Blog ของชัชชมนต์ คนดีค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
 
 
31 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 

Nepal ตอน 64 อวสานการทัวร์

16 เมษายน 2544 และแล้ววันสุดท้ายของทริปก็มาถึงจนได้ วันนี้แล้วที่เราจะกลับมาตุภูมิ

พวกเรารีบตื่นกันแต่เช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปช็อปปิ้งเป็นการ ‘สั่งลา’ เนปาล โปรแกรมวันนี้ไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจากซื้อของฝาก

อากาศยามเช้ายังค่อนข้างเย็น ถึงจะหนาวไม่เท่าเมื่ออยู่บนภูเขา พวกเราก็ยังเรียกหาน้ำอุ่นอยู่ และ Shangri-la Guest House ก็มีให้…แต่รอนานหน่อยนะ

เมื่อแรกเปิดน้ำอุ่น น้ำจะเย็นเท่ากับเปิดน้ำเย็น ต้องเปิดอุ่นเครื่องเอาไว้นานๆ น้ำจะค่อยๆอุ่นขึ้น ใครอาบน้ำก่อน จะได้อาบน้ำเย็น เพื่อนที่อาบทีหลังจะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ

บางคนเลยใช้วิธี ไปเคาะประตูห้องเพื่อนๆ ขออาบน้ำด้วยคน แต่ไม่ได้อาบน้ำพร้อมกันนะ

“พิม บี มีน้ำอุ่นไหม” พี่ป๋อมายืนยิ้มแห้งๆอยู่หน้าประตูห้องพักของพิมกับบี โธ่เอ๋ย แค่น้ำอุ่นไม่ทันใจก็ไม่ต้องทำหน้าแบบ ‘โลกนี้ไม่มีความหวัง’หรอก

พวกเราออกไปช็อปปิ้งแบบเกาะกลุ่มกันหลวมๆ ใครอยากเข้าร้านไหนก็ตามใจ ถ้าเพื่อนๆอยากเข้าไปด้วยก็จะตามกันเข้าไป หรือถ้าจะแยกกันไป เดี๋ยวก็ต้องให้บังเอิญมาเจอกันอยู่ดี เพราะทะเมลถึงจะไม่กลม ก็ไม่ได้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลเลย



ร้านที่พวกเราเฮละโลเข้าไปช่วยกันถล่มเขาเกือบทั้งคณะ ก็คือร้านขายเสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าสีสันแสบทรวง กลิ่นเครื่องเทศคละคลุ้ง (เข้าใจใช่ไหม ว่าเป็นแค่คำเปรียบเปรย ร้านขายเสื้อผ้านะ ไม่ใช่ร้านขายข้าวแกง)

กางเกงแขกประดับกระจกสีมีทั้งแบบขาสามส่วน ขายาว ทั้งที่เย็บสำเร็จมาให้ใส่โดยสะดวก และแบบกึ่งสำเร็จรูปต้องหาเป้ามายืนคร่อม แล้วค่อยตวัดผ้ามาพันรอบเอว หรือไม่ชอบกางเกง อย่างที่เป็นผ้าโสร่งพันได้ฟรีสไตล์ก็มี

พี่ซิปเห็นเพื่อนๆซื้อ ก็เลยจะซื้อบ้าง แต่พอคลี่กางเกงกึ่งสำเร็จรูปออกมา ก็ร้องเสียงหลง หน้าตาเหลอหลา

“ก้อด…กางเกงแบบนี้มันใส่ยังไงล่ะ”

