Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
การสอบสายยูโด 5คิวที่โคโดกัง

การสอบสายยูโด 5คิวที่โคโดกัง

กติกาของการสอบที่โคโดกังคือ
-จะต้องมาเรียนไม่น้อยกว่า40ครั้งและเกิน3เดือนขึ้นไป
-ก่อนวันสอบจะต้องไปลงทะเบียน และจ่ายค่าสอบ300เยน
-มาสอบตามวันเวลาที่กำหนด ส่วนใหญ่วันสอบจะอยู่ช่วง2-3วันในช่วงสิ้นเดือน

การสอบระดับ5คิว สิ่งที่ยากที่สุดน่าจะเป็นเวลาเรียนที่ต้องเก็บให้ครบ3เดือนหรือว่าไม่น้อยกว่า40ครั้ง สิ่งที่มาเป็นแพ็คคู่กับการสอบ5คิว คือการจบคอร์สแรกของโคโดกัง

การกำหนดวันสอบจะกำหนดโดยอาจารย์ประจำชั้น ส่วนใหญ่จะประกาศในช่วงประมาณวันที่20กว่าของแต่ละเดือน เดือนนี้การสอบเป็นวันที่29(วันจันทร์) หลังจากรู้วันสอบแล้วก็ต้องเช็คให้ดีๆว่าไม่ติดอะไรในวันนั้น เพราะว่าวันสอบจะมีแค่เดือนละครั้ง ถ้าพลาดไปแล้วก็ต้องรอเดือนหน้า สถานที่สอบส่วนใหญ่จะเป็นชั้นอื่นที่ไม่ใช่ชั้น7 (แล้วแต่ว่ามีห้องว่างอยู่ชั้นไหน) เวลาสอบก็จะเหมือนเวลาเรียนปกติ คือเริ่มต้นที่17.30 หลังจากวอร์พอัพเป็นที่เรียบร้อยตามปกติเหมือนทุกๆวันแล้ว ประมาณ18.00 ใครที่ทำการสอบก็จะอยู่ต่อในห้องนั้น ส่วนใครที่ไม่ได้สอบก็จะขึ้นไปซ้อมตามปกติที่ชั้น 7

วันสอบวันนี้ผมมั่นใจว่ายังไงก็ผ่าน เพราะเท่าที่สังเกตุมา2-3เดือน คนที่สอบระดับ5คิว หรือ4คิว ไม่เคยมีใครตก ขนาดคนที่ผมคิดว่าอุเกมิ แย่มากๆ มือขาวางผิดที่ ผิดด้าน ก็ยังผ่านมาได้ เรียกได้ว่าสอบพอเป็นพิธีเท่านั้นสำหรับ5คิว ท่าต่างๆที่เรียนมาทั้งหมดจะออกท่าไหนมาให้ทุ่มก็แล้วแต่ พยายามนึกถึงจุดสำคัญเรื่องคุสุชิ เรื่องการวางมือ วางขา และสุดท้ายก็คือเรื่องของการดึงแขนช่วยเซฟคู่ต่อสู้ในจังหวะสุดท้าย แต่ถึงจะเป็นอย่างที่ว่า เพื่อนคนญี่ปุ่นบางคนก็ยังกังวลอยู่ว่าจะผ่านมั้ย ส่วนใหญ่พวกที่กังวลคือพวกที่มาอาทิตย์ละ3ครั้ง เรียกว่ามาๆหยุดๆบ้าง ทำให้บางท่าเรียนไม่ต่อเนื่อง ส่วนผม3เดือนผมมาซ้อมรวมแล้ว ประมาณ70ครั้ง เรียกได้ว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเท่าไร

