Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
สัมมนาศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น

ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งแต่6.30โมงเช้า ทั้งๆที่นัดเพื่อนอีก2คนไว้ที่สถานีรถไฟตอน9.50 ปกติตื่น9โมงก็ยังไปทันแต่วันนี้มันไม่ปกติ เพราะว่าต้องไปสถานีด้วยการเดิน (ทุกครั้งจะไปด้วยจักรยาน) พร้อมกระเป๋าใบโตอีก1ใบ ยังมีงานที่ค้างไว้รีบเคลียร์ตอนเช้าให้จบ จะได้ไปสัมมนาได้อย่างสบายใจ


ออกจากบ้าน8.30 ด้วยการเดิน ไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลาเท่าไหร่เหมือนกันเพราะมีกระเป๋าใบใหญ่ ก็ค่อยๆเดินไป แดดดีไม่หนาว ถึงที่นัดหมายไว้ ตอน9.30 เพื่อนก็มาถึงพร้อมกันพอดี มาทำไมกันก่อนเวลานัด มันไม่มีประโยชน์อะไร เพราะรถไฟที่จะนั่งมันออก 10.11  แต่ที่นัด9.50 เพราะอยากเผื่อเวลาไว้นิดหน่อย เผื่อหากันไม่เจอ ส่วนที่ผมมาก่อนก็เพราะว่าจะมาดูว่าต้องนั่งรถไฟขบวนไหนจะได้ไม่พลาด (เรื่องวางแผนเดินเกม ไม่เคยพลาดอยู่แล้ว)


รถไฟตอนออกจากสถานีให้ความรู้สึกในเมือง คนยุ่งๆ คนขับรถไฟประกาศด้วยเสียงเย็นชาเหมือนเครื่องจักร แต่พอเริ่มออกจากเมืองสู่บ้านนอก ความยุ่งเหยิงก็หายไป คนในรถไฟน้อยลง นอกหน้าต่างเป็นทุ่งนา ป่าเขา คนขับรถไฟประกาศเสียงออกมาตามไมค์ก็ให้ความรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น 11.36ถึงที่หมายออกมาจากสถานี เออมันชนบทจริงๆไม่มีอะไรเลย หาข้าวกินก่อนดีกว่า บริเวณสถานีรถไฟมีร้านอาหารอยู่ร้านเดียว ขายโซบะกับอุด้ง ก็ถ้าสถานีไม่มีของกินแล้วไม่ต้องไปหาที่อื่นหรอกมันไม่มีประมาณ80เปอร์เซนต์ กินโซบะก็ได้ จริงๆไม่หิวเพราะมื้อเช้าเพิ่งจัดการของเหลือที่บ้านรวมๆกันเป็นแกงข่าไก่ใส่ทุกอย่างกับข้าว1ชามมาแล้ว แต่เพื่อนมันไม่ได้กินมาก็กินกันคนละชามแหละดีสุด เพราะกว่าจะได้กินอีกทีก็มื้อเย็น แล้วอาหารมื้อหน้ามันจะเป็นยังไงก็ยังไม่มีใครบอกได้ กินไว้ก่อนดีที่สุด สั่งเทปปุระโซบะมา ราคา 390 เยน รดชาติแย่ๆแต่ก็กินจนหมด ระหว่างกินคนขายก็คุยด้วยเป็นอย่างดี เค้าบอกว่าทำไมวันนี้กับเมื่อวานมีต่างชาติมาเยอะจังเกี่ยวกับเรื่องกีฬาอะไรนี่แหละ อย่างคนที่มากินก่อนหน้านี้ก็มาพร้อมกับเคนโด้ เค้าก็ถามว่ามาด้วยกีฬาเคนโด้รึเปล่า ผิดครับผม 3คนนี้มาด้วยกีฬายูโดต่างหากละ ก็ดีเลยถือโอกาสถามทางไปในตัว ว่าจากนี้ไปจะต้องไปไหนถึงจะไปโผล่บูโดกังเซนเตอร์


