Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
21 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
โคเซ็นยูโด การซ้อมยูโดภาคฤดูร้อน SHOCYUGEIKO judo summer training at japan 2013 2/3

ท่าที่9 นั่งคร่อมบนตัว มือสอดใต้รักแร้สองข้างทิ้งตัวหมุนมาเข้าท่าทัตเตชิโฮกาตาเมะ

คราวนี้เป็นการเข้าจากด้านบน ขึ้นไปคร่อมบนตัวคู่ต่อสู้ก่อนคร่อมต้องดึงสายเข็มขัดเพื่อที่เราจะได้เอาขาสอดเข้าไปได้ง่ายๆหน่อยจากนั้นเอามือสองข้างสอดไปใต้รักแร้ของคู่ต่อสู้ไปจับชายเสื้อทั้งสองด้านเทน้ำหนักทิ้งตัวลงไปด้านไหนก็ได้ให้เรากับคู่ต่อสู้หมุนกันไป1รอบในระหว่างที่หมุนไปครบรอบแล้วนั้น (ในกรณีที่ทิ้งตัวหมุนไปด้านขวา)ต้องเอาขาซ้ายออกมาจากใต้ตัวคู่ต่อสู้ให้ได้แขนขวาของเราดึงให้แขนขวาคู่ต่อสู้ยกขึ้น พร้อมกับล๊อคคอพร้อมกับใส่ท่าทัตเตชิโฮ จุดสำคัญอีกจุดคือมือซ้ายที่จับชายเสื้อนั้นห้ามปล่อยเด็ดขาดระวังเรื่องขาหน่อยนึงให้อยู่ด้านบน(แต่บนเกินไปก็โดนสะพานโค้งสวนกลับอีก)เพราะถ้าอยู่ล่างไปคู่ต่อสู้จะเอาขามาเกี่ยวทำให้เวลาในการกดหยุดเดินได้


สรุปท่าที่9

-          - คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่า เราขึ้นคร่อมขาสองข้างล๊อคเข้าไปในช่วงต้นขาคู่ต่อสู้

-          - เอามือสองข้างล้วงเข้าไปรักแร้คู่ต่อสู้มือซ้ายจับคอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้มือขวาจับคอเสื้อด้านขวาของคู่ต่อสู้

-          - ทิ้งตัวไปทางด้านขวา หมุน1รอบ

-          - พอหลังเราลงพื้น (คู่ต่อสู้หลังยังไม่ลงพื้น)บิดตัวเอาขาซ้ายออกมาจากใต้ตัวคู่ต่อสู้

-          - แขนขวาสไลด์ใหแขนขวาคู่ต่อสู้ยกขึ้นพร้อมๆกับการล๊อคคอ

-          - มือซ้ายจับที่คอเสื้อตรงนั้นห้ามปล่อย

-          - กดคุมบริเวณไหล่ทั้ง2ข้างของคู่ต่อสู้ในท่าทัตเตชิโฮกาตาเมะ

ท่าที่10 เข้าจากด้านบน สอดมือใต้รักแร้เอาหัวเข้าใต้ท้องคู่ต่อสู้หมุนตัวพลิกมาใส่ท่าโยโกชิโฮกาตาเมะ

