สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย (สิ่งทั้งหลายทั้งปวงในโลก มิควรยึดมั่นถือมั่น)

<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 สิงหาคม 2551
 

วงน้ำแห่งกรรม

...















สวัสดีครับ












ก่อนอื่น นัท-คุง ก็ขอ “ขอบคุณ” มากๆ
กับ “กุศลจิต” และ “เมตตาจิต” ของ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ทุกคน
ที่ได้แวะเวียนเข้ามาคอมเม้นท์ในบล็อกก่อน
ทั้งส่วนของ “อนุโมทนาสาธุการ” และ “อวยพรวันเกิด”



ขอสิ่งดีๆโดยชอบธรรมทั้งหลายทั้งปวง
ที่ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ทุกคนได้ “กรุณา” คอมเม้นท์เอาไว้
สำเนาตัวเองและกลับคืนไปยังทุกคนในรูปแบบทวีค่าไม่รู้จบนะค้าบบบบ...



แล้วจะตามไปคอมเม้นท์ขอบคุณอีกครั้งยังแต่ละบล็อกอีกทีครับผม
แบบไม่ค่อยชินอ่ะครับที่มีคนมาคอมเม้นท์เยอะๆ เหะเหะ










...







ก็หลังจาก นัท-คุง ไปปฏิบัติธรรมกลับมา
มีเรื่องที่ถือเป็น วาระแห่งชาติ ที่อยากจะเอามาอัพบล็อกอยู่
แต่ยังบ่มไม่เข้าที่อ่ะครับ และเวลาก็ยังไม่เอื้อเท่าไร
จึงขอนำเสนอ “เสี้ยว” ของเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไปก่อนละกันนะครับ








...











1.


นัท-คุง ได้มีโอกาสฟังธรรมบรรยาย
โดย อ.ฉัตรชัย สุจริตกุล หนึ่งในอาจารย์วิทยากรรับเชิญ
ซึ่งได้อธิบายถึงรูปแบบของ “กฎแห่งกรรม” ไว้ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลดีไม่น้อย
จึงขอนำมาเล่าต่อ
(ในสำนวน นัท-คุง แบบไม่ quote และต่อเติมโน่นนี่แบบไม่เสียใจความนะครับ)




“...คนบางคนเข้าใจ กฎแห่งกรรม ผิดไปก็เพราะไม่ได้มองกว้างๆ
อย่างอาจจะมองว่า นักการเมือง อาจจะโกงกินบ้านเมือง
แต่ก็ยังคงมีความเป็นอยู่อย่างอู้ฟู่ผิดวิสัย
จึงเห็นไปว่า ทำดีไม่ได้ดี และ ทำชั่วแต่ได้ดี ซะงั้น


“...ลองสมมติตัวเองว่าเรานั่งอยู่ริมบึงน้ำแห่งหนึ่งนะครับ
มีกองหินขาวซึ่งสมมติอีกว่าเป็นตัวแทนของ -บุญ-
กับกองหินสีดำอันถูกสมมติเป็นตัวแทนของ -บาป-


“...เราขว้างหินขาวไปกลางบึงน้ำ
ทันทีที่หินกระทบผิวน้ำและจ่อมจมลงไปนั้น
มันจะเกิดคลื่นเป็นวงน้ำแผ่กระจายออก ณ จุดตกกระทบ
ซึ่งวงน้ำดังกล่าวก็จะแผ่มาถึงเราที่อยู่ริมบึงด้วย
นั่นคือ กฎแห่งกรรม


“...แต่การแผ่มาของวงน้ำมันไม่ได้ใช้เวลาในพริบตา
เพราะมันก็อาจจะขึ้นอยู่กับหนึ่งในหลายเงื่อนไข เช่น
เราใช้แรงมากน้อยเพียงใดในการขว้างไป
หรือหินก้อนนั้นใหญ่เล็กเพียงไร


