Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
6 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
1ปียูโดกับการไล่ล่าสายดำ ภาคโคเซ็นยูโด 1

หลังจากที่สำเร็จเป้าหมายไปถึงสายดำโชดั้งตามที่หวังไว้แล้ว ผมก็ใช้เวลาในการรักษาแผลกายและแผลใจอยู่เป็นเวลาประมาณเกือบ18เดือนมีหลายครั้งที่อยากจะพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้มันไปอยู่ในระดับสูงกว่านี้แต่ด้วยอาการบาดเจ็บหลายๆครั้งกับโอกาสไม่เหมาะทำให้ต้องเลื่อนการฝึกซ้อมออกไปเรื่อยๆที่ว่าโอกาสไม่เหมาะนั้นก็คือว่าจุดที่ต้องแก้ไขมันยังเยอะอยู่จนไม่สามารถไปหาสิ่งใหม่เข้ามาเพิ่มเติมได้อีกท่ายืนที่ต้องแก้ไขเช่นท่าโคอุจิการิเกี่ยวแล้วมันยังไม่มีแต้มออกมาทั้งๆที่เกี่ยวโดนล้มเต็มๆ ฮาเนโกชิที่ยังใช้จริงในการแข่งขันไม่ได้ท่าเซโอนาเกะที่เจออาการบาดเจ็บรบกวนจนหายเข้ากลีบเมฆ อุจิมาตะที่มันยังมีจุดบกพร่องให้คู่ต่อสู้สวนกลับมาได้สเต็ปในการใช้ท่าต่อเนื่องมันก็ยังไม่ไหลลื่นและอื่นๆที่พอจะเจอก็พยายามแก้ไขเท่าที่จะแก้ได้แต่อย่างที่บอกว่าท่ายืนมันต้องใช้เวลาในการฝึกฝนขัดเกลาไปเรื่อยๆไปเดือนเป็นปีและเป็นหลายๆปีมันถึงจะสามารถเอามาเก็บไว้เป็นท่าส่วนตัวของตัวเอง ถัดมาก็ถึงคิวของท่านอนท่านอนตั้งแต่สมัยก่อนตอนแข่งสอบสายมีอาจารย์คอยเตือนไว้ว่าอย่าเสียโอกาสในการจัดการด้วยท่านอนบางครั้งสถานการณ์ได้เปรียบอยู่แต่ดันหยุดท่านอนไปซะแบบนั้น เสียดายของ

ก็พยายามที่จะฝึกฝนพัฒนาให้ท่านอนมันมีศักยภาพมากขึ้นจนกระทั่งเมื่อตอนประมาณเดือนมีนาคม2013เพื่อนต่างชาติคนนึงแนะนำให้รู้ถึงโคเซ็นยูโด ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของท่านอน แต่ว่ามันมีสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือถ้าเข้าไปซ้อมแล้วจะเลิกไม่ได้ ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออกแมวหมาจะคลอดลูกก็ต้องไปซ้อมทุกวันเสาร์ตามตารางฝึกซ้อมอย่างเคร่งครัด จุดนี้ที่ทำให้คิดหนักแล้วเพื่อนคนนี้ก็หายหัวกลับอเมริกาไป พอกลับมาอีกครั้งพร้อมที่จะไปซ้อมด้วยแล้วไหปลาร้าผมมันก็ดันมาหักซะได้ ก็เรียกว่าเสียดายที่ยังไม่สามารถไขว่คว้าโอกาสอันนี้ได้ส่วนอีกด้านนึงก็โล่งใจที่ว่ายังไม่ต้องมีข้อผูกมัดในการไปซ้อมทุกวันเสาร์โดยไม่มีข้อแม้

ถัดมาเหมือนโอกาสปลอบใจให้กับคนกระดูกหักอย่างผม คือช่วงฝึกภาคฤดูร้อนมีอาจารย์มัสสึมุระที่จะมาสอนเนวาซะของโคเซ็นยูโดเป็นเวลา10วันโอกาสนี้ผมไม่ปล่อยให้พลาดอีกแล้วกระดูกไหปลาร้ากำลังจะติดไม่ติดก็ช่างขอคว้าโอกาสนี้ไว้ก่อนถือเป็นโชคดีที่ว่าการซ้อมตลอดสิบวัน มันเป็นเวลาที่ไม่เยอะเท่าไหร่แต่ว่าพื้นฐานท่านอนของยูโดและเทคนิคเฉพาะของโคเซ็นยูโดได้รับการถ่ายทอดมาอย่างน้อยก็เรียกว่าผ่านตาไปแล้วแบบคร่าวๆ (เดี๋ยวเดือนมกราคม2014การฝึกซ้อมภาคฤดูหนาวจะกลับไปทบทวนกับอาจารย์มัสสึมุระอีกครั้งนึง)

เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆจากวันเป็นสัปดาห์เป็นเดือนท่านอนก็มีการฝึกซ้อมอยู่บ้าง แต่ช่วงเดือนกันยายน2013ไล่ลงมาการฝึกซ้อมท่านอนของผมจะเน้นเรื่องการเจาะลึกเทคนิคพิเศษที่มันไม่เหมือนชาวบ้านเค้าแล้วแน่นอนสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหาเรียนกันได้ง่ายๆแต่ด้วยเส้นสายและความกระหายที่อยากจะเก่งขึ้นลูกตื้อเท่านั้นที่จะได้สิ่งเหล่านี้มา การเข้าหาอาจารย์แต่ละท่านนั้นไม่ใช่ว่า เข้าไปแล้วไปบอกอาจารย์ว่าอยากเรียนท่านอนอาจารย์มีอะไรจะสอนช่วยสอนให้หน่อย ผมรู้ว่าวิธีการเข้าหาแบบนี้สิ่งที่จะได้เรียนรู้นั้นจะเป็นเพียงแค่ขั้นพื้นฐานทั่วไปของเนวาซะเท่านั้นหลักการเข้าหาของผมคือจะจับเหยื่อที่เป็นคู่ซ้อมมาคนนึงแล้วก็ไปหาอาจารย์ท่านไหนก็ได้แล้วแสดงท่านอนของผมที่คิดว่าจะเรียนรู้เพิ่มเติมให้อาจารย์ดูซักรอบสองรอบจากนั้นก็จะถามความเห็นว่าควรแก้ไขจุดไหนหรือว่ามีจุดไหนที่สามารถพลิกแพลงต่อไปจากนี้ได้รวมถึงการสลับกันให้เพื่อนคู่ซ้อมเป็นคนใช้ท่าที่ผมอยากเรียนรู้ดูกับตัวผมเองแล้วจุดไหนที่ผมคิดว่ามันสามารถหลบหนีออกมาได้ก็จะสอบถามว่าถ้าหนีทางนี้คนที่จู่โจมจะต้องแก้ไขยังไง ตรงจุดนี้แหละการฝึกซ้อมท่านอนของผมมันถึงจะขยายกว้างขึ้นและลึกลงไปในรายละเอียดจนกลายเป็นท่าแปลกตาที่น่าสนใจมากๆแต่แขนงกันออกไป


เมื่อประมาณเดือนพฤษจิกายน2013คำว่าโคเซ็นยูโดได้โผล่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นเพื่อนชาวบราซิลเป็นคนแนะนำว่ามีสำนักโคเซ็นยูโดอยู่อีกแห่งนึงน่าสนใจอยู่ ตอนนั้นที่ได้ยินก็อยากจะรีบคว้าโอกาสนี้ไว้อีก แต่ก็แบบเดิมๆนั้นแหละโอกาสที่ผ่านเข้ามามักจะมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บของผม คราวนี้เจ็บที่ขาซ้ายเส้นเอ็นกับกล้ามเนื้อที่น่องซ้ายลงไปถึงข้อเท้าน่าจะถูกกระเทือนอย่างหนัก (ขาซ้ายม่วงแบบเห็นได้ชัด)อาการเจ็บมันไม่เท่าไหร่ แต่ที่หนักใจคือไม่รู้ว่ามันกระเทือนอะไรในขาบ้างเดินกระเผลกไป2อาทิตย์ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่เรื่องโคเซ็นยูโดก็ผ่านไปอีกรอบแบบไร้วาสนาจะตัดผ่านเข้ามาในชีวิตยูโดของผม

