Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
1ปียูโดกับการไล่ล่าสายดำ2

วันแรกของการเรียน
วันนี้วันแรกของการเรียน นั่งรถไฟมาลงที่ซุยโดบาชิ เวลาถือว่าไม่เร็วไม่ช้าจนเกินไป รถไฟถึงซุยโดบาชิเวลา 17.12 ออกทางฝั่งตะวันออก แล้วเลี้ยวขวา เดินตรงไปจะเจอกับโตเกียวโดม ให้ตรงๆขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับตึกของโคโดกัง วันนี้ไม่ต้องติดต่อกับห้องธุรการที่ชั้น1แล้ว เพราะว่าบัตรสมาชิกและรายละเอียดอื่นๆ ได้เตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว ผมก็ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น4 ตอกบัตรหน้าเคาเตอร์ เปลี่ยนชุดยูโด วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ เพราะว่าทุกวันพุธทางโคโดกังจะเปิดให้นักเรียน นักศึกษาต่างๆ(โชดั้งขึ้นไป)มารันโดริแลกเปลี่ยนกัน อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติที่ผมเจอมาแล้วตอนเดือนกุมภาพันธ์ วันนี้เป็นวันแรกผมไม่อยากที่จะเร็วไปหรือว่าช้าไป ผมกะเวลาพอดีพอดี17.27 แล้วค่อยขึ้นไปที่ชั้นเจ็ด แล้วได้แต่ งง คือว่าเป็นไปได้หรือเปล่าที่ว่าวันนี้เป็นวันแรกของเดือน นักเรียนจะพร้อมใจไม่มากัน ที่ชั้นเจ็ด ทั้ง4สนาม ครึ่งซ้าย2สนามถูกใช้สำหรับสอนนักเรียนชั้นประถมตัวเล็กๆ ส่วนฝั่งขวา2สนามมีนักเรียนนักศึกษามารอรันโดริกันอยู่เกือบ60-70คน แล้วสนามที่ผมใช้เรียนอยู่ไหนกันแน่ เวลาก็ค่อยๆผ่านไปจากมาพอดีก็จะกลายเป็นมาสาย มาสายตั้งแต่วันแรกเพราะว่ามาผิดสนามมันคงจะแย่แน่ๆ คิดแล้วก็ลงไปชั้น4หน้าเคาเตอร์ถามดูดีกว่า ผมถามครูหน้าเคาเตอร์เป็นภาษาญี่ปุ่น คำตอบที่ได้รับกลับมาเป็นภาษาอังกฤษว่า school, go to 6th floor ยังไม่แน่ใจว่าสื่อสารกันรู้เรื่องรึเปล่า ถามอีกรอบเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าชั้น6แน่นะ ผมไม่ได้มารันโดรินะครับ คำตอบก็ยังเป็น school, go to 6th floor เออชั้น6ก็ชั้น6 ลองไปดูก่อนละกัน
เอาละถึงชั้น6 ตรงกลางเป็นทางเดิน แบ่งออกเป็นห้องทางซ้ายกับขวาอีก น่าจะขวาผมคิดในใจแล้วก็เดินไปทางขวา ก่อนเข้าห้องตะโกนไปว่า ซุมิมาเซน ในห้องทุกคนเริ่มวอร์มอัพกันแล้วแต่ก็ไม่วายที่จะหันมามองที่หน้าประตูกันทุกคน ผมโค้งหนึ่งทีเป็นธรรมเนียมทั่วไปสำหรับเข้าโดโจ คิดว่าเป็นนักเรียนในห้องมีอยู่ประมาณ 14-15คน แล้วก็มีสายดำอยู่ 5-6คน แล้วคนไหนจะเป็นครูผมกันแน่ทักผิดคนคงได้อายตั้งแต่วันแรก ผมเลือกคนที่อยู่ด้านหน้าคาดสายดำ ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิต้องเป็นครูแน่ๆ หลังจากโค้งทักทาย (อันนี้ก็ธรรมเนียมเช่นกัน) แล้วผมก็ถามว่าใช้ที่สำหรับเรียนยูโด คอร์สแรกFutsu-ka รึเปล่าครับ คนนั้นไม่ตอบแต่ถามผมกลับเป็นภาษาอังกฤษว่าชื่ออะไร พอผมตอบชื่อไป