All Blog
--- ที่ ห้ อ ง พิ เ ศ ษ ---







วันที่ 9 เราตั้งใจว่าจะไปรับพ่อกลับบ้าน หลังจากที่ฉันวิ่งเทรลงานโคลัมเบียจบ บึ่งรถออกจากงาน ไม่ทันเก็บภาพหรือพักกินข้าวดี เหมือนมีลางสังหรณ์อะไรในใจ เหมือนใจจะสงบระหว่างวิ่งเพราะฉันต้องมีสมาธิอยู่กับก้าววิ่งของฉัน เหมือนหลุดออกจากโลกของความจริงไปชั่วขณะ ไม่อย่างนั้นจะสะดุดและล้ม อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ลึก ๆ รู้อยู่ว่า ความจริงบนโลกจริงกำลังรอฉันอยู่

ฉันเปิดมือถือหลังจากครึ่งวันผ่านไปแล้ว ใช่..ฉันพกมันระหว่างทางวิ่งเผื่อฉันจะหลงทางกลางป่าอีกจะได้ติดต่อทีมงานหรือสามีได้

น้องสาวไลน์บอกสั้น ๆ ว่า พ่อไม่ค่อยดี ตอนนี้กลืนอะไรไม่ได้แล้ว มีอาการชักอีกรอบ

ฉันโทรเข้ามือถืออา เขาร้องไห้ พยายามรายงานฉันเท่าที่เขาจะบอกได้ เขาพูดซ้ำ ๆ ว่า ไม่รู้จะทำยังไง มันกลับตาลปัตร ทั้งที่วันนี้ดูแล้วน่าจะกลับบ้านได้ อาป้อนอาหารแต่เช้า ได้คำที่สอง อาหารล้นจากปาก เอาน้ำให้จิบก็ดูดอะไรไม่ขึ้น เท่ากับว่า อาการทางสมองกำเริบ สั่งการอะไรไม่ได้ และยิ่งกว่านั้น ซีกขวาขยับไม่ได้ อาร้องไห้ พูดแต่ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

ฉันได้แต่ปลอบใจ ทำใจดี ๆ ไว้นะคะ อาการแบบนี้เราต้องเจออยู่แล้ว พ่อข้ามสเต็ปนี้ไปไม่ได้ มันอาจจะยุ่งยากสักหน่อยตอนแรก แต่อาทำดีที่สุดทุกอย่างมาตลอดอยู่แล้ว ไม่มีใครมาตำหนิใครอะไรตอนนี้หรอก ดูแลตัวเองไปก่อน ตอนนี้ต้องรายงานหมอและรอฟังว่าจะทำอย่างไรต่อไป

พ่อพูดไม่ได้แล้วนะ อาไม่รู้ว่า เขายังจำได้หรือเปล่า อารายงานแพทย์ไปแล้ว

ฉันนึกไม่ออกหรอกว่า สายตาพ่อเลื่อนลอยหรือยังรู้สึกอยู่ เพราะอาการเหล่านี้มันจะไป ๆ มา ๆ หากไม่รู้สึกตัวเลย ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แม้รู้ว่า อาการนี้ต้องเจอแบบนี้แน่นอน แต่ก็ต้องทำใจเพราะสงสารพ่อมาก

อาทิตย์นี้เปลี่ยนคนมาเฝ้าพ่ออีก คงเหมือนที่ฉันคิดไว้แต่แรกนั่นแหละว่า น้องอาจจะไม่ตามพ่อไปที่บ้านเรา แต่เหตุการณ์มันยุ่งไปกว่านั้นเพราะน้องให้แม่ของเธอมาแทน และพ่อก็ไล่แม่ของเธอด้วยความไม่ถูกชะตากันหรือไร ฉันไม่รู้ได้ ได้แต่เสียใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เหมือนกับตัดขาดน้องที่เคยดูแลไปด้วย น้องคนนี้พ่อชอบมาก เธอน่ารักและจิตใจดี แต่เธอก็มีทางไปของเธอ คนเราอยากออก รั้งอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะเธอให้เหตุผลไปแล้ว ก็ได้แต่อวยพรให้โชคดีและขอบคุณที่ช่วยดูแลพ่อให้เราเกือบเดือน