คล้ายๆกับท่าที่9 แต่เป็นการเข้าจากด้านศรีษะของคู่ต่อสู้ถ้าจะหมุนซ้ายก็เอาเข่าซ้ายลงไปอยู่ข้างคอคู่ต่อสู้ถ้าจะหมุนขวาก็เอาเข่าขวาลงไปอยู่ข้างคอคู่ต่อสู้(ผมขอหมุนขวาละกันเพราะไหปลาร้าซ้ายหัก) ฝั่งที่ไม่ได้หมุนเอาตั้งขึ้นฝ่าเท้าเหยียบพื้นเอาไว้(เตรียมไว้อีกซักพักจะต้องใช้เอาเข้าไปเกี่ยวข้อศอกคู่ต่อสู้ด้านนั้นนิดหน่ยอ)ตั้งเข่าลงไปข้างคอคู่ต่อสู้ได้แล้วได้แล้วขาซ้ายเอาไปเกี่ยวนิดหน่อยที่ข้อศอกขวาของคู่ต่อสู้(คู่ต่อสู้หันหัวเข้าหว่างขาของเราอยู่)คล้ายๆกับซังกะกุจิเมะแต่ว่าขาซ้ายเอาเข้าไม่ต้องลึกมากมือสองข้างรวบลงข้างลำตัวคู่ต่อสู้ไปจับชายเสื้ออย่างละข้างไว้ (เหมือนท่าที่9)จับชายเสื้อได้แล้วดึงขึ้นมาก่อน(เหมือนกับการแหกอกเสื้อคู่ต่อสู้ออกมา) จากนั้นเอาหัวเรามุดลงไปด้านข้างเข้าไปใต้ท้องคู่ต่อสู้หมุนขวาก็มุดไปทางด้านขวา มุดไปพร้อมๆกับหมุนตัว พอหมุนไปแล้วให้เราออกข้าง (ตอนหมุนตัววิธีที่ทำให้มีแรงหมุนคือเราต้องเอาขาทั้งสองข้างมาเหยียบลงพื้นสร้างแรงในการบิดตัวให้หมุนเพิ่มขึ้น)ผมหมุนขวา ดังนั้นมือซ้ายที่จับชายเสื้อขวาของคู่ต่อสู้ห้ามปล่อยเด็ดขาดออกด้านข้างกดมันก็จะอยู่ในท่า โยโกชิโฮกาตาเมะ


สรุปท่าที่10

-          - คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่า เราอยู่ด้านหัวคู่ต่อสู้

-          - เข่าขวา คุกเข่าลงข้างคอทางด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - ขาซ้ายตั้งขึ้นฝ่าเท้าเหยียบพื้น รอจังหวะเอาเข้าไปล๊อคช่วงข้อศอกขวาของคู่ต่อสู้

-          - เอามือสองข้างล้วงเข้าไปรักแร้คู่ต่อสู้มือซ้ายจับคอเสื้อด้านขวาของคู่ต่อสู้มือขวาจับคอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้(เข้าจากด้านบนหัวคู่ต่อสู้มันเลยสลับฝั่งกันเล็กน้อย)

-          - ทิ้งตัวไปทางด้านขวา ตอนทิ้งตัวเอาหัวมุดเข้าไปในท้องคู่ต่อสู้หมุน1รอบหมุนออกมาแล้วให้เราทำมุมกับคู่ต่อสู้ประมาณ90องศา

-          - หมุนขวามือข้างซ้ายที่จับคอเสื้อด้านขวาของคู่ต่อสู้ในตอนแรกห้ามปล่อย

-          - แขนขวารวมแขนซ้ายคู่ต่อสู้เอาไว้1ข้างเอาคางช่วยกดน้ำหนัก

ท่าที่11 เข้าจากด้านบน จับคอเสื้อด้านหลังหมุนแขนเข้าไปใต้คอแล้วดึงรัดคอเป็นชิเมะวาซะ (มีคนถามอาจารย์ว่าท่านี้เรียกว่าอะไรอาจารย์ตอบว่าไม่มีชื่อเรียก เรียกว่าโคเซ็นยูโดชิเมะถัดมาอีกแป็บนึงอาจารย์ก็คิดชื่อท่านี้ออก เรียกว่าท่า สุวาริชิเมะสุวาริแปลว่านั่ง)

คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่า เข้าจากด้านบน ขาซ้ายฝ่าเท้าเหยีบบอยู่บนพื้น คุกเข้าด้านขวาโดยให้นิ้วโป้งที่ขาขวากดลงพื้นมือซ้ายจับเข็มขัดด้านหลังคู่ต่อสู้ มือขวาจับที่คอเสื้อด้านหลังของคู่ต่อสู้จับแบบ4นิ้วอยู่ด้านในคอเสื้อนิ้วโป้งอยู่ด้านนอกคอเสื้อ กระชากดึงคู่ต่อสู้มา1ทีให้คอมันหลวมพอที่จะใส่แขนเข้าไปได้ ถ้าจับแบบ4นิ้วอยู่ด้านในคอเสื้อแขนขวาจะต้องวนทวนเข็มนาฬิกาให้ข้อมือเราเข้าไปอยู่ใต้คอคู่ต่อสู้ระหว่างนั้นก็นั่งลงอาจจะเพิ่มโดยการบิดสะโพกให้ลงไปอยู่ข้างคอคู่ต่อสู้ก็จะรัดแน่นขึ้นหรือว่าจะเอามือซ้ายอ้อมล้วงเข้าไปทางด้านซ้ายจับบริเวณกางเกงตรงเข่าซ้ายคู่ต่อสู้แล้วดึงไม่ให้คู่ต่อสู้หมุนตัวหนีก็ได้จุดสำคัญคือระหว่างที่หมุนแขนทวนเข็มนาฬิกามือขวาที่จับคอเสื้อตรงนั้นห้ามปล่อยหลวมเพื่อที่จะเอาข้อมือเข้าคอคู่ต่อสู้เพราถ้าปล่อยหลวมท่ารัดคอจะส่งผลได้ไม่เต็มที่

