สรรพสิ่งล้วนเกี่ยวพัน
<<
กันยายน 2563
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
10 กันยายน 2563

เที่ยวตรัง ...วังผาเมฆ

อยากไปเที่ยว ก็หาที่ใกล้บ้าน
ค้างสัก2-3คืนก็พอ
ครั้งนี้ไปตรัง จุดหมายหลักคือ วังผาเมฆ


 ข้อมูลจากป้ายหน้าทางเข้า
(แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสายควน
และป่าเกาะอ้ายกลิ้ง สภาพโดยรอบยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์
มีพรรณไม้ พืชสมุนไพร และสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเมื่อปี 2542
นายวัชระ ยงประเดิม นายก อบต.วังมะปราง สมัยนั้น ได้นำทีมชาวบ้าน
ขึ้นไปสำรวจ และเมื่อขึ้นสู่ยอดเขาได้แลเห็นว่า มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม
จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกลุ่มอาสาพิทักษ์ป่าขึ้น โดยได้รับความร่วมมือ
จากชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง 4 หมู่บ้าน ที่มีจิตอาสารักป่าและสัตว์ป่า
ได้มาสลับสับเปลี่ยนเข้าเวรยามเพื่อมิให้ถูกบุกรุกทำลาย
พร้อมดูแลรักษาความปลอดภัย จนกระทั่งเมื่อปี 2558
จึงเริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี
ส่วนใหญ่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ จะมาจากต่างจังหวัด
เพื่อต้องการที่มารอชมความงดงามของ “วังผาเมฆ”
โดยเฉพาะในช่วงปลายปีถึงต้นปี)


 
ออกจากบ้านก็พาฝนหนักไปด้วยทุกที่จนถึงที่พัก
ในเวลาค่ำมืดแล้ว จอดรถอยู่นาน
ในเขตป่าสงวน เห็นมีนักท่องเที่ยว
นั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่หน้าบ้าน ฝนก็ตก แต่จนท.ไม่ออกมา
โทรหาเพื่อนที่จองบ้านไว้ให้ เพื่อนขับรถมาจากบ้าน
เอาของกินมาให้อีก จนท.มาถึงเอากุญแจมาเปิดบ้านให้
บ้านพักหลังละ1400บาท มี1ห้องนอนใหญ่ และ1ห้องโถงใหญ่
มีห้องน้ำ 2 ห้อง มีแอร์ น้ำอุ่น ตู้เย็น ทีวี โต๊ะ ชุดรับแขกพร้อม
แต่ไม่ได้ถ่ายภาพข้างในมาเลย ลืมค่ะ



  ฝนยังตกหนักอยู่ตลอด
เราเข้าบ้านเก็บกระเป๋า กินข้าวเย็นที่โทรสั่งร้าน
ให้ใส่กล่องมาให้ที่ปากทางผ่านที่ต.ควนกุล
ส่วนผลไม้ ขนมก็แวะข้างทาง
เจออะไรที่อยากกินก็จอดๆๆๆ ซื้อๆๆๆๆ
เงาะลองกอง ลางสาด ข้าวหลาม ข้าวโพดมังคุด
กินข้าวกันอร่อยมากเพราะหิวกันตาลาย
เพื่อนที่อยู่ที่ตรังซื้อขนมและอาหารมาให้อีก
เป็นหมึก ไก่ หมูกอแระ หอมเครื่องเทศอร่อยมาก
และน้ำเต้าหู้ร้อนๆ กินตอนฝนตกนี่อร่อย อุ่นท้องดี
กินเสร็จอาบน้ำอาบท่า นั่งคุยถึงแพลนพรุ่งนี้เช้ามืด
เจ้าหน้าที่จะมาปลุกตอนตี 4 ครึ่ง ถ้าฝนไม่ตก
ถ้าฝนตกก็ไม่มาเรียก เพราะปีนเขาไม่ได้
ก่อนนอน เตรียมอุปกรณ์ ควรเป็นรองเท้าผ้าใบที่เหมาะ
เอาน้ำและขนมติดตัวไปบ้างเล็กน้อย
แล้วเราก็เข้านอนพักผ่อนไป




