Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
โคเซ็นยูโด การซ้อมยูโดภาคฤดูร้อน SHOCYUGEIKO judo summer training at japan 2013 3/3

วันที่หก

วันนี้ก่อนเรียนอาจารย์อธิบายและให้วอร์มอัพนานกว่าวันอื่นเพราะว่าวันนี้เป็นการใช้ส่วนที่แข็งแรงที่สุดของร่างกาย(คือช่วงขา)ในการเอามารัดคอท่านี้โคเซ็นยูโดมีข้อแม้ว่าห้ามใช้กับเด็ก(ต่ำกว่าม.ต้น)และห้ามใช้กับสายขาวรวมทั้งไม่ให้สอนท่านี้กับสายขาว ซังกะกุจิเมะเป็นท่าที่น่ากลัวของโคเซ็นยูโดและมีหลากหลายทิศทางทั้งทางด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง และสามารถปรับเปลี่ยนใช้เป็นท่าอื่นได้ด้วย

ท่าที่18 อุชิโร่ซังกะกุจิเมะ

ก่อนจะเข้าสู่ท่าซังกะกุจะเมะต้องรู้วิธีใช้ขาให้ได้ก่อนในการเอามาล๊อคคอ

ก่อนซ้อมเข้าท่าจริงให้เรานั่งเหยียดขาทั้งสองข้างออกไปแล้วให้คู่ซ้อมนอนหงายตัวตรงเอาหัวไว้ที่หน้าตักข้างขวาของเราจากนั้นยกมือซ้ายของคู่ซ้อมเหยียดตรงขึ้นมา ให้มือซ้ายอยู่กึ่งกลางตัวเราเอาขาขวาของเรารัดคอให้ข้อเท้าของเราเกินออกมาจากรักแร้ข้างซ้ายของคู่ต่อสู้แล้วก็เอาขาซ้ายของเรารัดข้อเท้าขวาของเราวิธีกดก็ให้เราออกแรงกดขาซ้ายตรงข้อพับลงไปพร้อมๆกับบีบช่วงต้นขาทั้งสองข้างเข้าหากันเพิ่มความน่ากลัวเข้าไปอีกด้วยการแอ่นช่วงท้องขึ้น(แอ่นขึ้นแล้วมันจะไปดันคอคู่ซ้อมให้งอลงไป)นอกจากล๊อคคอแล้วอาจจะต่อด้วยการหักแขนต่อก็ทำได้เช่นกัน(ตอนหักแขนให้ดันแขนคู่ต่อสู้ไปบริเวณเข่าซ้ายของเราหรือจะหักลงล่างแบบจูจิกาตาเมะก็ได้ ถ้าหักแบบจูจินิ้วโป้งของคู่ต่อสู้ให้ชี้ขึ้นบน)

วิธีเข้าท่า เริ่มจากคู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่า เราขึ้นไปคร่อมข้างบน(ขาสองข้างคุมโดยการกดเข้าไปในเข่าด้านในของคู่ต่อสู้)เอามือขวาจับคอเสื้อด้านหลังของคู่ต่อสู้ มือซ้าย อ้อมรักแร้คู่ต่อสู้ด้านซ้ายเข้าไปจับชายเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้(บริเวณหน้าอก)ใช้มือทั้งสองข้างที่จับนั้นดึงคู่ต่อสู้ขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นให้ก้าวขาขวาออกไปใส่ระหว่างคอคู่ต่อสู้กับแขนขวาของคู่ต่อสู้ทิ้งตัวไปทางเฉียงหน้าด้านขวา หมุนตัวลงไปเราจะอยู่ข้างล่างโดนคู่ต่อสู้ทับ(เหมือนกับที่ซ้อมไปก่อนหน้านั้นด้านบน) ดึงแขนซ้ายคู่ต่อสู้ขึ้นมาเอาขาขวารัดคอแล้วเอาขาซ้ายล๊อคข้อเท้าขาขวา(ใส่เข้าไปให้ลึกๆข้อเท้าจะโดนข้อพับขาซ้ายกดอยู่)จากนั้นจะล๊อคคอหรือหักแขนก็ตามสบาย(หักแขนให้เอานิ้วโป้งของคู่ต่อสู้ชี้ขึ้นด้านบน)ท่านี้เรียกว่าอุชิโร่ซังกะกุจิเมะ