ท่าที่12 เข้าจากด้านบน จับคอเสื้อด้านหลังหมุนแขนเข้าไปใต้คอแล้วดึงรัดคอเป็นชิเมะวาซะ(อาจารย์เรียกท่านี้ว่า โคชิชิเมะ)

เหมือนกับท่าที่11 “คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่า เข้าจากด้านบนขาซ้ายฝ่าเท้าเหยีบบอยู่บนพื้น เข่าขวาตั้งอยู่โดยให้นิ้วโป้งที่ขาขวากดลงพื้นมือซ้ายจับเข็มขัดด้านหลังคู่ต่อสู้ มือขวาจับที่คอเสื้อด้านหลังของคู่ต่อสู้”แต่การจับคอเสื้อด้านหลังคู่ต่อสู้เป็นแบบนิ้วโป้งอยู่ใน4นิ้วอยู่ด้านนอกจากนั้นก็ดึง (กรรมวิธีการวางขา การดึงเหมือนกับท่าที่11) การหมุนเอาข้อมือเข้าคอคู่ต่อสู้ถ้าจับแบบนี้ต้องหมุนไปในทิศทางเดียวกับเข็มนาฬิกา จากนั้นพลิกขาซ้ายหงายขึ้นเอาสะโพกด้านซ้ายดันไปที่คอคู่ต่อสู้ให้คู่ต่อสู้เอียงคอไปทางด้านซ้ายมือที่รัดคอเสื้ออยู่ก็ดึงขึ้นเป็นอันเรียบร้อยในท่า โคชิชิเมะ



วันที่สี่

วันนี้เริ่มเรียนในส่วนการเข้าทำในขณะที่นอนหงายคู่ต่อสู้อยู่ด้านบนก่อนเริ่มเรียนมีการวอร์มอัพก่อน เมื่อกี้เพิ่งวอร์มในส่วนของโคโดกังไปประมาณครึ่งชั่วโมงคราวนี้เป็นฝรั่งนำวอร์มอัพ (ฝรั่งที่มาซ้อมแต่ละคนเป็นถึงระดับเจ้าสำนักในประเทศที่เค้าอยู่ ดูจากการวอร์มบางท่าก็ไม่ธรรมดาแล้ว)


ท่าที่13 คุสะการิ (แปลเป็นไทยคือ การตัดหญ้า)ใช้ในขณะที่เรานอนอยู่แต่คู่ต่อสู้ยืนอยู่ พอล้มแล้วใส่โยโกชิโฮกาตาเมะ

เริ่มต้นจากอยู่ด้านล่างนอนหงายดึงคอเสื้อคู่ต่อสู้อยู่ในรูปแบบของชิเซ็นฮอนไตของเนวาซะ(ชิเซ็นฮอนไต ของท่ายืนคือการจับคอเสื้อจับแขนเสื้อ ส่วนชิเซ็นฮอนไตในท่านอนคือการจับคอเสื้อกับแขนเสื้อท่าฝั่งเดียวกันส่วนฝ่าเท้าสองข้างอยู่บริเวณต้นขาหรือขาหนีบของคู่ต่อสู้)มือซ้ายของเราจับคอเสื้อทางด้านซ้ายของคู่ต่อสู้มือขวาของเราจับแขนเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ฝ่าเท้าอยู่ที่ขาหนีบทั้งสองข้างของคู่ต่อสู้ ออกแรงดึงคอเสื้อคู่ต่อสู้ลงมาแขนขวาของเราที่จับแขนเสื้อซ้ายคู่ต่อสู้เปลี่ยนมาเป็นรวบขาซ้ายคู่ต่อสู้ส่วนขาขวาของเราก็ล้วงไปเกี่ยวขาซ้ายของคู่ต่อสู้(คล้ายๆกับการจับขวาเกี่ยวโคอุจินั้นแหละ)แขนซ้ายดึงลง ขาซ้ายถีบขาหนีบเข้าไปส่วนแขนขวากับขาขวาก็เกี่ยวขาทั้งสองข้างของคู่ต่อสู้ให้ล้มล้มแล้วท่าที่ใกล้สุดจะเป็นโยโกชิโฮกาตาเมะ แต่ที่ต้องระวังคือการสลับขาให้ใช้แบบไขว้หลบออกมาจะทำให้ไม่โดนคู่ต่อสู้รวบขาหยุดเวลา