เค้าก็ถามอีกว่ามาจากประเทศไหนหลังจากตอบชื่อประเทศเสร็จ ก็ถามอีกว่าภาษาญี่ปุ่นได้มั้ย พอผมบอกว่าพอได้บ้าง เค้าคนนั้นที่ผมคิดว่าเป็นอาจารย์ก็คืออาจารย์ไม่ผิดแหละครับ บอกว่าให้ผมไปเข้าแถวทางด้านขวาสุด แล้วก็วอร์มอัพตามคนอื่นๆไป อ้าวแถวผมจะมีแค่ผมคนเดียวเหรอครับ(ก็คงต้องเป็นอย่างงั้น) วอร์พอัพจะมีคนนำอยู่หน้าสุด คิดว่าก็น่าจะเป็นครูเช่นกัน ใช้เวลาประมาณ20นาทีในการวอร์มอัพ มีท่าต่างๆ แล้วแต่ว่าคนนำจะนำไปท่าไหนบ้าง ในระหว่างวอร์มอัพก็มีนักเรียนลักษณะคล้ายๆกับผมเลยคืองงๆเพิ่งมาวันแรก อาจารย์ก็ให้มาเข้าแถวต่อหลังจากผม อย่างน้อยวันนี้ผมก็มีคนเริ่มเรียนพร้อมกันเหมือนผมหนึ่งคนแล้ว (คิดในใจว่าผมคงต้องขอเกาะคนนี้ไปจนถึงสายดำ เพราะว่าคนญี่ปุ่นก็น่าจะรู้อะไรดีๆกว่าคนต่างชาติอย่างน้อยก็เรื่องภาษา)หลังจากจบการวอร์มอัพ ก็พักกินน้ำประมาณ5นาที สุดทางเดินของชั้น6จะมีเครื่องทำน้ำเย็นอยู่1เครื่องอยู่หน้าห้องน้ำ นักเรียนทุกคนก็ต่อแถวรอกินน้ำกันไปจนครบ ผมสังเกตุดูหน้าตานักเรียน(ซึ่งต่อๆไปคงต้องเป็นเพื่อนผมแหละครับ) หลายคนผมน่าจะเคยเจอต่อที่ผมมารันโดริตอนเดือนกุมภาพันธ์ละครับแต่ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจเท่าไรเพราะว่า อยู่กันคนละสนาม
ระหว่างพักมีนักเรียนมาสาย(สายกว่าผมอีกเหรอเนี่ย) นักเรียนคนนั้น ค่อยๆเดินไปที่นักเรียนและอาจารย์คนอื่นที่ละคน ที่ละคน เพื่อโค้งทักทาย ผมมองดูแล้วตลกดีแต่ไม่กล้าขำออกมา คิดว่านักเรียนที่มาสายคนนั้นปกติดีรึเปล่าที่ว่าต้องทักทายแบบนี้กับทุกๆคนรวมทั้งมาทักทายผมด้วย ต่อจากนั้นก็มีนักเรียนที่มาสายอีกคน(ตัวละครเหมือนเรื่องสามก๊กเลยโผล่มาเรื่อยๆจนจำชื่อจำหน้ากันแทบไม่ไหว) นักเรียนที่มาสายเบอร์สองก็ทำแบบเดียวกับคนที่สายเบอร์หนึ่ง ทำให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติคล้ายๆกับธรรมเนียมของโคโดกัง เพราะว่าต่อไปคนที่จะทุ่มหรือคนที่จะถูกทุ่มก็คือนักเรียนด้วยกันเองนี้แหละ ถึงต้องทักทายกันให้ครบทุกคนจะได้ทุ่มกันได้สนิทใจมากขึ้น ผมคิดในใจว่าต่อจากนี้ห้ามมาสายเด็ดขาดเพราะว่าถ้าต้องโค้งให้ครบทุกคนก็ต้องใช้เวลาประมาณ3-5นาทีกันเลยทีเดียว
หมดเวลาพัก ใครเป็นใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามีสายดำอีก3คนเข้ามาในห้องเพิ่ม คาดว่าน่าจะเป็นอาจารย์ แล้วนักเรียนก็เริ่มถูกแบ่งกันออกไป การแบ่งใช้เวลาเรียนแบ่งออกเป็นกลุ่ม6เดือน กลุ่ม3เดือน กลุ่ม1เดือน ผมกับนักเรียนใหม่ก็ยืนงงอยู่ว่าแล้วกลุ่ม1วันอยู่ตรงไหน
ตอนนี้ทั้ง3กลุ่มแยกกันไปอยู่มุมใครมุมมัน อาจารย์ในกลุ่มก็เริ่มสอนแต่ผมไม่มีเวลาสนใจว่ากลุ่มไหนจะสอนอะไร เพราะว่าตอนนี้กลุ่ม1วัน 2คนจะต้องทำอะไรยังไงต่อไป อาจารย์ที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่เมื่อตะกี้ก็บอกว่าก่อนอื่นคนที่เพิ่งมาวันแรกทุกคนจะต้องไปดูและอ่านป้ายกฏระเบียบต่างๆที่เขียนเอาไว้ให้เข้าใจก่อน ยุ่งละซิภาษาญี่ปุ่นล้วนๆเอาเป็นว่าค่อยๆแกะเอาละกัน ในป้ายก็บอกเรื่องทั่วไป
