Group Blog
 
 
สิงหาคม 2561
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
9 สิงหาคม 2561
 
All Blogs
 
หลักการซ้อมท่าทุ่มยูโด ท่าซาซาเอะทรึริโกมิอาชิ



ซาซาเอะทรึริโกมิอาชิ หรือเรียกกันสั้นๆว่าซาไซ บางทีก็เรียกกันว่าซาเซ่ (แบบลากเสียงสูง)

เริ่มแรกสุดปัญหาระดับชาติ ซาไซกับฮิสะกุรุม่าต่างกันยังไง สายขาวสายเขียวสายฟ้าไม่รู้ไม่ผิด แต่สายดำถ้าไม่รู้ควรรีบไปศึกษาซะว่าสองท่านี้มันคืออะไร เพราะตอนสอบขึ้นสายดำมีสอบท่าทุ่มมาตรฐานนาเกะโนะคาตะ หรือในท่าทุ่มหมวดขามีท่าซาไซอยู่ด้วย ถ้าไม่รู้จุดของท่านี้สอบผ่านมาได้ยังไง
ความแตกต่างของสองท่านี้ วันนี้เน้นหลักๆที่ซาไซ อาจจะมีเปรียบเทียบกับฮิสะกุรุม่าบ้าง แต่จะพูดซาไซเป็นหลัก
เริ่มกันที่ชื่อท่า ซาซาเอะ ทรึริโกมิ อาชิซาซาเอะ แปลว่า ขวางทาง (ศัพท์ชื่อท่าแปลซาไซภาษาอังกฤษใช้คำว่า support 'คงจะหมายความถึงขาหลักที่ลงน้ำหนัก' แต่ผมใช้คำว่า 'ขวางทาง' มันจะเห็นภาพชัดเจนกว่า)ทรึริโกมิ แปลว่า ยกขึ้นอาชิ แปลว่า ขารวมแล้วคือ ท่าที่ดึงหุ่นยกขึ้นให้ตึงแล้วใช้ขาออกไปขวางขาหลักของหุ่น
ฮิสะกุรุม่า หลักๆปัดไปที่หัวเข่า ส่วนซาไซปัดไปที่ข้อเท้า คำตอบตรงนี้เป็นคำตอบของสายดำแบบเอาตัวรอดว่ากูรู้นะฮิสะคือแบบนี้ ซาไซคือปัดแบบนี้ มันก็ถูกเพราะปัดกันคนละจุด
ถัดมาเอาท่าพื้นฐานของฮิสะก่อน จังหวะของท่าฮิสะคือออกไปขวางทางเข่าของหุ่นในขณะที่ขาข้างนั้นของหุ่นกำลังจะก้าวออกมา ลักษณะคล้ายๆกับเราอยู่ในห้องเรียนแล้วครูเรียกเพื่อนคนที่นั่งโต๊ะหลังสุดออกมายืนที่กระดานดำ ระหว่างเดินออกมา เรานั่งอยู่ตรงกลางๆ พอเพื่อนเดินผ่านเราแอบยื่นขาออกไปขวาง เพื่อนเดินมาก็สะดุดล้ม หัวเราะเอาฮาได้อีก จังหวะที่เอาขาขวางออกไปตอนที่เพื่อนกำลังก้าวขยับเดิน ตรงนั้นแหละเป็นตัวตนและจังหวะของฮิสะกุรุม่า (ถึงแม้ว่าตอนยื่นขาออกไปขวาง ไม่ได้ยกขวางไปถึงหัวเข่าเพื่อนก็ตาม)
กลับมาดูจังหวะท่าซาไซดูบ้าง จังหวะเข้าทำของซาไซมี คำว่าทรึริโกมิเข้ามา นั้นคือการยืดหุ่น ดึงหุ่นให้ตึง ตัวอย่างคือตอนนี้หุ่นยืนขาขนานกันไม่ได้มีขาซ้ายหรือขวายื่นโผล่ออกมา ถ้าเรายืดหุ่นให้เอียงมาด้านหน้า หุ่นเสียสมดุลย์ตัวเฉียงมาหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยธรรมชาติพอเสียสมดุลย์ขาจะก้าวออกมาเพื่อสร้างสมดุลย์ สมมุติว่าหุ่นก้าวขาขวาออกมาด้านหน้าเพื่อสร้างสมดุลย์
'ระหว่างจะก้าวออกมาถ้าเราเอาขาไปแปะที่หัวเข่ามันก็คือฮิสะกุรุม่า' (จริงๆไม่เฉพาะเอาฝ่าเท้าไปแปะหัวเข่า เอาขาช่วงแข้งด้านข้างๆออกไปขวาง หรือเอาส้นเท้าออกไปจิกหัวเข่า มันก็ยังเป็นส่วนของท่าฮิสะกุรุม่า)
'ระหว่างที่ก้าวขาออกมาวางแล้ว เราเสือกไม่ทำอะไรเลย หุ่นกำลังจะสร้างสมดุลย์ใหม่ได้ แต่!!!! ขาขวาก้าวออกมาสุดแล้ว เราดึงเพิ่มอีกที ธรรมชาติมนุษย์มันจะก้าวขาขวาซ้ำหรือเพิ่มในทันทีขณะนั้นไม่ได้ ตรงจุดนี้แหละคือคุสุชิของท่าซาซาเอะทรึริโกมิอาชิ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่าท่าซาไซ'
