All Blog
--- ที่ ห้ อ ง พิ เ ศ ษ ---

















ความหวังมีไว้ให้หวัง
เพราะเรายังมีลมหายใจ
แต่มิใช่การคาดหวัง
เพราะมันจะทำให้ใจหาย



เราออกจากบ้านดอยราว ๆ สองทุ่ม ถึงสุพรรณหกโมงเช้าของอีกวัน ล้างหน้าล้างตากันที่ปั๊มน้ำมันก่อนไปหาอะไรกินที่ร้าน ข.ไข่ ร้านที่เราชอบพาพ่อมานั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน รีบกินจะได้เยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลแต่เช้า เตรียมอาหารเช้าไปฝากอาด้วย

พ่อพักอยู่ห้องเดิมเหมือนเมื่อสองปีที่แล้ว อาเพิ่งป้อนอาหารทางสายให้พ่อเสร็จ แว่บแรกที่พ่อเห็นพวกเราเข้าไป เหมือนจะจำได้ แต่สายตานั้นเราสัมผัสเพียงเสี้ยววินาทีที่สบตากันเท่านั้นเอง เราเตรียมใจไว้หมดแล้วสำหรับเรื่องนี้ ไม่ได้แปลกใจหรือน้อยใจพ่อแต่อย่างใด พ่อไม่จำเป็นต้องจำใครได้ เรามีความหวังว่าพ่อจะดีขึ้นในทางกายภาพบ้างก็พอ

พ่อดูซูบไปเยอะ ตาช้ำทั้งสองข้าง น้ำตาไหล ไม่ยอมให้อาหยอดตาทั้งสองข้าง พ่อร้องว่า ไม่เอา ๆ ตาพ่อเป็นต้อหิน จำเป็นต้องรับยา เรามาได้จังหวะก็ได้ปะเหลาะพ่อ เขาแสบตาจนไม่ค่อยยอมให้หยอด อาเล่าไปด้วยว่า พ่อไข้ขึ้นมาตลอดคืนจนน่าใจหายเพราะร่างกายไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ คิดว่าจะจากกันเสียแล้ว แต่แล้วก็พลิกกลับมาเหลือเพียงตัวรุม ๆ พ่อดูสบายขึ้น

ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา พ่อมีอาการลิ้นตก ส่งผลต่อระบบการหายใจทำให้นอนหลับไม่สนิทเพราะลิ้นจะปิดระบบการหายใจ เขาจะสะดุ้ง หลับไม่สนิท ต้องช่วยกันจับพ่อนอนตะแคงเพื่อให้ลิ้นตกไปทางใดทางหนึ่ง จัดท่านอนไม่ให้ปวดไหล่แต่ก็ไม่ใช่ท่านอนที่สบายสักเท่าไหร่ พ่อยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถลุกนั่งได้เอง กลืนอะไรไม่ได้ ต้องต่อสายเพื่อให้อาหาร พ่อจะรำคาญมากและพอรู้สึกตัวก็จะดึงสายอาหารทางจมูกออก ต้องคอยจับมือและพูดจาปลอบโยนว่าไม่ให้ดึง ทนรำคาญหน่อย เดี๋ยวหายแล้วจะได้เคี้ยวข้าวเองได้ พ่อพยักหย้าช้า ๆ เหมือนจะเข้าใจ เราต้องคอยลูบตรงจมูกเพราะสายจากท่อทำให้ระคายผิว ฉันลูบหน้าให้พ่อเบา ๆ เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ พ่อไม่รู้เรื่องหรอก แต่มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าอยากเล่า ฟังเพลิน ๆ เราเชื่อว่าเราสื่อสิ่งดี ๆ อารมณ์สดใส พ่อก็จะสบายใจ มีกำลังใจมากกว่าความเศร้าสร้อย ฉันไม่อยากเศร้าแม้ว่าจะร้องไห้จนเหมือนน้ำตาจะหมดตัวแล้วก็ตาม ความทรงจำเก่า ๆ ผุดขึ้นมาเป็นระยะ ๆ แม้จะรู้เรื่องสัจธรรม การเกิด แก่ เจ็บ ตายของชีวิต แต่ภาวะเจ็บไข้ได้ป่วยนั้น เป็นช่วงที่เราต้องรักษากายและใจให้ดี มีสติกำกับทุกช่วงตอน ปล่อยให้อารมณ์ไหลล่องไปกับความเศร้านาน ๆ ไม่ได้ เราต้องดูแลคนที่ยังอยู่และคนที่เรารักอีก

ฉันเล่าให้พ่อฟังเรื่องบ้าน ช่วงนี้เข้าฤดูฝน จะเห็นหมอกเรี่ยดอยหน้าบ้านเรา ดอกไม้ ผลไม้ที่ออกผลในฤดูกาลนี้ พ่อเคยนั่งดูไอแพดทุกวันตอนฉันโพสต์เล่าเรื่องดอกพวงครามสองต้นที่เพิงรถหลังบ้าน เป็นพวงครามที่ออกดอกสะพรั่งที่สุดทุกปี ดอกลั่นทมหลังห้องนอนที่ผ่านมรสุมมาแล้วแต่ยังหยัดยืน สง่างามได้อีกครั้ง และดูเหมือนว่าดอกไม้จะทำหน้าที่ของมันอย่างมีคุณค่ารวมถึงดอกแก้วที่ส่งกลิ่นหอมประชันกับดอกลั่นทมที่ปลูกคู่กัน พ่อจำได้เพราะพ่อเคยมานอนบ้านนี้แล้ว


