สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย (สิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก มิควรยึดมั่นถือมั่น)

<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
2 กุมภาพันธ์ 2550
 

เราจะไม่ยึดติดกับรูปสวยๆ เสียงเพราะๆ ได้อย่างไร? (1)

...


สวัสดีครับ

(หมายเหตุ: อัพบล็อกคราวนี้มีธรรมะจากบางส่วนของพระนิพนธ์ใน "สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก องค์ที่ 19" เรื่อง "วิธีสร้างบุญบารมี" มาฝากนะครับ ซึ่งค่อนข้างยาวพอสมควรทีเดียว และผมคงต้องค่อยๆทยอยมาโพส 2 - 3 ครั้ง กว่าจะจบส่วนของเนื้อหาที่อยากนำมาแบ่งปันกันคราวนี้

และก็ตามฟอร์มของ นัท-คุง ที่ก่อนจะเข้าเรื่องต้องชักมหาสมุทรทั้ง 7 มาผูกเข้าด้วยกันก่อน ซึ่งจะทำให้เนื้อหามันเยอะขึ้นอีก
ใครที่ขี้เกียจอ่านก็ข้ามไปอ่านในส่วนของพระนิพนธ์ฯได้เลยนะครับ )




ครั้งหนึ่ง นัท-คุง เคยคิดจะ "หักดิบ" อารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง ด้วยการตั้งเป้าหมายว่า... นัท-คุง จะไม่ยึดติดกับรูปสวยๆและเสียงเพราะๆอีกต่อไป!!!
(ชื่อหัวข้อบล็อกคราวนี้ได้มาจากการอ่านกระทู้ในห้องศาสนา ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ )

จึงได้เสาะแสวงหาวิธีว่าจะทำเช่นไรดีหนอเพื่อจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้
ศึกษาไปเรื่อยๆในอินเตอร์เน็ทก่อนจะพบว่า "อสุภกรรมฐาน" เป็นวิถีทางหนึ่งที่ช่วยได้

นัท-คุง จึงไล่ล่าหาเว็บไซท์ที่อุดมไปด้วย ภาพร่างกายของบุคคลอย่างเราๆท่านๆหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว อย่างเอาเป็นเอาตาย
พูดง่ายๆก็คือหาภาพศพนั่นแหละ

โดยปกติแล้ว
การเจริญอสุภกรรมฐาน หรือการพิจารณาให้เห็นถ่องแท้ว่าร่างกายของคนเราทุกคนล้วนไม่ใช่สิ่งสวยงามนั้น
เป็นไปเพื่อให้ผู้ที่ได้เจริญภาวนา สามารถละความยึดติดในรูปได้ ไม่ใส่ใจกับรูปลักษณ์อันเป็นสิ่งฉาบฉวยอีกต่อไป
ซึ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ นัท-คุง กระทำ

เพราะความมุ่งหมายของ นัท-คุง นั้น
นัท-คุง ดูภาพศพไปเพื่อทำให้ตัวเองเกิดความขยะแขยงในร่างกายของมนุษย์ จนถึงระดับที่ไม่คิดจะพิศวาสใครอีกต่อไป
ประมาณว่าส่องกระจกดูตัวเอง หรือว่ามองเห็นใครเดินผ่านมาปุ๊ป ก็อยากที่จะมีตา X-ray ส่องทะลุผิวหนังชั้นนอกไปมองเห็นอวัยวะภายในโดยอัตโนมัติอย่างไรอย่างนั้นเลย

ซึ่งความมุ่งหมายของ นัท-คุง ดังกล่าว รังแต่จะทำให้จิตใจเกิดความหมองเศร้า และนำไปสู่อบายได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า นัท-คุง จะเก่งกล้าสามารถนั่งเพ่งภาพศพหน้าจออยู่คนเดียวไปมาได้นานๆนะครับ
แต่ละครั้งยังคงต้องไปดึงเอาผู้คนรอบข้างผู้ชอบของแปลก และอยากลองดูอะไรน่ากลัวๆมาดูเป็นเพื่อนด้วย