ตามเส้นทางที่สอบถามมา เดินตรงๆไปตามทางจะเจออุโมงค์ให้มุดอุโมงค์ โผล่ไปจะเป็นโรงพยาบาลแล้วก็ขึ้นเขาไปนิดหน่อยก็จะถึง เดินประมาณ15นาทีก็ถึงที่หมาย มาถึงก่อนเวลา25นาที ที่นี้เหมือนกันเป็นสถานที่เช่าให้สำหรับการสัมมนา แต่มีสถานที่สำหรับการฝึกซ้อมกีฬารวมอยู่ด้วย งานนี้เบ็ดเสร็จแล้วยังไงก็ถูกมากๆ 5250เยน รวมที่พัก3คืน อาหารบุฟเฟ่ต์ทุกมื้อ


ปัญหาแรกที่เจอคือ ห้องที่เพื่อนคนที่มาปีที่แล้ว (เป็นพี่เลี้ยงไปในตัวเลย) บอกว่าติดต่อจองไว้นอนห้องเดียวกันหมดแล้วดันแยกห้องกันหมด แต่ลองคุยกับเจ้าหน้าที่จัดการเค้าก็บอกว่าให้ไปคุยแล้วเปลี่ยนกับคนอื่นกันเอง ถ้าเจ้าของห้องให้เปลี่ยนก็ไม่มีปัญหา ไปเช็คดูตารางรายชื่อกับจำนวนครั้งที่มาแล้ว ก็รู้ว่าในจำนวนห้องที่แยกๆกันอยู่มีห้องนึงเป็นคนที่เพิ่งมาครั้งนี้ครั้งแรกอยู่รวมกัน ก็จัดการยึดห้องนี้ซะเลย เพราะว่ามาครั้งแรกคงยังใหม่ไม่รู้ระบบกับวิธีการทั้งหมด ถ้าไม่เปลี่ยนเองตอนนี้เดี๋ยวถึงเวลาตอนลงทะเบียนมันจะยุ่งยากในการขอให้ครบทุกคนเพื่อที่จะเปลี่ยนห้อง ก็เอาปากกาไปเปลี่ยนให้เองเลย สรุปได้ห้องมาโดยไม่มีปัญหา


ลงทะเบียนเสร็จเก็บของขึ้นห้อง เริ่มกันเลย เปิดงาน แล้วก็สัมมนากันเลย วันแรกเริ่มที่ยูโดก่อน เค้าเชิญคนของไอเจเอฟมาพูด เป็นคนญี่ปุ่นแต่ว่าพื้นฐานทำงานเกี่ยวกับยูโดที่ฝรั่งเศสมา30ปี ชื่ออาจารย์มุราคามิ อายุ63ปี แต่ว่าดั้ง8 ไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะว่าอาจารย์ที่โคโดกังเก่งๆแก่ๆทำงานเกี่ยวกับยูโดมา50ปีกว่าปีแล้ว อายุก็70กว่า ยังแค่ดั้ง7 แสดงว่าอาจารย์ท่านนี้คงมีอะไรน่าสนใจแน่ๆ เค้ามาพูดเกี่ยวกับเรื่องยูโดญี่ปุ่นกับยูโดฝรั่งเศส ความแตกต่างในหลายๆด้าน ยกตัวอย่างเช่นการเข้าท่าโอโซโตการิ ที่ญี่ปุ่นเอาตัวชนเพื่อเสริมแรงดึงก่อนที่จะตวัด แต่พื้นฐานที่ฝรั่งเศสกลับสลับกัน เค้าถือว่าการชนเป็นการลดแรงในการทุ่ม ให้เข้าไปแบบเป็นวงกลมตัวไม่ชนกัน ตอนพูดเค้าแสดงให้ดูด้วยว่าทำได้จริง ก็แปลกดีเป็นความรู้ใหม่ การสัมมนาเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพราะว่าต้องพูดญี่ปุ่นแล้วมีคนแปลเป็นอังกฤษอีกที พอดีเป็นเรื่องยูโดเลยไม่น่าเบื่อ แต่สำหรับคนอื่นที่มาจากพื้นฐานกีฬาอื่นแล้วอาจจะเบื่อจนหลับไปเลยก็เป็นได้