สรุปท่าที่18

-          - คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่าเราขึ้นคร่อม

-          - มือขวาจับคอเสื้อด้านหลัง(4นิ้วอยู่ในเสื้อด้านใน)

-          - มือซ้ายอ้อมรักแร้ด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ไปจับชายเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - ขาขวาก้าวออกไปอยู่ระหว่างคอด้านขวาของคู่ต่อสู้กับแขนด้านขวาของคู่ต่อสู้

-          - ทิ้งตัวหมุนไปทางด้านบนเฉียงขวา

-          - หลังลงพื้นนอนหงายทั้งคู่โดนคู่ต่อสู้ทับ

-          - ดึงแขนซ้ายคู่ต่อสู้ขึ้นมา

-          - ขาขวาล๊อคคอ แล้วเอาขาซ้ายล๊อคข้อเท้าขาขวาของเราอีกทีเป็นอุชิโร่ซังกะกุจิเมะ

ท่าที่19 จิโกกุจิเมะ

เหมือนท่าที่18 “วิธีเข้าท่า เริ่มจากคู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่าเราขึ้นไปคร่อมข้างบน(ขาสองข้างคุมโดยการกดเข้าไปในเข่าด้านในของคู่ต่อสู้)เอามือขวาจับคอเสื้อด้านหลังของคู่ต่อสู้ มือซ้าย อ้อมรักแร้คู่ต่อสู้ด้านซ้ายเข้าไปจับคอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ใช้มือทั้งสองข้างที่จับนั้นดึงคู่ต่อสู้ขึ้นมาเล็กน้อยจากนั้นให้ก้าวขาขวาออกไปใส่ระหว่างคอคู่ต่อสู้กับแขนขวาของคู่ต่อสู้”

การทิ้งตัวจะทิ้งไปทางด้านเฉียงหน้าซ้าย (ท่าที่17ทิ้งตัวหมุนไปทางเฉียงหน้าขวา) พลิกตัวมาแล้วขาขวาของเราล๊อคแขนขวาของคู่ต่อสู้เอาไว้แขนซ้ายล๊อคแขนซ้ายของคู่ต่อสู้เอาไว้(เอามือซ้ายจับคอปกเสื้อด้านขวาของเราเอาไว้ด้วยเพื่อความแน่นหนา)ขาซ้ายของเราล๊อคลำตัวคู่ต่อสู้เอาไว้(อาจจะเอาไปล๊อคขัดกับขาขวาของเราก็ได้เพื่อความแน่นหนา)แขนขวาจับไปที่คอเสื้อด้านขวาของคู่ต่อสู้แล้วดึงตัวถอยหลังท่านี้จะสามารถปรับเปลี่ยนเป็นท่าจูจิกาตาเมะได้ด้วยขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ท่าไหนก่อนปกติคู่ต่อสู้จะคิดว่าใช้จูจิกาตาเมะจะมัวแต่ดึงมือไม่ให้ยึดออกไปทำให้สามารถเอามือขวาเราเข้าไปดึงชายเสื้อล๊อคคอได้ง่ายขึ้น


สรุปท่าที่19

-          - คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่าเราขึ้นคร่อม

-          - มือขวาจับคอเสื้อด้านหลัง(4นิ้วอยู่ในเสื้อด้านใน)

-          - มือซ้ายอ้อมรักแร้ด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ไปจับชายเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - ขาขวาก้าวออกไปอยู่ระหว่างคอด้านขวาของคู่ต่อสู้กับแขนด้านขวาของคู่ต่อสู้

-          - ทิ้งตัวหมุนไปทางด้านบนเฉียงซ้าย

-          - ขาขวาล๊อคแขนขวาคู่ต่อสู้เอาไว้

-          - แขนซ้ายล๊อคแขนซ้ายคู่ต่อสู้เอาไว้พร้อมกับเอามือซ้ายจับคอเสื้อด้านขวาของเราเอาไว้