ทุกครั้งที่ดู นัท-คุง ก็จะรู้สึกตัวเองได้ว่ากำลังทำหน้าเหยเกอยู่กับสภาพความเป็นจริงของร่างกายคนเราที่เห็นอยู่ตรงหน้า
และช่วงเวลาในขณะที่ดูภาพจนถึงหลังจากเสร็จสิ้นสิ่งที่ตัวเองคิด (เอาเอง) ว่าเป็นวิถีทางสัก 2-3 ชั่วโมง นัท-คุง ก็จะรู้สึกได้ในตัวเองว่า...ร่างกายคนเราไม่ใช่สิ่งสวยงามเอาเสียเลย
ก่อนที่จะกลับไปเริงร่าตามเดิม

ช่วงที่พีคที่สุดของ นัท-คุง กับการกระทำที่มีความมุ่งหมายผิดๆดังกล่าว
เกิดขึ้นเมื่อ นัท-คุง เข้าไปยังเว็บไซท์ของวัดแห่งหนึ่งที่มีแกลเลอรี่ภาพศพสำหรับให้ผู้ต้องการเจริญอสุภกรรมฐานได้เข้าไปยลกัน

ขณะนั้น นัท-คุง ไปจกแนวร่วมมานั่งเป็นเพื่อนได้ 1 คน
ก็นั่งดูภาพโน้นภาพนี้กันไปเรื่อย เช่นภาพศพทหารที่ตายในสงคราม ภาพศพถูกรถชน...
(ต้องบอกก่อนว่า บางครั้งภาพศพที่ใครต่อใครรวมถึง นัท-คุง เห็นว่ามันน่ากลัวน่ะ จริงๆแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เราดูหนังแล้วเห็นผู้ร้ายถูกยิงล้มไปต่อหน้าต่อตานั้นหรอก
เพียงแต่ตัวความคิดที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่เห็นอยู่เป็นศพ และศพต้องน่ากลัว นั่นต่างหากที่ทำให้เรารู้สึกกลัวจริงๆ)

จนกระทั่งมาถึงภาพๆหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพที่ นัท-คุง คิดว่าน่ากลัวจริงๆจังๆติด Top 5 เท่าที่เคยเห็นมาในชีวิต

ลองนึกถึงภาพส้ม 1 ผลนะครับ
ก่อนกินส้มเราก็ต้องปอกเปลือกก่อนใช่ป่าว?
สมมติให้ปอกเปลือกโดยการผ่า เริ่มด้วยการเอามีดกรีดเป็นรอยกากบาทส่วนบนสุดของผลส้ม
จากนั้นก็ค่อยๆดึงเปลือกส้มที่แยกออกเป็น 4 ชิ้นจากการกรีดเป็นรูปกากบาทออกช้าๆ ช้าๆ ช้าๆ...
ในที่สุด เราก็จะได้ผลส้มสีส้มสดใสที่ไม่มีเปลือกส้มมาบัง

ครับ ภาพที่ นัท-คุง เห็นคือภาพศพที่ถูกถลกหนังหัวมาด้วยกรรมวิธีเดียวกันกับการปอกเปลือกส้มที่อธิบายไว้ข้างต้น
ดูจากปัจจัยแวดล้อมภายในภาพ คล้ายๆกับว่าศพนี้จะถูกส่งมาชันสูตรโดยแพทย์เพื่ออะไรสักอย่าง

พอภาพดังกล่าวปรากฎขึ้นบนจอได้ประมาณ 2 วินาที
เพื่อนของ นัท-คุง ก็ร้อง "เฮ้ย!!!" แล้วลุกพรวดออกไปจากอาณาบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ นัท-คุง นั่งอยู่เพียงลำพัง
ตั้งสติอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะกล้าเอื้อมมือไปปิดหน้าจอที่แสดงภาพดังกล่าวได้