สรุปท่าที่13

-          - คู่ต่อสู้ยืนอยู่เรานอนหงายอยู่ด้านหน้าคู่ต่อสู้ ขาสองข้างอยู่ที่ขาหนีบคู่ต่อสู้

-          - มือซ้ายจับอยู่ที่คอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - มือขวาจับอยู่ที่แขนเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - แขนขวาไปรวบขาซ้ายคู่ต่อสู้

-          - ขาขวาเอาไปเกี่ยวขาขวาคู่ต่อสู้

-          - แขนซ้ายดึงลงขาซ้ายถีบไปที่ขาหนีบข้างขวาของคู่ต่อสู้

-          - มือขวากับขาขวาเกี่ยวขาคู่ต่อสู้ให้ล้มลง

-          - ท่าที่เข้าต่อง่ายสุดคือ โยโกชิโฮกาตาเมะ


ท่าที่14 โอบิฮิกิไคเอชิ พลิกมาเป็นทัตเตชิโฮกาตาเมะ

อยู่ด้านล่างนอนหงาย เนวาซะชิเซ็นฮอนไต(จุดเล็กๆแต่สำคัญอีกจุดคือท่านี้ต้องดูว่าคู่ต่อสู้เอาเข่าไหนลงพื้นส่วนอีกขาเป็นฝ่าเท้าตั้งเหยียบพื้น อาจารย์สอนแบบที่คู่ต่อสู้เอาขาซ้ายเหยียบพื้นส่วนขาขวาคุกเข่า) ขาเราทั้งสองข้างอยู่ที่ขาหนีบของคู่ต่อสู้แขนซ้ายจับคอเสื้อซ้ายคู่ต่อสู้ แขนขวาจับแขนเสื้อด้านซ้ายคู่ต่อสู้(จับบริเวณข้อพับด้านในจะคุมแขนได้ดีกว่าบริเวณอื่นเหมือนกับจับที่ขาให้จับที่ข้อพับด้านหลังเข่าในท่าที่1-3)มือขวาที่จับข้อพับมือซ้ายของคู่ต่อสู้ได้แล้วให้ดึงเข้าหาตัวปัดไปทางซ้ายแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ถูกปัดเข้าไปแล้วแขนซ้ายของเราดึงคู่ต่อสู้ให้โน้มตัวเข้ามาติดกับเราเอามือขวาเอื้อมไปจับสายเข็มขัดด้านหลัง จับเข็มขัดได้แล้วมือซ้ายโอบเข้าไปที่รักแร้ไปแตะหลังทางด้านขวาของคู่ต่อสู้กระเถิบตูดเข้าไป1ก้าวแล้วเตะขาทั้งสองข้าง(พยายามทำให้ตัวเรากับคู่ต่อสู้เป็นเหมือนลูกบอลกลมๆจะหมุนได้ง่าย)มือขวาที่อยู่สายเข็มขัดก็ดึงเข้ามาในขณะหมุนด้วย พอหมุนตัวครบรอบก็จะอยู่ในท่าทัตเทชิโฮกาตาเมะ เพราะว่าท่านี้ชื่อว่า โอบิ(เข็มขัด)ฮิกิ(ดึง)ไคเอชิ(หมุน)ดังนั้นตอนกดล๊อคมือขวาก็จับสายเข็มขัดเอาไว้แบบนั้นแหละให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของท่า