“...ถ้าเราบรรจง (หรือไม่บรรจง) ขว้างหินทั้งขาวและดำลงน้ำไปเรื่อยๆ
ก็จะเกิดวงน้ำแผ่กระจายมาถึงเราผู้อยู่ริมบึงอย่างไม่ขาดสาย
บางวงน้ำเป็นวงที่เกิดจากหินสีขาว
บางวงน้ำเป็นวงที่เกิดจากหินสีดำ


“...บางทีเราขว้างหินสีขาวไปในช่วงเวลาที่วงน้ำจากหินดำแผ่มาถึงพอดี
และบางทีวงน้ำจากหินขาวก็แผ่มาหาเราหลังจากเพิ่งขว้างหินดำออกไป
แต่เราไม่ได้ตระหนักอย่างลึกซึ้งหรอกว่า
ไอ้วงที่แผ่มาเนี่ย มันไม่ใช่วงน้ำที่เกิดจากหินก้อนที่เพิ่งขว้างไปหมาดๆ...”











...










2.


อ.วรากรณ์ ไรวา หนึ่งในอาจารย์วิทยากรผู้บรรยายธรรม
ได้กล่าวถึง “สมการ” อันแสดงถึง ผลตอบแทนของทาน ที่ท่านคิดไว้ดังนี้



ผลของบุญหรือทานที่ได้

= (บุญหรือทานที่ได้กระทำลงไป / ผลของบุญหรือทานที่คาดหวัง)




หากเราทำบุญไป 300 บาท
และอธิษฐานจิตขอให้ถูกล็อตเตอรี่ 3 ล้านบาท
ผลที่เราจะได้จะเท่ากับ 0.0001 บาท!!!
( 300 / 3,000,000 = 0.0001 )
น้อยเสียยิ่งกว่าน้อยอีกนาเนี่ย


การทำบุญหรือทำทานที่ได้ผลมากที่สุด
จึงเป็นการทำชนิดที่ไม่หวังผลใดๆตอบแทนครับ
อย่างบริจาคเงินลงตู้รับบริจาคเพื่อโครงการอาหารกลางวันนักเรียนยากไร้ 1 บาท
แต่เราไม่หวังผลกลับใดๆเลยสักน้อยนิด
นอกจากวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กๆได้มีอาหารกลางวันรับประทาน
ผลได้ที่จะกลับมาหาเรามันจะเป็น อินฟินิตี้ (Infinity) ครับ
( 1 / 0 = Infinity )










...











3.


หลัง นัท-คุง จากกลับมาจาก ปฏิบัติธรรม
ในวันเดียวกันก็ได้ไปพบเจอกับผู้ป่วยที่กำลังใกล้สู่ความตาย ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
เลยนึกไปถึง โลงศพ และ การทำบุญโลงศพ


เคยได้ยินกันใช่ป่าวครับว่าการทำบุญโลงศพให้กับศพไม่มีญาตินั้น
ได้บุญได้กุศลแรงนักเชียว
ใครอยู่ในช่วง วิบากกรรมชนท้าย ก็มักจะโร่ไปทำบุญโลงศพกัน
หวังอาศัยบุญอาศัยกุศลแรงๆจากความเชื่อดังกล่าวมาสปีดตัวเองออกไป
ไปจาก อุบัติเหตุชนท้าย และ วิบากกรรมอื่น ที่จี้ท้ายมาติดๆ


นัท-คุง คิด (เอาเอง) ว่า
ที่คนเชื่อกันว่ามันได้บุญได้กุศลมากนักนั้น
น่าจะเป็นเพราะ มันคือการทำทานบริจาคแบบไมหวังผลตอบแทนมากกว่า
อย่างถ้าเราทำทานให้กับผู้มีชีวิต เราอาจจะหวังอะไรจากเขาได้บ้าง
แต่กับ ศพ และกับ คนตาย ที่เราให้กล่องไม้บรรจุสำหรับไปเผา
ผู้บริจาคจะหวังอะไรจาก ศพ กับ คนตาย ได้เล่า


ก่อนที่ต่อๆมา มันจะกลายเป็นกระแสแบบไม่ลืมหูลืมตาไปว่า
ทำบุญโลงศพแล้วได้บุญได้กุศลแรงมากๆ
โดยไม่ได้พิศเลยว่า ไอ้ที่ตัวเองทำไปน่ะมันเกิดมาจากแรงจูงใจอะไร
เพราะอยากจะให้
หรือแค่ “ลงทุน” ให้ตัวเองสบายใจและพ้นเคราะห์ (ตามความเชื่อแบบไม่เป็นเหตุเป็นผล)









...