อาต้องหาคนมาช่วยใหม่ ไลน์บอกฉันก่อนหน้านี้ ฉันก็หาคนให้ไม่ได้ การหาผู้ดูแลคนป่วยไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งพาข้ามจังหวัดไปด้วยก็ยิ่งไม่ง่าย ไปแล้วเขาจะอยู่ได้สักกี่วัน ที่สำคัญจะเข้ากับอาได้หรือเปล่า บางทีอย่างนี้ เขาต้องเลือกเอง ถึงอย่างนั้น เราก็ถามหาคนดูแลผู้ป่วยกันอยู่ เพราะอาดูแลพ่อคนเดียวไม่ไหวแน่

จากเหตุการณ์วันนี้ ทำให้การอยู่โรงพยาบาลของพ่อยืดออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ มีการดูดเสมหะทุกครึ่งชั่วโมง อาต้องจัดการเอง แทบไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว เป็นห่วงว่า อาจะทรุดไปก่อนพ่อ

อาได้ผู้ช่วยดูแลคนไข้ซึ่งเป้นผู้ใหญ่และเคยทำงานด้านนี้มาก่อน เก่งครบเครื่อง ใจเย็น มีน้ำใจและเป็นผู้ใหญ่มาก เข้าใจอาการคนไข้และคนดูแล แต่อาก็บอกว่า ป้าเขาทำเตียงไม่เป้น ไม่เรียบร้อย ฉันละสะอึก นึกไม่ถึงว่า เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ถึงกับไม่เอาจนต้องหาคนใหม่ แต่ก็อย่างที่รับรู้มาตลอด เราได้แต่รับฟัง เขาแค่เล่าให้ฟัง เมื่อได้ตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องหาคนมาช่วยใหม่

ญาติทางพ่อรีบมากันเพราะอาโทรฯไปบอกอาการของพ่อ คนที่มาด่วนกว่าคนอื่นคืออาสาลี่เพราะอาเป็นน้องสาวที่พ่อรักมากที่สุดคนหนึ่ง เขามีกันสองพี่น้อง และบรรดาอาที่เป็นน้องของพ่อก็ทยอยกันมากอีก แต่ละคนรักพ่อกันทั้งนั้น เห็นสภาพก็เข้าใจ เพราะอาของฉันคนหนึ่งเคยดูแลย่าและอาซึ่งเป็นน้องของพ่ออีกคน จนจากไปคามือมาหลายคนแล้ว เข้าใจสภาพแบบนี้ดี จึงต้องย้ำกันเรื่องการมีสติ ถึงเวลากินก็ต้องกิน จะพูดว่าไม่หิวหรือไม่อร่อยไม่ได้ อายุขนาดนี้แล้ว กินอะไรก็ไม่อร่อย จะเศร้าโศกตอนนี้ก็ยังเป็นไม่ได้เพราะเราต้องดูแลตัวเองให้เข้มแข็งยามนี้ เกิดเจ็บป่วยไปอีกคนจะแย่

ใจเราก็อยากให้อยู่ในการดูแลของแพทย์ อาจะได้พักบ้าง เพราะบางอย่างเราต้องขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์มากกว่าเอาพ่อมาดูแลเอง การอยู่ที่โรงพยาบาล อย่างน้อยเป็นอะไรก็ใกล้ทีมแพทย์มากกว่า อันนี้ได้แต่คิด ทุกอย่างก็ต้องแล้วแต่อาจะตัดสินใจ เราก้าวก่ายไม่ได้

อาการของพ่อก็ทรง ๆ อยู่แบบนี้ ตายังไม่เลื่อนลอย ญาติทุกคนมาก็เฮฮากันไป ผ่อนคลายความตึงเครียดให้คนไข้และคนเฝ้าไข้ แต่อาอาจจะไม่มีอารมณ์จะสนุกด้วย... ก็พอเข้าใจนะ แต่เหตุการณ์แบบนี้ เราต้องรู้ว่า ควรวางใจไว้ตรงไหน จะได้ไม่บั่นทอนตัวเองและคนใกล้ บางทีเราก็ไม่รู้จะเข้าหน้าอย่างไรจึงจะสบอารมณ์