ท่าที่15 โอบิฮิกิไคเอชิ พลิกไปอีกด้าน ก็ยังเป็นทัตเตชิโฮกาตาเมะ

เหมือนกับท่าที่14 “อยู่ด้านล่างนอนหงาย เนวาซะชิเซ็นฮอนไต(จุดเล็กๆแต่สำคัญอีกจุดคือท่านี้ต้องดูว่าคู่ต่อสู้เอาเข่าไหนลงพื้น ส่วนอีกขาเป็นฝ่าเท้าตั้งเหยียบพื้นอาจารย์สอนแบบที่คู่ต่อสู้เอาขาซ้ายเหยียบพื้น ส่วนขาขวาคุกเข่า) ขาเราทั้งสองข้างอยู่ที่ขาหนีบของคู่ต่อสู้แขนซ้ายจับคอเสื้อซ้ายคู่ต่อสู้ แขนขวาจับแขนเสื้อด้านซ้ายคู่ต่อสู้(จับบริเวณข้อพับด้านในจะคุมแขนได้ดีกว่าบริเวณอื่น เหมือนกับจับที่ขาให้จับที่ข้อพับด้านหลังเข่าในท่าที่1-3)มือขวาที่จับข้อพับมือซ้ายของคู่ต่อสู้ได้แล้วให้ดึงเข้าหาตัวปัดไปทางซ้ายแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ถูกปัดเข้าไปแล้วแขนซ้ายของเราดึงคู่ต่อสู้ให้โน้มตัวเข้ามาติดกับเราเอามือขวาเอื้อมไปจับสายเข็มขัดด้านหลัง จับเข็มขัดได้แล้วมือซ้ายโอบเข้าไปที่รักแร้ไปแตะหลังทางด้านขวาของคู่ต่อสู้กระเถิบตูดเข้าไป1ก้าวแล้วเตะขาทั้งสองข้าง(พยายามทำให้ตัวเรากับคู่ต่อสู้เป็นเหมือนลูกบอลกลมๆจะหมุนได้ง่าย)มือขวาที่อยู่สายเข็มขัดก็ดึงเข้ามาในขณะหมุนด้วย”


ในขณะที่กำลังจะหมุน คู่ต่อสู้ยื่นมือขวาทิ้งน้ำหนักลงไปที่มือขวาและยื่นขาซ้ายออกมาทรงตัวไม่ให้หมุนได้ให้เอามือซ้ายของเราที่โอบอยู่ใต้รักแร้ไปทางหลังด้านขวาของคู่ต่อสู้ออกมารวบจากด้านในปัดไปที่แขนขวาของคู่ต่อสู้ที่ยื่นออกมา คู่ต่อสู้จะเสียหลักล้มลงแทนที่เราจะหมุนตัวจากการดึงสายเข็มขัดก็ให้พลิกไปในทิศทางที่คู่ต่อสู้ล้มลงพร้อมๆกับการเอาข้อเท้าที่ขาขวาไปเกี่ยวขาซ้ายของคู่ต่อสู้ที่ยื่นออกมาให้ไปในทิศทางที่คู่ต่อสู้ล้มพลิกลงไปในทิศทางนี้ก็ยังเป็นการกดในท่าทัตเตชิโฮกาตาเมะอยู่ดีจุดสำคัญเหมือนเดิมคือมือขวาที่จับสายเข็มขัดด้านหลังไม่ต้องเอาออก จับเอาไว้แบบนั้นแหละ


วันที่ห้า

วันนี้ทบทวนของเมื่อวานเพราะท่าที่เรียนต่อวันนี้เป็นท่าที่ปรับเปลี่ยนต่อจากเมื่อวานวันนี้เรียน2ท่ายังอยู่ในส่วนของโอบิฮิกิไคเอชิอยู่


ท่าที่16 โอบิฮิกิไคเอชิ ใช้มืออีกข้างนึงไปจับสายเข็มขัดพลิกกลับมาเป็นโยโกชิโฮกาตาเมะ

เหมือนกับท่าที่14 “อยู่ด้านล่างนอนหงาย เนวาซะชิเซ็นฮอนไต(จุดเล็กๆแต่สำคัญอีกจุดคือท่านี้ต้องดูว่าคู่ต่อสู้เอาเข่าไหนลงพื้นส่วนอีกขาเป็นฝ่าเท้าตั้งเหยียบพื้น อาจารย์สอนแบบที่คู่ต่อสู้เอาขาซ้ายเหยียบพื้นส่วนขาขวาคุกเข่า) ขาเราทั้งสองข้างอยู่ที่ขาหนีบของคู่ต่อสู้แขนซ้ายจับคอเสื้อซ้ายคู่ต่อสู้ แขนขวาจับแขนเสื้อด้านซ้ายคู่ต่อสู้(จับบริเวณข้อพับด้านในจะคุมแขนได้ดีกว่าบริเวณอื่นเหมือนกับจับที่ขาให้จับที่ข้อพับด้านหลังเข่าในท่าที่1-3)”


