All Blog
--- วั น ที่ 5 พ ฤ ษ ภ า ค ม ---















1.

วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันฉัตรมงคล
เคยเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์
แต่ปีนี้ไม่หยุดราชการ
ฉันก็ไม่เคยหยุดคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ เลย
คิดถึงพระองค์ท่านมาก

พระองค์ทรงสถิตอยู่ในหัวใจเสมอ







2.

ทุกวันที่ 5 พฤษภาคม
ฉันจะไปหาพ่อเพราะเป็นวันเกิดพ่อ
ปีนี้พ่ออายุ ๘๐ ปีแล้ว อยากให้พ่อมีความสุขทุกวัน

เพียงแต่ปีนี้ไม่ได้ไปอวยพรพ่อที่บ้านเพราะเมื่อวานไปทำธุระให้ลูก
จึงไม่ได้จองตั๋วบินเพราะไม่แน่ใจว่า จะมอบตัวเรียบร้อยไหม
แต่ดีที่น้องสาวและเจ้าคนโตไปแล้ว






3.

วันนี้เป็นวันนักเขียน
ขอขอบคุณนักเขียนทุกท่านที่เขียนหนังสือดี ๆ ให้อ่าน
ขอให้ทุกท่านสุขภาพดีและมีความสุขมาก ๆ ค่ะ





ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
5 พฤษภาคม 2560









Create Date : 05 พฤษภาคม 2560
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 18:11:12 น.
Counter : 655 Pageviews.

1 comment
---- 4 พ ฤ ษ ภ า ฯ 2 5 6 0 ---


























เช้าวันที่พฤหัสที่ 4 พฤษภาคม เราสองคนเตรียมตัวเข้าเชียงใหม่เพื่อไปเซ็นสัญญาให้ลูกสาวฝาแฝดคนพี่เพื่อจะเข้ารับศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และรับรู้ตามข้อสัญญาด้วยว่า จะต้องเข้ารับราชการหรือทำงานเป็นเวลาสามปี และเลือกพรีคลินิกตอนชั้นปี 4 โดยที่มีนักศึกษาเลือกไปโรงพยาบาลที่เชียงรายทั้งหมด 7 คน เมื่อมีคนเกินความต้องการของสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายก็จำต้องจับฉลากคัดเลือกเพื่อให้ได้เพียง 4 คนตามความต้องการ

หากไม่ได้ไปเชียงรายก็จะได้ไปพรีคลินิกที่ลำปางแทน เรายินดีทุกที่ไม่ว่าลูกจะไๆด้รับเลือกไปเรียนที่ไหน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกบอกว่า โชคดีที่เลือกแล้วได้ตามความตั้งใจเพราะกว่าจะมาถึงตรงนี้ ผ่านอุปสรรคมากมายเหลือเกิน

ที่พูดเช่นนี้เพราะเธอไม่สมหวังมาหลายครั้งแล้ว

ครั้งแรกนั้น เธอมุ่งมั่นที่จะสอบคัดเลือกทุนแพทย์เรียนดี มีเกณฑ์การรับสมัครค่อนข้างสูง นอกจากดูผลการเรียนตลอดการศึกษาที่ผ่านมาแล้ว ยังต้องสอบภาษาอังกฤษขั้นสูงให้เกิน 75 จาก 100

เธอพยายามหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่คะแนน 66 -- 68 -- 70 -- 72 จนฉันคิดว่า เธอจะไม่สอบอีกแล้ว เพราะแต่ละครั้ง ข้อสอบจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเช้าวันต่อจากวันที่ทราบว่าได้แต้ม 72 นั้น เธอบอกพ่อแม่ว่า ขอลองสอบอีกสักครั้งได้หรือเปล่า เรายินดีมาก เพราะเราคิดว่าเธอคงทิ้งการชิงทุนเรียนดีครั้งนี้แล้ว แต่เธอยังขอสู้อีกครั้ง เราจ่ายเงินสำหรับสอบภาษาอังกฤษไว้ให้ ต้องจ่ายค่าสมัครสอบครั้งละ 700 บาท

ผลปรากฎว่า เธอผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษขั้นสูงด้วยแต้ม 76 เพื่อน ๆ ทั้งชั้นปีเฮละโล ยินดีปรีดาราวกัลเธอสอบติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้แล้ว เราก็ได้ลุ้นผลการสอบลูกอีกครั้ง ซึ่งคัดนักเรียนทุนไม่กี่คน


