Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
พักยกRound3 ยูโด-รันโดริกับเพื่อนที่โคโดกัง(อย่างเป็นทางการ) + ทำบัตรจอดรถหาย

ยูโด-รันโดริกับเพื่อนที่โคโดกัง(อย่างเป็นทางการ) + ทำบัตรจอดรถหาย

วันนี้เกือบจะไม่ไปซ้อมยูโดซะแล้ว เพราะว่าเวลากำลังจะออกจากบ้านเกิดฝนตกอย่างหนัก(ประมาณไต้ฝุ่นน้อยๆ) ปกติผมจะขี่จักรยานแล้วไปต่อรถไฟ ตอนยังไม่ออกจากบ้านท้องฟ้าก็มืดเล็กน้อยแต่ยังไม่มีฝน พอก้าวขาออกไปก็ฝนตกต้อนรับทันที ตารางเวลาผมก็ไม่ได้เผื่อสำหรับฝนซะด้วย เรียกได้ว่าขี่จักรยานช้าไป3นาทีก็ตกรถไฟแล้ว แต่ฝนตกอย่างนี้จะไปยังไงดี สุดท้ายก็ขับรถไปละกัน (ใจก็คิดเสียดายค่าที่จอดรถตรงห้างหน้าสถานนีตั้ง800เยน) ขับรถไปทำให้รู้ว่าใช้เวลานานกว่าการขี่จักรยานไป (จริงๆแล้วเท่าๆกันแต่ว่าระยะทางเดินจากที่จอดรถไปสถานนีรถไฟมันไกลกว่าที่จอดรถจักรยาน) สุดท้ายก็ตกรถไฟขบวนที่นั่งอยู่ทุกวัน แผนบีก็เลยต้องรอขบวนถัดไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่ค่อยไปเร่งเดินเอาแถวๆโตเกียวโดม

ถึงโคโดกังเวลา 17.25 มีเวลาแก้ผ้าเอ้ยเปลี่ยนเสื้อไม่ถึง5นาที ป้ายบอกวันนี้เรียนชั้น6แต่พอไปถึงไม่มีคนอยู่ชั้น6ก็เลยขึ้นไปชั้นเจ็ดดู กำลังนั่งรวมเช็คชื่ออยู่พอดีเลย ทันแบบหวุดหวิด วันนี้พิเศษหน่อยตรงที่ว่า มีนักเรียนบางส่วนต้องไปสอบเลื่อนสายที่ชั้น6 ถึงว่าทำไมป้ายติดไว้ว่าเรียนที่ชั้น6ที่แท้เอาไว้เป็นสถานที่สอบนั้นเอง แต่ผมและคนอีกบางส่วนยังไม่ได้อยู่ในส่วนที่ต้องสอบรอบนี้ ก็เลยมีการปรับจำนวนนักเรียนกับการสอนกันเล็กน้อย นอกจากนักเรียนเดือนหนึ่งที่ให้ไปตบเบาะฝึกอุเกมิ ที่เหลือให้รวมกันจับคู่ทำอุจิโกมิ(การซ้อมเข้าท่า) ก็ดีครับได้เข้าคู่กับสายดำ มีท่าอะไรก็งัดออกมาซ้อมให้หมด ประมาณ10เซต(เซตละ10ครั้ง) ต่อจากอุจิโกมิ ก็กลายเป็นนาเกะโกมิ(การซ้อมโดยการทุ่ม) เอาแค่5ครั้งพอเดี๋ยวจะน่วมซะก่อน สลับกันคนละครั้งผมให้สายดำทุ่มก่อน ครั้งแรกคู่ซ้อมผมใช้ท่า ippon seoinage รู้สึกว่าโดนทุ่มแบบไม่มีการยั้งมือเลย ส่วนครั้งแรกผมใช้ท่า o-uchigari ครั้งที่2ทั้งคู่ซ้อมและผมใจตรงกันใช้ท่า o-sotogari ครั้งที่3ผมโดนทุ่มโดยท่า ko-uchigari ส่วนครั้งที่3ผมใช้ท่า tai-otoshi ครั้งที่4คู่ซ้อมใช้ท่า o-goshi ผมก็สวนกลับไปด้วย ippon seoinage (ขอคืนบ้างละ ครั้งแรกที่โดนทุ่มไปยังไม่ลืมครับ) สุดท้ายคู่ซ้อมใช้ท่า uchimata ส่วนตัวผมชอบใช้ท่านี้ทุ่มคนอื่นแต่ไม่ชอบให้คนอื่นทุ่มผมด้วยท่านี้ซักเท่าไร สุดท้ายผมจะใช้uchimata เดี๋ยวคุณสายดำก็จะหาว่าตามกันทำไม ก็เลยเปลี่ยนเป็นใช้แค่ de-ashibarai จะได้เป็นการจบและจากกันด้วยดี