จบจากการพูดเรื่องยูโด ก็แยกย้ายกันไป ใครเรียนศิลปะการต่อสู้อะไรมาก็จะแยกกันไปเป็นกลุ่มๆตามสิ่งที่เรียนมาเพื่อฝึกซ้อม ยูโดก็ไปยูโด ไอคิโดก็ไปของเค้า เคนโด้ และอื่นๆก็แยกกันไป


มีเด็กมหาลัยบูโดมาซ้อมด้วย แต่ละคนหูบี้แบนมาเชียว ดูจากหูแล้วน่าจะมีฝีมือสูงพอควร ซ้อมวันแรกเซ็งตัวเองเหมือนเคย ทำอะไรไม่ค่อยได้ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วในการแข่งก็แพ้ มาวันนี้ก็ยังเล่นได้ไม่ถูกใจตัวเองอีก แถมคนที่มาซ้อมด้วยเค้าไม่ได้เล่นจริงๆซะด้วย น่าจะออกแรงแค่3ส่วน10 ยังเป็นแบบนี้ เนื้อหาในการซ้อมวันนี้คือเริ่มจากวอร์มอัพ หลังจากนั้นก็ เนวาซะ3นาที10ยก พักหน่อยนึง เข้าท่าประมาณคนละ40-50ครั้ง แล้วก็รันโดริในท่ายืน3นาที8ยก ซ้อมวันแรกรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าไปเลย หลังจากเลิกซ้อม ไปแช่น้ำร้อนระหว่างแช่น้ำร้อนก็คิดเป้าหมายไว้เลยว่า ใน3วันนี้ที่ซ้อมด้วยกันทุกวันจะต้องทุ่มคู่ซ้อมให้ได้ ตั้งใจไว้ว่าเตรียมตัวท่าเซโอนาเกะมาสำหรับการแข่งเมื่อวาน น่าจะเอามาใช้กับคู่ต่อสู้ที่นี่ได้


ปาร์ตี้เปิดงาน วันนี้เริ่มต้นด้วยเบียร์ อาหารเยอะดี กินยังไงก็ไม่หมด เอาแค่อิ่มพอ หลังจากนั้นก็ไปนอน เพราะทุกคนเมื่อคืนนอนกันนิดเดียวต้องตื่นเช้า นอนไปได้ถึงประมาณ4ทุ่ม เพื่อน(พี่เลี้ยง)เสร็จงานนั่งรถไฟมาถึงแล้ว ปลุกทุกคนให้ลงไปปาร์ตี้ต่อ ยุโรปกับอเมริกาเป็นเหมือนกันทุกที ทุกค่ำคืนต้องปาร์ตี้ประจำ ทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกันก็ตอนกลางวัน อาจจะมีหลายคนที่รู้จักกันก่อนหน้านั้นแล้ว แต่โดยรวมเพิ่งเจอกันไม่นาน ก็จัดปาร์ตี้แบบนี้ประจำ ต่างคนต่างรินต่างกิน ไม่ชอบเหล้าเบียร์อยู่แล้ว แต่ก็คุยกันไปหลายเรื่อย กว่าจะเลิกก็ตี2 ไม่ไหวละไปนอนดีกว่า ได้ลองหลายหลายจริงๆ ทั้งรัม ทั้งสาเก และอื่นๆ ในวงเหล้าได้รับบัตรเชิญเพิ่มมา1ใบ ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากจริงๆ บัตรเชิญที่ว่านี้เกี่ยวกับการไปซ้อมที่สำนัก โคเซ็นยูโด ในเมื่อโอกาสมาแล้วก็ต้องคว้าเอาไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อมเพราะจะไปเที่ยวกับกลับไทย ก็หลังจากกลับมาญี่ปุ่นอีกครั้งจะไปซ้อมดูก่อน ไม่ไหวก็ต้องพยายามให้มันไหว เพื่อความก้าวหน้าของตัวเองในด้านยูโด