 ตื่นมาตี4 ฝนไม่ตก มองไปนอกบ้านดินแห้ง
เตรียมตัว แต่ละคนก็พันคอ หมวก มีเสื้อคลุม กลัวฝน กลัวหนาว
เราเตรียมไฟฉายส่วนตัวมาแล้ว ถ้าไม่มี ต้องเช่าจากเจ้าหน้าที่
เป็นไฟฉายคาดหัว อันละ 20 บาท 
เอาน้ำไปด้วย1ขวดเล็ก
ผ้าพันคอ เสื้อแขนยาว
ถ่ายภาพก่อนขึ้นเขา



 ตรงทางขึ้นมีศาลปู่ช่องหินเหล็กไฟ หรือปู่วังผาเมฆ
ก็ไหว้ขอพรให้ปีขึ้นไปอย่างปลอดภัย
แล้วก็ก้าวไปตามทางช่วงแรก 200 เมตร เป็นขั้นบันไดปูน
ขั้นเตี้ยบ้าง สูงบ้าง มีราวจับเป็นปูนสองข้าง
แรกๆก็ยังโอเค ค่อยๆก้าวตาม คนนำทางไป
บางช่วงไม่มีทางปูน แต่ต้องปีนก้อนหิน
มีเชือกให้เราจับสาวตัวขึ้นไป โอ๊ย
ตอนนี้เริ่มเหนื่อยหอบขึ้น 
หินบางก้อนมันสูง พอเราก้าวขายกสูง
เอ็นที่สะโพกมันไม่เคยชิน ก็ยืดมากไปจนเจ็บ
ทีนีละต้องชะลอฝีเท้า และหยุดหอบเป็นระยะๆ
พอได้ 200 เมตร จะมีจุดพักให้ 
ผ้าพันคอเอย เสื้อคลุมเอย น้ำ ขนมเอย
ต้องถอด และใส่เป้ จนท.นำทางไว้
เพราะเอาตัวเองให้รอดก่อน 
เหงื่อเริ่มท่วมตัว ไหลลงร่องก้น
โอ๊ยยยยย ทั้งมืด ทั้งลื่น 
เกร็งเท้า เกร็งน่องกันสุดๆ
ไม่มีภาพเลยนะคะ เพราะมืดมาก




พ้นจากที่พักเหนื่อยจุดแรก ขึ้นไประยะ200-400เมตร
จะเป็นปีนก้อนหินเสียส่วนใหญ่ มันมืดก็เดินตาม จนท.บอก
กว่าจะถึงที่พักจุดที่ 2 ก็ยืนหอบกันระหว่างทางถี่ขึ้น
บางทีเหยียบใบไม้เปียกน้ำก็ลื่นพรืด ก้นกระแทก
เริ่มควักยานวด ยาลม น้ำมันเขียว น้ำมันเหลือง
เอาขึ้นมาทากัน เรารู้สึกตัวว่า เริ่มมีอาการหวิว
ถ้าสว่างก็จะเห็นได้ว่าหน้าซีดแระ
ต้องพัก หายใจยาวๆ จิบน้ำ
เพื่อนก็ต่างคนต่างลุ้นให้กำลังใจกันไป
ช่วยดันก้น ช่วยดึงมือขึ้น







มาถึงที่พัก จุด 400 เมตร
พักกันนานมาก จนกลุ่มเด็กๆ เดินล่วงหน้าไปหมดแล้ว
แต่ สว. 5คนนี้ยังมะงุมมะงาหรากันต่อไป
ระยะ400-600เมตร ทางดีขึ้นหน่อย 
มีทางบันไดปูนสลับเยอะขึ้น