ต่อจากนี้พักกินน้ำแล้วเริ่มกันด้วยรันโดริรอบละ3นาที การรันโดริก็คล้ายๆกับการหาคู่เต้นรำ คือถูกใจใครสนใจคนไหนก็ตรงเข้าไปขอรันโดริเลยครับ แต่ว่าต้องเร็วไม่งั้นคู่ถูกแย่งได้ง่ายๆ

คนแรกผมเลือกเอาคนใกล้ๆตัวก่อน คนนี้ได้สายดำมาแล้วจากที่อื่นแต่เหมือนกับพื้นฐานยังไม่แน่นเลยมาเรียนเพิ่มที่โคโดกัง พอดีอยู่ข้างๆก็เลยขอลองดูซักหน่อย เพราะว่าซ้อมด้วยกันบ่อยๆก็ไม่ค่อยกดดันเท่าไร พยายามรวบรวมสิ่งที่อาจารย์สอนมาให้ดีๆค่อยๆอ่านสเต็ปขาว่าจะทำท่าไหน สุดท้ายก็ต้องขอพึ่งท่า tai-otoshi แล้วก็ไม่ผิดหวังสามารถเขี่ยคู่ต่อสู้ลงไปนอนได้ ผมว่าท่านี้มันเข้าทำง่ายที่สุดแล้วครับอาจเป็นเพราะว่าแรงแขนของผมเยอะอยู่แล้วก็เลยทำให้ใช้ท่านี้ได้ง่าย ถัดมาก็เล่นตามสเต็ปที่อาจารย์เคยสอนไว้คือท่า ko-uchigai แล้วตามด้วยo-uchigari คงเป็นเพราะเวลาที่ลงตัวเลยสามารถตวัดให้ล้มได้อีกครั้ง การเข้าทำของคู่ต่อสู้ก็มีมาเรื่อยๆแต่ว่าก็ไม่สามารถทุ่มผมได้ซักครั้งคงเป็นเพราะว่าขาดการดึงหรือการใช้kuzushiที่ยังไม่เพียงพอที่ทำให้ผมเสียการทรงตัวก็เป็นได้ ลองแกล้งตวัดขาหลอกจะใช้ko-sotogariทางด้านขวาแล้วเปลี่ยนมาเป็น tai-otoshi ก็ได้ผลที่น่าพอใจเช่นกัน ถึงตอนนี้มั่นใจเต็มที่ว่าเอาชนะได้ชัวร์ขอลองท่าแปลกๆดูบ้างเช่นท่า uki-otoshi ปรากฏว่าทุ่มไม่ได้เพราะว่าผมยังอ่านจังหวะขาของคู่ต่อสู้ไม่เด็ดขาดเท่าไรทำให้ท่านี้ไม่เห็นผล หมดเวลา ขอประเมินผลคู่ต่อสู้คนนี้ซักหน่อย คู่ต่อสู้คนนี้การจับคอเสื้อกับแขนเสื้อทำได้ดีตามหลักยูโด(ไม่ออกแรงตอนจับและแขนไม่กางออกกว้าง) แต่ว่าการทุ่มกับก่อนที่จะทุ่มยังไม่เด็ดขาดเท่าที่ควร ส่วนเรื่องการเคลื่อนไหวและสเต็ปขาถือว่าพื้นๆไม่ซับซ้อนซักเท่าไร