พี่ซิปต้องหัดวิธีใส่จนแน่ใจว่าใส่เป็นแล้ว ถึงได้ซื้อไป

พวกเราบุกเข้าไปเลือกกันถึงหลังร้าน ได้รื้อได้ค้นจนสาแก่ใจ ช่วยกันเลือกกางเกงได้เป็นโหล ซื้อเยอะอย่างนี้ เราก็เลยต่อราคาได้มากหน่อยแถมมาซื้อกันตั้งแต่เช้า ประเดิมร้านเขาเลย พ่อค้าก็ต้องพยายามขายให้ได้ แขกก็ถือโชคลางแบบจีนเหมือนกัน ซื้อกางเกงงวดนี้เลยซื้อได้ถูกกว่าพี่เจกับพี่ก้อดซื้อเมื่อวันแรกๆ

Tip : รวมตัวกันซื้อของคราวละมาก ๆ จะซื้อได้สินค้าราคาถูก ยิ่งซื้อตอนเช้า เจ้าของร้านจะเชื่องเป็นพิเศษ ไม่บ่น ไม่ด่า ไม่ไล่ตะเพิด บอกทำไมเนี่ย ที่เมืองไทยก็เหมือนกัน


อันเคล็ดลับสินค้าราคาถูกนี้ นอกจากซื้อครั้งละมากๆไว้แล้ว พี่ก้อดยังเห็นว่าใช้มารยาหญิงช่วยด้วยก็อาจจะได้ผล

วันนี้พิมใส่เสื้อเชิ้ต ที่คอเสื้อใช้ซิปแทนกระดุม ระหว่างที่คุ้ยเขี่ยหาเสื้อผ้าที่ถูกใจอยู่นั้น ก็ให้บังเอิญ บังเอิญจริง ๆ ไม่ตั้งใจ ไม่กะยั่ว สาบานได้ ซิปมันก็เลื่อนลงๆ

พี่ก้อดเห็นเข้า ก็อดแขวะไม่ได้ “รูดซิปซะ…ไม่ต้องยั่ว”

กรี๊ด… พิมรูดซิปเสื้อแล้ว พี่ก้อดช่วยรูดซิปปากด้วยเถอะ

จะเพราะยั่วขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พวกเราก็สามารถซื้อสินค้ามาในราคาที่ต่อรองได้มากเป็นพิเศษ

Tip : นำหญิงสาวอวบอ้วน ขาว หมวย สวย (ตามสเป็คแขก) อึ๋ม ติดไปด้วย จะช่วยให้ซื้อของได้ถูกลงและมีคนคอยอำนวยความสะดวกให้

หลังจากช็อปปิ้งกันไปได้พักไม่เล็กแล้ว ก็ถึงเวลานัดรับเลี้ยงอาหารเช้าจากศิวะที่ร้านเฮเลนน่า

ร้านเฮเลนน่าแห่งนี้พวกเราอยากแวะตั้งแต่ต้นทริป กลับมาครั้งนี้ เฮเลนน่าโฉมใหม่ก็เปิดบริการพอดี สวนสวยน่ารักที่ชั้นล่างไม่มีแล้ว แต่ยังมีดาดฟ้าที่บรรยากาศคงจะดีอยู่ที่ชั้น 5 โน่นนนน

ศิวะคงเข้าใจอะไรผิดไปสักอย่าง ถึงได้จองโต๊ะบนดาดฟ้า บรรยากาศดีๆ ใครๆก็ชอบ แต่พวกเราไม่อยากเดินขึ้นดาดฟ้าอีกแล้ว เราเดินขึ้นเขามามากพอแล้ว เดินเกินโควต้าไปเป็นปีๆแล้วมั้ง

บริกรพาพวกเราเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ชั้นล่างก็ว่าง ชั้นลอยก็ว่าง จะให้เดินไปถึงไหนกัน พอถามบริกรก็ได้ความว่ากำลังจะพาพวกเราขึ้นดาดฟ้า จะได้ไม่เสียดายที่มาเฮเลนน่า

พวกเรามีมติเป็นเอกฉันท์ว่าชั้นลอยก็พอแล้ว เดินไม่ไหวแล้วจริงๆ กินเอาอิ่ม เอาอร่อย ไม่เอาบรรยากาศ ดูสิ… พี่ป้อมยังเดินขาลากอยู่เลย มีแต่คนขาพิการชั่วคราว จะให้พิการถาวรเลยหรือไงถึงจะพอใจ