แต่เราจะดึงทำไมสองครั้งให้เสียแรง เพราะยูโดคนสองคนมีการขยับเดิน ถ้าหาจังหวะที่หุ่นก้าวขาออกมาก้าวนึงด้วยตัวเอง แล้วเราดึงทำคุสุชิต่อจากตรงนั้น ก็ลงล๊อคของท่าซาไซได้เหมือนกัน เรื่องดึงคุสุชิตรงนี้ มีความซับซ้อนเพิ่มเติมในเรื่องของมือสองข้างที่เราใช้ดึงใช้ควบคุมหุ่นให้ออกมาตามที่เราต้องการ อาจารย์บางท่านบอกให้ดึงขึ้น หนังสือบางเล่มบอกให้ดึงลง ตรงนี้ปรับเปลี่ยนกันได้ (ต้องฝึกซ้อมและใช้วันเวลาในการเรียนรู้ครับ)
คุสุชิได้แล้ว ถัดมาเป็นสกุริ สกุริคือการเข้าท่าการสร้างท่าต่อจากที่ทำให้หุ่นเสียหลัก โดยมีข้อแม้ว่า เราต้องเข้ากระทำโดยตัวเราไม่เสียหลักและหุ่นยังต้องอยู่ในอาการเสียหลักเสียสมดุลย์ต่อไป (นักยูโดที่ชำนาญจุดเข้าทำสกุริยังจะเพิ่มการเสียหลักให้หุ่นเข้าไปอีก) สกุริหลักๆของท่าซาไซเป็นเรื่องของมือ เป็นปกติท่าทุ่มด้วยขาในการควบคุมการเข้าท่า ต้องใช้การทำงานของมือเป็นหลัก ขาขวาขยับเข้าไป มือซ้ายขวาดึงตามทิศทางเป็นวงกลม ยืดหุ่นให้ตึงขึ้นไป
หุ่นถูกยืดตรึงไว้ขาขวาขยับไม่ได้ น้ำหนักศูนย์ถ่วงยื่นออกมาด้านหน้า คนเข้าท่าก็เอาขาซ้ายออกไปวางขวางขาขวาของหุ่น (ตรงนี้ขาขวาหุ่นก้าวอยู่หน้า ถูกตรึงขยับไม่ได้แล้ว) ที่เราทำคือขวางบริเวณข้อเท้าขาขวาของหุ่นเอาไว้เฉยๆ
สุดท้ายจังหวะคาเคะ ใช้มือในการควบคุมหุ่นให้พลิกล้มในมุมที่ต้องการ การขยับตัวใช้แค่มือกับขาไม่เพียงพอ หน้าท้องของเราเป็นกระดูกและกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่กว่าแขนขา ท้องต้องไม่งอ ใช้แรงส่งจากหน้าท้องช่วยในการยืดหุ่นให้ตึงขึ้นไป หุ่นมันเอียงเฉียงทิ้งน้ำหนักมาด้านหน้าแล้ว เหมือนต้นไม้ที่เอียงเฉียงรอล้ม ที่เหลือแค่พลิกแล้วอย่าเอาตัวเราไปขวางทิศทางในการล้มเป็นใช้ได้ อันนี้แหละคือหลักพื้นฐานเบื้องต้นของท่าซาไซ
ยาวมาก สรุปสั้นๆถึงความแตกต่างฮิสะกับซาไซ- ฮิสะปัดหัวเข่า ซาไซปัดข้อเท้า- ฮิสะขวางทางขาหลังช่วงที่กำลังขยับเดินมาด้านหน้า ซาไซขวางทางขาหน้าช่วงที่ถูกดึงตัวยืดตึง และถูกตรึงให้ขยับขาหน้าเพิ่มอีกไม่ได้แล้ว- ฮิสะหมุนฉากออกด้านข้างมักเป็นวงกลมใหญ่ แต่ซาไซคล้ายๆกับวงกลมเล็กควบคุมหุ่นที่เป็นวงกลมใหญ่- ซาไซต้องใช้หน้าท้องช่วยส่งแรงมากกว่าท่าฮิสะ
หลักการซ้อมเบื้องต้น- หุ่นก้าวขาขวามาด้านหน้า โทริขยับขาขวาออกไปทางขวาเล็กน้อย มือซ้ายมือขวาดึงหุ่นออกมาเพิ่มเติมให้หุ่นเทน้ำหนักลงไปที่ปลายนิ้วโป้งด้านขวา- โทริเอาฝ่าเท้าซ้ายออกไปขวางข้อเท้าขวาของหุ่น ดันหน้าท้องช่วยยืดหุ่นให้ตึง- บิดพลิกสะโพกใช้แขนสองข้างควบคุมหุ่นลงพื้น***เน้นจังหวะเรื่องการทำให้หุ่นลงน้ำหนักที่ขาข้างที่จะเอาออกไปขวาง จำง่ายๆคนปกติก้าวเดินขาขวาแล้วก็ต้องตามด้วยซ้าย ไม่มีใครสามารถเดินขวาหรือเดินซ้ายได้สองก้าวติดกัน จังหวะขาตายขยับไม่ได้ตรงนั้นเป็นจังหวะของท่าซาไซ
จังหวะการเข้าทำ1. แบบท่าทุ่มมาตรฐาน นาเกะโนะคาตะ2. แบบโทริขยับตัวไปทางซ้าย3. แบบเจอหุ่นจับซ้าย (เขี่ยขาซ้ายก่อน)4. แบบหลอกโอโซโตการิ กับ แบบที่ผมชอบใช้ อันนี้มาจากอาจารย์เป้
ข้อควรระวัง- ระวังหุ่นแขนหักจากการเอามือยันพื้นขณะถูกทุ่ม



Create Date : 09 สิงหาคม 2561
Last Update : 9 สิงหาคม 2561 11:00:27 น. 0 comments
Counter : 500 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.