เสาร์นี้ เราต้องพาลูก ๆ ไปทำธุระให้เสร็จก่อนเปิดเทอม วันอาทิตย์ สามีฉันไปทำงาน จึงไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อ แต่น้องสาวฉันไป เธอวีดีโอคอลให้ฉันกับพ่อ

พ่อมองหน้าฉัน เรามองตากัน พ่อจำฉันได้แม้จะพูดอะไรไม่ได้อีกแล้ว ฉันพาพ่อดูรอบ ๆ ร้านขายยาของเรา พ่อเคยมาอยู่กับฉันทั้งวัน ดูฉันขายของ ลูกของพ่อเป็นแม่ค้านี่นา
ฉันคุยกับพ่อไปเรื่อย ๆ พ่อจำได้หรือเปล่า เก้าอี้ตัวนี้ที่พ่อมานั่งเฝ้าหนูขายยาทั้งวัน ม้านั่งตัวนี้พ่อก็มานั่งแล้ว หน้าบ้านเรา พ่อก็เคยมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ตอนนี้ไม่ขายแล้วนะเพราะเราปิดร้านบ่อย ขายไม่ดี คนไม่ค่อยอ่านหนังสือกัน เขาก็ใช้มือถือกันตลอดแบบนี้แหละ แต่ดีมากตอนนี้นะ ได้เห็นพ่อใกล้ ๆ เหมือนอยู่ใกล้กันเลย จากนั้น ฉันก็พูดอะไรไม่ออก เอาแต่ร้องไห้ น้องสาวก็ต้องขอหยุดการคอลเพราะพ่อน้ำตาไหลพราก เขาร้องไห้จนหน้าแดงกล่ำ ความสุข ความรัก ความคิดถึง ทุกอารมณ์ปะปนกันหมด น้องสาวบอกว่า พ่อกลั้นสะอื้นกลัวพ่อหายใจไม่ทัน

ฉันยังไม่อยากวางเลย แต่ก็จำต้องวาง ได้แต่บอกว่า คิดถึงพ่อนะ ฝันเห็นบ้านเก่าเราที่หัวรถไฟด้วย พ่อจำได้ใช่มั้ย น้องสาวก็บอกว่า ยิ่งพูด พ่อก็ยิ่งร้องไห้ ต้องจับหน้าอกเขา เขาสะอึกสะอื้น ฉันบอกรักพ่อไปไม่รู้กี่ครั้ง ทุกคำที่พูดให้พ่อได้ยินซ้ำ ๆ แต่ความหมายมันมากกว่าคำพูดนี้อีก พ่อรู้ว่าเรารักพ่อ ฉันได้แต่บอกให้พ่อนอนหลับสบาย ๆ ไม่ต้องกังวลอะไร เราสวดมนต์ภาวนาให้พ่อนอนหลับสบาย ๆ และมีความสุขทุกวัน


น้องสาวโทรมาคุยกับฉันหลังจากวางสายไปสักพัก บอกว่า คอลไปหาลูก ๆ ของฉันบ้าง พ่อจะได้เห็นลูกหลานทุกคน เจ้าแฝดของฉันกำลังมาสก์หน้า พ่อเห็นก็หัวเราะจนหน้าแดงก่ำอีกรอบ อยากพูดแต่ก็พูดกับหลานไม่ได้ แต่เขาจำได้ เท่านี้แหละที่พ่อรอ

น้องฉันว่า พ่อคิดถึงพวกเราอยู่เป็นทุน ยิ่งมาหาและได้เห็นทุกคนในที่ที่พ่อเคยมา เขาทั้งรักและคิดถึงเรามากขึ้น ที่เขาร้องไห้เหมือนกับรู้ว่า เวลาของเขาเหลือน้อยเต็มทีที่จะอยู่กับลูก ๆ เราเข้าใจตรงกันจริง ๆ พ่อร้องไห้ไม่หยุดหลังจากที่เราคุยกัน