สำหรับรอบที่สอง ผมไม่ได้เป็นคนเลือกแต่ว่าเป็นคนถูกเลือกโดยสายดำ ประวัติของคู่ต่อสู้คนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นมายังไงที่แน่ๆคือจบจากคอร์สเรียนที่โคโดกังทั้ง2คอร์สแล้วก็มีการมาซ้อมรันโดริที่โคโดกังอยู่พอสมควร รูปร่างและน้ำหนักผมถือว่าได้เปรียบแต่ว่าประสบการณ์ผมคงเป็นรองอยู่ ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อดี การจับการเข้าทำรวดเร็วรัดกุมใช้ได้ เวลาผ่านไปพอสมควรยังไม่มีใครพลาดจนถึงจุดนึงเรียกได้ว่าเป็นการรอของผมเลยก็ว่าได้ ผมจงใจก้าวขาขวาออกไปเล็กน้อยเพื่อเชิญชวนให้คู่ต่อสู้ใช้o-sotogari แล้วก็เป็นไปตามที่ผมคาด จังหวะที่คู่ต่อสู้ใช้ o-sotogari ออกมานั้นผมรอ o-sotogari สวนกลับอยู่แล้วครับเพียงแต่ต้องเผื่อระวังkuzushiของคู่ต่อสู้ไว้ให้ดีด้วย จากจุดนี้ทำให้ผมล้มคู่ต่อสู้ไปได้ครั้งนึง แต่ว่าแต้มเมื่อกี้ถ้าเป็นแข่งจริงคงยังไม่ถึงขั้นได้ippon ขอชมนิดนึงว่าคนนี้สามารถต้านและหลุดจากท่า sode-tsurigomikoshi ของผมออกไปได้ อาจเป็นเพราะว่าผมไม่ค่อยได้ฝึกและใช้ท่านี้เท่าไรนักทำให้จังหวะการดึงพลาดไปเล็กน้อย ระหว่างที่เวลาเดินไปเรื่อยๆผมคิดถึงท่า tomonageขึ้นมาแต่ว่าไม่ได้ใช้นานแล้ว(ครั้งสุดท้ายที่ใช้ไปก็ประมาณ8-9เดือนที่แล้ว)เดี๋ยวพลาดแล้วจะยุ่งไม่ใช้ดีกว่า เลยเปลี่ยนใจมาใช้ท่า o gurumaแต่ก็ยังทุ่มไม่ได้เพราะว่าแรงจากkuzushiยังไม่ดีพอ ใกล้หมดเวลาผมนึกถึงคุณลุงคนนึงที่ผมเคยรันโดริด้วย คุณลุงคนนี้ชอบเอาขาขวาของเค้ามาเกี่ยวไว้ที่ขาซ้ายของผมเพื่อรอจังหวะใช้uchimata หรือไม่ก็o-uchigari แล้วแต่จังหวะจะพาไป ผมขอยืมเทคนิคของคุณลุงท่านนี้มาใช้ก่อนละกัน ขาเกี่ยวไว้ตามแผนตอนนี้ทั้งคู่ต่างเหลือขาเดียวในการทรงตัว เรื่องทรงตัวขาเดียวผมมั่นใจว่าไม่แพ้ใครอยู่แล้วครับกระดึบๆอยู่ประมาณ2-3วิก็สามารถทำลายการทรงตัวของคู่ต่อสู้ลงได้ เมื่อจังหวะมาก็หมุนตัวใส่ uchimataทันทีโดยไม่รีรอ แล้วเวลาก็หมดลง คู่ต่อสู้ท่านนี้ผมถือว่าใช้ได้ทีเดียว เพียงแต่อาจจะประมาณสายขาวอย่างผมไปนิดนึงเลยทำให้เกิดช่องว่างขึ้นได้ บวกกับคนญี่ปุ่นอาจจะคิดอะไรตรงๆไม่ซับซ้อนก็เลยโดนจับเดินตามกระดานหมากที่ผมวางไว้ แต่ถ้ารันโดริกันต่ออีกยกผมคงจะเป็นฝ่ายแพ้แน่ๆ