เดือนธันวาคม2013 อาการเริ่มดีขึ้น (ยอมอดซ้อมไปเป็นอาทิตย์เพื่อรักษาอาการและรอให้ร่างกายฟื้นตัวเชียวนะครับ)คราวนี้ไม่พลาดละ ศึกษารายละเอียดด้วยตัวเองว่ามีซ้อมวันไหน เวลาไหน ซ้อมที่ไหนพอข้อมูลครบแล้ว ก็เป็นฝ่ายรวบรวมเพื่อนฝูง นัดเพื่อนไว้3คนเอาเข้าจริงแม่งหายหัวหมดเหลือแค่คนเดียวก็คือเพื่อนชาวบราซิลคนที่เป็นคนแนะนำสำนักนี้นั้นแหละกะไว้แล้วว่า ไม่มีใครไปด้วยซักคน ผมก็จะไปคนเดียวอยู่ดี

เวลาที่เริ่มซ้อมคือ 19.00 นัดเพื่อนไว้18.30ที่หน้าสถานีรถไฟเอาเข้าจริงมันเมล์มาบอกว่าจะมาถึงตอน18.55 ให้เข้าไปก่อนได้เลยแต่เนื่องจากผมเป็นคนที่พูดไปแล้วว่าถ้าไปด้วยกันก็คือจะไปด้วยกัน ถึงมาสายก็จะรอ(แต่แม่งให้กูสายตั้งแต่วันแรกอีกละ) การมาสายครั้งแรกทำให้นึกถึงตอนเริ่มต้นการซ้อมที่โคโดกังวันแรกสุดผมก็ไปสาย ไปแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลยอีกต่างหากตอนไปสายโคโดกังวันแรกที่เริ่มไปซ้อมนั้น ตอนนั้นมันประหม่า มันทำตัวไม่ถูกจริงๆไม่รู้จักใครซักคน จะทำตัวยังไงดี จะไปหาใคร จะไปคุยกับอาจารย์ก็ไม่รู้จักหน้าอาจารย์ว่าใครเป็นใครซะด้วย อาการนั้นมันหวนกลับมาอีกครั้ง

เข้าไปถึง คนอื่นเปลี่ยนชุดกันหมดแล้ว แต่ยังไม่เริ่มซ้อม อึดอัดแล้วว่าจะไปหาใครดีเห็นอาจารย์สายแดงขาวอยู่คนนึง จะเข้าไปก็กลัว หันซ้ายหันขวาอยู่กับเพื่อน(ไอ้คนที่เป็นต้นเหตุของการสายนั้นแหละ)มองไปมองมาอยู่ซักพัก มีเด็กมหาลัยนิตไตคนนึง หน้าตาอย่างหล่อ ดูจากรูปร่างแล้วฝีมือคงจะดีแน่ๆ(มารู้ที่หลังว่าถึงจะเป็นเด็กมหาลัยแต่ความสามารถสูงส่งและเป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอนอยู่ที่นี้ด้วย) หันซ้ายขวาอีกครั้ง คราวนี้ถึงค่อยโล่งใจเพราะว่าเจอเพื่อนที่เคยซ้อมด้วยกันที่โคโดกังอยู่ (มึงพากูไปรู้จักและทักทายทุกคนรวมทั้งอาจารย์ด้วยนะ)เพื่อนคนนี้จริงๆแล้วคือรุ่นพี่ เรียนที่โคโดกังมาก่อนเมื่อประมาณ13ปีที่แล้ว เพิ่งรู้และถึงบางอ้อมิน่าละตอนที่ซ้อมรันโดริที่โคโดกังท่าปัดท่าเกี่ยวท่าสวนกลับมันอ่านทางออกซะหมดเลยที่แท้ก็รุ่นพี่ในสำนักนั้นเอง


ซ้อมวันแรกก็เด่นซะแล้ว เพราะอาจารย์ให้แนะนำตัวแล้วผมดันไม่แนะนำตัวกลับบอกไปว่าเอาไว้หลังซ้อมเสร็จละกันเนื่องจากวันแรกก็มาสายแล้ว และไม่อยากให้เสียเวลาของทุกคนก็อยากให้สนใจและเข้าไปในเนื้อหาการซ้อมมากกว่าที่จะมาสนใจตัวผม(ตกลงตามนี้)

อาจารย์แนะนำเบื้องต้นเล็กน้อยเกี่ยวกับการซ้อมที่นี้ว่าจะไม่มีการซ้อมในท่ายืน จะซ้อมกันแต่ท่านอนเท่านั้น การซ้อมเริ่มจากวอร์มอัพด้วยตัวเองจากนั้นก็เป็นการวอร์มรวมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่านอนจุดนี้ถือว่าสอบผ่านเพราะว่าท่ามันทับซ้อนกับที่วอร์มประจำตอนอยู่ที่โคโดกังเรื่องเตะขา วนขา การใช้ข้อมือดันตัว ท่ากุ้งหน้า กุ้งหลัง