นอกจากตั้งความหวังไว้สูงมากแล้ว เธอตั้งใจ วางแผนการอ่านหนังสือเต็มที่ นับวัน นับชั่วโมง นับเวลาถอยหลัง เตรียมตัวทั้งพละกำลัง ระดมสมองที่ตัวมีทั้งหมด นอกจากนี้ก็ได้ไปบนบานศาลกล่าว ไหว้พระขอพรเพื่อเป็นกำลังใจ ขอกำลังใจทุกทาง นั่งสมาธิก่อนนอนเพื่อพักผ่อนทางใจอีก เธอพยายามมากจนเราเป็นห่วง สมัยเราที่ว่าขยันแล้ว ดูเหมือนจะไม่ได้ครึ่งลูก ๆ เลย เราภาวนาแต่ให้ลูกสมดังหวังที่ตั้งใจไว้

แต่เหมือนทุกอย่างลิขิตไว้แล้ว การสอบครั้งนี้ ไม่มีชื่อลูก แต่เธอก็ดีใจกับเพื่อน ๆ ที่ผ่านการสอบทุนแพทย์เรียนดีครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่หัวกะทิ นักเรียนโอลิมปิกหลายคนก็ผ่านโครงการนี้ ที่ว่าข้อสอบยาก แต่ไม่สามารถทำอะไรเด็กอัจฉริยะเหล่านั้นได้เลย ลูกเล่าให้ฟังว่า พวกนี้เก่งจริง ๆ

เราได้แต่ปลอบใจลูก เมื่อการสอบผ่านไปแล้ว ต้องตั้งสติให้ดี ยังมีทางข้างหน้า เตรียมตัวเพื่อสอบโควต้า ทำคะแนนโอเนต เอเน็ต แกท แพท ให้เต็มที่ เผื่อจะได้ไว้ยื่นคะแนนในคณะที่เราอยากเรียน อย่าเพิ่งเสียกำลังใจ นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น


หลังจากพลาดทุนแพทย์เรียนดี ก็มีโครงการ ODOD เป็นโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน ลูกเราเข้าเกณฑ์เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเช่นกัน

โครงการดี ๆ แบบนี้ เปิดโอกาสให้เด็กเรียนดีของแต่ละอำเภอมีโอกาสได้ทุนนี้ เงื่อนไขทั่ว ๆ ไปคล้าย ๆ กัน ดูผลการเรียน แต่ดูเงินเดือนพ่อแม่ประกอบด้วยนอกเหนือจากเกณฑ์คัดเลือกอื่น ๆ

ครั้งนี้ลูกก็พลาดอีกเช่นเคย



แต่มีโครงการผลิดแพทย์เพิ่มเพื่อชนบท (the Collaborative Project to Increase Production of Rural Doctor-CPIRD) เป็นโควต้าสำหรับนักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ภายใต้การสนับสนุนของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การประเมินผลใช้วิธีการเดียวกับนักศึกษาปกติ โดยผ่านระบบการสอบคัดเลือกนักเรียนในเขตพัฒนาภาคเหนือ


ตอนที่เด็ก ๆ ออกจากห้องสอบโควต้า ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คณิตศาสตร์ยากมาก ยากจนสามารถพลิกชีวิตของคนเรียนดีอีกหลาย ๆ คนให้เปลี่ยนเป้าหมายชีวิตได้
เพราะไม่น่าจะติดอะไรได้เลยถ้าคะแนนคณิตศาสตร์ต่ำกว่า 30

ลูกสาวฝาแฝดคนน้อง เลือกสอบโควต้าทันตแพทย์ มช. ด้วยคะแนนสูงมากและรับน้อยมาก อัตราการเสี่ยงจึงสูง เราให้อิสระในการเลือกคณะที่ลูกอยากเรียนจริง ๆ แต่คะแนนคณิตศาสตร์เธอไม่ถึง 30 ทำให้คณะที่เลือกลองลงมาก็พลาดไปทั้งหมด เธอเสียใจมาก ผิดหวัง และเราก็ให้เวลาสักนิด เพราะยังไงก็ต้องดึงให้ลูกกลับมาสู้ต่ออีกรอบ ทำGat Pat ให้ดีเพื่อจะได้มีโอกาสยื่นคณะที่เธออยากเรียน เราค่อนข้างเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของเธอขณะที่แฝดพี่เพิ่งจะสมหวัง ผ่านการคัดเลือกโครงการ CPIRD นี้