ยกที่3 คราวนี้ผมก็ถูกเลือกอีกแล้ว เพื่อนกันเองครั้งคนนี้เข้าเรียนก่อนผมเดือนนึง แต่ว่ามาไม่ต่อเนื่องเท่าไรทำให้พลาดการเรียนบางจุดที่สำคัญในบางวันไป คู่ต่อสู้คนนี้เป็นทนายความ น้ำหนักอีก2กิโลก็ละ100พอดี ผมคงเสียเปรียบเล็กน้อยด้านน้ำหนักแต่ว่าก็ถูกชดเชยด้วยท่าทุ่มต่างๆและความเร็วที่ผมน่าจะเหนือกว่าเล็กน้อย (เป็นครั้งแรกที่ได้สู้กับทนายความ นอกศาล) เปิดมาเริ่มต้นด้วย de-ashibarai ก็สามารถล้มคู่ต่อสู้คนนี้ได้แล้ว อาจเป็นเพราะว่าพอเวลาเริ่มเดินผมก็เริ่มใส่ทันทีไม่ให้ตั้งตัว ต่อจากนี้ผมก็เล่นแบบสบายๆแล้ว ขอลองเป็นฝ่ายตั้งรับดูบ้าง ทำให้รู้อะไรบางอย่างว่า คนตัวใหญ่น้ำหนักเยอะไม่เสมอไปที่จะมีแรงเยอะ คนนี้ผมถือว่าเล่นได้สบายสุดแล้วครับ คู่ต่อสู้พยายามที่จะเข้าทำโดยผมคิดว่าน่าจะเป็นท่า ko-uchigari หรือไม่ก็ท่าo-uchigari เพียงแต่ขาของคู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะเข้าถึงขาของผมได้เลย จากนั้นผมก็บอกต่อว่าลองใช้ท่าที่คิดว่าถนัดที่สุดดู เผื่อจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงจังหวะของเกมได้บ้าง ท่าที่ถนัดที่สุดของคุณทนายคือท่า o-goshi แต่ก็มือขวาที่คิดจะเข้ามาโอบหลังผมเพื่อที่จะทุ่มนั้นถึงผมดึงอยู่ด้วยแขนซ้าย 3ครั้งก็แล้ว5ครั้งก็แล้วก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวผมได้เลย คงจะเกิดความท้อใจขึ้นมันก็เลยเป็นการเปิดช่องให้ผมใช้ o-uchigari ได้ ถือว่าเป็นการล้มครั้งที่2ของคุณทนาย ต่อจากนี้จากการรันโดริก็กลายเป็นการทบทวนบทเรียนไปซะงั้น เริ่มต้นจากพื้นฐานการทุ่มของยูโด คือ kuzushi tsukuri kake ตามลำดับ แต่ว่าคู่ต่อสู้คนนี้ไม่มีการใช้ kuzushiเลยแม้แต่น้อย ส่วนเรื่อง tsukuriถ้าหากไม่ใช้kuzushi นำก่อนแล้วการจะใส่ท่าบางครั้งก็ทำได้ยาก ยกตัวอย่างเช่นท่า o-goshi ที่แขนไม่สามารถขยับมาโอบหลังผมได้ก็เพราะว่าไม่ได้มีการดึงนำก่อนนั้นเอง หรือว่าจะเป็นเรื่องขาที่จะเข้าทำในท่า o-uchigari ถ้าขาดการทำkuzushiแล้วถึงจะก้าวมาถึงจุดที่จะตวัดขา(kake)ได้ยังไงก็ไม่สามารถทำให้ใครล้มได้แน่ๆ