-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --















Create Date : 25 สิงหาคม 2551
Last Update : 25 สิงหาคม 2551 9:24:39 น. 20 comments
Counter : 643 Pageviews.  
 
 
 
 
หนึ่งกับสองเจ๋งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

โดนอย่างแรงอ้ะ ชอบๆ



เรื่องชวนม่วนชื่น ขออภัย ลืมแก้หัวบล็อก ทำหนังสือไปแล้วแหละ ผ่านแล้ว แต่เค้าให้ไปรับได้จันทร์พุธศุกร์ ซึ่งอาทิตย์นี้พุธกับศุกร์อยู่เวรน่ะ

คงต้องเป็นอาทิตย์หน้าเลย
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:10:18:27 น.  

 
 
 
ขอบคุณที่เอาธรรมมาฝากครับ เห็นด้วยอย่างแรง

จริงๆเมื่อปลายๆเดือนที่แล้วก็เพิ่งไปทำบุญโลงศพมา เพราะมีหลายคนแนะนำให้ไป ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องแนะนำให้ไปทำบุญโลงศพ แต่ตอนนี้รู้แล้วครับ

สงสัยจะเป็นเพราะว่า ได้บุญกุศลแรงอย่างที่นัท-คุง ว่ามามั๊งครับ




-จริงๆตอนนี้หายเนือยแล้วครับ แต่ยังไม่รู้จะอัพอะไร
 
 

โดย: ahiruno007 วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:11:36:38 น.  

 
 
 

ไปวัดกับหมีเมื่อวันเสาร์ ตั้งใจเอาไปให้ แต่ไม่ได้ตั้งใจทำเป็นสังฆทาน ไปแบบใจว่างๆ แต่ผลมันก็คงคล้ายๆ กันล่ะเนอะ เป็นสุข ใจสงบ ก็พอแล้ว





 
 

โดย: อั๊งอังอา IP: 124.120.114.34 วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:11:54:06 น.  

 
 
 
+ นัท-คุง ช่างมีโอกาสดีจังเลยนะครับ ได้ไปปฏิบัติธรรมตอนช่วงวันเกิดด้วย จิตใจสงบ น่าจะได้กุศลแรงนะครับเนี่ย

+ คำอวยพรกลับ เหมือนชื่อบัญชีเงินฝากประเภท 'ออมทรัพย์ทวีค่า' อะไรประมาณนั้นเลยนะครับเนี่ย อุๆ

+ สำหรับข้อ 1. เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ... คนมักมองแต่ผลใกล้ๆ บางทีก็เลยเห็นว่า ทำดีแต่ได้ชั่ว ทำชั่วแต่ได้ดี ... ซึ่งจริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับว่า ผลกรรมดี-ชั่วที่เค้าได้กระทำลงไป มันจะมีผลสะท้อนกลับมาเมื่อไหร่ต่างหาก

+ ข้อ 2. ท่านอาจารย์ผู้สอน ช่างเข้าใจคิดเป็นสมการคณิตศาสตร์เลยนะครับ สร้างสรรค์ดีอ่า

+ แหม! ข้อ 3. ช่างเข้ากับพล็อตเรื่อง โลงต่อตาย (The coffin) ที่กำลังเข้าฉายอยู่พอดีเลยนะครับเนี่ย

+ คิดคล้ายๆ พี่เลยครับว่า คนส่วนใหญ่จะไปทำบุญกับคนตาย - บริจาคโลง ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่า 'จวนตัว' คือเหมือนจะมีเหตุเภทภัย เคราะห์กรรม ความซวย เข้ามาเยือนในชีวิตแล้ว ... ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าเราไปทำตอนที่ชีวิตปกติ ทำเรื่อยๆ เมื่อตอนที่ใจอยากจะทำ ก็น่าจะเกิดกุศลกรรมแก่ดวงจิตมากกว่าเนาะครับ