-          - มือขวาเอื้อมไปจับคอเสื้อด้านขวาของคู่ต่อสู้แอ่นตัวขึ้นออกแรงดึงเป็นจิโกกุจิเมะ

-          - เอาขาขวาขึ้นมาทับคอคู่ต่อสู้พร้อมกับดึงแขนซ้ายคู่ต่อสู้ลงเป็นจูจิกาตาเมะ

วันที่เจ็ด

วันนี้เป็นการใช้ซักกะกุจิเมะทางด้านหน้าคือเราอยู่ด้านล่างนั่งหงายแล้วคู่ต่อสู้อยู่ด้านหน้าก้มลงมา

ท่าที่20 มายซังกะกุจิเมะ (front triangle)

มือซ้ายของเราจับที่คอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้มือขวาจับที่แชนเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ ขาขวาอยู่ที่ขาหนีบข้างซ้ายของคู่ต่อสู้ขาซ้ายอยู่ที่ขาหนีบข้างขวาของคู่ต่อสู้พอเริ่มต้นเอาขาซ้ายถีบไปที่แขนขวาของคู่ต่อสู้บริเวณข้อพับดึงตัวคู่ต่อสู้ลงมาพร้อมกับเอียงตัวไปทางด้านซ้ายทำมุมประมาณ90องศาขณะเดียวกันก็เอาขาซ้ายที่ถีบไปแล้วนั้นอ้อมไปรัดคอคู่ต่อสู้(มือข้างซ้ายของคู่ต่อสู้ดึงมาด้วยตลอด)เอาขาขวา(จะถีบเข่าซ้ายคู่ต่อสู้ให้ล้มลงก็ได้) มารัดกับข้อเท้าซ้ายของเราก็เป็นรูปแบบของซังกะกุแล้ว วิธีกดก็กดขาของเราให้มันล๊อคกับลงไปกับออกแรงบีบตรงขาหนีบของเราเข้ามาทั้งสองข้าง

ในส่วนของมายซังกะกุจิเมะจบตรงนี้แต่ว่ามีท่าพลิกต่อไปอีกคือปกติที่เราใช้ซังกะกุด้านหน้าคู่ต่อสู้จะแก้ทางโดยการยืนขึ้นทำให้หลังเรางอออกแรงส่งไปบีบรัดช่วยคอได้น้อยลงวิธีแก้คือ พอคู่ต่อสู้ยืนขึ้นเอามือซ้ายไปรวบขาขวาของคู่ต่อสู้ (รวบจากด้านในคล้ายๆกับการใช้โคอุจิการินั้นแหละ) รวบไปพร้อมๆกับการออกแรงดันที่ขาของเราให้ล้มไปทิศทางเดียวกันมันจะเข้าสู่โหมดของท่า จูจิกาตาเมะอย่างสมบูรณ์แบบก่อนที่จะใช้ในส่วนของท่าจูจิกาตาเมะ ถ้าเราฝืนแอ่นท้องออกแรงรัดช่วงขาคู่ต่อสู้ก็อาจจะสลบทั้งยืนไปแล้วก็ได้


สรุปท่าที่20

-          - หันหน้าเข้าหากันเราอยู่ด้านล่าง

-          - มือซ้ายอยู่ที่คอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - มือขวาอยู่ที่แขนเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - ขาสองข้างอยู่ที่ขาหนีบของคู่ต่อสู้

-          - ขาซ้ายถีบไปที่บริเวณข้อศอกขวาคู่ต่อสู้แล้วเอาขาซ้ายอ้อมไปล๊อคคอ

-          - หักตัวทำมุม90องศากับคู่ต่อสู้ระหว่างหักตัวทำมุม แขนซ้ายของคู่ต่อสู้ให้ดึงตามมาด้วย