การเลี้ยงลูกแฝดนั้นไม่ได้ยากแบบที่ใครเข้าใจหรอก หน้าตาอาจจะแค่คล้ายกัน ตัวเท่า
ๆ กัน แต่เขามีหัวใจคนละดวง แม้จะเป็นพี่น้องกัน อยูในสภาพแวดล้อมเดียวกัน แต่ความคิด ความอ่าน ความรู้สึกแตกต่างกัน พ่อแม่บ้านอื่น ๆ ก็พอเข้าใจเรื่องการเลี้ยงลูกหลาย ๆ คน นิสัยใจคอไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องจุกจิกจุ๊กจิ๊กกันตลอดเวลา แต่เราเห็นเป็นเรื่องธรรมดา สอนในโครงหลักใหญ่ ๆ เหมือนกัน เห็นสิ่งที่พ่อแม่ทำและเป็นอยู่เหมือนกัน

เราไม่เคยเอาลูกมาเปรียบเทียบกันหรือเอาลูกคนอื่นมาเปรียบเทียบกับพวกเธอ เราสอนให้เขาเป็นคนที่ยอมรับและพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี สามารถชื่นชมคนอื่นได้ โดยไม่ได้ลดค่าของตัวเองลงเลย เรายินดีกับคนเก่งและดีด้วยได้ และเด็ก ๆ ของเราก็เป็นแบบนั้น นับว่าใช้ได้และเรารู้สึกพอใจที่ลูกเป็นคนมีน้ำใจและมองโลกในแง่ดีมากกว่าเป็นคนเก่งอย่างเดียวแต่คับแคบในทุก ๆ เรื่อง ๆ

ยกหางลูกตัวเองไปหรือเปล่า ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ฉันก็อยากชื่นชมในสิ่งดีงามของเขาให้ได้รับรู้และควรยึกถือปฏิบัติต่อไป ยิ่งโตเป็นผู้ใหญ่ ยิ่งต้องเป็นคนนอบน้อม อ่อนน้อมถ่อมตน มีน้ำใจกับผู้อื่นอยู่เสมอ


เมื่อแฝดพี่สอบโควต้าได้ในโครงการ CPIRD แล้ว พ่อแม่ก็เบาใจไปหนึ่งคน เหลืออีกคน ก็ดูว่า ยังมุ่งมั่นจะสอบทันตแพทยือยู่หรือเปล่า เรายินดีจะให้ติวเพื่อสอบในปีหน้าหรือปีต่อไปได้อีก ถ้าลูกตั้งใจและมีความพยายามมากพอ แต่จะไม่ส่งเสริมให้เรียนภาคเอกชนซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก เกินกำลังของเรา


ใครหลายคนแนะนำเราว่า ควรลงทุนอย่างยิ่ง แต่เราไม่มีกำลังพอจะจ่ายแม้ลูกจะเรียนได้ก็ตาม ยกเว้นเธอพยายามสอบจนติด จะยากอย่างไร เรายินดีจะส่งเสียจนเรียนจบให้ได้ แนวคิดในการใช้ชีวิตแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน ไม่มีใครผิดหรือถูก แต่เราไม่...

นอกจากนี้ เราก็ไม่กดดันลูกด้วยว่า เธอต้องเป็นแพทยเท่านั้น เธอต้องทันตแพทย์เท่านั้น เป็นอะไรก็ได้ที่เธอชอบและอยากเรียน เราปรารถนาให้ลูกมีความสุขกับสิ่งที่เธอชอบและอยากเรียนมากกว่าเรื่องอื่นทั้งหมด อยากให้เธอมีเพื่อน สนุกกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย รับผิดชอบตัวเองได้ ก็รับผิดชอบอย่างอื่นได้ด้วย


เมื่อนึกย้อนกลับไป อนาคตเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ล่วงหน้าต่อให้เตรียมตัวมาดี เกิดเหตุการณืพลิกผันในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้ มีคนสมหวังและไม่สมหวังกับทางเลือกที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยนี้ แต่ฉันคิดว่า ทุกคนจะมีทางที่เหมาะสำหรับตัวเองรองรับอยู่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพียงแต่ทำทุกวันให้สุดความสามารถและดีที่สุด ส่วนผลจะอย่างไรนั้นก็ต้องปล่อยวาง

ลูกคนเล็กที่ยังรอการยื่นแอดมิชชั่นก็เช่นกัน ตอนนี้อาจจะมีคณะที่เธอเลือกในใจแล้ว เปลี่ยนความมุ่งมั่นจากเดิมไปเส้นทางสายอื่น อาจจะเหมาะกับเธอมากกว่า เพียงแต่เรายังไม่สามารถบอกอะไรตอนนี้ได้ แต่อนาคตที่รางเลือนในคราวแรกนั้น ค่อย ๆ ทิ้งหมอกควันจนเห็นความกระจ่างตาขึ้น รออีกสักนิด เธอก็จะได้ใช้ชีวิตในแบบที่เธอชอบได้ไม่แพ้พี่สาวแฝดของเธอ