+ เมื่อวานก็ตลกดี พี่ลงรถเมล์ กำลังเดินเข้าซอยเพื่อกลับหอ อยู่ไม่อยู่ก็มีรถแล่นปรู๊ดมาจอดเทียบข้างๆ อย่างรวดเร็ว แล้วลดกระจกลงกะทันหัน ... อ้ายเราก็เป็นพวกขี้สะดุ้ง แถมยังนอยด์เล็กๆ เกือบจะวิ่งแล้วเหมือนกัน
+ สุดท้ายกลายเป็นว่าเค้าถามทางพี่อ่ะครับ แหะๆ

+ ที่เล่ามาก็แค่คิดว่า ปกติเวลาไปไหน ทำอะไร กับใคร พี่มักจะพยายาม 'คิดดี พูดดี ทำดี' เข้าไว้ (มีบางเวลาเหมือนกันที่ 'มาร' เข้าสิง แต่ก็มักพยายามกำหนดใจให้รู้ตัวอยู่เสมอ) ... ดังนั้นก็น่าจะเป็นกรรมที่ดีส่วนนึง ที่จะช่วยเกื้อหนุนให้ชีวิตเราเจอสิ่งดีๆ เป็นส่วนใหญ่ต่อไปในภายภาคหน้าอ่ะครับผม
 
 

โดย: บลูยอชท์ วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:12:56:53 น.  

 
 
 
ง้านต้องพยายามไม่อธิษฐานเวลาทำบุญ
แต่ เผลอทุ๊กที ยากจังเนอะ
 
 

โดย: คุณย่า วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:14:28:40 น.  

 
 
 
ดีจังกลับมาแล้ว

ขอบคุณที่นำเอาหลักธรรมมาฝากกันนะครับ แต่ช่วงนี้พี่ยุ่งโคตรๆเลย

ขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะ
 
 

โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:21:26:08 น.  

 
 
 

คืนนี้.... นอนหลับฝัน...ดีนะจ๊ะ...

ป้ามาส่งเข้านอนนะคะ..จู๊ฟ..จู๊ฟ...
 
 

โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:22:27:26 น.  

 
 
 
ดีจ้า ...

กลับมาจากปฏิบัติธรรมก็เอาสิ่งดีๆ มาฝากเราเหมือนเคย
ขอบคุณมากๆ นะจ้ะ ...

การบรรยายไม่วาจะด้วยเรื่องกฏแห่งกรรม หรือว่าการทำทานนั้น
อ่านแล้วได้ประโยชน์อย่างแรง เพราะสิ่งที่เค้ายกตัวอย่าง มันมองเห็น
กันได้ง่ายๆ เลยอ่ะจะ ว่าแล้วก็ทำให้คิดเหมือนกันนะว่า
เวลาทำบุญแล้ว ขอสิ่งตอบแทนนั้น จะต้องเป็นเหตุและผล
กันมากกว่า ...


เรื่องทำบุญโลงศพ หรือว่าผ้า อันนี้เคยได้ยินและก็
ได้เจอและถูกบังคับให้ทำด้วยแหละ แบบว่ากำลังนั่งอยู่
ในอู่ซ่อมรถ จู่ๆ ก็มีคนมาขอบริจาคบอกว่าให้ช่วย
ซื้อผ้าห่อศพ แล้วก็โลงศพด้วย แล้วเค้าจะมีใบเสร็จให้
โดยที่การจ่ายก็เค้าจะมีเงื่อนไขให้ตามนั้นเช่น
จะบริจาร 300 500 หรือว่า 1000 ตอนั้นพี่เองน่ะเห็นว่า
เงินจำนวนนี้มันก็เยอะอยู่ เลยบอกว่า งั้นเอาไป 200 ก่อน
แต่ว่าไม่ต้องเอาใบเสร็จมาให้ เค้าก็บอกว่าไม่ได้ ต้องจ่าย
เท่าที่เค้ามีกำหนดให้เท่านั้น โอ้ววววววววว อะไรกันนี่
เจอการบังคับใหจ่ายเงินทำบุญด้วย เซ็งเลยตอนนั้น
 
 

โดย: JewNid วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:22:30:58 น.  