หลังจากวอร์มก็เข้าเนื้อหาทันทีอาจารย์ไม่พูดมากบอกเลยวันนี้เรียนพื้นฐานการเข้าทำจากด้านบนและการเข้าทำจากด้านล่างรวมๆประมาณ8-9ท่า เริ่มเรียนกันเลยส่วนแรกเอาแบบที่เราอยู่ด้านบนแล้วคู่ต่อสู้นั่งหันหน้าขึ้นอยู่ด้านล่าง


ท่า1. ล้วงมือข้างนึงไปใต้ขาอ้อมไปจับสายรัด จุดนี้สำคัญคือฝั่งที่เอามือล้วงเข้าไปนั้นให้เอาเข่าเข้าไปชนไปชิดกับก้นคู่ต่อสู้ให้มากที่สุดรวมถึงการเอาลำตัวออกแรงกดให้คนที่อยู่ด้านล่างขยับตัวไม่ได้จากนั้นเอามืออีกข้างกดบริเวณหัวเข่าด้านในให้ลงพื้นแล้วเอาแข้งกดทับจากนั้นพลิกตัวออกด้านข้างเข้าทำโอไซโกมิในท่าโยโกชิโฮ่

การเรียนตรงจุดนี้รู้เลยว่ามันเป็นระดับสูงแล้วไม่ต้องมาจ้ำจี้กันในเรื่องของท่าเช่นท่าโยโกชิโฮ ท่าเคซะกาตาเมะ กดยังไงเน้นจุดไหนไม่มาพูดกันแล้วถือว่าทุกคนรู้กันมาพอละ


ท่า2. เหมือนกับท่าแรกแต่คราวนี้เปลี่ยนจากการเอาหน้าแข้งไปกดหน้าตักคู่ต่อสู้เป็นการใช้ขาของเรารวบขาของคู่ต่อสู้เอาไว้ข้างนึง(ถ้าเอามือซ้ายอ้อมไปจับสายรัดที่ลำตัวด้านขวาของคู่ต่อสู้มือขวากดหน้าตักฝั่งซ้ายของคู่ต่อสู้จะต้องใช้ขาซ้ายของเราในการรวบขาซ้ายของคู่ต่อสู้เอาไว้)จากนั้นก็พลิกตัวหลบออกไปกดในท่าโยโกชิโฮ


ท่า3. ท่านี้เรียนมาแล้วที่โคโดกัง เปลี่ยนจากการอ้อมไปจับสายรัดเป็นการอ้อมขึ้นสูงไปจับที่คอเสื้อคู่ต่อสู้ก่อนที่จะพลิกตัวออกไปกดในท่าโยโกชิโฮเหมือนเดิม ท่านี้จุดสำคัญคือตอนที่อ้อมไปจับคอเสื้อได้แล้วมือที่จับคอเสื้อให้ดึงคู่ต่อสู้ขึ้นมาในขณะเดียวกันก็ใช้หน้าอกกดขาคู่ต่อสู้ลงไปจากอาการดึงและกดในขณะเดียวกันจะทำให้คู่ต่อสู้ขยับตัวไม่ได้


ท่า4. จับสายรัดทั้งสองข้างดึงเข้าหาตัวให้น้ำหนักตัวคู่ต่อสู้ลงไปอยู่ที่คอจากนั้นก็พลิกตัวไปกดโยโกชิโฮเหมือนเดิม


ท่า5. คราวนี้จับที่หัวเข่าด้านใน(ใกล้กับหน้าตักคู่ต่อสู้)ทั้งสองข้างจากนั้นดันให้เข้ามาชิดกันแล้วหลบตัวออกข้างในขณะที่หลบตัวออกสิ่งสำคัญคือการใช้เข่ากดลงไปที่ท้องคู่ต่อสู้(การหลบออกข้างสมมุติว่าหลบออกทางด้านซ้ายต้องเอาขาขวาถอยหลังลงไปแล้วพอหลบไปได้แล้วก็เอาเข่าขวามากดที่ท้องคู่ต่อสู้)จากนั้นจัดระเบียบกดในท่าโยโกชิโฮตามเดิม