วันที่นั่งฟังอาจารย์ผู้ซึ้งเป็นวิทยากรกล่าวต้อนรับว่าที่นักศึกษาแพทย์ทั้ง 96 ชีวิต รวมทั้งผู้ปกครองของพวกเขานั้น รู้สึกอบอุ่นและเป็นเกียรติที่ลูกได้พาเราเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ แม้เพียงการเริ่มต้นทำสัญญาเพื่อการศึกษาในหลักสูตรคณะแพทย์และต้องทำงานหลังจากกจบการศึกษาเลย ไม่สามารถเรียนต่อทันที ลูกเข้าใจตรงนี้อย่างดี


สำหรับพ่อแม่นั้น เลี้ยงลูกก้พอจะดูนิสัยใจคอของลูกออกว่า เขาจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้หรือเปล่า แฝดพี่นั้น นอกจากมีความมุ่งมั่น ตั้งใจดีแล้ว นิสัยใจคอก็ใช้ได้ มีมนุษยสัมพันธ์ดี อะลุ้มอล่วย รู้จักแบ่งปัน เห็นใจผู้อื่น มีเมตตาต่อสรรพชีวิตพอควร ภายในอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง มีน้ำใจ สิ่งเหล่านี้ได้แต่อวยพรให้เขารักษาให้เป็นอาภรณ์ประดับกายใจอยู่เสมอ

ฉันเชื่อว่า เธอจะเป็นบุคคลากรที่ดีคนหนึ่งได้ในสังคม


ส่วนแฝดน้อง อีกไม่นาน เราก็จะทราบว่าคณะอะไรที่เธออยากเรียนมากที่สุด เพราะตอนนี้ยังลังเลในการเลือกอยู่ระหว่างคณะเศรษฐศาสตร์และ CAMP

ไม่ว่าเธอจะเลือกเรียนอะไร ฉันก็เชื่อว่าเธอจะมีความสุขกับสิ่งที่เธอเลือก และเข้าใจสิ่งที่ครอบครัวคอยสอนเธออยู่เสมอว่า ไม่ต้องเป็นคนเก่งที่สุด แต่อยากให้เป็นคนใจดี ทำทุกอย่างเต็มกำลังความสามารถ มีความสุขกับชีวิตในแต่ละวัน











ทำสัญญาว่าที่นักศึกษาแพทย์เสร็จแล้ว ก็มาเข้าคิวตัดเสื้อกราวด์สำหรับใช้ในห้องเรียนและจ่ายเงินค่าชุดม่อห้อม ย่าม สำหรับขึ้นแสตนด์เชียร์ รับน้องขึ้นดอยในวันที่ 9 กันยายนนี้





เราทุกคนในครอบครัวภูมิใจในตัวลูก ๆ มากและอยากกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านไว้อีกครั้ง ณ ที่นี้ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ช่วยอบรมสั่งสอนลูกของเราในทั้งด้านวิชาความรู้ ให้ความรัก ความเมตตาและปรารถนาดีกับพวกเขา เราต่างหวังอย่างยิ่งว่า เขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ทำสิ่งดีงามให้กับสังคม





ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
4 พฤษถาคม 2560











Create Date : 05 พฤษภาคม 2560
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 20:25:51 น.
Counter : 541 Pageviews.

1 comment
--- ช า ย ชื่ อ อู เ ว กั บ แ ม่ ข อ ง ฉั น ---


























1.

สองวันนี้อ่านหนังสือเรื่อง A Man called OVE ( ชายชื่ออูเว )

เป็นหนังสือที่น่ารักมากที่สุดของต้นปีนี้ที่ได้อ่านหนังสือใหม่ ๆ มา
มันทำให้ฉันยิ้มได้ หัวเราะได้และร้องไห้สั่นสะเทือนหัวใจยามที่รอบตัวมองเขาเป็นชายแก่ที่น่าเบื่อ ย้อนยุค มีคำถามมากที่สุด ไม่เข้าใจโลกใบใหม่ที่ไม่เห็นมันจะน่าสนใจหรือดีกว่าสิ่งที่เคยเป็นสักแค่ไหน ใครต่อใครหงุดหงิดกับตาแก่อย่างอูเว

อูเวถากถางโลกใบใหม่อย่างชาญฉลาด ร้อยเรียงด้วยภาษาเรียบง่าย ละมุนละไมแต่บาดลึกจนเราต้องทบทวนและฉุกคิด

ฉันน้ำตาซึมเกือบทุกตอน ไม่ใช่ว่าเศร้าหรอก เข้าใจในสิ่งที่เขาคิดและเป็น
มีความพิเศษหลายอย่างในหนังสือเมื่อย้อนถึงเบื้องหลังของเขา ทำให้เรารู้ที่มาของชีวิต บาดแผลทางใจที่เขาเป็นผู้ถูกกระทำ เขามีชีวิตอันโชกโชน น่าชื่นชม
คนตัวเล็ก ๆ ที่ใครต่อใครไม่ให้ค่า