และในคืนนั้นเอง
นัท-คุง ก็ต้องผวาตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้ายเป็นครั้งแรกในชีวิต
รู้สึกโชคดีที่ไม่ปวดท้องหรือมีอาการอะไร เพราะสภาพจิตและอารมณ์ขณะนั้นไม่เหมาะแก่การลุกไปจากที่นอนเอาเสียเลย
นอนนิ่งๆข่มอารมณ์ ข่มจิตข่มใจอยู่พักใหญ่ๆกว่าจะหลับลงได้อีกครั้ง

นับจากนั้น นัท-คุง ก็เริ่มรู้สึกตัวว่ามาผิดทาง
โดยเรียนรู้ได้อย่างหนึ่งว่า หากตั้งเป้าหมายไว้ผิดรวมถึงมีความมุ่งหมายผิดๆเสียแล้ว ไม่มีทางเสียเลยที่จะพ้นทุกข์ไปได้

ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าการดูภาพศพเพื่อเจริญอสุภกรรมฐานเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องนะครับ
มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคลมากกว่า
และก็เช่นกันที่ไม่ได้หมายความว่า หลังจากนั้น นัท-คุง จะพ้นทุกข์ไปแล้ว
เพราะดูเหมือนจะทุกข์หนักกว่าเดิมเสียอีก

ขอจบการชักมหาสมุทรทั้ง 7 ไว้ ณ ที่นี้นะครับ




เราจะไม่ยึดติดกับรูปสวยๆ เสียงเพราะๆ ได้อย่างไร

1) มีจิตใคร่ครวญถึงมรณัสสติกรรมฐาน หรือมรณานุสสติกรรมฐาน ซึ่งก็คือการใคร่ครวญถึงความตายเป็นอารมณ์

อันความมรณะนั้นเป็นธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถที่จะเอาชนะได้ แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งทรงบรรลุถึงพระธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ตาย แต่ก็ยังต้องทรงทอดทิ้งพระสรีระร่างกายไว้ในโลก
การระลึกถึงความตายจึงเป็นการเตือนสติให้ตื่น รีบพากเพียรชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ก่อนที่ความตายจะมาถึง
พระพุทธองค์ตรัสสรรเสริญมรณัสสติว่า "มรณัสสติ (การระลึกถึงความตาย) อันบุคคลทำให้มากแล้วย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ หยั่งลงสู่พระนิพพานเป็นที่สุด ฯลฯ"
อันมรณัสสติกรรมฐานนั้น แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย ซึ่งแม้จะได้บรรลุมรรคผลแล้ว ก็ยังไม่ยอมละ เพราะยังทรงอารมณ์มรณัสสตินี้ควบคู่ไปกับวิปัสสนา เพื่อความอยู่เป็นสุข ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า
"ตถาคตนึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก ฯลฯ"

มรณัสสติกรรมฐานนั้น โดยปกติเป็นกรรมฐานของผู้ที่มีพุทธจริต คือคนที่ฉลาด
การใคร่ครวญถึงความตายเป็นอารมณ์ก็คือการพิจารณาถึงความเป็นจริงที่ว่า ไม่ว่าคนและสัตว์ทั้งหลาย เมื่อมีเกิดขึ้นแล้ว ย่อมเจริญวัยเป็นหนุ่มสาว เฒ่าแก่แล้วก็ตายไปในที่สุด ไม่อาจจะล่วงพ้นไปได้ทุกผู้คน
ไม่ว่าจะเป็นคนยาก ดี มี จน เด็ก หนุ่ม สาว เฒ่าแก่ สูง ต่ำ เหลื่อมล้ำกันด้วยความตาย

ผู้ที่คิดถึงความตายนั้น เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต ไม่มัวเมาในชีวิต เพราะเมื่อคิดถึงแล้วย่อมเร่งกระทำความดีและบุญกุศล เกรงกลัวต่อบาปกรรมที่จะติดตามไปในภพชาติหน้า
ผู้ที่ประมาทมัวเมาต่อทรัพย์สมบัติยศตำแหน่งหน้าที่นั้นเป็นผู้ที่หลง เหมือนกับคนที่หูหนวกและตาบอด ซึ่งโบราณกล่าวตำหนิไว้ว่า "หลงลำเนาเขาป่ากู่หาพอได้ยิน หลงยศอำนาจย่อมหูหนวกและตาบอด" และกล่าวไว้อีกว่า "หลงยศลืมตาย หลงกายลืมแก่"