 
 
 

 
 

โดย: ภูริดา วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:23:05:32 น.  

 
 
 
ตอนแรกเห็น "สมการผลตอบแทนทาน" ก็นึกว่ามันจะไปจริงได้อย่างไร

แต่พอได้อ่าน เข้าใจ ก็ ...

"อืมมม เค้าเข้าใจคิดเนอะ สอดคล้องกับหลักการคณิตฯด้วย"

ทำทานโดยไม่หวังผลตอบแทน ได้บุญมากสุด = 1/0 = Infinity

...

การทำบุญโลงศพให้ศพไร้ญาติดีมากๆครับ

แค่ศพไร้ญาติมาดู มาสนใจ ก็น่าสงสารแล้ว

ขนาดโลงศพยังไม่มีอีก ก็ยิ่งน่าสงสารไปกันใหญ่

ช่วยเค้าหน่อยเถอะครับ
 
 

โดย: prezcot วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:23:45:37 น.  

 
 
 
กลับมาแระ
นึกว่าติดใจบวชยาววววว

-- ปล. แว่วจาก The Sun แหง ..
ไม่รู้จักท่านเทพเฟรชของเราซะแล้นนนน

=)
 
 

โดย: hunjang วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:8:06:33 น.  

 
 
 
...




-- สาวไกด์ใจซื่อ / เป็นความคิดที่สุดยอดดดดดด...มากเลยพี่

+ ขอบคุณนะค้าบบบบ...




-- ahiruno007 / ยินดี และอนุโมทนาด้วยครับผม




-- อั๊งอังอา / อนุโมทนาด้วยค้าบพี่
ช่วงนี้มีคนไปทำบุญบ่อยจัง ดีๆ

+ จะสังฆทานรึป่าวคงไม่สำคัญนัก ขอเพียงมีใจที่จะ "สละออก" เป็นดีที่สุดนะครับพี่




-- บลูยอชท์ / ก็เล็งไว้ตั้งแต่ ก.พ. อ่ะครับ ได้ในช่วงวันเกิดก็ดี ถ้าไม่ได้อย่างน้อยได้ไปปฏิบัติธรรมก็โอเคแล้ว

+ เพิ่มดอกเบี้ยให้ พี่วิน อีกร้อยละ 4.00 ละกัน อิอิ

+ เห็นด้วยเลยครับผม ทำดีให้บ่อยๆจนเป็นนิสัยมันจะเวิร์กและส่งผลดีกว่าทำตอนจวนตัวแหงมๆอยู่แล้ว




-- คุณย่า / เคยฟังท่านผู้รู้แนะให้อธิษฐานว่า

1) ขอผลบุญส่งให้ได้เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาทุกชาติไป

2) ขอให้ผลบุญเป็นปัจจัยส่งให้ได้พบแต่สิ่งดีๆ

3) และถึงที่สุด ขอให้เป็นฐานไปสู่ นิพพาน

อย่างนี้น่าจะโอเคกว่าขอให้ถูกหวย ขอให้สอบได้ ขอให้มีแฟน... นะครับ




-- แฟนผมตัวดำ / เหมือนผมเลยอ่า พี่โอ๊ต
แต่ผมแว่บมา




-- fifty-four / ขอบคุณค้าบบบ...




-- JewNid / ยินดีค้าบ พี่พู่

+ อืมม...แปลกๆครับ
น่าจะเป็นว่าถ้าคนทำไม่ถึงเขาก็รวมเงินไปซื้อชุดใหญ่ก็หมดเรื่องเนอะ?




-- ภูริดา / ค้าบผม




-- prezcot / ดีครับผม
แค่อยากให้ทำเพราะ เมตตา และ อยากทำ จริงๆน่ะ




-- hunjang / เฮอะๆ คิดอยู่ๆ อิอิ

+ ชิๆ!!!















-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --










 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:15:08:53 น.  