แปลกดีวันที่2ตื่นเช้าเชียว ตื่นมา 6.50 เพื่อนคนอื่นดูท่าทางง่วงกันจัง ทำไมคึกอยู่คนเดียวก็ไม่รู้ ไปอาบน้ำแปรงฟันแล้วก็กินข้าวเช้า หลังจากนั้นเดินทางไปมหาลัยบูโด(ประมาณ5-10นาที) เข้าห้องประชุมอีกแล้ว วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับคิวโด้หรือยิงธนู กับ คาราเต้ 3ชั่วโมงจนถึงเที่ยงครึ่ง เล่นเอามึนไปเลย ทั้งญี่ปุ่นทั้งอังกฤษ แถมไม่ได้สนใจกับ2เรื่องนี้ซักเท่าไหร่มันก็ยิ่งน่าเบื่อ ข้าวเที่ยงวันนี้เป็นสปาเก็ตตี้ส่วนของหวานเป็นเจลลี่มี3รส กินทั้ง3รสอย่างละ2 รสส้ม องุ่น และ พีช หลังเที่ยง เริ่มต้นด้วยซูโม่กันก่อนเลย


แรกๆกล้าๆกลัวๆอยู่ว่าไอ้ที่พันเหมือนกางเกงมันจะต้องใส่กันยังไง แต่เค้าไม่ให้ถอดหมดเพราะว่าถ้าถอดหมดใส่แล้ว คนที่จะมาใส่ต่อคงไม่กล้าใส่ ก็ให้ใส่กางเกงในหรือว่าขาสั้นแล้วค่อยพันผ้า คนไทยเรียกว่าผ้าเตี่ยวแต่จริงๆไม่ใช่เลย เป็นเหมือนผ้าคลุมกระบะหนักประมาณ3กิโลได้มั้ง ใส่แล้วมันจะดันให้ช่วงท้องพองออกมา ก้มตัวหรือจะเดินก็แสนลำบาก ก็เริ่มเรียนรู้ท่าพื้นฐาน วิธีการเดิน ซูโม่ในความคิด ผมคิดว่าคงจะอ้วนแผละตัวโตอึดอาด แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย หลังจากได้ดูวิธีการเดินจากอาจารย์ผู้สอน ขยับตัวเข้ามาหาได้เร็วมากๆแถมเข้ามาด้วยท่าที่น่ากลัวด้วย คนที่เล่นจะต้องตัวอ่อน+ยึดหยุ่น ก็เป็นกีฬาที่สนุกอีกกีฬานึง แต่ถ้าจะให้เล่นจริงจังคงไม่ไหว เพราะว่าเข่าต้องทำหน้าที่หนักมากในการขยับตัว


 อาจารย์ผู้สอน3คนก็ใจดี แต่ว่าตอนทดลองแข่งไม่มีนักเรียนคนไหนเอาชนะได้เลย หลังจากซูโม่ ก็กลับไปกีฬาที่แต่ละคนถนัดกันอีกครั้ง ซ้อมยูโดวันนี้นี่แหละจะต้องเล่นให้ดีกว่าเมื่อวาน คู่ซ้อมยังเป็นชุดเดิมอยู่ จังหวะในการเข้าจับทำได้ดีกว่าเมื่อวาน จังหวะในการเข้าท่าก็มีมากขึ้น ทำให้พอที่จะทุ่มคู่ซ้อมไปได้บ้างแต่ส่วนใหญ่ยังเป็นท่าขาอยู่ พยายามจะใช้เซโอนาเกะ กับท่าที่หมุนตัวทุ่มแต่มันก็ยังใช้ไม่ออก แต่ถือว่าซ้อมวันนี้น่าพอใจในระดับนึง หรือเป็นเพราะเมื่อวานตอนซ้อมไม่ได้ใส่สนับเข่า พอวันนี้ใส่มันก็เล่นดีขึ้นเพราะขยับขาได้ตามที่ใจคิด มื้อเย็นคล้ายกับเมื่อวานแต่ไม่มีเบียร์แล้ว 