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อใกล้จะเสด็จดับขันธ์เข้าสู่ปรินิพพานอีก 3 เดือน ได้ทรงปลงอายุสังขาร แล้วตรัสสอนพระอานนท์พร้อมหมู่ภิกษุทั้งหลายว่า

"อานนท์ ตถาคตได้เคยบอกเธอแล้วมิใช่หรือว่า สัตว์จะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจไปทั้งสิ้น สัตว์จะได้ตามปรารถนาในสังขารนี้แต่ที่ไหนเล่า การที่จะขอให้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นแล้ว ที่มีปัจจัยปรุงแต่งแล้ว และที่จะต้องมีการแตกดับเป็นธรรมดาว่าอย่าฉิบหายเลย ดังนี้ย่อมไม่อยู่ในฐานะที่จะมีได้ เป็นได้

"การปรินิพพานของเราตถาคตจักมีในกาลไม่นานเลย ถัดจากนี้ไปอีก 3 เดือน เราจักนิพพานฯลฯ

"สัตว์ทั้งปวงที่เป็นคนหนุ่ม คนแก่ ทั้งที่เป็นพาลและบัณฑิต ทั้งที่มีมั่งมีและยากจน ล้วนแต่มีความตายเป็นเบื้องหน้า

"เปรียบเหมือนภาชนะดินที่ช่างหม้อได้ปั้นแล้ว ทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งที่สุกและยังดิบ ล้วนแต่มีการแตกทำลายไปในที่สุดฉันใด ชีวิตแห่งสัตว์ทั้งหลายก็ล้วนแต่มีความตายเป็นเบื้องหน้าฉันนั้น

"วัยของเราแก่หง่อมแล้ว ชีวิตของเราริบหรี่แล้ว เราจักต้องละพวกเธอไป ที่พึ่งของตนเองเราได้ทำแล้ว

"ภิกษุทั้งหลาย เธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีล มีความดำริอันตั้งไว้แล้วด้วยดี ตามรักษาซึ่งจิตของตนเถิดในธรรมวินัยนี้ ภิกษุใดเป็นผู้ไม่ประมาท ก็สามารถที่จะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้

"และในวันมหาปรินิพพาน พระพุทธองค์ก็ได้ตรัสพระปัจฉิมโอวาทที่เรียกกันว่า 'อัปปมาทธรรม' สั่งสอนพระสาวกเป็นครั้งสุดท้าย จนดูเหมือนว่าพระธรรม 84,000 พระธรรมขันธ์ที่ทรงสั่งสอนมานานถึง 45 พรรษา ได้ประมวลประชุมรวมกันในพระปัจฉิมโอวาทนี้ว่า

"ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ตถาคตขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา พวกเธอจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด"


To Be Continued...



--ขอบคุณที่แวะมาครับผม --




Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2550 13:38:51 น. 35 comments
Counter : 490 Pageviews.  
 
 
 
 
เป็นบทความที่ดีมากครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ของจขบ.ด้วยนะครับ ตอนนี้ผมเองก็ฝึก "รู้" กับปัจจุบันครับ รู้กายบ้าง รู้ใจบ้าง ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่ามาถูกทางหรือป่าว ?? แต่ก็ทำให้สบายใจได้ดีนะครับ
 
 

โดย: sak (psak28 ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:39:41 น.  

 
 
 
นัทคุง วันหลังอยากเจริญอสุภกรรมฐาน
มาดูหน้าพี่ก็ได้ครับ
ตอนงานยุ่งๆ หน้าออกจะคล้ายๆศพอยู่เหมือนกัน
ได้เจริญอสุภกรรมฐานทุกวันตอนดูกระจกครับ

 
 

โดย: Noname - โนนามิ IP: 124.120.0.75 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:24:51 น.  

 
 
 
ได้ความรู้มากครับ จะค่อยเริ่มทำวันละนิดครับ
 
 

โดย: zakk คุง (ZAkk Blade ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:49:50 น.  