 
 
 
กลับมาอ่านอีกครั้ง หลังจากที่ครั้งแรกอ่านแล้วยังพบว่าไม่ค่อยมีสมาธิอ่านให้จบ คืนนี้เพิ่งเลิกงาน เห็นว่าเป็นยามดีที่จะเข้ามาอ่านจึงมาอีก ขอบคุณมากที่เอาอะไรดีๆ มาเล่าสู่กันฟังนะพี่พูห์
 
 

โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:1:30:20 น.  

 
 
 


ปล. ขอ happy birthday ย้อนหลังด้วยเด้อ
 
 

โดย: rebel วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:7:20:00 น.  

 
 
 
บ้านเมืองเราช่วงนี้อยู่ในวงน้ำแห่งกรรมด้วยใช่ม๊า เฮ้ออ...
วุ่นวายไปโม้ด
ตอนนี้อธิษฐานให้บ้านเมืองสงบสุขดีกว่าเนอะ
 
 

โดย: คุณย่า วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:21:25:18 น.  

 
 
 
ฉันนั้นอยู่ผู้เดียว ฉันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ
ฉันคิดถึงคนไกล ไม่มีใครดูแล
แต่ฉันต้องอยู่ให้ได้ ฉันต้องไม่ร้องไห้
ต้องเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหว


 
 

โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:2:45:19 น.  

 
 
 
...




-- แพนด้ามหาภัย // ตั้งใจอ่านด้วย
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเช่นกันค้าบบบบ...




-- rebel // ขอบคุณค้าบบบบ...




-- คุณย่า // ผมว่าเป็น "คนไทย" มากกว่าครับที่กำลังอยู่ในวังวนแห่ง "กรรม" อิอิ




-- เจ้าชายไร้เงา // ไม่ว่าเศร้าหรือไม่เศร้า ไม่ว่าจะร้องไห้ออกมาหรือไม่ร้อง
ถ้ามันมีผลออกมาเหมือนกันคือสถานการณ์ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม...ก็ ไม่เศร้า และ ไม่ร้องไห้ ดีกว่านะครับ








-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --











 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:17:24:43 น.  

 
 
 
สวัสดีอีกรอบ

แขไปเอาหนังสือให้แล้วนะ แหะๆ (รู้สึกอายๆ ผิดๆ)

โอนเงินไปให้แขได้เลยเน้อ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:19:45:47 น.  

 
 
 
+ หุๆ พี่กำลังบ่นๆ เรื่อง 'บ้านเมือง' ณ ปัจจุบันไว้ในหน้าล่าสุดพอดี ว่างๆ เข้าไปอ่าน (& ด่า) ได้นะคร้าบ
 
 

โดย: บลูยอชท์ วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:20:43:11 น.  

 
 
 
...




-- สาวไกด์ใจซื่อ /// อิอิ ขอบคุณที่แจ้งข่าวครับพี่




-- บลูยอชท์ /// ค้าบผม











-- ขอบคุณที่แวะมาครับผม --







 
 

โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:14:25:09 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

The Legendary Midfielder
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...
" เพราะเหตุนี้มี ผลนี้จึงมี, เพราะเหตุนี้เกิด ผลนี้จึงเกิด, เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ
" หากปรารถนาผลอันดี พึงสร้างเหตุสร้างปัจจัยอันดี "


...
" ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ "


...
" ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต
กลับใจจะพบฟากฝั่ง "


...
"หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
"ทำกรรมดีย่อมได้รับผลของกรรมดี ทำกรรมชั่วก็ย่อมได้รับผลของกรรมชั่ว"



...
"...กฎแห่งกรรมไม่เคยผิดพลาดมาก่อน
"ไม่ว่าเราจะประสบพบกับคราวเคราะห์หนักหนาสาหัสแค่ไหน
"ให้ระลึกไว้ว่านั่นเป็นสิ่งที่สมควรและสาสมแก่เราแล้ว
"เป็นเพราะเราได้สร้างเหตุนั้นๆมาก่อน
"ผลเช่นนี้จึงตามมา..."

[Add The Legendary Midfielder's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com