หลังมื้อเย็น มีรุ่นน้องที่โคโดกังอยากซ้อมยูโดด้วย ก็จัดให้ บอกแล้วว่าถ้าใครสนใจจะซ้อมขอให้บอกเต็มที่ด้วยเสมอ ก่อนซ้อมเจอเพื่อนไอคิโดที่สนามซ้อม เป็นโอกาสไขข้อสงสัยซะทีว่าที่คนเล่นโดนบิดทุ่มโดดไปโดดมามันจริงหรือแค่อารมณ์พาไป ก็ทดลองดูนิดหน่อยถึงรู้ว่าไอคิโดน่ากลัวมากๆ แต่เป็นการทดลองแบบทั่วๆไป ไม่ได้เอายูโดออกมาใช้


หลังจากนั้นซ้อมพิเศษรอบดึก กับรุ่นน้องที่โคโดกัง (เรียกรุ่นน้อง แต่ถ้าเห็นตัวแล้วคงต้องเรียกคุณพี่ เพราะว่าเป็นอเมริกาผิวสี ตัวโตและสูง) เริ่มจากเข้าท่า ก็ตกแต่งดัดแปลงกันไป ตรงนี้ถึงได้รู้ว่าตัวโตมันก็เรียกว่าเป็นพื้นฐานที่ดี แต่ว่ายูโดมันต้องใช้เวลาและการฝึกซ้อมจริงๆ เนื้อหาวันนี้ก็เป็น โคอุจิ โออุจิ อุจิมาตะ เดอาชิบารัย กับสึบาเมะไคเอชิ ส่วนใหญ่เป็นการสอนเทคนิคและวิธีการฝึกซ้อมแบบอยู่คนเดียวก็ซ้อมได้ซะมากกว่า (555ผ่านไปแค่ปีเดียวกลายเป็นรุ่นพี่ซะแล้ว) ถัดมาถูกท้าทายด้วยเนวาซะรันโดริ รู้มาก่อนว่ารุ่นน้องคนนี้เรียนยูยิตสูมาก่อน แต่ว่ายูโดกับยูยิตสู มันก็แตกต่างกัน อยากรู้เหมือนกันว่าจะชนะรุ่นน้องได้มั้ย ก็ลองดู พื้นฐานดีแต่อย่างที่บอก กติกายูโดมันจำกัดให้ปลอดภัยยูยิตสูได้เปรียบก็จริงแต่พื้นฐานยูโดคุณน้องยังไม่ชำนาญในท่ากดมากนักก็ยังพอที่จะชนะได้ไม่ยาก ระวังก็แค่การรัดการหักเท่านั้นเอง ถัดมาสงสัยรุ่นน้องอยากรู้ว่าที่อธิบายตอนเข้าท่าไปนั้นจะเอามาใช้จริงได้รึเปล่า ก็ยังขอรันโดริในท่ายืนกันต่อ ไม่มีปัญหา ถึงจะตัวใหญ่กว่าสูงกว่าก็ไม่กลัวเพราะเรื่องพื้นฐานกับเทคนิคผมเรียนมาจากโคโดกัง(นานกว่าคุณหน่อยเดียวเองแหละ) โชคดีที่เอาชนะได้ไม่เสียชื่อรุ่นพี่ จริงๆถ้าเทียบกับตอนรันโดริกับเด็กมหาลัยช่วงเย็น เด็กมหาลัยเล่นยากกว่าเยอะเลย พอมาเจอกับคนที่เริ่มเล่นไม่นาน ถึงจะตัวโดกว่าก็เลยไม่เป็นปัญหา เลิกซ้อมต้องไปอาบน้ำกันใหม่เหนื่อยดี ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันมันหลับกันไปหมดละ วันนี้ตั้งใจแล้วว่าตอนดึกจะไม่ปาร์ตี้โดยเด็ดขาดเหนื่อยตับ ง่วงด้วย