อูเวรักพ่อมาก แนวทางที่เขาเดินตามรอยพ่อ น่ารักที่สุด
ไม่คิดว่าจะรักชายชื่ออูเวคนนี้ได้เหมือน ๆ กับซอนยา
ผู้หญิงที่ทำให้โลกดำ-ขาวของเขามีสีสัน
ผู้ัหญิงแสนสวยที่รักหนังสือ พ่อของเธอและแมว อย่างไม่มีเงื่อนไข
ผู้หญิงที่เห็นด้านในของชายอันเป็นที่รักที่ใครต่อใครสงสัย ว่ารักเขาไปได้ยังไง
ก่อนที่เธอจะปล่อยให้เขาอยู่ในโลกอันเงียบเชียบและมีสีดำขาวอีกครั้ง

อูเว ชายวัยห้าสิบเก้าที่รักความยุติธรรม ซื่อตรง ทำงานหนัก
และศรัทธาในโลกที่ ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด

ฉันจะเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังอีกครั้ง เพราะเพิ่งอ่านจบใหม่ ๆ
กำลังอินกับทุกอารมณ์ในตัวอักษรที่เป็นอูเว
ผู้ชายเรียบง่ายที่เปี่ยมเสน่ห์ที่สุด
เขามานั่งอยู่กลางใจฉันเสียแล้ว










2.

เมื่อวานนี้ แม่คร่ำครวญเรื่องแมวป่วยอีกครอกหนึ่ง แม่ถ่ายรูปมาให้ดูจนเวทนาและน่าหดหู่ใจ ขอร้องว่าอย่าถ่ายรูปพวกนี้ลงในไลน์เลย แค่เล่าหรือบรรยายเรื่องราวก็เศร้าใจจนไม่มีแรงจะอ่านแล้ว

กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่แม่ต้องนั่งเฝ้าแมวจรที่แอบมาออกลูกในบ้านและทิ้งไว้ให้เป็นภาระ ความใจดี มีเมตตานำพาซึ่งความเดือดร้อนเพราะแม่อยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านที่เกลียดแมวเข้ากระดูกดำ และกล่าวหาว่า แมวจรทุกตัวเป็นของแม่

แม่เจอบัตรสนเท่ห์ซึ่งอ่านสำนวน สำเนียงก็คือคนข้างบ้านแม่นี่แหละ แม่ทำตัวไม่สนโลก ไม่สนใจว่าแมวจะทำความเดือดร้อนให้ใครเพราะแม่แค่ให้อาหารกิน แมวโดนยาเบื่อหลายต่อหลายครั้ง เท่ากับเป็นการเตือนของคนข้างบ้าน แต่แม่ไม่เอะใจ การที่เขาวางยาแมวนั้นเท่ากับเขาไม่เห็นหัวแม่แล้ว น่าจะอ่านออก คนเราไม่เกรงใจกันแล้ว กล้าฆ่าสัตว์ได้นี่น่ากลัวมาก

เขาเกลียดแมวแม่จนกระทั่งแจ้งความจำนงชัดเจนว่าให้เอาแมวไปที่อื่น ไม่งั้นคนในหมู่บ้านจะรวมหัวกันขับไล่แม่แทน

อ่านแล้วอัปลักษณ์มาก แต่เราก็ต้องหยุดที่จะเทอาหารแมวแบบสถานสงเคราะห์ด้วยเช่นกัน เพราะบ้านหลังคาชนกัน ไม่มีบริเวณพอจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอะไรมากมาย ดูเหมือนแม่จะเข้าใจ จนกระทั่ง ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม แม่เทอาหารรอบบ้านเหมือนเดิม เรียกแขกเหมือนเดิม เรียกทั้งแมวและคนที่เกลียดแมว

เราช่วยกันบอกว่า ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดหรือวิถีชีวิต ก็จะเจอแต่เรื่องเดิม ๆ รังแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ดีมีสุขอยู่แล้ว ทำไมต้องสร้างศัตรูรอบด้าน เราไม่เทอาหารรอบบ้านวันละกระสอบก็จะไม่มีแมว มันเฮโลมาก็ให้คนอื่นเกลียดและมาตาย และคนให้ก็เป็นที่รังเกียจเสียอีก หากพวกเราอยู่ด้วย ก็จะดูแลไม่ให้แม่ทำอะไรแบบนี้