เวลาสอบคือเวลาซ้อมตามปกติ เริ่ม 17.30 เพื่อนคนญี่ปุ่นที่สอบพร้อมกับผม2คน วันนี้นัดให้มาตอน 16.30 เพื่อที่จะซ้อมก่อนสอบซักเล็กน้อย ช่วงนี้ผมก็อยู่ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ไม่มีปัญหาที่จะไปก่อนเวลาเล็กน้อย ก็ตามนั้น 16.30 เจอกันที่ห้องสอบ เนื้อหาการสอบจะแบ่งออกเป็น3ส่วน คือ อุเกมิ โทริ อุเก (ส่วนของโทริ กับ อุเก อาจสลับกันได้ขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์จะให้ใครทุ่มก่อน)

โดยส่วนตัวแล้ว ผมน่าจะมีจุดอ่อนอยู่ที่ อุเกมิ ก็พยายามรวมรวมนึกถึงสิ่งที่อาจารย์เคยสอนมา การวางมือในจังหวะแรก แขนต้องแข็ง เหมือนหมุนไปตามล้อจักรยาน หลังจากหมุนตัวไปแล้ว มือนึงต้องอยู่ที่ท้อง ส่วนอีกมือและขาสองข้าง ต้องตบพื้นให้เป็นเสียงเดียวกัน นอกจากนี้คือต้องหมุนตัวให้เป็นเส้นตรงไปออกไปข้างซ้ายหรือขวา จนเกินไป ก่อนสอบจริงผมก็ต้องทำการปรับองศาให้มันอยู่ในแนวตรงเท่าที่จะทำได้ ส่วนสอบโทรินั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร จุดสำคัญคือต้องจำให้ได้ว่าท่าไหนใช้คุสุชิ ไปทิศทางไหน หลังตรง คอตรง มองตรง เป็นส่วนใหญ่ ส่วนสอบอุเกนั้นง่ายมาก จุดสำคัญคือ อย่าออกแรงไปต้านคนทุ่ม พยายามอ่านดูว่าท่าไหนคุสุชิไปทิศไหน แล้วพยายามไปตามทิศทางนั้นเพื่อช่วยให้ทุ่มง่ายขึ้น หลังไม่ควรจะโค้งงอเพราะมันจะเป็นการออกแรงต้านคนทุ่ม ส่วนจังหวะสุดท้ายก็คือการทำอุเกมิให้ถูกต้อง หลังจากซ้อมกันไม่ให้หลุดคิวแล้ว ก็มาถึงเวลา 17.30

เริ่มต้นเหมือนปกติทุกวันคือการวอร์มอัพ วิดพื้น ซิทอัพ การฝึกขากับเนวาซะ ตามด้วย ไทซาบากิ และท่าต่างๆซึ่งก็คล้ายๆกันกับทุกวัน และสุดท้ายก็คืออุเกมิ ต่อจากนี้ ใครที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบก็ไปซ้อมกันต่อที่ชั้นเจ็ด ส่วนคนที่สอบนั้นก็รออยู่ในห้องนี้ต่อไป

อาจารย์เริ่มจัดลำดับการสอบ โดยการขานชื่อ ใครที่ถูกเรียกชื่อแล้วให้ไปยื่นตั้งแถวที่มุมสนามยูโด สอบรอบแรกคือ การสอบอุเกมิ ไม่ว่าใครจะสอบ5-4-3-2-1คิว ทุกคนต้องสอบอุเกมิก่อน แบ่งออกเป็น2ส่วน ส่วนแรกคือการล้มตัวทำอุเกมิจากท่ายื่นแบบไม่ลุกขึ้นมายืน ขวา1ครั้ง ซ้าย1ครั้ง ให้ทำไปเป็นเส้นทแยงมุมของสนามยูโด ส่วนที่สองคือ การทำอุเกมิจากท่ายื่นแบบลุกขึ้นมายืนในจังหวะสุดท้าย ขวา1ครั้ง ซ้าย1ครั้ง การสอบอุเกมิใช้เวลาไม่นานเท่าไร ผมว่าที่ยากสุดของการสอบอุเกมิ ก็คือการแนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่นให้อาจารย์รู้ว่าใครเป็นใครก่อนทำอุเกมิ อันนี้แหละยากสุด