-เกี่ยวกับการเข้าออกโดโจต้องโค้งคำนับไปทางรูปภาพของปรมาจารย์คาโน่ จิโกโร่ ผู้ศึกษาคิดค้นศาสตร์ทางด้านยูโด
-เสื้อผ้าและร่างกายต้องสะอาดเรียบร้อย ไม่มีกลิ่นหรือลักษณะที่น่ารังเกียจสำหรับคู่ซ้อม (แบบว่าห้ามทุเรศจนคู่ซ้อมไม่กล้าจับเสื้อผ้าละมั้ง) ชุดยูโดถ้าเป็นผู้ชายห้ามใส่เสื้อทับข้างใน ส่วนผู้หญิงห้ามไม่ใส่เสื้อทับข้างใน
-ห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด รวมทั้งของที่เอามาหุ้มข้อศอกหรือว่าเข่าก็ห้ามใส่ ถ้าจำเป็นจริงๆต้องเป็นแบบอ่อนๆ เพราะถ้าเกิดการกระแทกข้อศอกหรือเข่าอาจจะหลุดได้
-เล็บมือ เล็บเท้า ต้องตัดให้สั้น เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เพราะว่าบางครั้งมีการดึงกันหรือตวัดขาแรงๆเกิดขึ้นอาจจะฉีกได้
-การวางตัวในโดโจ ต้องสำรวมให้เกียรติสถานที่ และคู่ซ้อมคนอื่นทั้งที่สูงกว่าและต่ำกว่า ห้ามวิ่ง ห้ามตะโกน ห้ามโหวกเหวกโวยวาย หรือว่าถอดเสื้อแก้ผ้าออกมา รวมถึงห้ามเอาเข็มขัดมาใช้เป็นเชือกกระโดด คนที่ต่ำกว่าต้องนอบน้อม(อันนี้เป็นเรื่องปกติ) ส่วนคนที่สูงกว่าต้องช่วยเหลือให้คำแนะนำและสอนคนที่ต่ำกว่าด้วยความเต็มใจ
หลังจากที่ดูป้ายกฏระเบียบแล้วอาจารย์บอกต่อว่า ที่ชั้นเจ็ดสนามใหญ่ก็จะมีป้ายอันนี้อยู่เช่นกัน และป้ายอีกอันหนึ่งที่อยู่ชั้นเจ็ดคือแก่นแท้และความหมายของยูโดที่เขียนโดยปรมาจารย์คาโน่ จิโกโร่ หากมีผ่านไปชั้นเจ็ดอย่าลืมไปดูหลักการและแก่นแท้ของยูโดด้วยละครับ
ต่อจากนี้เริ่มต้นกับสิ่งเบสิคสุดๆก่อน แรกๆผมคิดว่าคงเป็นอุเกมิ การล้มด้านหน้าด้านข้างหรือม้วนตัวล้ม แต่กลับเป็นการเคารพซึ่งกันและกัน จริงๆแล้วการเคารพแบบดั้งเดิมของโคโดกังจะเป็นในรูปแบบการนั่ง(Zarei) แต่ว่าก็มีการเคารพในรูปแบบการยืนด้วยเช่นกัน
การเคารพในรูปแบบการยืน คือให้ยืนตัวตรงแต่เท้าขวากับซ้ายตรงหัวนิ้วโป้งอ้าออกจากกันประมาณ70องศา (ด้านหลังเท้าชิดติดกัน) นิ้วมือชิดติดกันปล่อยอยู่ข้างลำตัว หลังตรงยืดอกขึ้น ส่วนตอนโค้งไม่ใช้หัวหรือคอในการโค้งแต่ให้ใช้หลังโค้งลงมา ส่วนมือที่อยู่ข้างลำตัวให้เอียงออกมาทางด้านหน้าอยู่ประมาณเหนือหัวเข่า หลังจากโค้งเสร็จก็ค่อยกลับไปอยู่ในสภาพยืนตรงในตอนแรกเป็นอันเสร็จพิธีทำความเคารพในรูปแบบการยืน