ต้นเสม็ดแดงเยอะทีเดียว
ลำต้นบางต้นที่อยู่ตรงกลางทางเดินจะเรียบมันแผล่บทีเดียว
เพราะโดนเกาะ รูด ไถลอยู่ทุกครั้งที่ต้องเกาะใช้พยุงตัวไว้





พี่ที่มาด้วยอายุมากกว่าเรา 3 ปี
แต่หัวไหล่ยกไม่ขึ้นก่อนมา เจ็บแขน
แต่พี่บอกว่า ไหว ค่อยๆไป
(พอวันรุ่งขึ้น พี่เจ็บแขนมาก เพราะต้องสาวเชือกพยุงเอาตัวขึ้นเขา)
(สงสารมากๆ แต่พี่บอกประสบการณ์ สนุกดี)

ขึ้นไปถึงยอดเขาจนได้ ใช้เวลาไปเกือบ 1 ชม. กว่า
ทั้งๆที่หนุ่มสาว และคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
จะใช้เวลาเพียง ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

พ้นบันไดขั้นสุดท้ายนี่ก็ถึงแล้วค่ะ





บนยอดมีที่นั่งพักดูหมอก และเพิงที่ จนท.มาทำไว้
ขายกาแฟและมาม่าต้ม
รอเวลาอาทิตย์และหมอกมา
แต่ผิดหวัง ดังที่เจ้าหน้าที่บอกไว้ก่อนแล้วว่า
ถ้าเมื่อวานฝนตกหนักมากๆ
ไอดินก็ไม่มีขึ้นเป็นหมอก
เห็นแค่หมอกจางๆ ต่ำลงไปในหุบเขา
ไม่มีลอยขึ้นมาบนยอดเขานี้
ก็ไม่เป็นไร แค่นี้ก็โอเคแล้ว คนเฒ่าได้ชนะใจตัวเอง
ปีนขึ้นมาจนถึง 









สัมผัสอากาศดีๆ บรรยากาศด้านหนึ่งเป็นทะเลและเกาะแก่ง
ทางฝั่งอันดามัน อีกฝั่งเป็นป่าเขาลำเนาไพร
วิวสวยทีเดียว
บนยอดมีลมเย็นสบาย เหงื่อแห้งตัว
กินกาแฟ และขนมที่ฝากเป้ จนท.ไว้







ทะเลและเกาะแก่งด้านหลังป้ายไกลโพ้น สวยมากๆ



พอสว่างขึ้น พอใจช่วงเวลากันแล้ว ก็ลง
ขาลงทีนี้ละเกิดเรื่องซิ
การเกร็งน่อง หน้าขา เกร็งเท้าจิกพื้นขึ้นมาตลอด
พอขาลงก็ต้องเกร็งกันอีกยก
แป๊บเดียวตะคริวจับน่องค่ะ
โอ๊ะ..โอ๊ย..เดินต่อไม่ได้ น่องเป็นลูก บิดไปบิดมา
ต้องนั่งพัก ควักน้ำมันมานวดตัวเอง
เพื่อนรออยู่2คนช่วยนวดด้วย
จนทุเลา ก็ลงต่อ



เห็นทางลงตอนสว่างแล้ว ต๊กใจ
ตรูขึ้นมาได้เพราะความมืดแท้ๆ
เพราะข้างทางเป็นหน้าผาก็มี ตกไปคือหายนะ
เพราะไม่เห็นอะไร เลยไม่หวาดเสียวนั่นเอง



ระหว่างเดินลงก็มีนักท่องเที่ยวทะยอยขึ้นมาอีกแยะเลย
เดินลงมารั้งท้าย ดีที่มี จนท.ที่นำทาง
บอกทางให้ ซ้าย ขวา ขึ้นลง
หันหลัง หันหน้า ตามเขาไป
จึงรอดลงมาอย่างปลอดภัย
เฮ้อ!!!!!!!  เย้!!!!!!!
ถามว่า ทางขึ้นยาก ลำบากมากมั๊ย
ก็ตอบได้ว่า ไม่ยากเท่าไหร่ สำหรับคนที่ออกกำลัง
ขาอยู่เสมอ แต่สำหรับเรา สว. 60+++++
และไม่ได้วิ่ง เดินอยู่เป็นประจำ
มันก็เหนื่อยและ กล้ามเนื้ออักเสบได้ง่ายค่ะ