-          - เอาขาขวาไปล๊อคที่ข้อเท้าขาซ้าย

-          - ดึงแขนซ้ายคู่ต่อสู้ออกแรงบีบบริเวณหน้าตักที่ขาทั้งสองข้างของเรา

-          - คู่ต่อสู้ยืนขึ้น ให้เอาแขนซ้ายของเราไปรวบขาขวา(รวบจากด้านใน)ของคู่ต่อสู้แอ่นตัวขึ้นออกแรงบีบพร้อมๆกับดึงแขนซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - ถ้ายังไม่ได้ผล ออกแรงบิดที่ขาทั้งสองข้างให้คู่ต่อสู้ล้มลงพร้อมๆกับการรวบขาขวาของคู่ต่อสู้ให้ล้มลงใส่จูจิกาตาเมะ

ท่าที่21 อุเดะการามิไคเอชิ

มือขวาจับข้อมือซ้ายของคู่ต่อสู้(จับแล้วบิดข้อมือเราออกลักษณะการบิดของแขนจะเหมือนกับคู่ต่อสู้ดูนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย)มือซ้ายอ้อมด้านบนใส่อุเดะการามิแล้วมือซ้ายของเราจะมาจับที่ข้อมือขวาของเราเองขาสองข้างของเราตั้งหลักตามปกติอยู่ที่ขาหนีบคู่ต่อสู้ทั้ง2ขา

ถ้าคู่ต่อสู้ขัดขืนด้วยการเอามือซ้ายไปจับที่สายเข็มขัดตัวเองวิธีแกะออกคือให้ดันแล้วดึง (ถ้าดึงอย่างเดียวจะไม่ออกดันให้หลวมนิดๆแล้วดึงจะออกง่ายมาก) ทางออกของคู่ต่อสู้จะเหลือแค่หมุนตัวให้ล๊อคคลายให้เราเอาขาซ้ายเตะไปที่เข่าขวาของคู่ต่อสู้ส่วนขาขวาของเราใช้ข้อเท้าขาขวาเกี่ยวบริเวณเข่าซ้ายด้านในของคู่ต่อสู้ให้มันพลิกตัวลงไป(การพลิกตัวจะพลิกแบบเรานอนหงายลงไปนิดๆแล้วพลิกตัวหันไปทางซ้าย) สุดท้ายเราจะกดโอไซโกมิในท่าโยโกชิโฮพร้อมๆกับการใส่อุเดะการามิจุดประสงค์ตอนนี้ไม่ใช้เป็นการกดนับเวลาแต่เป็นการหักแขนบริเวณข้อศอกซ้ายของคู่ต่อสู้

วันที่แปด

วันนี้เรียนกันต่อที่ซังกะกุจิเมะ แต่เป็นโยโกซังกะกุจิเมะ (side triangle)

ท่าที่22 โยโกซังกะกุจิเมะ

พื้นฐานก่อนเข้าสู่ท่านี้ ให้เรียนวิธีล๊อคก่อน

ให้อุเกะนอนในท่าพระพุทธเจ้านอน นอนเอียงขวาเอาแขนขวาหนุนพื้นเอาไว้มือรองที่คอเอาไว้ จากนั้นเราคุกเข่าเอาเข่าซ้ายอยู่ด้านหลังของอุเกะ มือซ้ายยกแขนซ้ายอุเกะขึ้นตรงๆเอาขาขวาคล่องตัวอุเกะเอาไว้ ให้ส้นเท้าขาขวาอยู่บริเวณรักแร้ขวาของอุเกะเอามือขวาของเราดึงแขนเสื้อมือขวาของอุเกะ (จับบริเวณข้อพับดึงขึ้นมา)ทิ้งตัวไปด้านหลังทำมุมประมาณ90องศา ขาขวาล๊อคคอกับแขนอุเกะเอาไว้ขาซ้ายตอนนี้โดนอุเกะทับเอาไว้ก็ให้เอาขาซ้ายไปล๊อคกับข้อเท้าขาขวาออกแรงกดลงจากจุดนี้สามารถหักแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ได้ด้วยที่เราดึงขึ้นมาตรงๆตั้งแต่ตอนแรก