ต่อจากนี้จะเริ่มจากการสอบ5คิวก่อน อาจารย์จะเป็นคนจับคู่ให้ ว่าให้ใครคู่กับใคร ถ้าน้ำหนักส่วนสูงไม่แตกต่างกันมาก ส่วนใหญ่ก็จะเรียงจากใบเช็คชื่อนั้นแหละครับ สอบอุเกมิผมเป็นคนที่สอง ส่วนสอบทุ่มนั้นผมเป็นคู่แรก อาจารย์สอบแบบรวดเดียว3คู่เลย โดยสอบทุ่ม ผมถูกจับให้เป็นอุเก คือเป็นคนถูกทุ่มก่อน อาจารย์ก็จะบอกชื่อท่ามาให้คนที่เป็นโทริ ทำการทุ่ม เท่าที่จำได้มีทั้งหมด7ท่า hiza guruma, o-sotogari, ko-uchigari, o-kuri ashi barai , seoinage, tai otoshi,และ hane goshi ทุกท่าผ่านไปได้ด้วยดี ยกเว้นท่า seoinage ที่ผมพอจะรู้ว่าคนที่เป็นโทริไม่สามารถใช้ท่านี้ได้ เพราะว่าตอนเรียนตอนซ้อมที่นี้จะเป็นปัญหาสำหรับคนทุ่มผมตลอด แต่ไม่เป็นไรเพราะผมแอบกระซิบว่าให้ทำคุสุชิไปด้านหน้า แล้วใส่ท่าเข้ามาตามปกติ ที่เหลือผมโดดล้มเองได้ก็ผ่านฉลุยทั้งคู่สำหรับรอบนี้

ถัดไปถึงคราวที่ผมเป็นคนทุ่มบ้าง ท่าที่อาจารย์เลือกมาก็คงจะมาจากว่าอาจารย์คิดท่าไหนออกบ้าง มีท่า de ashi barai, o-uchigari, sasae tsurigomi ashi, ippon seoinage, tsurigomi goshi, harai goshi,และ hane goshi นอกจาก sasae tsurigomi ashi แล้วทุกท่าไม่มีปัญหา อาจารย์บอกมาก็สามารถใช้ได้ออกมาได้ทันที ส่วน sasae tsurigomi ashi พออยู่ในช่วงสอบจริงนั้นรู้สึกงงเล็กน้อยกับชื่อของท่านี้ แต่ว่าคนที่เป็นอุเก ก็ช่วยบอกว่าเป็นท่าไหนก็ผ่านไปได้ด้วยดีทั้งคู่

จนถึงจุดนี้ผมสังเกตุได้ว่า ท่าที่อาจารย์บอกให้ใช้ในการสอบนี้ ไม่ใช่ว่าแล้วแต่อาจารย์จะคิดออกมาได้ แต่ว่าเป็นการเรียงเอาไว้แล้ว เริ่มจาก ท่าทุ่มด้วยขา ทุ่มด้วยแขน และ ทุ่มด้วยสะโพก ส่วนรอบไหนใครได้ท่าง่ายหรือยาก ก็แล้วแต่ดวงว่าใครถนัดท่าไหนมากกว่ากัน เพื่อนๆที่สอบด้วยกันนี้ ลงความเห็นว่า คนที่เป็นโทริ รอบหลังจะเจอท่ายากกว่าเล็กน้อย

หลังจากใช้เวลาประมาณ15นาทีก็สอบเสร็จเรียบร้อยสำหรับระดับ 5คิว ต่อจากนี้ก็ถูกอาจารย์คุมสอบไล่ให้ขึ้นไปซ้อมกับพวกที่อยู่ชั้นเจ็ดเหมือนปกติทุกวัน ส่วนที่อยู่ต่อก็คือคนที่จะสอบระดับ 4 - 3 - 2 - 1 คิวต่อไป การสอบระดับ4 จะคล้ายๆกับระดับ5 แต่ว่าท่าที่ต้องเจอในระดับ4อย่างแน่นอนท่านึงก็คือท่า uchimata ส่วนระดับ3-2-1 จะเป็นการสอบรันโดริ ไม่แน่ใจว่าการสอบ3-2-1คิวนั้น จะผ่านกันทุกคนรึเปล่า เพราะว่ารันโดริมันก็ต้องมีคนแพ้ชนะ ไว้ถึงเวลาต้องสอบจริงแล้วก็น่าจะรู้เองว่าจะผ่านกันหมดมั้ย สำหรับระดับ 3-2-1 คิว