 
 
 
ศิษย์น้อง ศิษย์พี่มาบอกว่าอ่าน 7 เดือนบรรลุธรรมจบแล้ว อิอิ อยากจะเริ่มลองปฏิบัติดูบ้างสักทางใดทางหนึ่ง แต่ไม่รู้จะเป็นไง ความใฝ่ธรรมของพี่มันลุ่มๆ ดอนๆ มาก เมื่อไหร่เล่นเน็ตจนเบื่อ จนไม่มีอะไรจะให้อ่านแล้วจึงจะหันมาอ่านเรื่องธรรมะต่อ นิสัยนี้จะแก้ไงเนี่ย

ไม่รู้ว่าจริตของตัวเองมันเด่นแบบไหนแน่ แต่อสุภะนี่คงต้องยกไว้ก่อน กลัวอ่ะ
 
 

โดย: Together In 80s Dream วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:42:48 น.  

 
 
 
เอ่อ วันนี้วัน Home Coming Day ด้วยนิ เด่วไปเตร่ดูบรรยากาศหลังหอประชุมซะหน่อยดีกว่า เมื่อเช้าได้ไปวางพวงมาลาคารวะอาจารย์ทั้งสามด้วย
 
 

โดย: Together In 80s Dream วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:48:13 น.  

 
 
 
ขออีกเม้นท์ 55 พึ่งนึกได้ว่าตัวเองน่าจะเด่นราคะจริตซีเนอะ มะงั้นจะบ้าฟังเพลงขนาดนี้หรือ ทำไงเนี่ยไม่อยากดูอสุภะเลย แหะๆ ไปจิงละ
 
 

โดย: Together In 80s Dream วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:50:06 น.  

 
 
 
สวัสดีวันพระค่ะ
 
 

โดย: rebel วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:40:03 น.  

 
 
 
สาธุ!!


สารภาพตามตรงว่าอ่านไม่หมดทุกบรรทัดนะ แบบว่าเรื่องศพเนี่ย ขอบายเลยล่ะ ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะ เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันเราเองก็ต้องเป็นแบบนั้น เพียงแต่วันนี้ยังไม่ปลงพอที่จะมองดูศพแล้วไม่รู้สึกอะไรน่ะ


ปล. ขัดใจกับชื่อนัท-คุงจริงๆ ไม่เหมาะกะลักษณะของจขบ.อย่างแรง 55555 (ล้อเล่น อิอิ)
 
 

โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:22:12 น.  

 
 
 
เราจะไม่ยึดติดกับรุปสวยๆ เสียงเพราะๆได้อย่างไร

ผมขอเสนออีกหนึ่งวิธีทางเลือกใหม่ครับ

คือเราจะต้องหมั่นอ่านข่าวบันเทิง ที่มีข่าวดาราสาวสวยมีคดีฉาวๆเกิดขึ้น สิ่งนี้จะทำให้เรารู้ว่าคนสวยๆไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป

ว่าแล้วอยากตกเป็นข่าวฉาวกะดาราจังเยย
 
 

โดย: poser (poser ) วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:02:53 น.  

 
 
 
^
^
กร๊ากก...ขำคุณ poser อ่ะ

หวังว่าตอนนี้ คุณนัท-คุงคงเลิกฝันร้ายไปแล้วนะเจ้าคะ
 
 

โดย: หวัน (หวันยิหวา ) วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:19:52 น.  

 
 
 
เจริญสติแบบนี้ถ้าใจไม่แข็งพอหรือไปผิดทางระวังจะหลุดไปง่ายๆนะครับ

การปอกเปลือกส้มที่คุณเห็นผมก็เห็นมาแล้วเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ด้วยตาตัวเองสดๆด้วย ความรู้สึกน่ะหรือครับ อย่าให้บรรยายเลย จบสองสัปดาห์ที่เรียนนี้แล้วเลิกกัน ไม่เหมาะกับผมจริงๆ

อนุโมทนาบุญครับ
 
 

โดย: keano (jonykeano ) วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:43:44 น.  