อาหารเช้าที่เฮเลนน่าเป็นอาหารฝรั่งชุดเบ้อเริ่มเทิ่ม ชุดที่เป็นสเต็ก(ควาย)ก็มี เป็นแฮม กับไส้กรอกก็มี ไหนจะไข่สารพัดแบบอีก ขนมปังอร่อยมาก โดยเฉพาะครัวซองท์อบใหม่ๆ กรอบนอก นุ่มใน ชุ่มเนย เสียแต่ต้องรอครัวซองท์อบเสร็จนานไปหน่อย ระหว่างที่รอ พวกเราเลยจำต้องสั่งเค้กมาชิมก่อน

เค้กอร่อยสมคำร่ำลือ ชิ้นใหญ่มาก ดูภายนอกเหมือนว่าแข็งจนน่าจะปาหัวคนแตก แต่ที่จริงแล้วอร่อยสุดๆ เค้กที่ขอแนะนำคือเค้กช็อคโกแลต แต่จะเป็นเค้กชนิดไหนก็น่าจะอร่อยทั้งนั้น เรายังเสียดายว่ายังชิมไม่ครบทุกชนิดเลย นี่ถ้ามีเวลามากกว่านี้ เราก็จะกินต่อให้ครบทุกแบบในมื้อต่อๆไป

ระหว่างที่ยังโซ้ยอาหารเช้ากันยังไม่เสร็จ คนที่อิ่มก่อนแต่ไม่มีโขนมีหนังให้ดู ก็แว่บออกไปซื้อของได้อีกหน่อย พี่ซิปต้องออกไปรับเสื้อยืด ที่จ้างปักเอาไว้เป็นโหล โชคดีนักหนาที่เมื่อวานไม่มี Electricity Holiday พี่ซิปเลยได้เสื้อยืดครบในเวลาแทบจะนาทีสุดท้าย

กวาดล้างอาหารเช้าไปกองใหญ่ ก็เล่นสั่งคนละชุด แถมด้วยเค้กอีกต่างหาก แล้วก็กินไม่หมดเสียอีก ต้องเก็บครัวซองท์แสนอร่อยกลับไปฝากพนักงานที่เกสท์เฮาส์

คราวหน้า (ถ้ายังมีคราวหน้า) เราจะสั่งให้น้อยกว่านี้ เกรงใจศิวะออกจะตายไป เลี้ยงเราแล้วจะเหลือกำไรสักกี่มากน้อยกันเชียว

อาหารเช้าก็เลี้ยงแล้ว ยังไม่พอ ศิวะยังมีของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆมาแจกอีก เป็นสร้อยประคำทำจากไม้ ขนาดพอใส่ข้อมือได้ มือใครก็ใส่ได้ทั้งนั้นด้วยเพระร้อยด้วยยางยืด นัยว่าเป็นเครื่องลางทำให้โชคดี ให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และอย่าได้กลับมาล้างผลาญกันอีกเลย ประโยคหลังนี่อำเล่น ใครจะไปคิดอย่างนั้นกับพวกเราได้ลงคอ

ส่วนพวกเราก็เห็นว่าได้เวลาแล้ว สำหรับการมอบสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆ แก่ศิวะ เป็นธรรมเนียมที่ต้องให้ทิปกับไกด์ด้วย ถึงจะเป็นไดเร็คเตอร์แปลงร่างมาเป็นไกด์ก็ควรต้องให้อยู่ดี พวกเราทิปศิวะไป 15 USD