ส่วนของการเข้าท่า เริ่มจากคู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่าเราเอามือขวาจับเข็มขัดคู่ต่อสู้ด้านหลังส่วนมือซ้ายจับคอเสื้อด้านหลังของคู่ต่อสู้(4นิ้วอยู่ด้านในเสื้อ) ออกแรงดึงถอยมาจะทำให้คู่ต่อสู้คลายตัวออกมาให้เอาขาขวาใส่เข้าไปในรักแร้ข้างซ้ายของคู่ต่อสู้ส่วนขาซ้ายของเราคุกเข่าเอาเข่าซ้ายลงระหว่างคอคู่ต่อสู้กับแขนข้างขวาของคู่ต่อสู้ขาขวาส้นเท้าให้ใส่เข้าไปจนเหมือนกับว่าจะมาชนกับเข่าซ้ายของเรา(เป็นรูปสามเหลี่ยมตามชื่อของท่าซังกะกุ) มือขวาตอนนี้ยังอยู่ที่เข็มขัดมือซ้ายให้เอื้อมไปจับที่บริเวณแขนเสื้อด้านขวาของคู่ต่อสู้ออกแรงดึงทั้งสองมือล้มตัวลงไปด้านขวา (ล้มตัวไปทางด้านขาข้างที่เราสอดเข้าไปใต้รักแร้คู่ต่อสู้)ตอนนี้ขาซ้ายของเราจะอยู่บนช่วงคอของคู่ต่อสู้ให้เอาขาซ้ายของเราล๊อคคอคู่ต่อสู้เอาไว้แล้วเอาขาขวาที่คู่ต่อสู้ทับอยู่มาล๊อคตรงข้อเท้าขาซ้ายดึงมือซ้ายของคู่ต่อสู้เข้ามาหาตัวเราด้วยก็จะเป็นท่าโยโกซังกะกุจิเมะ

ต่อจากนี้แยกออกเป็นหลายส่วน แรกสุดวิธีกดให้ดึงแขนซ้ายคู่ต่อสู้เข้าหาตัวเราพร้อมกับบีบต้นขาทั้งสองข้างของเราเข้าหากันแบบที่สองแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ดันหักออกไปเป็นการหักแขน แบบที่สามเอื้อมมือซ้ายของเราไปจับคอเสื้อด้านซ้ายของคู่ต่อสู้แล้วดึงเป็นชิเมะวาซะแบบที่สี่แขนขวาของคู่ต่อสู้ที่เราดึงมาถ้ายึดออกพร้อมกับหักช่วงข้อศอกก็จะเป็นการหักแขนแบบที่ห้าใส่โอไซโกมิ วิธีการใส่มีหลากหลายแต่อาจารย์สอนแบบง่ายที่สุดให้

ให้เราเอาแขนขวาของเราล๊อคแขนขวาคู่ต่อสู้เอาไว้แล้วเอามือขวาของเราจับคอเสื้อเราเอาไว้ขดตัวเอื้อมมือซ้ายของเราผ่านขาขวาคู่ต่อสู้ด้านล่างแล้วไปจับที่กางเกงบริเวณหน้าตักด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ระหว่างขดตัวขาก็ยังล๊อคคออยู่แบบนั้นไปด้วยถ้าสมดุลย์เราเสียไปบ้างอาจจะเอามือขวาที่เราล๊อคแขนคู่ต่อสู้นั้นคลายออกมากดออกไปด้านข้างช่วยรักษาสมดุลย์ก็ได้

ในกรณีที่เราใส่โยโกซังกะกุจิเมะไปแล้วแต่คู่ต่อสู้ออกแรงฝืนทำสะพานโค้งทำให้พลิกตัวกันขึ้นมาคู่ต่อสู้อยู่ด้านบนเราอยู่ด้านล่างให้เอามือทั้งสองของกอดลำตัวคู่ต่อสู้ให้แน่นเอาไว้แล้วออกแรงกดบริเวณขาให้คอคู่ต่อสู้กดลงมาก็จะทำให้ล๊อคแน่นมากขึ้น


สรุปท่าที่22

-          - คู่ต่อสู้อยู่ในท่าเต่าเราเข้าทำจากด้านศรีษะของคู่ต่อสู้

-          - มือขวาจับเข็มขัดด้านหลังคู่ต่อสู้

-          - มือซ้ายจับคอเสื้อคู่ต่อสู้(4นิ้วอยู่ด้านใน)

