือมาก ยิ่งเล่มโปรดนี่ลืมไปได้เลย ใครจะคิดยืม ห้าม!
หลัง ๆ ดวงตาเห็นธรรม :P ใช้วิธีซื้อหนังสือเล่มโปรดเพิ่มอีกเล่ม ไว้แจกจ่ายให้คนอื่นอ่าน

ปอลอ บุนเดสฯคืนวันศุกร์ เบรเมนแพ้ดอร์ทมุนด์ด้วย แอบดีใจ
 
 

โดย: ชิวเทียน วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:06:44 น.  

 
 
 


แป้งเปียกน้องพี่โชแปงมาชวนไปกินขนมเค้กกะไอติมกับพวกเราค่า

Happy Weekend นะค้า แต่วันหยุดนี้ แม่จะพาพวกเราไปตะลุยงาน Golden & Star Charity ที่ The Mall บางกะปิค่า แม่บอกว่า ดาราที่มาในงาน หล่อเท่าพี่แปงกะพี่เปเป้มะด้ายหร๊อกกกก เอิ๊กๆ


 
 

โดย: ครอบครัวโชแปง (nutuang ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:48:11 น.  

 
 
 
อยู่ข้างพญามาร

"ผู้ไม่มีอุปธิ (กิเลส) ย่อมไม่สุขใจ"

ไม่มีกิเลสก็ไม่เกิดรักโลภโกรธหลง ไม่รู้จักความทุกข์จะรู้จักความสุขได้อย่างไร

พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้และปรินิพพานได้ แต่มนุษญ์อย่างเรานั้นยากนักที่จะผ่านพ้นวังวนของกิเลส

แต่ขอให้กิเลสนั้นอยู่ในขอบในเขตตามอัตตภาพก็แล้วกัน

 
 

โดย: ป้านิด IP: 195.93.60.72 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:34:12 น.  

 
 
 


Arsenal 3 - 0 Liverpool

-- เจอพิษเจ๊แหวงมั่งแล้วไง

=)
 
 

โดย: hunjang วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:7:51:14 น.  

 
 
 
...

-- hunjang // คนนี้น่าจะทุกข์หนักกว่าใครนะเนี่ย

--สาวไกด์ใจซื่อ // ครับ น่าสนใจมากครับ

-- ลูกสาวโมโจโจโจ้ // ไม่ได้เอา "สิ่งมีชีวิต" กับ "สิ่งของ" มาเปรียบเทียบกันนะครับ เพียงแต่ยกให้เห็นว่าต่างก็เป็น "ภาระ" เหมือนกัน ไม่ว่าจะด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจ
ซึ่งทางที่ดีที่สุดก็คือ การปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิไปตามหน้าที่ที่ควรจะเป็น เช่น มีหมาก็เลี้ยงหมาไปตามเรื่อง แต่ไม่ได้คาดหวังกับมันเกินเหตุ รวมถึงเรียนรู้ที่จะไม่ทุกข์หากเกิดเหตุไม่คาดคิดและไม่สมใจ
จะว่าไปแล้ว...การที่อยากไปเที่ยวมันก็เป็นความทุกข์อย่างหนึ่งนะครับ ถ้าไม่ได้ไป
ขอบคุณสำหรับ link นะครับ

--whitelady // มิน่าทำไมวันหยุดเราสุขใจจัง

-- varissaporn327 // ช่วงนี้อากาศมันกั๊กๆไงไม่รู้นะครับ จะหนาวก็ไม่หนาวมาก จะร้อนก็ไม่ร้อนมาก สลับกัน

-- rebel // ใช่ครับ เมื่อเช้าออกจากบ้านมาก็รู้สึกหนักๆอยู่

--กระต่ายลงพุง // นี่ไงครับ "ภาระ"

--ลุงกล้วย // อรุณสวัสดิ์เช้าวันจันทร์ครับ

--ชิวเทียน // เห็นธรรมแบบนี้ ยิ่งเห็นยิ่งเปลืองนะครับ

--nutuang // น่ากิ๊น น่ากิน

--ป้านิด // ไม่น่าเชื่อมีคนเลือกฝ่ายพญามารด้วย !!!
จะว่าไป "ความสุข" ก็จัดเป็น "ทุกข์" เหมือนกันนะครับ
แต่เป็น "ทุกข์" ในระดับน้อยๆ เพราะนำมาซึ่งความฟูฟ่องของใจ ตรงข้ามกับ "ทุกข์" ที่ทำให้ใจเหี่ยวแห้ง
เพราะที่สุดของที่สุดแล้ว การไม่มีกิเลสก็คือการที่ใจ "นิ่ง" ไม่ "ฟู" ไม่ "แฟบ" นั่นเองครับ

-- hunjang //



--ขอบคุณที่แวะมาครับผม --


 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:36:49 น.  

 
 
 
หง่ะ รู้ได้ไงหว่า ว่าเวลาเราเดินทางแล้วเหมือนคาราวาน อิอิ
หง่ะกว่าเดิม ... อย่าพูดว่า nutuang น่ากินจิ่งับ แม่ผมไม่น่ากินหรอกง๊าบ (ถึงแม่จะเหมือนหมูก้อเหอะค๊าบ) กินเค๊กกะไอติมดีกว่าเยอะ เอิ๊กๆ

 
 

โดย: ครอบครัวโชแปง (nutuang ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:19:25 น.  