จริงๆแล้วการเข้าทำหลายๆท่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นโยโกชิโฮแต่เนื่องจากเริ่มต้นจากพื้นฐานการเข้าทำสิ่งที่ใกล้สุดดูแล้วคงเป็นโยโกชิโฮนั้นแหละ

5ท่าแรกเป็นการเข้าทำจากการที่เราอยู่ด้านบน คู่ต่อสู้อยู่ด้านล่างถัดมาเป็นแบบที่เราอยู่ด้านล่างแล้วคู่ต่อสู้อยู่ด้านบน


ท่า6. พื้นฐานของการอยู่ด้านล่าง เริ่มจากการเอาฝ่าเท้าเตะเข่าของคู่ต่อสู้ในขณะเดียวกันฝั่งตรงข้างก็ยกขาขึ้นหมุนวนพลิกขึ้นมากดท่านี้ผมใช้กดในท่าเคซะกาตาเมะเพราะมันใกล้มือกว่าโยโกชิโฮจุดที่เน้นคือก่อนที่จะเตะต้องพยายามดึงตัวคู่ต่อสู้ให้ลงมาติดกับกับหน้าอกของเราเพราะถ้าตัวติดกันพอเตะเข่าแล้วมันจะสามารถดึงพลิกขึ้นมาง่าย


ท่า7. โอบิโทริไคเอชิท่านี้ถ้าเพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรกคงจะเรียนรู้ลำบากแต่ผมเรียนมาก่อนหน้านี้แล้วจากอำเภอแถวบ้านท่านี้ถือเป็นท่าหลักของผมในตอนที่ผมอยู่ด้านล่างเลยก็ว่าได้ดึงคู่ต่อสู้ให้ตัวติดเข้ามา ก่อนที่จะเอามืออ้อนหลังไปจับสายรัดเพิ่มเติมจากการซ้อมวันนี้สำคัญมากคือใช้ข้อศุอกแขนข้างที่กดนั้นกดลงไปบริเวณท้ายทอยของคู่ต่อสู้ให้จมพื้นไปเลยจากนั้นก็ขยับก้นเข้าไปอีกก้าวนึงก่อนที่จะใช้ขาเตะขึ้นบนพลิกตัวไปกดในท่าโยโกชิโฮ


ท่า8. ต่อเนื่องจากที่7แต่คราวนี้คู่ต่อสู้เอามือยันพื้นไม่ให้พลิกก็เปลี่ยนจากจุดที่จับสายรัดมาเป็นโอบจากด้านในปัดมือและพลิกตัวไปด้านข้างกดในท่าทัตเตชิโฮ


วันนี้เรียน8ท่า แล้วอาจารย์แถมให้อีก1ท่าที่พื้นมากๆคือการเข้าทำในขณะที่คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่า


ท่า9. เอามือล้วงด้านหน้าดีสุดคือจับคอเสื้อแต่บางครั้งจับยากก็จับที่ข้อศอกก็ได้(สมมุติว่าใช้มือซ้ายจับที่ข้อศอกขวาของคู่ต่อสู้)จุดอ่อนของท่าเต่าคือมุมเฉียงๆตรงไหล่ขึ้นไปด้านบนก็ให้เอาหน้าอกกดดันให้ไปตามมุมเฉียงๆพร้อมกับดึงมือที่จับข้อศอกหรือคอเสื้อจากนั้นอีกมือนึง(มือขวา)จับบริเวณข้อเท้าซ้ายของคู่ต่อสู้ดันให้พลิกขึ้นไป ก่อนที่จะมากดในท่าเคซะกาตาเมะ