การสอบวันนี้คงเป็นการสอบแบบเป็นพิธีเพื่อให้จบคอร์สแรกเท่านั้นเอง แต่ผมรู้สึกว่า ท่าทุ่มทั้ง7ท่านั้น ผมได้ใช้หลักแรงของยูโดในการทุ่มจริงๆ ไม่เหมือนกับการซ้อมทุกๆวันที่ผมจะรู้สึกกลัวคู่ซ้อมจะเจ็บตอนถูกทุ่ม ส่วนตอนที่เป็นอุเก ผมก็รู้สึกว่าโชคดีที่ได้จับคู่กับเพื่อนคนนี้ เพราะว่าท่าทุ่มแต่ละท่าในจังหวะสุดท้ายก็ลงได้อย่างแม่นยำ สำหรับการทำอุเกมิ ทำให้ไม่มีความรู้สึกว่าเจ็บตอนถูกทุ่มแม้แต่ครั้งเดียว

หลังจากการสอบและการซ้อมยูโดวันนี้จบลง ทุกคนที่สอบระดับ5คิว ได้นัดกันไปทานข้าว เพื่อคุยทั่วๆไป เป็นครั้งแรกของการนัดทานข้าวของผมกับเพื่อนที่โคโดกัง ไปกันทั้งหมด6คน 5คนคือคนที่สอบระดับ5คิวในวันนี้ ส่วนอีกคนนึงคือคนที่สอบไปเมื่อเดือนที่แล้ว และกำลังจะไปเรียนต่อที่เมืองจีนในเดือนหน้า ก็ถือว่าเป็น farewell party ไปในตัว

ทานข้าวไปก็จะคุยกันไปเกี่ยวกับเรื่องของยูโด แอบเมาส์เพื่อนนักเรียนยูโดคนอื่น รวมถึงอาจารย์ยูโด ทำให้ผมได้ข้อมูลที่น่าทึ่งมากมายเกี่ยวกับอาจารย์ที่โคโดกัง เช่นอาจารย์คนนึงเป็นเพื่อนกับโคกะ นักยูโดที่มีท่าถนัดคือ seoinage ด้วยความที่เป็นเพื่อนกับคุณโคกะ และขับเคี่ยวกันมาตลอดก็เลยทำให้อาจารย์คนนี้จะต้องสอนท่า seoinage ทุกครั้ง (จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ว่าอาจารย์คนนี้ก็สอนท่า seoinage ทุกครั้งที่เจอ) อาจารย์อีกคนเป็นเพื่อนและคู่แข่งของ inoue kosei รอบคัดตัวที่จะไปแข่งโอลิมปิคอาจารย์ท่านนี้ ไปพลาดท่าให้กับ inoue ทำให้อดเป็นตัวจริงในการไปแข่งโอลิมปิค ส่วน inoue นั้นแรกเริ่มการที่จะมาเล่นยูโด นั้นเล่นกีฬาจำพวก sambo มาก่อนส่วนท่าไม้ตายคือท่า uchimata นั้น จริงๆแล้ว inoue นั้นใช้ชำนาญเป็นแค่ท่าเดียวและฝึกท่านี้มาตลอด ก่อนที่จะมาฝึกท่าอื่นในช่วงหลังๆ เพราะว่าเรียนsamboมาก่อนทำให้ตอนใช้เนวาซะนั้นไม่เป็นปัญหาเท่าไร ส่วนอาจารย์อีกท่านนึง สายดำขั้น7 ก่อนที่จะมาเล่นยูโดนั้น เล่นกีฬาและจัดได้ว่าชำนาญมากมาหลายประเภทเช่นคาราเต้ มวยปล้ำ ไอคิโด้ ก่อนที่จะมาลงเอยสุดท้ายด้วยยูโด จนก้าวไปถึงสายดำขั้น7ได้