 
 
 
ต้องอ่านไปมาสองรอบ...
คำพระ..ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ...
อยากเห็นการปอกเปลือกส้มนะคะ...คิดว่าทนได้...
แต่ถ้ามีกลิ่นด้วยนี่ซี...ไม่รู้จะยังไง...
 
 

โดย: แดดร่มลมโชย วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:14:15 น.  

 
 
 
อ่านแล้วตอนนัทคุง
ชวนเพื่อนมาดูภาพสยองๆน่ะค่ะ

นึกไปถึงมีช่วงนึง
ที่ชอบเข้าเวบไปดูภาพแบบนี้เหมือนกัน
แต่เป็นแค่ช่วงนึง
ไม่ได้ดูแล้วพิจารณาอย่างคุณนะคะ

แต่ฉันว่าตอนนั้น
ดูเพราะรู้สึกชอบว่า
ของแปลกดีอ่ะค่ะ

หลังจากที่น้องสะใภ้
เธอชอบดูหนังสือ191
ที่โชว์ภาพศพสยองๆ
แล้วมาชี้ชวนให้ดู
ตอนนั้นดูมั่งไม่ดูมั่ง
และเลิกดูไปเลย
เมื่อเจอศพของคนที่รู้จักกัน
อยู่ในหนังสือเล่มนั้นด้วย

ชอบบทความนี้
อ่านแล้วทำให้เราได้เตรียมตัว
เตรียมใจและเตรียมพร้อม

 
 

โดย: prncess วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:57:29 น.  

 
 
 
ไม่กัวตาย...แต่กัวเจ็บ

-- รูปคนตายแบบเละๆ อย่าเอามาให้เราดูเชียว


=)
 
 

โดย: hunjang วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:07:35 น.  

 
 
 
...

--psak28 / อนุโมทนาด้วยครับผม การ "รู้" นี่ดีที่สุดเลยล่ะ

--Noname - โนนามิ / แหม...พี่ก็เปรียบซะ

--ZAkk Blade / อนุโมทนากับ แซค-คุง ด้วยค้าบ

-- Together In 80s Dream / แปลว่าศิษย์พี่ไม่ทุกข์เลยสิครับ ถึงไม่หันมาหาธรรมะเลย อิอิ
แต่อ่าน "7เดือนฯ" จบก็เจ๋งแล้วครับ

-- rebel / ดีค้าบ

-- ตุ๊กตาไขลาน / อ่านแบบจับความได้ก็โอเคแล้วครับ
ว่าแต่...จะมาขัดใจอะไรนักหนากะชื่อผม ออกจะเข้ากัน

--poser / ไว้ทำสำเร็จแล้วปูทางให้ผมไป "ฉาว" ด้วยคนนะ

--หวันยิหวา / ครับผม ไม่แสวงหาภาพมาดูแล้วครับ ใจยังไม่นิ่งพอเดี๋ยวเตลิดไปคงแย่

--jonykeano / ใช่ครับ ตอนทำก็เสียวๆเหมือนกัน

--แดดร่มลมโชย / หูยยยย...อยากเห็นเลยเหรอครับ?

-- prncess / ว้าวววว...เก่งเหมือนกันนะครับเนี่ย

-- hunjang / รู้วิธีแกล้งเจ๊ฮันฯแล้ว




--ขอบคุณที่แวะมาครับผม --


 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:56:31 น.  

 
 
 
ง่า..ไม่เก่งหรอกค่ะ

แต่ตอนนั้นอ่ะ
คิดว่าชอบดูแปลกๆดี
แต่หลังจากเจอ
แบบนั้นไปเต็มๆ
แทบจะเลิกดูไปเลย
ถ้ารู้ว่าเป็นของจริง
มันติดตากับภาพคนรู้จักอ่ะค่ะ..แฮ่
 
 

โดย: prncess วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:32:13 น.  

 
 
 
อ่านแล้วคิดภาพตามแล้วสยองอ่ะคุณนัท
โดยเฉพาะตอนปอกส้ม กับถลกหนังหัว
น่ากลัว
 
 

โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:11:20 น.  