รอบสุดท้าย ผมขอเป็นฝ่ายเลือกคู่ซ้อมบางครับ คนนี้เรียนมาก่อนผมเดือนนึง น้ำหนักตัวรูปร่างเท่าๆกัน คู่ต่อสู้คนนี้พื้นฐานแน่นเพราะตลอด2-3อาทิตย์ที่ผ่านมาซ้อมอุจิโกมิด้วยกันบ่อยๆ การก้าวขาการดึงจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เริ่มต้นผมเป็นฝ่ายล้มก่อนเลยจากท่า ko-sotogari เรียกได้ว่าการเข้าทำไม่แรงแต่ว่าจังหวะกับความเร็วลงตัวพอดี ช่วงที่กำลังล้มคิดถึงรุ่นพี่ที่มหาลัยเคยสอนเทคนิคกลับตัวใช้อุเกมิด้านหน้าเอาไว้ขึ้นมาได้คือว่าตอนล้มอย่าเอาหลังลงเพราะจะทำให้เสียอิปป้งหรือวาซาอาริได้ง่ายๆ ดังนั้นให้พยายามกลับตัวในช่วงสุดท้ายมาเป็นท่าอุเกมิด้านหน้าแทนจากที่จะเสียคะแนนก็จะกลายเป็นยูโก หรือ โคกะแทน เทคนิคนี้ถ้ามีการฝึกอยู่บ่อยๆก็จะใช้ออกมาเองอย่างเป็นธรรมชาติและเป็นประโยชน์กับการแข่ง หลังจากที่เสียคะแนนแบบยังงงไม่หายว่าล้มได้ยังไงกับการโดนตวัดขาทั้งๆที่ไม่แรงเท่าไร ก็ต้องจัดเต็มที่แล้วสำหรับการรันโดริรอบนี้ แต่จะเข้าทำยังไงในเมื่อฝ่ายโน้นก็รักษาสมดุลร่างกายได้ดีพอสมควรที่สำคัญคู่ต่อสู้คนนี้รู้จักใช้แรงเหวี่ยงให้เป็นประโยชน์ในบางจังหวะ และแล้วก็สังเกตุได้ว่าการที่ผมเข้าทำไม่ค่อยได้เป็นเพราะมือซ้ายของคู่ต่อสู้ที่จับอยู่ที่แขนขวาของผมเป็นอุปสรรคในการเข้าทำของผม คิดได้อย่างนี้แล้วแขนขวาของผมก็หมุนเพื่อปัดแขนซ้ายของคู่ต่อสู้ดูซัก2รอบ แล้วดูว่าคู่ต่อสู้จะแก้ยังไง ได้ผลครับในขณะที่แขนซ้ายของคู่ต่อสู้กำลังยุ่งกับมือขวาของผม ผมรับรู้ได้ถึงแรงและน้ำหนักของคู่ต่อสู้ที่ถูกถ่ายเทไปทางด้านซ้ายของคู่ต่อสู้ จังหวะนี้ผมใช้ sode-tsurigomikoshi ออกไปทันที พอจะจับจุดได้หน่อยนึงว่าคนญี่ปุ่นมักทำอะไรตรงๆ ไม่พลิกแพลงเท่าไร อย่างเช่นการจับโดยใช้มือขวา คนญี่ปุ่น(ยูโดเพิ่งหัดเล่นไม่นาน)จะคิดแต่ว่าท่าเข้าทำต่างๆน่าจะวนขวาซะส่วนใหญ่ พอเจอวนซ้ายเข้าไปก็เลยโดนทุ่มได้ง่ายๆ หลังจากนี้ก็เป็นการเดินไปเดินมาใช้ท่าo-sotogari, tai-otoshi, de-ashibarai สำหรับท่า tai-otoshi ที่ผมใช้ออกไปเกือบจะทุ่มได้สำเร็จแต่เพราะการย่อตัวน้อยไปหน่อยของขาผมทำให้ผมไม่กล้าที่จะทุ่มเต็มแรง(กลัวขาจะไปปะทะกับเข่าของคู่ต่อสู้แรงเกินไปจนบาดเจ็บได้) เหลือบดูนาฬิกาเหลือประมาณ15วินาทีสุดท้าย มองไปที่แขนขวาของคู่ต่อสู้แล้วสังเกตุเห็นจุดอ่อนขึ้นมาทันที คงเป็นเพราะท่า sode-tsurigomikoshi ที่ใช้ไปก่อนหน้านี้ทำให้คู่ต่อสู้คอยระวังว่าผมจะใช้อีกครั้ง ทำให้รู้สึกได้ถึงแรงและน้ำหนักทางแขนขวาของคู่ต่อสู้พยายามดันออกไปทางด้านซ้ายมือของผมในช่วงท้ายๆของการรันโดริ เป็นครั้งแรกที่ผมเลือกใช้ท่า ippon seoinage และใช้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ทีเดียวคงเป็นเพราะแรงส่งของคู่ต่อสู้ช่วยหนุนให้ทุ่มได้ง่ายขึ้น (ปกติผมเคยใช้ ippon seoinage หรือ seoinage แต่ว่าไม่ค่อยจะได้ผลซักเท่าไรเพราะว่าขาดแรงส่งของคู่ต่อสู้) หมดเวลาลงไปผมว่าคู่ต่อสู้คนนี้พื้นฐานยูโดแน่นใช้ได้ทีเดียว ขาดแต่ประสบการณ์และการพลิกแพลงเล็กๆน้อยๆ