เฮ้อ…ศิวะจะได้คุ้มเสียไหมนี่ พวกเราถล่มเขาราบเป็นหน้ากองออกอย่างนั้น แต่เห็นใจเราเถอะศิวะ เงินบาทอ่อนค่าจนน่าใจหายอย่างนี้ พวกเราจะเอาเงินที่ไหนมาทิปได้ทีละมาก ๆ บางคนถึงขนาดหมดตัวแล้ว อย่างพี่ป๋อ ถึงตอนนี้จะซื้อของยังต้องเอาเงินบาทมาแลกรูปีกับพิมแล้วเลย



หลังจากนั้น พวกเราก็เดินกลับเกสท์เฮาส์ เพื่อไปแพ็คกระเป๋าเก็บของล็อตสุดท้ายที่เพิ่งซื้อมา งานเลี้ยงใกล้เลิกราแล้ว ทริปนี้ดูจะราบรื่น แต่ทว่า… ยังก่อน เราจะด่วนสรุปเช่นนั้นไม่ได้

พี่ก้อดที่เก็บของเสร็จก่อนเพื่อนๆ เลยออกไปสังเกตการณ์แถวๆ หน้าเกสท์เฮาส์ วิ่งตึ้กตั้ก มาเร่งให้เพื่อนๆ เก็บกระเป๋ากันอย่างด่วนที่สุด

“เก็บของเร็ว…มีประท้วงกันอีกแล้ว เดี๋ยวไปสนามบินไม่ได้”

ทุกคนรีบเก็บสมบัติ เผ่นแน่บขึ้นรถตู้ ไม่มีใครกล้าพิรี้พิไร ประทับใจเนปาลน่ะ ประทับใจอยู่ แต่ให้อยู่แล้วอยู่เลยก็เห็นจะไม่ไหว

รถตู้พาพวกเราไปถึงสนามบินตรีภูวัณได้ตลอดรอดฝั่ง โชคดีอะไรเช่นนี้ เราเฉียดกับกลุ่มผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่ที่ได้เดินปิดถนนสายอื่นมาแล้ว อีกนิดเดียวก็จะมาขัดขวางเส้นทางการจราจรไปสนามบินของเราแล้ว

ศิวะและคณะช่วยพวกเรายกกระเป๋าลงจากรถ ถึงเวลาต้องร่ำลากันจริงๆแล้ว เขาส่งเราได้แค่หน้าสนามบินเท่านั้น พวกเราบอกลาศิวะ จับไม้จับมือกันตามธรรมเนียมฝรั่ง ไม่มีกอด หรือหอมแก้มด้วยหรอก ไอ้แบบนั้นก็เกินไปหน่อย

พวกเราลากกระเป๋าไปรอเช็คอิน ส่วนพิมกับพี่ป๋อก็แยกไปจ่ายค่าภาษีสนามบิน เงินค่าภาษีสนามบินเป็นเงินรูปีก้อนสุดท้ายที่พิมเตรียมใส่ถุงพลาสติกไว้ นับแล้วนับอีก กลัวไม่ครบ ถ้าขาดจริง ก็ยังมีดอลล่าร์ให้แลก แต่จะยุ่งยาก แลกมาแล้วก็เกินอีก เดือดร้อนต้องหาที่ใช้ให้หมดด้วย

พวกเราเช็คอินได้ราบรื่นดี มีที่นั่งครบทุกคน ต้องให้เครดิตการบินไทย ปัญหาการแย่งที่นั่งมักจะเกิดกับสายการบินอื่น ถึงค่าเครื่องบินของสายการบินแห่งชาติของเราจะแพงกว่า ก็ยังนับว่าคุ้มค่า แลกกับการไม่ต้องเสี่ยงติดอยู่ในเนปาลยามมีจราจล!