วันอาทิตย์ถือเป็นวันที่3แล้ว ตื่นมาง่วงมาก ทั้งที่เมื่อวานนอนเยอะไม่ได้ปาร์ตี้ อาบน้ำแล้วก็ไปมหาลัยบูโดเหมือนเดิม วันนี้เป็น กรุ๊ปดิสคัดชั่น ก็เป็นการสรุปรวมศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นทุกแขนง อธิบายถึงสถานภาพในปัจจุบันกับการก้าวสู่ระดับอินเตอร์ ปัญหาและเส้นทางต่อไปในอนาคตอันใกล้กับระยะไกล เหมือนเดิมเบื่อ ง่วง วันนี้ใช้เวลานานเป็นพิเศษด้วยกลับมาเพื่อกินข้าวเที่ยงก็เที่ยงครึ่งแล้ว มื้อกลางวันวันนี้เป็นแกงกะหรี่ อร่อยขอ2ชาม ช่วงบ่ายเลือกเรียนไอคิโด กับ คิวโด


เป็นคนที่คิดมากเสมอ จะเรียนอะไรจะทำอะไรต้องวางแผนไว้เสมอ ทำไมต้องเป็นไอคิโดก่อนคิวโด เพราะว่าไอคิโดมีการล้มอาจต้องใช้พลังงานมาก ส่วนคิวโดเป็นการยิงธนูใช้ใจมากกว่าแรงกาย จะได้มีเวลาพัก เพราะหลังจากคิวโด ต้องซ้อมยูโด วันนี้ซ้อมวันสุดท้าย ต้องการของจริงไม่ใช่ให้คู่ซ้อมออมมือแบบ2วันที่ผ่านมา


เริ่มจากไอคิโด อาจารย์ผู้สอนใจดีมากๆ เด็กมหาลัยที่เค้าให้มาช่วยสอนเป็นคู่ซ้อมก็นิสัยดี แถมระเบียบวินัยดีมาก ท่าทางอาจารย์สอนมาดีทั้งเรื่อง ไอคิโด การวางตัว และมารยาท เริ่มต้นเรียนฉบับเร่งรัดจากการทำอุเกมิก่อน ตามด้วยการขยับตัวขั้นพื้นฐานและการบิดข้อมือ เนื่องจากเวลาจำกัดเรียนได้เล็กน้อยแต่มันก็รู้สึกถึงเสน่ห์ของไอคิโอขึ้นมาเลย การขยับตัวเรียกได้ว่าแตกต่างไปจากยูโดเลยก็ว่าได้ ถึงจะมีส่วนคล้ายๆกันเล็กน้อยก็ตามที แรกๆคิดว่าการทำอุเกมิหรือการตบเบาะจะเหมือนกับของยูโด แต่มันก็ไม่เหมือนซะทีเดียว เพียงแต่ว่าคนที่เรียนยูโดมาจะมีพื้นไม่กลัวการล้มมันเลยเรียนรู้ได้เร็วขึ้นหน่อย หลังเลิกซ้อมอยากจะลองไปทดลองเอายูโดไปเจอกับไอคิโดดูเหมือนกัน แต่คิดอีกที ศิลปะแต่ละอย่างมันก็มีจุดเด่นจุดด้อยในตัวมันเอง ถ้าเอามาทดลองแบบนี้พลาดไปคงบาดเจ็บและที่สำคัญ คู่ซ้อมเค้าคงไม่เล่นด้วยแน่ๆ ก็เลิกล้มความคิดไป ย้ายสถานที่ไปสนามคิวโดดีกว่า