จากเริ่มต้นจนจบจากการรันโดริในวันนี้ผมคิดอยู่เสมอถึงความปลอดภัย ตัวผมเองไม่ห่วงเท่าไรคิดว่าคู่ต่อสู้คงรู้ลิมิตและมั่นใจว่ามีการช่วยเซฟตัวผมอยู่แล้ว แต่ความปลอดภัยที่ผมคิดอยู่ในใจคือว่าทำยังไงที่ไม่ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บเท่านั้นเอง เพราะยังไงมันก็แค่การซ้อมที่ไม่ได้จริงจังอะไรเท่าไรนัก หากไปทำให้ใครบาดเจ็บแล้วพักยาวคงจะไม่ดีแน่ๆ แต่แล้วทุกรอบก็ผ่านพ้นไปด้วยดี วันนี้ถือว่าเป็นการซ้อมที่สนุกและน่าสนใจจริงๆ โดยเฉพาะท่าทุ่ม ippon seoinage ที่ผมใช้ในช่วงเวลาท้ายๆของรันโดริครั้งสุดท้าย(ถ้านับคะแนนจริงๆผมว่าอันนี้เป็นอิปป้งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากการรันโดริทั้ง4ครั้ง)

ระหว่างทางเดินไปขึ้นรถไฟเพื่อกลับบ้าน ตอนนี้เพิ่งรู้สึกว่าแขนขวาผมมันตึงๆบริเวณข้อศอกขวา คงเป็นเพราะออกแรงมากกว่าวันอื่นๆเล็กน้อย อีกจุดนึงคือบริเวณขาขวา รู้สึกได้ถึงการฟกช้ำในหลายๆจุด ไม่รู้ว่าผมไปเตะคนอื่นหรือว่าโดนคนอื่นเตะกันแน่ แต่พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ไม่มีการซ้อมคงจะมีเวลาให้ฟื้นตัวทันการซ้อมวันจันทร์

หลังจากลงรถไฟ เตรียมตัวไปขับรถกลับบ้านผมก็นึกถึงเรื่องเล่นๆว่า ถ้าบัตรจอดรถหายจะทำยังไงดี คุยกันเป็นภาษาไทยยังไม่รู้จะเริ่มคุยกับใครนี่เป็นภาษาญี่ปุ่นยิ่งยุ่งแน่ๆแต่ผมจำได้ว่าผมใส่บัตรจอดรถไว้ในกระเป๋าด้านซ้ายของกางเกง ลองล้วงดูแล้วผมก็หาบัตรจอดรถไม่เจอ นึกย้อนไปว่าเก็บไว้ไหนรึเปล่า ลองค้นดูทุกที่ที่น่าจะค้นได้ก็ไม่เจอ ตอนนี้เริ่มนึกเหตุการณ์ย้อนกลับไปว่าลืมไว้ที่ล๊อคเกอร์ตอนเปลี่ยนชุดรึเปล่า แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าตอนลงจากรถไฟเพื่อที่จะเดินไปโคโดกังนั้น ผมรีบมากๆแล้วตอนล้วงกระเป๋าตังค์เพื่อที่จะเอาบัตรรถไฟคงไม่ทันสังเกตุว่าบัตรจอดรถมันได้ร่วงหล่นออกไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ทีนี้จะทำยังไงดีกับการเอารถออกจากลานจอดรถ จะต้องหาหลักฐานมายืนยันการเป็นเจ้าของรถรึเปล่า เอาเป็นว่าตอนได้บัตรจอดรถมาจากเครื่องออกบัตร ผมก็เลยลองกลับไปตรงทางเข้าลานจอดรถ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณเกือบ3ทุ่มไม่มีรถเข้ามาในลานซักเท่าไร ทำให้ผมมีเวลาลองไปกดเครื่องออกบัตรดูแต่ว่าบัตรมันก็ไม่ออกมา (ถ้าบัตรมันออกมาง่ายๆลานจอดก็คงจะวุ่นวายพิลึก) ทำให้ผมรู้ว่ามันมีเซนเซอร์ตรวจจับคล้ายๆกับเซนเตอร์ตอนจ่ายค่าผ่านทางของทางด่วนนั้นแหละ ถ้าหากมันจับไม่ได้ถึงเครื่องยนต์ของรถมันก็จะไม่ออกบัตรมาให้ แผนเอล้มเหลว คิดถึงแผนบีขึ้นมาได้ว่า ถ้าไปยกไม้กั้นตรงทางออกแล้วก็ขับออกไปมันจะได้ผลมั้ย แต่ถ้าทำอย่างนี้แล้วผมมั่นใจว่าทางออกมันต้องมีกล้องวงจรปิดอยู่แน่ๆ จากเรื่องบัตรจอดรถหายก็จะกลายเป็นเรื่องอาชญากรรมไปได้ เปลี่ยนใจเป็นเดินเข้าห้างไปหาประชาสัมพันธ์เพื่อที่จะถามดูว่าต้องทำยังไงบ้างถึงจะเอารถออกได้ แล้วผมก็เพิ่งรู้ว่าห้างสรรพสินค้าตรงลานจอดรถนี้ไม่มีประชาสัมพันธ์ ระบบทุกอย่างของลานจอดรถเป็นคอมพิวเตอร์คุมทั้งนั้น แล้วจะทำยังไงดี