แม่ก็ว่า แม่ไม่ใช่คนใจดำ คนอื่นใจดำก็ช่างเขา

แล้วพวกเราก็ไม่รู้จะทำยังไง แม่ไม่อยากอยู่กับใคร เพราะรักบ้านของเขาและบอกว่าจะไม่ไปไหน

แต่มันทำให้เราเป็นห่วงมากขึ้น ห่วงเพราะเขาอยบู่ท่ามกลางคนที่เกลียดชังแม่

ใครต่อใครก็มองว่าแม่ไม่มีลูกหลาน ทั้งที่เราชวนมาอยู่ด้วยจนปากเปียกปากแฉะแล้ว แต่ก็เหนื่อยจนไม่รู้จะพูดแบบไหน ให้ขายบ้านทิ้ง อย่าได้อาลัยอาวรณ์กับของนอกกายเลย บ้านลูกพร้อมรับแม่ทุกบ้าน มาเดี๋ยวนี้ยังได้

สำหรับแมวนั้น ก็เอามาเท่าที่เอามาได้ จะทำหมันให้ทุกตัว แต่จะไม่ให้เลี้ยงแบบสถานสงเคราะห์เพราะมันเกินความจำเป็น แต่แม่ก็ไม่สนใจทุกข้อเสนอ จะอยู่บ้านและดูแลแมวป่วย

ฉันพยายามจะเข้าใจอารมณ์ของแม่ เขาอาจจะเคยชินกับการอยู่คนเดียว รักลูกก็รักแบบห่าง ๆ แต่ก็ชอบที่จะอยู่คนเดียว แม่ติดเพื่อน ติดที่อยู่และความคุ้นเคยเก่า ๆ จนยากที่จะปรับเปลี่ยนความคิดใหม่

มาบ้านฉันก็มีความสุขดี แต่ก็ห่วงบ้านตัวเอง สำคัญที่สุดคือห่วงแมวจร ทั้งที่ไม่มีแม่ มันก็หากินที่อื่นได้ แม่อยู่กับแมวจรจนไม่ไปเที่ยวบ้านลูกคนไหนมาเกือบสิบปีแล้ว


ยามแม่ป่วย ไปหาหมอก็ลำบาก การอยู่คนเดียวมันอาจจะดีตอนที่ยังแข็งแรง แต่แม่ลืมตัวเองหรือเปล่าว่าตอนนี้อายุมากขึ้น กำลังวังชาไม่เหมือนเดิม เหมือนยายแก่เฝ้าบ้านที่คร่ำครวญอยู่กับแมวทั้งวัน ทั้งที่แม่ก็สามารถออนไลน์ ใช้คอมพ์ฯ เล่นเกมและถ่ายรูปส่งในไลน์ได้ทั้งวัน แม่อยู่ที่ไหนก็ได้

เราก็คิดแบบเรา ว่าแม่น่าจะอยู่กับเราได้ ไม่ใครก็ใครสักคน แต่เขาปฏิเสธทั้งหมด
ตอนแม่ป่วยนี่แหละที่เราทุกข์ที่สุด เราเปลี่ยนแม่ไม่ได้และต้องสลับกันไปดูแล
เหมือนกับพ่อที่เราต้องจัดเวลาไปเยี่ยมให้ได้ทุกเดือน พ่อก็แย่เหมือนกัน
เพราะพ่อสื่อสารไม่ค่อยได้ แต่พ่อมีคนอยู่เป็นเพื่อน จะห่วงพ่อก็ยังน้อยกว่าแม่

ฉันเข้าใจอูเว เมื่อโลกมันเปลี่ยนไป
แต่เขาสามารถมองหาวิถีเดิมที่ดีกว่าได้จริง ๆ
แต่ฉันเหมือนไม่เข้าใจแม่ ขณะที่แม่รับสิ่งใหม่ ๆ ได้หลายอย่าง
แต่ก็ติดยึดในบางสิ่งบางอย่างที่เราบอกก็ไม่เชื่อ

ฉันก็ไม่รู้จะกลายเป็นคนแก่แบบไหน
จะเป็นแบบอูเว หรือเป็นแบบแม่

อูเวไม่มีเพื่อน แต่ไม่มีศัตรู
ส่วนแม่มีเพื่อนและมีคนที่ไม่ชอบแมวของแม่
จนกระทั่ง พาลไม่ชอบแม่ไปด้วยจนน่าเป็นห่วง
ไม่อยากคิดอะไรไม่ดีกับคนสมัยนี้จริง ๆ
บางอย่างน่ากลัวมาก

คนที่ไม่ชอบแมว ไม่น่าไว้ใจและไม่น่าดูแลใครได้
อย่างที่พ่อของซอนยากล่าวหาอูเว
และแม่ของฟุนซู กล่าวหาเคมาล (ในพิพิธภัณฑ์แห่งความไร้เดียงสา)

จะยังไง ฉันก็อยากให้มันไม่เป็นความจริง






ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย


















Create Date : 02 พฤษภาคม 2560
Last Update : 2 พฤษภาคม 2560 11:10:14 น.
Counter : 787 Pageviews.