พี่ก้อดกับพี่เจว่าถ้าตั๋วเครื่องบินขาดไปสักใบ ก็ทิ้งพิมไว้ที่กาฐมาณฑุก็แล้วกัน ศิวะคงเต็มใจเลี้ยงหรอกหรือไง…อยากกลับไปอย่างไม่มีใครแลที่เมืองไทยหรือไงกัน

พิมซาบซึ้งในน้ำใจพี่ๆจริงๆ นี่ถ้าค่าทัวร์ไม่พอ คงเอาพิมไปแลกค่าทัวร์สินะ

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเข้าคิวตรวจเอกสาร แล้วไปนั่งรอขึ้นเครื่อง ถึงตอนนี้พวกเราก็ถ่ายรูปสภาพตอนกลับสภาพพวกเราโทรมเข้ากับสถานที่มาก

ยังไม่ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ใครใคร่จะช็อปปิ้งก่อนก็พอจะทำได้ ร้านค้าปลอดภาษีก็มี ร้านขายของที่ระลึกก็มี แต่สินค้าไม่น่าสนใจนัก และแพงกว่าข้างนอกด้วย แต่ถ้าใครยังมีรูปีเหลือก็จำเป็นต้องซื้อ ดีกว่าเก็บรูปีเน่าๆ เปื่อยยุ่ย กลิ่นอับชื้น อุดมไปด้วยเชื้อรากลับบ้านเรา

อย่างพี่ป้อมกับพี่น้อยก็เทเงินไปซื้อโปสการ์ดมาได้ใบหนึ่ง รูปอะไรก็ช่างเถอะ สวยกว่าแบงค์แน่ๆหรืออย่างผู้หญิงคนไทยที่นั่งอยู่ใกล้ ๆพวกเรา ก็ซื้อคิทแคทที่แพงกว่าร้านขายของชำข้างนอก แต่มันก็กินได้ ดีกว่าแบงค์อีกเหมือนกัน แล้วไปรู้เรื่องของเขาได้ยังไงกันเนี่ย ก็แอบฟังเขา เอ๊ย…ก็เจ้าหล่อนคุยกันให้เราได้ยินเองนี่ ไม่ใช่ความลับสักหน่อย

และแล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องบิน พอเท้าก้าวย่างล่วงผ่านประตูเครื่องบิน เราก็รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ปลอดโปร่ง โล่ง สบาย ไหนจะหนังสือพิมพ์ภาษาไทยแสนคุ้นเคย แอร์ สจ๊วต พูดไทยได้ อาหารก็มาจากเมืองไทย เหมือนเราได้กลับสู่อ้อมกอดของแผ่นดินแม่แล้วอย่างไรอย่างนั้น

เครื่องบินลำที่เราขึ้น พาพวกเรากลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ เราจึงมีเรื่องเล่าที่ยาวถึง 64 ตอน (เชียวนะ) และทุกวันนี้เราก็ยังขุดเรื่องทริปเนปาลมาขำกันได้อยู่เรื่อยๆ

*** ไม่มีตอนต่อไปให้ติดตาม ***

เฮ้อ…ในที่สุดก็อัพบล็อกจนจบ ได้เผยแพร่ทริปนี้หลังจากไปเที่ยวนานถึง 9 ปี!!!




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2553
2 comments
Last Update : 31 สิงหาคม 2553 22:52:17 น.
Counter : 986 Pageviews.

 

 

โดย: MaFiaVza 7 กันยายน 2553 6:06:44 น.  

 

ขอบคุณที่แวะมาค่ะคุณ MaFiaVza

 

โดย: ชัชชมนต์ 7 กันยายน 2553 23:35:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ชัชชมนต์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชัชชมนต์เป็นแค่คนธรรมดา ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนค่ะ

ทุกวันนี้ความฝันได้เป็นจริงบ้างแล้ว และยังหวังจะพัฒนาฝีมือ ให้ฝันนี้จริงจังกว่าเดิมค่ะ

งานเขียนในบล็อกนี้เขียนด้วยใจ อ่านกันได้ คุยกันได้ แต่อย่าลอกกันนะคะ ทั้งนี้มี พรบ. ลิขสิทธิ์คุ้มครองค่ะ

Friends' blogs
[Add ชัชชมนต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.