เนื้อหาการคุยในวันนี้ค่อยข้างตลกและสบายๆ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับยูโดเป็นหลัก รวมไปถึงข้อควรระวังในการเรียนคอร์สที่2ของโคโดกัง ที่ส่วนใหญ่จะเน้นการรันโดริเป็นหลัก คำแนะนำที่ควรระวังก็คือคู่ซ้อมตอนรันโดริ จะมีอยู่2คนที่อันตรายเพราะว่ารันโดริแต่ละครั้ง ใส่แรงเต็มที่ คนแรกคือคุณลุงสายขาว คนที่ผมเคยรันโดริด้วยมาแล้วและก็เคยซ้อมท่า o-sotogari จนไหล่ผมแทบแย่มาแล้วนั้นแหละ คุณลุงคนนี้เชื่องช้าแต่ว่าพอเข้าท่าได้แล้วเป็นถูกทุ่มชัวร์ๆ ที่น่ากลัวและอันตรายก็คือท่า o-sotogari นั้นแหละ เพราะว่ามันแปลกและรุนแรงกว่าทั่วๆไป (ไม่น่าเชื่อว่าคนอื่นก็เคยเจอแบบผมมาแล้วเหมือนกัน) ส่วนอีกคนนึงที่อันตรายตัวจริงคือสายดำขั้นสอง คนนี้นิสัยดี แต่ว่าเต็มที่กับทุกนัด ผมยังไม่เคยซ้อมด้วยซักครั้งเลย แต่ว่าท่าทุ่มคงจะแรงและเร็วถึงได้เป็นตัวอันตรายถ้าใช้อุเกมิไม่ทันหรือว่าใช้พลาดก็มีสิทธิ์เจ็บตัวไปเป็นอาทิตย์ได้ คำแนะนำของคนที่อยู่คอร์สนี้คือให้พยายามเก็บข้อมูลกับเพื่อนๆด้วยกันว่าใครน่าซ้อมด้วยส่วนพวกคนแปลกหน้าสายดำ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรไปยุ่งด้วย เพราะฝีมือที่ต่างกันอาจจะทำให้เจ็บตัวได้ ถือเป็นคำแนะนำที่ดีและเป็นประโยชน์มาก เพราะคงไม่มีใครอยากจะบาดเจ็บจนต้องพักเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนเพียงเพราะเจอคู่ซ้อมที่ไม่เข้าท่า

คนญี่ปุ่นมักจะเป็นกังวลกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงเสมอ พอพูดถึงคอร์สถัดไปที่จะเริ่มต้นเดือนหน้าทุกคนกังวลและก็ต่างเตรียมตัว เช่น ไม่ควรจะมาทุกวัน ควรจะมาวันหยุดวัน เพื่อที่จะให้ร่างกายไม่กรอบจนเกินไป (อันนี้ผมทำไม่ได้เพราะว่า ผมต้องการที่จะไปถึงโชดั้งให้เร็วที่สุด เพื่อที่เอาเวลาที่เหลือไปไต่ระดับขั้น2หรือขั้น3ก่อนกลับเมืองไทย) ควรทานอาหารเสริมจำพวกโปรตีน หรือ เวย์ อามิโน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ(อันนี้ผมก็ทำไม่ได้ เพราะผมเคยลองมาแล้ว มันช่วยให้ร่างกายไม่ล้าในวันถัดไปและร่างกายมันขยายใหญ่ขึ้นก็จริง แต่ก็หยุดไม่ได้ เพราะพอเริ่มหยุดทานแล้วอันดับแรกขาบริเวณเข่ามันจะมีอาการเจ็บเล็กน้อย ส่วนเรื่องกล้ามเนื้อผมพอเพียงและเพียงพอแล้ว)