 
 
 
เอ่อ..ท่าน

ท่านหาวิธีได้แปลกและสยองดีจริงๆ เลยท่าน



กลับมาแล้วนะ ก็เลยมารายงานตัว

อาจอัพบล็อกพรุ่งนี้

ไม่แน่อาจมีรูปประกอบด้วย รอจากลูกทัวร์อยู่
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:04:13 น.  

 
 
 
เคยดูๆบ้างเหมือนกันค่ะ แต่ไม่สามารถดูตอนดึกๆคนเดียวได้ มันติดตาค่ะ พาลกลัวผีไปซะนี่ เราว่าเราไม่ติดรูปนะ แต่เสียงนี่ยังติดๆอยู่ ก็ชอบฟังเพลงเพราะๆน่ะค่ะ หล่อสวยดูดีไม่ค่อยสนใจเท่าไรหรอก
 
 

โดย: takiendeutsch วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:12:30 น.  

 
 
 
ดู Rough มาแย้ววววววว
หนุกดีใช้ได้.....

-- ต้องไปขุดการ์ตูนมาอ่านอีกรอบ อิอิ

=)
 
 

โดย: hunjang วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:8:50:19 น.  

 
 
 

ตอนเรียนป.ตรีได้ไปดูศพ แล้วเจออาการหน้ามืด
เพื่อนที่ไปด้วย อ้วกแตก
(อาจจะเพราะไปดูศพที่ถูกฆ่า)

กลัวไหม? กลับบ้านถึงกลัว

ส่วนตัวเริ่มคิดเรื่องหมายความของชีวิต
ตอนไปสมัครงาน แล้วต้องตอบคำถาม "คุณคือใคร"บ่อยๆ





 
 

โดย: Keyzer IP: 58.136.62.195 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:31:24 น.  

 
 
 
กลับมาอีกทีนึง

บอลกัลโช่ถูกงดไม่มีกำหนดค่ะ เพราะมีตำรวจถูกฆ่าหลังเกมปาแล์โม่กับคันตาเนีย



 
 

โดย: Keyzer IP: 58.136.62.195 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:33:18 น.  

 
 
 
แวะมาเยี่ยมครับ
อย่าลืมหยิบเงินใส่ U Zone ของผมด้วยนะครับ
 
 

โดย: sak (psak28 ) วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:58:47 น.  

 
 
 
มาเสนอหน้าก่อน ยังไม่ได้อ่านค่าคุณนัท

งือ ๆ เตรียมสอบหัวฟูอยู๊ เด๋วว่าง ๆ มาอ่านใหม่
 
 

โดย: ชิวเทียน วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:36:11 น.  

 
 
 
พยายามจะไม่ยึดติดนะ แต่ขอแค่ให้เปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปแล้วกันนะคะ

คุณนัท คุง สบายดีใช่ป่าวคะ

ฝันดีค่ะ
 
 

โดย: varissaporn327 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:43:44 น.  

 
 
 
สาธุค่ะ
u'll never walk alone...
 
 

โดย: ทูน่าค่ะ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:21:16 น.  

 
 
 
นัท-คุงเนี่ย มันฟังดูน่ารักอ่ะ แต่ตัวจริงจขบ. ไม่เห็นจาเป็นแบบชื่อเลย แถมเวลาไปตอบ blog เรานะ ไม่อยากจะเซดดดดด
 
 

โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:02:53 น.  

 
 
 
นี่คุณ!! มีฝาแฝดกะเค้าด้วยเหรอ??


พอดีไปเจอ blog นึงมา เค้าใช้ชื่อว่า Legendary MidFielder พอคลิกเข้าไป BG ก็เหมือนกัน แต่ท่าทางการเขียนไม่เหมือนกัน เลยมาถามเพื่อความชัวร์ เดี๋ยวหน้าแตก
 
 

โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:12:21 น.  

 
 
 
ยาวจริงๆด้วย เด๋วกับมาอ่านใหม่ก่อนนอนนะคะ
 
 

โดย: brabra (brabra ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:43:07 น.  

 
 
 
...