-          - ดึงให้คู่ต่อสู้มาด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อที่จะได้ใส่ขาขวาเข้าไปใต้รักแร้ด้านซ้ายของคู่ต่อสู้

-          - คุกเข่าด้านขวาลงพื้นระหว่างคอกับแขนขวาของคู่ต่อสู้

-          - เอามือซ้ายดึงบริเวณข้อศอกด้านขวาของคู่ต่อสู้พร้อมๆกับการทิ้งตัวไปทางด้านขวา

-          - ขาซ้ายที่ทับคอคู่ต่อสู้ล๊อคคอ

-          - ขาขวาที่คู่ต่อสู้ทับอยู่เอามาล๊อคข้อเท้าขาซ้ายใส่ท่าซังกะกุ

-          - ดึงเอามือข้างซ้ายของคู่ต่อสู้มาด้วย

-          - ออกแรงดึงมือข้างซ้ายของคู่ต่อสู้พร้อมกับบีบบริเวณหน้าตักของเราทั้งสองข้างเข้าหากัน

-          - หักแขน(ซ้าย ขวา) ใส่ชิเมะวาซะหรือใส่ท่าโอไซโกมิโดยการเอื้อมมือซ้ายไปจับกางเกงด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ส่วนแขนขวาของคู่ต่อสู้นั้นใช้แขนขวาของเราล๊อคเอาไว้แล้วแล้วเอามือขวาจับคอเสื้อของเราเอาไว้อีกทีเพื่อความแน่นหนา

วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการสอนของอาจารย์พรุ่งนี้จะเป็นวันทบทวนสิ่งที่เรียนมาทั้งหมดส่วนวันถัดไปมีเวลาแค่เล็กน้อยในการทักทายสอบถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจรวมทั้งการถ่ายรูปหมู่กับสมาชิกในฐานะที่ซ้อมและอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลา10วัน

วันที่เก้า

วันนี้เป็นการทบทวนทุกสิ่งที่ได้เรียนมาอาจารย์จะไล่ท่าออกมาแล้วชี้ไปให้คู่คนนั้นออกมาทำท่าตามที่อาจารย์บอกแล้วก็ให้เวลาทบทวนกันเองก่อนที่จะมาแสดงให้เพื่อนๆคนอื่นดูโดยให้เลือกจาก22ท่านี้ออกมาใช้คนละ2ท่า ท่าที่คนใช้เยอะสุดก็ไม่พ้นท่ายอดฮิตอย่างซังกะกุจิเมะผมเลือกโอบิฮิกิไคเอชิ กับอีกท่าคือท่าที่9 เหตุผลที่เป็น2ท่านี้เพราะว่าท่าที่9อาจารย์ที่โคโดกังเคยสอนให้เมื่อนานมาแล้วทำให้จำขึ้นใจไม่ต้องคิดอะไรมากก็ใช้ได้ส่วนโอบิฮิกิไคเอชิท่านี้ก็ได้เรียนรู้มาก่อนหน้านี้จากอาจารย์ที่อำเภอตอนนั้นเรียนกันแทบทุกรายละเอียดตั้งแต่มือขาคอจนกระทั่งการหมุนตัวว่าจะต้องหมุนไปมุมไหนเพื่อให้คู่ต่อสู้หมุนตามมาลงล๊อคพอดีจริงๆแล้วก็อยากใช้พวกซังกะกุจิเมะแต่ว่าท่าซังกะกุของผมพอใช้แบบเร่งรีบแล้วมันจะไม่เป็นไปตามเนื้อหาที่อาจารย์มัตสึมุระสอนมาเอาไว้ฝึกให้ชำนาญก่อนไว้ค่อยใช้ให้อาจารย์ดูตอนหน้าหนาว(ปีหน้าเดือนมกราคม)