2 comment
--- ฝ น ส่ ง ท้ า ย เ ดื อ น เ ม ษ า ย น ---

















หกโมงเย็นเมื่อวาน ฟ้ามืดเหมือนม่านในโรงละคร ถูกดึงต่ำลงบอกลาเพื่อปิดฉากการแสดง แต่มันเพียงการเริ่มต้นของฝนที่เริ่มเปิดการแสดง มันค่อย ๆ โปรยสายก่อนความรุนแรงจะกระหน่ำลงอย่างไม่ลืมหูลืมตา ลมหอบดอกไม้ ใบไม้หมุนวนบนพื้น พี่หมอกวิ่งพล่านแต่ก็ไม่หลบเข้าบ้านตามเคย ลุงอั่ววิ่งไปริมรั้วเพื่อนบ้าน คงปวดท้องอยากทำธุระทั้งที่ต้นไม้โยก ลู่ลมเอียง 45 องศา ได้แต่เรียกให้ออกมาและอุ้มเข้าบ้าน แต่อองออลุกไม่ไหว เขาไม่สะทกสะท้านเพราะเห็นฉันอยู่ ไม่ร้องเรียกให้มาอุ้มยกตัวนอกจากนอนตากฝน เราสามแม่ลูกช่วยกันอุ้มมาหลบฝน

ไม่ว่ามุมไหน ฝนก็ตามมาทักทาย พื้นเปียก หมาเปียก ลมกรรโชก ไม่มีใครเกรงใจใคร กันสาดที่ต่อยื่นออกไปยังไม่เสร็จ มุมอื่น อองออก็ไม่นอน จะอยู่กันอีกสักเท่าไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า จะอยู่อีกสองวัน เราก็ต้องทำ ตั้งใจทำให้เขาได้หลบฝนและแดดร้อนร้ายตอนกลางวัน เพราะเขาก้าวเข้าบ้านที่เคยนอนของเขาไม่ได้แล้ว

กว่าจะหาคนมาทำกันสาดให้ ไม่ง่าย เพราะต่างคนต่างมีธุระ แต่เขามีน้ำใจกับเรามาก พยายามจัดหาเวลามาทำให้ตั้งแต่รู้ข่าวว่าหมาเราป่วยมาก

วันนี้ กันสาดคงเสร็จเรียบร้อย ฝนมาตามฤดูกาล จะโทษกันไปทำไม ดินคิดถึงฝน คนก็ทุเลาอาการห่วงหมา เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แม้แต่เรื่องการลุกไปขับถ่ายเอง แต่ก็หวังจะให้เขาอยู่กับเรา จะไปก็ขอให้ไปอย่างไม่ทรมานมากนัก

29 เมษายน 2560









เมื่อวานนี้ อองออ ไส้อั่วและพี่หมอก มีกันสาดคุ้มแดดคุ้มฝนใหม่แล้ว
ฉันต้องเทียวเข้าไปดูว่า เขาชอบบริเวณที่กันสาดยื่นคลุมตัวได้นี้หรือเปล่า
อองออดูมีความสุขขึ้นพร้อมคู่หูของเขาที่คอยดูแลกันอย่างใกล้ชิดอย่างไส้อั่ว

นึกถึงฝนสาดรุนแรงเมื่อสองสามวันก่อน กันสาดยังไม่เสร็จ
ฉันนั่งเอาร่มคันใหญ่บังฝนให้เขา พร้อมทั้งเอาผ้าขนหนูคลุมหัวก่อนที่จะคลุมด้วยเสื้อกันฝน จะได้ไม่เปียก ลูบหัวจนอองออจนหลับ

ฉันต้องไล่พี่หมอกเข้าไปในบ้าน และอุ้มไส้อั่วเข้าบ้านเช่นกัน
สักพักพอฝนซา ไส้อั่วแอบออกบ้านมานอนเปียกฝนข้าง ๆ อองออ
เห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ทำไมไส้อั่วจึงเป็นห่วงอองออได้มากขนาดนี้
อองออก็ร้องดังให้เราไปอุ้มเพราะจะพาไส้อั่วไปอึหรือฉี่ตามต้นไม้ที่ประจำของเขา
เขาเป็นเพื่อนรักกันมานาน จนคิดว่า หากอองออไปก่อน อีกตัวคงเฉาน่าดู


30 เมษายน 2560


















Create Date : 30 เมษายน 2560
Last Update : 2 พฤษภาคม 2560 11:11:15 น.
Counter : 639 Pageviews.