มือขวาที่จับข้อพับมือซ้ายของคู่ต่อสู้ได้แล้วให้ดึงลงมาทางด้านขวามือของเรา(ต่างกับท่าที่13ที่เป็นการดึงปัดไปทางซ้าย)ดึงคู่ต่อสู้ให้โน้มตัวเข้ามาติดกับเราเอามือซ้ายเอื้อมไปจับสายเข็มขัดด้านหลัง(เอื้อมผ่านไหล่ซ้ายคู่ต่อสู้เพราะถ้าไปเอื้อมผ่านไหล่ขวาจะเอื้อมไม่ถึง) จับสายเข็มขัดได้แล้วมือขวาที่ตอนแรกอยู่ดึงแขนเสื้อคู่ต่อสู้ลงมาให้เอื้อมไปจับข้อพับเข่าด้านหลัง(ขาซ้ายของคู่ต่อสู้)กระเถิบก้นเข้าไป1ก้าวให้ตัวติดๆกับคู่ต่อสู้(ถ้าทำตัวเรากับคู่ต่อสู้ให้มันกลมๆเหมือนลูกบอลจะหมุนง่าย)ดึงมือซ้ายที่จับสายเข็มขัดคู่ต่อสู้ไปทางเฉียงซ้ายส่วนแขนขวาที่จับข้อพับเข่าด้านหลังตรงขาขวาของคุ่ต่อสู้ รวมและดันขึ้นไปด้านบนพอพลิกลงไปมันจะอยู่ในท่าโยโกชิโฮกาตาเมะพอดี เหมือนเดิมมือ(ซ้าย)ที่ดึงสายเข็มขัดด้านหลังของคู่ต่อสู้นั้นห้ามปล่อยให้จับแบบกดไปอย่างนั้นเลย


ปัดไปทางซ้าย แขนซ้ายของคู่ต่อสู้ถูกปัดเข้าไปแล้วแขนซ้ายของเราดึงคู่ต่อสู้ให้โน้มตัวเข้ามาติดกับเราเอามือขวาเอื้อมไปจับสายเข็มขัดด้านหลัง จับเข็มขัดได้แล้วมือซ้ายโอบเข้าไปที่รักแร้ไปแตะหลังทางด้านขวาของคู่ต่อสู้กระเถิบตูดเข้าไป1ก้าวแล้วเตะขาทั้งสองข้าง(พยายามทำให้ตัวเรากับคู่ต่อสู้เป็นเหมือนลูกบอลกลมๆจะหมุนได้ง่าย)มือขวาที่อยู่สายเข็มขัดก็ดึงเข้ามาในขณะหมุนด้วย


สรุปท่าที่16

-          - เราอยู่ล่างคู่ต่อสู้อยู่ด้านบน หันหน้าชนกัน

-          - มือซ้ายจับคอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - มือขวาจับแขนเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - ขาสองข้างถีบอยู่บริเวณขาหนีบคู่ต่อสู้

-          - ออกแรงดึงมือซ้ายของเราลงมาคู่ต่อสู้เอามือซ้ายยันพื้นเอาไว้

-          - มือซ้ายของเราเอื้อม(เอื้อมไปทางคอด้านซ้ายของคู่ต่อสู้)ไปจับเข็มขัดด้านหลังของคู่ต่อสู้

-          - ขาขวาใช้ข้อเท้าล๊อคบริเวณเข่าซ้ายคู่ต่อสู้เอาไว้

-          - มือขวาเอื้อมไปจับบริเวณกางเกงต้นขาซ้ายของคู่ต่อสู้เอาไว้

-          - ขาซ้ายถีบเข่าขวาคู่ต่อสู้ให้ล้มลงพร้อมกับออกแรงหมุนไปทางด้านซ้ายมือของเรา

-          - เข้าท่าโยโกชิโฮกาตาเมะมือซ้ายยังจับอยู่ที่เข็มขัดด้านหลังของคู่ต่อสู้

ท่าที่17 โอบิฮิกิไคเอชิ แล้วเพิ่มระดับเข้าไปเป็น คาคาเอะชิเมะ(kakae shime)