การเคารพในรูปแบบการนั่ง สเต็ปแรกขาซ้ายลงก่อนเอาเข่าลงพื้น ส่วนขาขวายังยกอยู่ สเต็ปที่สองเอาเข่าขาขวาลงไปเท่ากับขาซ้าย ให้เหลือช่องว่างระหว่างเข่าประมาณ2กำปั้น ส่วนนิ้วโป้งทั้งสองขายังตั้งอยู่ สเต็ปสุดท้ายนิ้วโป้งขวาทับนิ้วโป้งฝั่งซ้าย เอาก้นนั่งลงไปตรงบริเวณส้นเท้า ส่วนมือทั้งสองข้างวางไว้ที่ต้นขา สำหรับการทำความเคารพก็เอามือลาดลงไปอยู่หน้าเขา ใช้หลังก้มตัวลงไป(ไม่ใช่การก้มหัว) ระหว่างหัวกับพื้นห่างกันประมาณ30เซนค้างไว้ประมาณ1-2วิ แล้วก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ส่วนการลุกขึ้นก็ทำกลับกันกับตอนนั่งแต่ว่าให้เอาขาขวาขึ้นก่อน
การทำความเคารพอาจจะยุ่งยากแต่ว่าทั้งแบบนั่งกับยืน เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวันวันละหลายๆครั้งแรกๆก็ไม่ค่อยชินละครับต่อไปเรื่อยๆมันก็จะเป็นธรรมชาติเองครับ
ต่อจากเรื่องทำความเคารพ ก็จะเป็นเรื่องการล้มตัว หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าอุเกมิ หลักๆมีอยู่4ประเภทคือ การล้มตัวไปด้านหลัง ด้านข้าง ด้านหน้า และ การล้มแบบม้วนตัว(แบบม้วนตัวก็ยังแบ่งออกเป็นอีกหลายประเภทซึ่งจะอธิบายในภายหลังอีกครั้งหนึ่ง) ที่ง่ายสุดคือการล้มตัวไปด้านหลัง เริ่มซ้อมกับสิ่งที่เบสิคสุดๆคือ ให้นั่งยองๆก่อน ถ้าทำจนชำนาญแล้วก็ค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆจนเป็นการยืน สำหรับการล้มตัวทุกแบบนักเรียนทุกคนจะต้องซ้อมให้ชำนาญ ไม่ว่าจะเรียนมากี่เดือนหลังจากวอร์มอัพก็จะต้องมีการล้มตัวก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียนหลัก ที่สำคัญก่อนที่จะได้สายดำ ต้องมีการสอบ การล้มตัวก็ถูกบรรจุไว้ในการสอบด้วยเช่นกัน
หลังจากเรียนเรื่องการทำความเคารพ การล้มแล้ว อาจารย์ก็ให้การบ้านกลับไปทำที่บ้านทุกๆวันจนชำนาญ คือการยึดเส้น การทำตัวอ่อน กับ เรื่องของกล้ามเนื้อของนักกีฬายูโด วันนี้เด็กใหม่มีแค่สองคน คือผมกับผู้ชายอีกคนนึงอายุประมาณ35 สรีระต่างกันมากๆ การไข้วขา หักมือ ยึดเส้นเอ็นผมไม่มีปัญหาเท่าไร แต่อีกคนนึง(เพื่อนคนแรกของการเรียนยูโดที่นี่)มีปัญหาอยู่พอสมควรเพราะว่าตัวใหญ่และแข็ง การจะเล่นท่าตัวอ่อนๆทำได้ยาก ส่วนเรื่องที่ต้องใช้กล้ามเนื้อ เช่นการวิดพื้น(อาจารย์ยูโด สอนการวิดพื้นในแบบของยูโด โดยรวมแล้วมีประมาณ4-5ประเภท ระดับความยากง่ายก็แตกต่างกันไป) หรือว่าเอาขายันกำแพง และท่าอื่นๆคนตัวแข็งตัวใหญ่คงต้องใช้เวลาพอสมควรให้การปรับตัว วันแรกโดยรวมแล้วยังไม่ได้เข้าสู่บทเรียนอะไรเท่าไร คนอื่นไม่รู้ว่าเหนื่อยมั้ย แต่ผมยังสบายๆอยู่เพราะว่าตอนซ้อมยูโดที่ชมรมในมหาลัย จะซ้อมประมาณ2ชั่วโมงกับรันโดริอีกครึ่งชั่วโมง แต่โดยรวมก็ถือว่าเป็นวันแรกที่สนุกดี ได้เกร็ดความรู้เพิ่มมาอีกอย่างคือ นักยูโดจะว่ายน้ำช้า เพราะว่ากล้ามเนื้อในส่วนที่ยูโดใช้จะเป็นตัวถ่วงในการว่ายน้ำ จริงไม่จริง ไว้ผมซ้อมไปซักระยะจะลองไปว่ายน้ำดูละกัน



Create Date : 04 กรกฎาคม 2554
Last Update : 24 กรกฎาคม 2554 21:37:28 น. 0 comments
Counter : 1231 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.