ผมกลับไปที่เครื่องออกบัตรอีกครั้ง แล้วดูป้ายอธิบายเกี่ยวกับการใช้ที่จอดรถเผื่อจะมีข้อไหนอธิบายเกี่ยวกับการทำบัตรจอดรถหาย ก็ไม่ได้เขียนไว้ นอกเหนือจากการอธิบายเกี่ยวกับอัตราค่าจอดรถแล้วก็มีเพียงเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น หมดทางเลือกผมกดเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ รออยู่นานพอสมควรคงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์แล้วก็3ทุ่มกว่าแล้ว สุดท้ายก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่รับสาย เจ้าหน้าที่บอกว่าให้นำรถไปบริเวณทางออกลานจอดรถใกล้ๆกับเครื่องเก็บบัตรจะมีโทรศัพท์อยู่ให้ใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะรู้ว่าปัญหาของคนขับรถมันอยู่ตรงไหน ผมทำตามที่บอกขับรถไปตรงทางออกแล้วก็ใช้โทรศัพท์ที่แขวนอยู่กับเครื่องเก็บบัตรกดปุ่มแดงเพื่อทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ ซักพักเจ้าหน้าที่ก็ขอทราบชื่อและสีของรถเพื่อที่การเช็คให้แน่ใจว่าอยู่ในจุดเดียวกันกับที่เข้าใจรึเปล่า ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่(สุดแสนใจดี) ก็สั่งผ่านคอมพิวเตอร์ให้ที่กั้นทางออกเปิดขึ้นโดยไม่เสียค่าบริการใดๆทั้งสิ้น รวมถึงค่าจอดรถ800เยนด้วย หลังจากขอบคุณ2-3รอบตามธรรมเนียมญี่ปุ่นแล้วผมก็รีบขับออกจากบริเวณปัญหานั้นทันที เพิ่งรู้ว่าถ้าบัตรจอดรถหายแล้วจะได้จอดรถฟรี ครั้งหน้าผมจะจงใจหายอีกดีมั้ยเนี้ย



Create Date : 05 สิงหาคม 2554
Last Update : 5 สิงหาคม 2554 22:35:41 น. 7 comments
Counter : 866 Pageviews.

 
ขอบคุณคับ ขอบคุณคับ


โดย: nangjai1 วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:10:18:44 น.  

 
แนะนำให้น้อง พิมพ์แล้วก็ enter ให้อยู่คนละบรรทัดบ้าง จะได้อ่านได้ง่ายขึ้นนะคะ ^_^


โดย: keng_toshi IP: 182.93.136.114 วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:10:49:43 น.  

 
เรื่องที่เขียนเล่าสนุกดี แต่ขอตินิดหนึ่ง ตรงที่พิมพ์ติดกัน น่าจะเคาะเว้นวรรคหน่อย

เว้นบรรทัดนิดด้วยคงจะอ่านได้สนุกกว่านี้ค่ะ


โดย: แม่มดน้อยน้อยโดเรมีจอมยุ่ง (เตยจ๋า ) วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:10:52:05 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:11:01:03 น.  

 
ขอบคุณในคำติชมครับ ผมพิมพ์เก็บไว้ใน word ใช้enterตามปกติ แต่พอเอามาลงในนี้ มันดันเป็นอย่างที่เห็นข้างบน ไว้จะปรับปรุงแก้ไขครับ


โดย: ablaze357 วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:12:19:47 น.  

 
อ้าว...ค่ะดีคะเว้นวรรคหน่อยเวลาอ่านแล้วจะได้ไม่ทรมานฮ่า


โดย: แม่มดน้อยน้อย (Opey ) วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:12:31:58 น.  

 
แก้ไขโดยการเว้นวรรค แล้วครับ อย่าว่าแต่คนอื่นอ่านเลยครับอ่านเองก็ยังตาลายเลยครับ


โดย: ablaze357 วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:22:36:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.