ดูเวลาอีกที23.40แล้ว เวลา3-4ชั่วโมงผ่านไปเร็วมากกับการคุยเรื่อยเปื่อย ถึงเวลาต้องกลับบ้านกันแล้ว คนอื่นไม่เท่าไร เพราะว่าอยู่โตเกียวกันหมดทุกคน ใช้เวลาประมาณ15นาทีก็ถึงบ้าน ส่วนผมคิดไม่ออกเลยว่าถ้ารถไฟหมดเวลาให้บริการแล้วจะกลับบ้านยังไง เดินกลับคงไม่ไหว คงเหมือนกับเดินจากอยุธยามากรุงเทพ ว่าแล้วก็รีบกลับดีกว่า ทันกับรถไฟรอบสุดท้ายพอดี ถึงสถานนีที่หมายก็เที่ยงคืนครึ่ง ต้องปั่นจักรยานกลับอีก20นาที วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรอยู่ดีๆก็คิดถึงเรื่องผีๆขึ้นมา แล้วทุกวันก็ต้องปั่นจักรยานผ่านสุสานซะด้วย แต่สุดท้ายก็กลับถึงบ้านอย่างไม่เจออะไรที่ผิดธรรมชาติ



Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 8:46:24 น. 4 comments
Counter : 2222 Pageviews.

 
อ้าวววว....เราต่างเจิมให้กันและกันหรือคะนี่


โดย: little mouse in big apple วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:18:44:19 น.  

 
รากผักชี ดูเหมือนวาซาบิ....

กลับไปดูรูป....อืมมมม จริงๆด้วย

คือรากผักชีที่หาได้ในซุปเปอร์ เค้าจะตัดจนกุดๆเลยน่ะค่ะ
เวลาตำรากผักชี เลยต้องซอยก้านโคนๆลงไปด้วย มันก็เลยสีเขียวยังงั้นค่ะ

ดีใจที่การสอบผ่านไปด้วยดีนะคะ
ไม่รู้เรื่องยูโดเลย แต่ก็เอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่รักและทำนะคะ

ปล.เป็นนักกีฬา ทำไมกลัว _ี อ่ะ ?
(แซวเล่นนะคะ...เวลาผ่านสุสานที่นี่ ก็ไม่ค่อยหันไปมองเหมือนกัน ขนาดกลางวันแสกๆนะคะ
แล้วเห็นคนที่นี่เค้าไม่ถือเลยน่ะ แบบเคยเห็นบ้านที่คนอยู่ตรงข้ามสุสาน ซึ่งมองกันเห็นๆจะๆ เค้ามองเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
เคยคิดว่า นี่ถ้าเป็นคนไทย ไม่มีใครเลือกซื้อบ้านใกล้ๆแน่ อย่าว่าแต่อยู่ตรงข้ามเลย)


โดย: little mouse in big apple วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:18:53:14 น.  

 
อาหารบางอย่างในบล๊อกของคุณน่าทานมากๆ เห็นแล้วบางครั้งผมต้องแอบทำตาม


โดย: ablaze357 วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:20:12:16 น.  

 
ผีไม่กลัวเท่าไร ที่ห้องก็มีอยู่ 3ตัว พ่อแม่ลูก (มีจริงๆนะ รู้สึกได้ เพื่อนมาพักก็เจอกันไปหลายทีแล้ว)

แต่เป็นแค่ความรู้สึกว่า มันเหมือนกับวันนั้นที่กลับบ้าน ถ้าปั่นจักรยานผ่านสุสานมีความรู้สึกว่าจะเจอของแปลกๆที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้

เหมือนบางครั้งไปซุปเปอร์แล้วคิดว่าวันนี้น่าจะเจอเพื่อนหรือเจออาจารย์แล้วก็เจอจริงๆ


โดย: ablaze357 วันที่: 1 กันยายน 2554 เวลา:21:08:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.