คิวโด เพิ่งรู้ว่าจะเข้าโรงฝึกคิวโด สิ่งสำคัญคือถุงเท้าเฉพาะ(ถุงเท้าที่แบ่งนิ้วออกเป็น2กีบ) แต่อาจารย์เตรียมถุงเท้าธรรมดามาให้ใช้แทน เพราะมั่นใจว่าไม่มีใครเอาถุงเท้าติดตัวมาด้วยแน่ๆ ธนูและลูกธนูที่ใช้ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ แต่ระดับสูงที่เค้าใช้กันทำมาจากไม้ไผ่ (เผอิญอยู่ระดับต่ำสุด ก็ใช้เท่าที่เค้าหามาให้ใช้ก็พอแล้ว) ท่วงท่าการวางตัวของการยิงธนูดูดีและเท่ห์มากๆ แต่คันธนูก็หนักหนาอยู่เหมือนกันในการง้างหรือการยกให้มันอยู่นิ่งๆขณะง้าง ยิงไปสิบกว่าลูก เป้าขาวสะอาด ปีหน้าหากมีโอกาสจะมาแก้มือใหม่ครับ


สุดท้ายของการซ้อมวันนี้กลับไปที่ยูโดอีกครั้ง เนื่องจากเป็นการซ้อมวันสุดท้ายของการสัมมนา ก่อนซ้อมผมจะบอกคู่ซ้อมทุกคน(ก็เฉพาะเด็กมหาลัยที่ผมต้องการเล่นด้วยนั้นแหละ) ว่าขอให้เอาจริงมาเถอะ อยากรู้ว่าฝีมือจริงๆจะขนาดไหน ท่านอนสู้เค้าไม่ได้เลย วันนี้มีโอกาสซ้อมกับผู้หญิงต่างชาติ2คน คนแรกเป็นคนฝรั่งเศส ศิษย์สำนักโคเซ็นยูโดนั้นแหละ อยากรู้ว่าประมาณไหน เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงอันตรายจริงๆ โดยเฉพาะการหักการล๊อค อายมากแพ้สาว ผู้หญิงอีกคนนึงที่ได้ซ้อมเนวาซะด้วยเป็นคนไต้หวัน รู้อยู่ว่าสายดำของประเทศอื่นได้ยากกว่าสายดำของญี่ปุ่น เลยตั้งความหวังไว้ว่าฝีมือน่าจะเก่งอยู่ แต่ว่าด้วยตัวและแรงที่น้อยกว่าผมก็เอาตัวรอดไปได้สบายๆในยกนี้ ถัดมาเป็นท่ายืนวันนี้ถือว่าซ้อมได้ดีที่สุดใน3วันเลยก็ว่าได้ คู่ซ้อมเค้าก็ยังคงไม่ได้เอาจริงแต่ว่าเพิ่มระดับขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้นเอง วันนี้ทุ่มได้ จังหวะมา แถมขอให้เค้าสอนลูกเล่นการทำลายจังหวะการจับให้ด้วย ในที่สุดก็สามารถทุ่มเค้าด้วยท่าอื่นที่ไม่ใช่ขาลงไปได้ซะที ใช้ โคโซโตแล้วสลับมาเป็นไทโอโตชิ ปกติแล้วถ้าผมทุ่มไม่ได้มันก็คือทุ่มไม่ได้ แต่ถ้าจังหวะที่ทุ่มได้แล้วจะลอยสูงและลอยสวยทุกครั้งครับ ตรงนี้แหละครับที่ผมคิดว่าเป็นเสน่ห์ของยูโดที่ผมขอบ เมื่อกี้แพ้สาวฝรั่งเศสในท่านอนไปหมดรูปคราวนี้ขอลองในท่ายืนบ้างว่าเป็นยังไง ท่ายืนไม่มีปัญหา เรียกว่าเป็นการเอาคืนจะดีกว่า แต่ก็เล่นในจังหวะในลิมิตของความปลอดภัยและรักษาน้ำใจกันมากกว่าที่จะเน้นเรื่องผลแพ้ชนะ เลิกซ้อมแล้วถ่ายรูปรวมเก็บไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็ไปขอถ่ายรูปกับเด็กมหาลัยที่อยู่ซ้อมด้วยกันมา3วันด้วย เพิ่งมารู้ตอนปาร์ตี้ปิดงานว่าแต่ละคนอยู่ที่3ดั้งกันหมดแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่ฝีมือจะเก่ง