3 comment
--- ค ว า ม สั ม พั น ธ์ เ ป็ น สิ่ ง มี ชี วิ ต ---










เคยได้ยินใครสักคนกล่าวไว้ประมาณว่า

เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น
ดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น

ฟังดูก็เข้าท่าดี

แต่ในความเป็นจริงคือ
เธอเคยโอเคกับสิ่งที่ฉันเป็น
แล้วก็ชังในสิ่งที่ฉันเป็น


ด้วยว่า ความสัมพันธ์ที่ดีนั้น เกิดขึ้นอยู่พักหนึ่ง เราต่างใช้เวลามาพอสมควร
เพียงพอจะรู้จักกันดี ไม่ต้องเสแสร้งหรือมารยาท เกลียดอะไร ชอบอะไร
คุยกันสบาย ๆ ...

แต่วันหนึ่งเหมือนเส้นด้ายขาดผึง ห่างเหิน เมินเฉย
เราไม่รู้ว่าทำอะไรผิดหรือทำอะไรที่ทำให้เธอไม่พอใจ
ไม่รู้เลย ฉันไม่ได้ทึกทักคิดไปเอง

เมื่อทำให้เรารู้ตัว ก็มีสองอย่างที่ต้องตัดสินใจคือ

ถามอย่างแมน ๆ ว่า มีอะไรหรือเปล่า
แล้วก็รอรับผลนั้น

สอง ไม่ถามอะไรเลย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
แม้จะเสียดายความรู้สึกดี ๆ ที่ผ่านมา
ด้วยว่า เรารู้สึกดีแบบหมดจดกับเธอมาตลอด


ไม่ว่าจะถามหรือไม่ถาม ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม
การถาม อาจทำให้เธออึดอัดเหมือนถูกทวงหนี้
ต้องหาวิธีมาตอบ รักษามารยาทไปอีก
จะถามไปทำไม


สรุปแล้ว เราปล่อยไป ไม่เป็นไร
คิดเสียว่า
ก่อนหน้านี้ เราก็ไม่เคยรู้จักกัน
มีเหตุให้เราได้ทำความรู้จักกันช่วงเวลาหนึ่ง
เป็นเวลาที่ดีมากจนไม่คิดว่าจะมีวันนี้

แล้วก็กลับไปเหมือนเดิม คือต่างคนต่างอยู่
เหมือนคราวแรก ที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน



เราเรียนรู้ว่า
เราอาจจะงง แต่จะไม่งงอีกต่อไปแล้ว
เรายิ่งรักและเห็นค่าคนที่อยู่ข้าง ๆ เรามากขึ้น

เพราะเราโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้นนั่นเอง
เราไม่ใช่เด็กที่ต้องมางอแงขอความรักจากใคร
ถูกเกลียดบ้าง จะเป็นอะไรไป
มนุษย์ส่วนใหญ่ต้องการความรัก
และกลัวที่จะถูกเกลียด
พยายามทำทุกอย่างไม่ให้คนอื่นเกลียด
แต่ถ้าเขาเกลียดเราแล้ว
ย่อมรู้สึกไม่ดีเพราะเราแคร์

แต่ก็ไม่ทำอะไร
จะไม่ไปรบกวนเขาอีก




ฉันนึกถึงโลกธรรม 8 ขึ้นมา

โลกธรรม 8 หมายถึง
เรื่องของโลกซึ่งมีอยู่ประจำกับชีวิต สังคมและโลกของมนุษย์
เป็นความจริงที่ทุกคนต้องประสบด้วยกันทั้งนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม
อยู่ที่ว่า ใครจะประสบมาก
หรือประสบน้อยช้าหรือเร็วกว่ากัน

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้
ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรแน่นอน
ไม่มีอะไรเป็นตัวของเราเอง
ไม่มีใครในโลกนี้จะพบแต่ความสมหวังตลอดชีวิต
จะต้องพบกับคำว่าผิดหวังบ้าง

จงใช้สติปัญญาหมั่นพิจารณาอยู่เนือง ๆ ว่า
สิ่งใดมีเกิดขึ้น ก็ต้องมีเสื่อมไปเป็นของธรรมดา


คิดได้แบบนี้ เราก็ดำเนินชีวิตต่อไปให้ดี
ดูแลสิ่งที่เรามีอยู่ให้ดีที่สุด




ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย










Create Date : 29 เมษายน 2560
Last Update : 29 เมษายน 2560 12:59:51 น.
Counter : 522 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com