 
 
 
ทักทายเจ้าของบล๊อคค่ะ อย่าช้ำใจกับพี่หงส์นานนักละ อย่างน้อยพี่เสือก็ชนะแบบหืดขึ้นคอได้แล้วนัดหนึ่ง เรื่องยึดติดนี่ เราว่าเราเป็นเอามากๆเลยแหละ ข้าวของแต่ละชิ้นกว่าจะซื้อหามา คิดแล้วคิดอีกทุกอัน ยิ่งทำให้รักมากหวงมาก กิเลสก็หนามากเป็นธรรมดา ถ้าเป็นคน ไม่ว่าจะสำคัญมากหรือน้อยก็ห่วงมาก(บางคนก็หวง) เป็นกังวลวิตกทุกข์ร้อนใจบ่อยๆ อยากปล่อยวางบ้างเหมือนกัน แต่ยังทำไม่ได้สักทีน่ะค่ะ สงสัยจะเป็นเพราะเราเป็นนางมารมั้งคะ เหอๆ
 
 

โดย: takiendeutsch วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:9:47:31 น.  

 
 
 
งานนี้เทคะแนนสงสารให้พ่อเพื่อน จขบ. เต็มๆ คนเดียวเลยค่ะ อิอิ
 
 

โดย: เบบูญ่า วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:29:38 น.  

 
 
 
ช้ำใจ
 
 

โดย: rebel วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:17:44 น.  

 
 
 
555+ หนังสือกับดีวีดีของเรานี่ห้ามใครแตะเลยค่ะ กลัวเขาไม่รักษาแย่งเราอ่ะ เดี๋ยวต้องมานั่งบ่นทีหลัง
-------------------------------------------
เมื่อคืนง่วงมาก ดูดาบมังกรหยกจบก็นอนเลยอ่ะค่ะ หงส์เป็นไงบ้างอ่ะ (อยากให้แพ้นะเนี่ย)
 
 

โดย: Kitsunegari IP: 203.113.32.6 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:20:36 น.  

 
 
 
แวะมาราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ฝันดีนะคะ
 
 

โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:49:21 น.  

 
 
 
สวัสดีวันอังคารค่า
วันนี้คุณกินโดนัทอะยางงง หุหุ



เพลงของเบอเกอรี่ก็เปิดหลายเพลงนะ
ไว้จะหามาเปิดอีกค่า^^...
 
 

โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 14 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:02:14 น.  

 
 
 
นี่!! ตอนหงส์โดนปืนยิงจนปีหักเนี่ย เราก็อุตส่าห์ใจดี ไม่มาเย้ยแล้วนะ แต่ดูไปเม้นท์ที่ blog เราแต่ละอัน ทำให้อดใจไม่ไหวจริงๆ


ปล. เพิ่งเห็นว่าโดนแขสอยอ่ะ แขไม่น่ามีเพื่อนร่วมเชียร์หงส์แบบตามิดฟิวล์เล้ยยย เพราะเล่นสร้างความหมั่นไส้ให้ชาวบ้านไปทั่วเลยนะ!!

 
 

โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 14 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:09:50 น.  

 
 
 
เคยเห้นคนซื้อของเล่นมา เก็บ ไม่กล้าเลาน กลัวพังหรือเก่า
..
...
เสียดายครับ อุตส่าห์ชื่อ....."ของเล่น"
 
 

โดย: แร้ไฟ วันที่: 15 พฤศจิกายน 2549 เวลา:2:57:19 น.  

 
 
 
...

--nutuang /// ผมก็หมายถึง "เค้ก" กะ "ไอติม" นะ

--takiendeutsch /// นางมารลี้โม่กโช้วรึป่าวครับ?
ปล่อยวางไม่ได้ก็จริง แต่รู้ตัวอยู่ว่ารู้สึกอย่างไรก็โอเคในระดับหนึ่งแล้วนะ

--เบบูญ่า /// 5555...

--rebel /// เฮ้อออ...

--Kitsunegari /// ไม่รู้ผลจริงๆหรือแกล้งแขวะเนี่ย?

--กระต่ายลงพุง /// สวัสดีตอนเช้าครับ

--ขอบคุณที่รักกัน /// โดนัทไม่ตกถึงท้องมาหลายวันแล้วครับ เดี๋ยวต้องแสวงหาซะหน่อย

--ตุ๊กตาไขลาน /// หยวนๆน๊า...

--แร้ไฟ /// "ของเล่น" ถ้าไม่เล่นมัน ก็คงต้องกลายเป็น "ของเก็บ" เนอะ?



--ขอบคุณที่แวะมาครับ --

 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 15 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:55:50 น.  

 
 
 
u'll never walk alone...

 
 

โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 15 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:36:45 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

The Legendary Midfielder
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...
" เพราะเหตุนี้มี ผลนี้จึงมี, เพราะเหตุนี้เกิด ผลนี้จึงเกิด, เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ
" หากปรารถนาผลอันดี พึงสร้างเหตุสร้างปัจจัยอันดี "


...
" ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ "


...
" ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต
กลับใจจะพบฟากฝั่ง "


...
"หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
"ทำกรรมดีย่อมได้รับผลของกรรมดี ทำกรรมชั่วก็ย่อมได้รับผลของกรรมชั่ว"



...
"...กฎแห่งกรรมไม่เคยผิดพลาดมาก่อน
"ไม่ว่าเราจะประสบพบกับคราวเคราะห์หนักหนาสาหัสแค่ไหน
"ให้ระลึกไว้ว่านั่นเป็นสิ่งที่สมควรและสาสมแก่เราแล้ว
"เป็นเพราะเราได้สร้างเหตุนั้นๆมาก่อน
"ผลเช่นนี้จึงตามมา..."

[Add The Legendary Midfielder's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com