ฤดูกาลนี้มีกล้วยหักมุกที่ออกมาให้ชื่นใจทุกปี ก่อนมาหาพ่อ เราก็ปิ้งกล้วยหักมุกกิน ถ่ายรูปไว้เพื่อมาเล่าให้พ่อฟัง ฉันเปิดมือถือให้พ่อดู อยากให้พ่อได้กินด้วย หวานอร่อยเชียวนะ ลิ้นจี่ที่ออกลูกดก เราก็ให้ดู มันให้ผลดกมากที่หน้ารั้วบ้านเรา ใครวิ่งผ่านหน้าบ้านก็อดที่จะเด็ดกินกันไม่ได้ เหลือต้นหลังบ้านที่ปลูกติดกับต้นมะม่วงมหาชนก เราสอบมะม่วงมหาชนกได้หนึ่งอ่างใหญ่ ๆ มะม่วงของพ่อ มะม่วงที่ให้ผลจนกินไม่ทันสักปีทั้งที่แจกเพื่อนฝูงกินกันแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่ไม่คิดคาหวังอะไรกับมัน มันจะให้คุณประโยชน์และความสุขใจอย่างยิ่ง มันอาจจะบอกเราว่ามันแค่ทำหน้าที่ของมันให้ดีที่สุดในแต่ละวันเท่านั้นเอง


พ่อคงดีใจที่เห็นเรามีความสุขในบ้านกับชีวิตที่เราเลือกเอง พ่อภูมิใจแน่ ๆ ที่เรายืนได้ด้วยขาของตัวเอง แต่ทุกขณะของชีวิต พ่ออยู่เบื้องหลังความเป็นไปและสิ่งดีงามเหล่านี้

พ่อจับใจความอะไรไม่ได้หรอก ฉันรู้ แต่ความสบายใจของเรา พ่อสัมผัสได้แน่ ๆ พ่อหลับ หลังจากที่นอนตะแคง ฉันลูบมือพ่อเบา ๆ จับมือนิ่ม ๆ ของพ่อ มือพ่อนิ่มกว่าฉันตั้งเยอะ เนื้อตัวพ่อสะอาดมาก ผมพ่อยาวขึ้นแต่อาก็หวีให้ดูดีอยู่เสมอ

ฉันนั่งมองป้ายให้อาหารบนหัวเตียงพ่อ พ่อต้องรับอาหารมื้อละ 250 มล. 4 มื้อต่อวัน รับยาและพ่นยาหอบหืดเป็นเวลา รับน้ำ 50 มล. 2 เวลา พ่อจิบน้ำได้เพียงช้อนชาแต่ก็กลืนลำบาก ใต้เพดานปากพ่อเป็นแผลเหมือนเกล็ดเลือดดำหนามาก ริมฝีปากบางและมีรอยเลือดแห้งแต่เราดึงออกไม่ได้ เลือดจะไหล พ่อคงรำคาญ แต่เราก็ทาวาสลีนให้พ่อบ่อย ๆ อาเช็ดคราบแผลในปากให้พ่อจนสะอาด ไม่มีกลิ่นปากเลย แต่ที่ลิ้นพ่อมีแผลห้อเลือดจนทั่วลิ้น จะเช็ดตรงเลือดนั้นก็เกรงว่าแผลจะแตก เลือดจะไหลลงคอ บอกแพทย์แล้ว เขารับทราบแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขียนรายงานไว้


คราวนี้ ได้น้องมาช่วยอาดูแลพ่อ เธอเป็นเด็กสาวอายุ 21 ปี แต่ดูคล่องแคล่วและมีน้ำใจ สงสารอากับน้องเวลาต้องพลิกตัวพ่อเพื่อไม่ให้เป็นแผลกดทับ พ่อฉันร่างใหญ่ น้ำหนักตัวเยอะ กว่าจะปรับเตียง ขยับมาชิดอีกด้านเพื่อวางหมอนหนุนหลังให้พ่อนอนตะแคง ลิ้นจะได้ตกไปข้าง ๆ ไม่ปิดกั้นการหายใจนั้น ดูลำบากและเหนื่อยสาหัส เพราะพ่อไม่ค่อยรู้สึกตัว คนดูแลต้องคอยเปลี่ยนท่าให้และระวังไม่ให้พ่อดึงสายท่ออาหารตรงจมูก