จริงๆสัมมนามี4วันคือ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ แต่ว่าคนส่วนใหญ่กลับกันวันอาทิตย์รอบดึกกันหมด เพราะว่าวันจันทร์ทุกคนต่างก็มีหน้าที่การงานที่ต้องไปจัดการกันทั้งนั้น คนอื่นกลับแล้วผมจะอยู่ทำไมละ นั่งรถไฟรอบดึกกลับ ทำให้พลาดในส่วนสุดท้ายของงานวันจันทร์นั้นคือ ศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของญี่ปุ่นแต่ละแขนงนั้นเอง ไม่เป็นไรมีโอกาสปีหน้าค่อยมาตามเก็บอีกครั้ง

สรุป

1.เรื่องน่าเบื่อสุดคงเป็นภาคทฤษฏีที่เป็นไปอย่างเชื่องช้าเพราะต้องมีคนแปล2ภาษา ทั้งญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ

2.ตลอดการซ้อม3วันในส่วนของยูโด นอกจากเพื่อนใหม่แล้วถือว่าได้อะไรมาเยอะพอสมควร

3.ประทับใจในระเบียบวินัยของเด็กไอคิโดมากๆ ความตั้งใจจริงในการสอนการซ้อม สิ่งต่างๆเหล่านี้แหละที่มันสะท้อนไปถึงอาจารย์ผู้ฝึกสอนด้วย ถึงความมีระเบียบวินัย

4.ต่างชาติแต่ละคน ต่างที่กันมาแต่ว่าเข้ากันง่ายมากๆ คงเป็นเพราะสนใจในศิลปะของญี่ปุ่นเหมือนๆกันเลยคุยกันง่าย บางคนทำงานบริษัท บางคนเปิดร้านอาหาร บางคนเป็นครู บางคนเป็นผู้จัดการแผนก แต่อีกหน้านึง คนที่ทำงานบริษัทก็เป็นผู้เชียวชาญด้านไอคิโดระดับ5ดั้ง เชฟเชียวชาญด้านอิไอถึงดั้ง6 อาจารย์สอนภาษาถือวุฒิบัตรคาราเต้ดั้ง5 และอื่นๆอีกมากมาย เดินตามถนนไปมีเรื่องกับคนพวกนี้น่ากลัวซะจริงๆ

5.กลับมาที่บ้านแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนที่ร่วมงานปีที่ผ่านๆมาถึงไปร่วมงานในปีต่อๆไป เพราะตัวงานมันมีเสน่ห์ดึงดูดในตัวของมันเองจริงๆ

6.เจ้าภาพจัดงาน หาเด็กนักเรียนมาช่วยงานในแต่ละแขนงสาขาวิชาได้ถูกต้อง ที่สำคัญมีความเป็นเจ้าภาพมากๆ ใจเย็น เข้าใจในเนื้อหาการสอน ทัศนคติความคิดและการสนทนาแสดงออกมาได้ดี




Create Date : 11 มีนาคม 2556
Last Update : 11 มีนาคม 2556 12:33:17 น. 0 comments
Counter : 1687 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ablaze357
Location :
Chiba Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




「精力善用」「自他共栄」
Maximum efficient use of energy and mutual prosperity for self and others
free counters
Free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add ablaze357's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.