เหมือนกับท่าที่14 “อยู่ด้านล่างนอนหงาย เนวาซะชิเซ็นฮอนไต(จุดเล็กๆแต่สำคัญอีกจุดคือท่านี้ต้องดูว่าคู่ต่อสู้เอาเข่าไหนลงพื้นส่วนอีกขาเป็นฝ่าเท้าตั้งเหยียบพื้น อาจารย์สอนแบบที่คู่ต่อสู้เอาขาซ้ายเหยียบพื้นส่วนขาขวาคุกเข่า) ขาเราทั้งสองข้างอยู่ที่ขาหนีบของคู่ต่อสู้แขนซ้ายจับคอเสื้อซ้ายคู่ต่อสู้ แขนขวาจับแขนเสื้อด้านซ้ายคู่ต่อสู้(จับบริเวณข้อพับด้านในจะคุมแขนได้ดีกว่าบริเวณอื่นเหมือนกับจับที่ขาให้จับที่ข้อพับด้านหลังเข่าในท่าที่1-3)มือขวาที่จับข้อพับมือซ้ายของคู่ต่อสู้ได้แล้วให้ดึงเข้าหาตัวปัดไปทางซ้ายแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ถูกปัดเข้าไปแล้วแขนซ้ายของเราดึงคู่ต่อสู้ให้โน้มตัวเข้ามาติดกับเราเอามือขวาเอื้อมไปจับสายเข็มขัดด้านหลัง”


ก่อนที่มือขวาจะเอื้อมไปจับสายรัดด้านหลังของคู่ต่อสู้นั้นมือซ้ายที่เราจับคอเสื้อฝั่งซ้ายของคู่ต่อสู้นั้นให้เอามือซ้ายหมุนตามเข็มนาฬิกาเข้าซอกคอของคู่ต่อสู้แล้วใช้รักแร้กดคอคู่ต่อสู้เอาไว้(บางครั้งวงแขนมันแคบให้ใช้มือขวาช่วยกดคอคู่ต่อสู้ให้ข้อมือซ้ายเราล๊อคคอคู่ต่อสู้)จากนั้นมือขวาก็จับสายเข็มขัดด้านหลังจับได้แล้วเหมือนเดิมกระเถิบเข้าไปติดกับคู่ต่อสู้ใช้ข้อเท้าทั้งสองข้างเตะขึ้นพลิกตัวหมุน สิ่งสำคัญคือพลิกแล้วต้องลงมาในท่าทัตเตชิโฮกาตาเมะตอนนี้แขนซ้ายของเราจะติดชิเมะวาซะด้วยพร้อมๆกับการกดโอไซโกมิไปในตัวท่านี้ถือว่าโหดและเห็นผลจริงๆถ้าใช้ติด(จะติดไม่ติดอยู่ทื่มือซ้ายที่ต้องอ้อมเอาข้อมือเข้าไปล๊อคคอตรงนั้นแหละ)ทางโคเซ็นยูโดเรียกท่านี้ว่าคาคาเอะชิเมะ


ปัญหาของท่านี้คือมันผิดกติการึเปล่าตอนที่เอามือขวาไปกดคอคู่ต่อสู้ให้ลงไปอยู่ในซอกรักแร้ของเรานั้นถ้าตั้งใจกดจนคล้ายๆกับกิโยตินโช้คในทางยูโดถือว่าผิดกติกาแต่ถ้าไม่ได้ใช้ชิเมะวาซะในลักษณะของกิโยตินโช้คพลิกตัวไปแล้วใช้ได้ไม่มีปัญหาครับ เหมือนกับการกดโอไซโกมิแล้วเปลี่ยนเป็นหักข้อศอกหรือว่ารัดคอแทน


ผ่านไปแล้ว5วันครึ่งทางแล้ว ตอนนี้เรียนไป3ส่วนคือการเข้าทำในขณะที่อีกคนอยู่ในท่าฮิราเมะ(นอนคว่ำอยู่)การเข้าทำในขณะที่อีกคนอยู่ในท่าคาเมะ(ท่าเต่า)และการเข้าทำในขณะที่นอนหงายอยู่ด้านล่าง พรุ่งนี้อาจารย์มัสสึมุระจะเริ่มเข้าสู่ส่วนของซังกะกุจิเมะ




Create Date : 21 กรกฎาคม 2556
Last Update : 21 กรกฎาคม 2556 21:20:19 น. 0 comments
Counter : 1162 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.