เป็นว่า คนดูแลเหนื่อยที่สุด แทบไม่มีเวลาพักเลยตลอด 24 ชั่วโมงเพราะต้องคอยเฝ้าระวังกันตลอดเวลา เราไม่มัดมือพ่อติดกับเตียงถ้าไม่จำเป็น แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมา จำเป็นต้องมัดเพราะพ่อดึงสายอาหารออก การต่อท่อเข้าไปใหม่นั้นค่อนข้างทุลักทุเล ต้องช่วยกันจับแขนจับขาและปลอบโยน พ่อไม่ยอม แข็งขืน ต่อสู้ เตะ ถีบคนไปเรื่อยเพราะจิตใต้สำนึกคือความกลัว

พ่อกลัวเข็มมาก เวลาใครมาแตะตัว พ่อก็กลัวไปหมด ยามไม่มีสติคอยกำกับ ความกลัวทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา พ่อสู้ ขืนตัวจนสุดแรง แต่พอสงบ พ่อกลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะขยับตัว ใจไม่สู้เพราะสภาพร่างกายพ่อล้าจริง ๆ


เรานั่งเฝ้าพ่อคนละฝั่งของเตียง หลังจากที่เราเปลี่ยนเฝ้าพ่อให้อาได้กลับบ้านบ้าง เขาบอกว่า บ้านเงียบจนใจคอโหวงเหวง

เพียงแค่นี้ ฉันก็แสนจะเศร้าและเข้าใจอาเป็นอย่างยิ่ง เขาอยู่ด้วยกันมาสี่สิบกว่าปี อยู่ด้วยกันยี่สิบสี่ชั่วโมง มีหรือจะไม่ใจหายเพราะเรารับรู้สภาพและสเต็ปของอาการป่วยหลังจากนี้ เรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่เราก็ไม่ได้ทิ้งความหวัง อาไม่ได้ปล่อยให้คนอื่นดูแลพ่อตามลำพัง เพียงแต่ขอมีคนอยู่เป็นเพื่อน คอยช่วยหยิบจับ ช่วยเหลือระหว่างที่พ่อยังอยู่โรงพยาบาล อาแทบไม่วางตา กระนั้นก็ยังพลาดเมื่อจับพ่อไม่ทันยามที่พ่อดึงสายอาหารที่จมูกออก

ฉันนั่งฟังอาเล่านั่นนี่เกี่ยวกับพ่อ ฉันเงียบและฟังเขาอย่างใส่ใจ ขอให้อาระบายความในใจออกมาบ้าง เขาท้อเพราะพ่อดูไม่ให้ความหวัง พ่อไม่ตอบสนองต่อยา แต่อาก็หวังอย่างยิ่งให้พ่อจากอย่างสงบ ไม่ทุรนทุราย ถึงตอนนั้นก็จะไม่ปั๊มหัวใจยกเว้นพ่อโวยวายและยังสู้อยู่ ก็ต้องว่ากันไปตามสถานการณ์

ฉันพยักหน้า เห็นตรงกันทุกประการ...

ความเงียบเข้ามาแทนที่ เสียงสะอื้นเบา ๆ เข้าแทรก ฉันหันหน้าไปทางอื่น ไม่กล้ามองอาที่อยู่ตรงข้าม ไม่กล้าแม้จะเข้าไปปลอบ ฉันเข้าใจอาการแบบนี้ เข้มแข็งแค่ไหนก็มีน้ำตา ฉันปล่อยให้เขาร้องไห้ต่อหน้าฉันบ้าง ความรู้สึกแข็งนอกแต่อ่อนในของอา ฉันคุ้นเคยดี สงสารใจเขาในวันที่ไม่มีพ่อจริง ๆ

ฉันเองก็เตรียมใจไว้แล้ว หนีไม่พ้นแม้เราจะไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย แต่ก็ต้องมีวันนั้น หวังให้นาฬิกาเดินช้า ๆ ฉันสวดมนต์ภาวนาขอพรคุณพระให้พ่อไม่ต้องทรมานทั้งร่างกายและใจ ฉันไหว้พระทุกวัน ฉันไหว้วิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกที่ทุกที่ หวังให้อามีสุขภาพกายและใจที่ดี ฉันเป็นห่วงอามากในยามนี้

ฉันไม่สามารถพูดฝากพ่อกับอาได้ น่าละอายใจที่ลูกดูแลพ่อได้แค่นี้ เราไม่อยากแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น เราได้แต่ช่วยเหลือด้านอื่น ฉันพูดกับอาว่า หากพ่อกลับบ้านจะติดแอร์ข้างล่างให้พ่อยังไง จะใช้ออกซิเจนอย่างไร อาบอกว่าอาไม่หวังเลย ดูอย่างนี้จะกลับบ้านได้รึ

ความจริงเป็นแบบนั้น แต่ฉันก็หวัง แม้แสงแห่งความหวังจะริบหรี่เพียงไร ฉันก็ไม่เคยสิ้นหวังที่ห้องพิเศษนี้







วันเฝ้าไข้พ่อที่ห้องพิเศษ
สุพรรณบุรี
4 มิถุนายน 2560











Create Date : 05 มิถุนายน 2560
Last Update : 5 มิถุนายน 2560 13:51:21 น.
Counter : 519 Pageviews.

0 comments

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com