การซ้อมที่นี้ไม่มีพักต่อไปเรื่อยๆเลยคราวนี้เข้าสู่โหมดเหนื่อยแล้วนั้นคือการรันโดริ ก่อนรันโดริอาจารย์บอกจุดประสงค์ของการรันโดริว่าเป็นการเอาสิ่งที่เรียนมาวันนี้ทั้งหมดมาใช้ดูจริงๆว่าใช้ได้รึเปล่าถ้าเป็นไปได้พยายามใช้สิ่งที่เรียนมาวันนี้ในการเข้าทำจริงอยู่ว่าเนวาซะมันกว้างอาจจะมีท่าอื่นที่เราเคยเรียนมา แต่เป็นไปได้ก็จำกัดพยายามใช้แต่สิ่งที่เรียนมาวันนี้กดได้แล้วล๊อคได้แล้วถ้าดิ้นไม่ได้ก็หยุดซะแล้วมาเริ่มกันใหม่หรือว่าถ้าอยู่ในท่าเต่าคู่ต่อสู้เข้าทำแล้ว2-3ครั้งยังทำอะไรไม่ได้ก็ให้เปลี่ยนท่าอันนี้ถือเป็นการรันโดริในแบบฉบับของโคเซ็นยูโดที่นี้ คู่ละ4นาที ต่อไปเรื่อยๆผมอยากจะหยุดพักตั้งแต่คู่สองแล้วแต่ไม่มีใครพักเลย ก็ต้องกัดฟันสู้กันต่อไป อาจจะเป็นไปได้ว่าคู่ซ้อมอยู่ในระดับที่สูงกว่าผมมากๆทำให้เหมือนกับการเล่นกับเด็กในขณะที่ผมพยายามเต็มที่แต่การเข้าทำในแต่ละครั้งเรียกว่าลำบากมากๆเผลอหน่อยเดียวกลายเป็นถูกกระทำแทน


ซ้อมเสร็จขาถลอกไปหลายจุด เหนื่อยร่างกายมากๆ นี้หรือท่านอนที่อยากทำให้มันดีขึ้นมันต้องเหนื่อยยากขนาดนี้เลยเหรอทำให้เริ่มท้อแท้ซะแล้วว่า จะเดินหน้าต่อดีหรือว่าจะย่อท้อเลิกล้มไปเพราะรู้สึกว่าผมเหมือนมาอยู่ผิดที่ผิดทางแต่ละคนฝีมืออยู่ในระดับสูงกว่าจนรู้สึกได้ อาจารย์สอนไปอย่างรวดเร็ววันนี้แค่พื้นฐานดีที่สิ่งต่างๆมันยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่ผมซ้อมมาจากโคโดกังเลยพอจะจับปะต่อติดกันได้อยู่ใจนึงก็พยายามคิดไว้ว่าถ้าผ่านพ้นช่วงแรกไปได้มันจะเหมือนการผสมสีที่เดี๋ยวก็จะกลมกลืนสามารถซ้อมได้สูสีไว้ตัดสินใจอีกครั้งก่อนวันพฤหัสหน้าว่าจะไปซ้อมต่อมั้ย ถ้าหยุดก็คือหยุดไปเลยตลอดแต่ถ้าไปผมคิดว่าก็จะไปซ้อมตลอดจนกว่าจะกลับเมืองไทยถาวร


ปล. รู้สึกว่าที่อาบน้ำของที่นี้มันประเจิดประเจ้อเกินไปเป็นฝักบัวสว่างและโล่งมากปกติที่โคโดกังบรรยากาศยังมืดๆหน่อยตอนอาบแล้วไม่ค่อยจะอายแต่ที่นี้มันเปิดโล่งจริงๆ ทำยังไงได้ไม่อาบก็ไม่ได้คลุกกันซะเหงื่อเต็มที่




Create Date : 06 ธันวาคม 2556
Last Update : 6 ธันวาคม 2556 0:16:20 น. 6 comments
Counter : 1627 Pageviews.

 
สุขสันต์วันเกิดนะคะ

ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: JenNy & Tristan @ The UK วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:0:27:52 น.  

 




สุขสันต์วันเกิดครับ
๙ ทุก ๙ ให้ชีวิต ๙ กระโดด
๙ วิ่งโลด แล่นหวัง สมดั่งหมาย
๙ ผ่านพ้น เขตขั้น อันตราย
๙ ผ่านร้าย กลายดี ที ๙ เดิน
ต้นจินต์ อินระดา


โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:9:21:13 น.  

 
Happy birthday สู้ต่อไปนะคะ ยูโด


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 11 ธันวาคม 2556 เวลา:20:26:58 น.  

 
ทักทายค่ะ





โดย: LittleDaimon วันที่: 13 ธันวาคม 2556 เวลา:21:55:32 น.  

 


ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง
และสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ตั้งใจไว้นะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 16 ธันวาคม 2556 เวลา:10:18:41 น.  

 


สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 25 ธันวาคม 2556 เวลา:1:18:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.