การจบวันนี้อาจารย์ให้แต่ละคนออกมาพูดคันโซ(เหมือนกับพูดแสดงความคิดเห็นความประทับใจ และอื่นๆ)แน่นอนว่าไอ้ของแบบนี้คนที่แจ็คพ๊อตเจอเป็นคนแรกไม่ใช่ใครอื่นก็คงเป็นผมนั้นแหละที่ต้องโดนก่อนพูดแล้วก็ฟังคนอื่นๆพูดจนครบหมดทุกคนแล้วก็กลับบ้านได้พรุ่งนี้ไม่มีการสอนแต่เป็นการถ่ายรูปหมู่และอำลา

วันที่สิบ

ถือว่ารวดเร็วมากแต่เป็น9วันที่ล้ำค่าถ้าจะพูดเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับยูโดเสียดายที่มีเวลาแค่9-10วันในการเรียนรู้ตรงนี้ แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็มีท่านอน22ท่าที่จะต้องฝึกซ้อมให้ชำนาญก่อนทั้งหมดถัดไปก็จะเหลือออกมาแบ่งเป็นหมวดหมู่ ว่าจะเอาท่าไหนมาใช้เป็นท่าถนัดอาจารย์มัตสึมุระตั้งแต่วันแรกและหลายๆครั้งจะพูดเกี่ยวกับยูโดว่ายูโดคือการทุ่ม พอลงไปแล้วก็ต่อด้วยเนวาซะ ล๊อค รัด กด แล้วก็ชนะดังนั้นต้องให้ความสำคัญทั้งในส่วนท่ายืนและท่านอน โอกาสอย่าปล่อยให้หลุดลอยไป

สำหรับตัวผมเองนั้น ผมเห็นจุดอ่อนของตัวเองมาตลอด เกี่ยวกับท่านอนมีหลายครั้งที่คู่ต่อสู้ลงพื้นไปแล้ว แต่ผมไม่สามารถใช้ท่านอนออกไปได้ทำให้เสียโอกาสไป หรือว่าในบางครั้งก็ไม่กล้าที่จะเล่นในท่านอนด้วยความเสียดายแต้มที่นำอยู่เพราะกลัวว่าขณะนี้ได้ยูโกหรือว่าวาซาอะริ แต่ดันไปกดในท่านอนแล้วโดนพลิกกลับได้จากจะชนะกลายเป็นแพ้ไปซะได้

ก่อนหน้านี้ตอนซ้อมหน้าหนาว2ปีที่ผ่านมา ก็ได้รวบรวมท่านอนพื้นฐานต่างๆที่อาจารย์สอนให้ท่านอนในส่วนนั้นถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญมากๆสำหรับท่านอนที่ผมได้เรียนเพิ่มเติมกับอาจารย์มัตสึมุระในหน้าร้อนปีนี้ถ้าไม่ได้พื้นฐานตรงนั้น การมาเรียนตรงนี้อาจจะไปได้อย่างเชื่องช้ากว่านี้ตรงนี้ก็เป็นอีกสิ่งนึงที่เน้นย้ำว่า ยูโดทุกอย่างมันเป็นขั้นเป็นตอนต้องค่อยๆเก็บเล็กผสมน้อยเหมือนกับการรดน้ำแล้วต้นไม้มันค่อยๆโต

ใน10วันนี้ สิ่งที่ผมได้รับมาอย่างเห็นได้คือความมั่นใจในการใช้ท่านอนความมั่นใจว่าต่อไปจะไม่ปล่อยโอกาสในท่านอนให้หลุดลอยไป ความมั่นใจในการสวนกลับหากอยู่ในท่านอนและความมั่นใจว่าในการแข่งครั้งต่อๆไปท่านอนจะมีส่วนช่วยในการเก็บแต้มได้อย่างแน่นอน

วันนี้ถ่ายรูปหมู่ บอกลาเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ซ้อม และอาจารย์ไว้เจอกันใหม่ในการซ้อมหน้าหนาวตอนต้นเดือนมกราคมตอนนั้นอาการบาดเจ็บคงหายดีหมดแล้วน่าจะซ้อมได้เต็มที่และหนักหน่วงกว่านี้ 




Create Date : 22 กรกฎาคม 2556
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 21:45:11 น. 0 comments
Counter : 1052 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.