ไม่เคยรู้สึกดีที่งานยุ่งขนาดนี้มาก่อนเลยครับ

-- prncess // ครับ น่ากลัวครับ

--กระต่ายลงพุง // ผมก็สยองครับ

--สาวไกด์ใจซื่อ // ตามไปดูแล้วเน้อ

-- takiendeutsch // ดีครับ ยึดติดน้อยก็ทุกข์น้อย

-- hunjang // ทำงานมั่งป่าวเนี่ย?

--Keyzer // แล้วเมื่อไรจะได้ดูบอลกัลโช่อีกเนี่ย?

--psak28 // อิอิ

-- ชิวเทียน // โชคดีในการสอบค้าบบบ...

-- varissaporn327 // ฝันดีเช่นกันครับ

--ทูน่าค่ะ // ครับ

--ตุ๊กตาไขลาน // มาว่าเค้า

--brabra // ตามสะดวกครับ



--ขอบคุณที่แวะมาครับผม --

 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:30:33 น.  

 
 
 
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมค่ะ สบายดีนะค่ะ
 
 

โดย: whitelady วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:42:59 น.  

 
 
 
สวัสดีตอนดึกค่าคุณนัท-คุง

ว่าจะอ่านที่คุณลง แต่ตาไปเจอคำว่าศพ(เห็นแวบๆอ่ะ) เลยคิดว่าไว้อ่านตอนฟ้าแจ้งจางปางดีกว่า แหะๆ

ฝันดีนะคะ
 
 

โดย: Kitsunegari วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:51:11 น.  

 
 
 
 
 

โดย: rebel วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:07:29 น.  

 
 
 
มาอ่านใหม่อย่างละเอียดทุกบรรทัดเลย เป็นบทความที่ดีจริง ๆ รออ่านตอนต่อไป
อ่านจบแล้วเข้าใจนะแต่ทำไม่ได้ (ฮ่า) ยังรักตัวกลัวตาย ยึดติดกับหลาย ๆ อย่างอยู่


ว่าแต่วิธีพบทางสว่างของคุณนัทสุดยอดจริง คิดได้ไง
ถึงชิวจะชอบดูหนังผ่าศพชันสูตรศพ ไม่กลัวเลือด ไม่กลัวและชอบที่จะไปดูนิทรรศการแบบ Bodyworlds เคยไปจับอวัยวะภายในของศพที่เค้าผ่าเอาออกมาให้จับด้วยง่ะ -*-
แต่ให้ไปนั่งเพ่งดูรูปความตาย ไม่ว่าจะภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว บอกตรง ๆ กัวอ่ะ
 
 

โดย: ชิวเทียน วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:49:46 น.  

 
 
 
...

--whitelady /// สบายดีครับผม ขอบคุณครับ

-- Kitsunegari /// ไม่น่ากลัวหรอกครับ

-- rebel /// โดนอีกแล้ว

-- ชิวเทียน /// มันต่างกันตรงไหนครับเนี่ย?



--ขอบคุณที่แวะมาครับผม --

 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:8:33:37 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

The Legendary Midfielder
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...
" เพราะเหตุนี้มี ผลนี้จึงมี, เพราะเหตุนี้เกิด ผลนี้จึงเกิด, เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ
" หากปรารถนาผลอันดี พึงสร้างเหตุสร้างปัจจัยอันดี "


...
" ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ "


...
" ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต
กลับใจจะพบฟากฝั่ง "


...
"หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
"ทำกรรมดีย่อมได้รับผลของกรรมดี ทำกรรมชั่วก็ย่อมได้รับผลของกรรมชั่ว"



...
"...กฎแห่งกรรมไม่เคยผิดพลาดมาก่อน
"ไม่ว่าเราจะประสบพบกับคราวเคราะห์หนักหนาสาหัสแค่ไหน
"ให้ระลึกไว้ว่านั่นเป็นสิ่งที่สมควรและสาสมแก่เราแล้ว
"เป็นเพราะเราได้สร้างเหตุนั้นๆมาก่อน
"ผลเช่นนี้จึงตามมา..."

[Add The Legendary Midfielder's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com