ฉันยังฝันอยากให้พ่อมาใช้ชีวิตครั้งสุดท้ายที่บ้านฉัน ฉันจะพาพ่อดูตะวันยามเช้า พาเดินเล่นรอบสระน้ำยามเย็น ดุพระอาทิตย์ตกด้วยกันยามเย็น ฉันฝันอะไรมากมาย ฝันมาตั้งแต่เด็ก อยากให้เราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา โตมาก็ฝันอยากมีเวลาส่วนตัวกับพ่อบ้าง อยากคุยกันพ่อลูก อยากให้พ่อเป็นตัวของตัวเอง แสดงออกถึงความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลอย่างตรงไปตรงมาบ้างเสียที ไม่ต้องเก็บกดมากแบบนี้ ไม่ต้องเป็นคนกลางตลอดเวลาหรอก แต่ทุกอย่างมันก็แค่ในฝัน เรามีเวลาที่จะทำแบบนั้นน้อยครั้งมาก แต่ก็รู้สึกพิเศษที่ได้เจอพ่อทุกครั้ง ไม่อยากคิดเลยว่า วันที่ฉันพาพ่อไหว้พระที่วัดม่วงจะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้ไปไหนด้วยกันแบบนี้อีก พ่อมีความสุขมากที่ได้กินข้าวที่ร้านกุ้งเป็น

พ่อกินข้าวอร่อยมาก ดูเจริญอาหารหรือเพราะกินกับลูก ฉันเข้าข้างตัวเองตลอดสินะ จากนี้ เราไปไหว้พระด้วยกัน ซื้อมะขามเทศที่พ่ออยากกินและซื้อข้าวหลามข้างทางกลับบ้าน พ่อกินของที่เราซื้อมาทุกอย่าง ถึงบ้าน พ่อก็นอนหลับเพราะเหนื่อย แต่ฉันรู้ว่าพ่อมีความสุขมาก

ตอนเช้า พ่อตื่นแต่เช้ามานั่งรอไปกินอาหารเช้าที่ร้าน ข.ไข่ กับเรา พ่อกลัวว่าฉันจะรีบกลับเชียงใหม่โดยไม่ลา เนื่องจากฉันรู้ว่าพ่อตื่นราว ๆ เก้าโมงเช้าทุกวัน

ร้านอาหารเช้าร้านนี้เป็นร้านธรรมดา พ่อไม่ค่อยมานานแล้วหลังจากป่วย เพราะพ่อไม่ค่อยอยากเจอใคร พ่อพูดไม่ได้ พูดอะไรก็เกรงเขาจะฟังไม่รู้เรื่อง พ่อชอบกินชานมร้อน
สตูว์หมู ขนมปัง เราอยากให้พ่อมาด้วยอยู่แล้วแต่ฉันเกรงใจอาเพราะกลัวพ่อไม่สบาย แต่พ่ออยากมากับเรามาก นี่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายของเราเช่นกันสินะ

ฝันสุดท้าย ฉันรู้ว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่พ่อจะมาอยู่กับฉันที่ไชยปราการ แต่ฉันก็หวังเหมือนตอนเด็ก ๆ ฉันรู้ว่า ตลอดเวลาที่พ่อสบายดีหรือพ่อป่วย พ่อคิดถึงพวกเราตลอด ความจริงเราคิดถึงกัน แต่เราพูดกันน้อยมาก ช่วงหลัง ๆ พ่อจะใช้ไอแพด ส่งนั่นนี่มาให้ฉันดูทุกวัน พ่อมีเฟซบุ๊ก เห็นการเคลื่อนไหวของลูก ๆ ทุกคน พ่อมีไลน์และส่งไลน์หาเราทุกวัน รู้สึกใกล้กันขึ้น ใกล้กว่าเสียงในโทรศัพท์ แต่พ่อก็ยังใช้โทรศัพท์มาหาเราเป็นประจำ ความรักไม่เคยขาดตอน ยังคงลึกซึ้งอยู่ภายในแม้จะไม่เอ่ยออกมาบ่อย ๆ

ช่วงที่พ่อป่วยหลัง ๆ มานี้ เราพยายามคิดเรื่องดี ๆ ส่งกระแสความสุข ความห่วงใยและความรักมาเฝ้าไข้พ่อเสมอ เดี๋ยวศุกร์นี้เราก็จะได้เจอกันนะพ่อ รักพ่อนะ...


16 กรกฎาคม 2560








Create Date : 17 กรกฎาคม 2560
Last Update : 17 กรกฎาคม 2560 15:15:35 น.
Counter : 504 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com