ถึงพื้นล่างเสียที อย่างสบักสะบอมค่ะ

ด้านล่างเป็นลานชมเพลิน
มีรูปปั้นไดโนเสาร์ ปู นก น้ำตก ช้าง
เหมาะกับพาเด็กๆมาพักผ่อนกันค่ะ


 

 ได้ประสบการณ์ชีวิตพิชิตยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600เมตร
(พูดตามข้อมูลที่เขาเขียนไว้ค่ะ)
ถามว่าจะมีครั้งที่2มั๊ย...ตอบได้ว่า...ฮึ!!!  ไม่!!!

สวัสดี
 


https://www.youtube.com/watch?v=en-a6Wnob0M

 

 



Create Date : 10 กันยายน 2563
Last Update : 10 กันยายน 2563 20:15:34 น. 18 comments
Counter : 250 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณhaiku, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณสองแผ่นดิน, คุณThe Kop Civil, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณInsignia_Museum, คุณnewyorknurse, คุณkatoy, คุณKavanich96, คุณชีริว, คุณRinsa Yoyolive, คุณMax Bulliboo, คุณหอมกร, คุณวลีลักษณา, คุณ**mp5**, คุณอุ้มสี, คุณเริงฤดีนะ, คุณSleepless Sea, คุณnonnoiGiwGiw, คุณmcayenne94, คุณกะว่าก๋า


 
ดีใจที่ทำสำเร็จและปลอดภัยนะคะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 10 กันยายน 2563 เวลา:22:44:22 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ แม่ตะลี
ภาพวิวสวยมากครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 10 กันยายน 2563 เวลา:23:40:13 น.  

 
วิวทิวทัศน์ข้างบน สวยมากเลยครับ ผมว่าคุ้มค่ากับการเหน็ดเหนื่อยนะครับ ปักหมุดไว้เป็นสถานที่ของจังหวัดตรังอีกแห่ง ที่ต้องไปเยือนครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 10 กันยายน 2563 เวลา:23:43:13 น.  

 
คงเดินลำบากแน่่... เช้ามืดด้วย เมื่อมองเห็นเขาข้างล่าง
รู้สึก สวย น่าไปครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 กันยายน 2563 เวลา:5:46:06 น.  

 
การเริ่มต้นที่ตรังนี้น่าสนใจครับ
เพื่อนที่รู้จักกันเพิ่งไปมา เขาแวะพัทลุงก่อนกลับกรุงเทพ



โดย: Insignia_Museum วันที่: 11 กันยายน 2563 เวลา:19:33:45 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:11:46:05 น.  

 
ยินดีมากครับสำหรับการวิเคราะห์โคลงสี่สุภาพอย่างละเอียด
ได้บางแง่มุมที่ไม่เคยคิดมาก่อน


โดย: Insignia_Museum วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:15:14:31 น.  

 
ตรังของอร่อยๆเยอะเลยครับ ที่เที่ยวที่เด่นๆก็ในเมืองกับกันตัง
วังผาเมฆยังไม่เคยไปจ้า บรรยากาศบนดอยสวยดี
เป็นที่ค้นพบฟอสซิลด้วยใช่ไหมครับ รูปปั้นไดโนเสาร์นี่ดึงดูดนักท่องเที่ยวดีนะ


โดย: ชีริว วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:16:40:49 น.  

 
เวลาเดินเข้าป่า ขีวิตจะกลับมาพร้อมคุณค่า
คือมีความหมายมากมายจริงๆ



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:16:54:05 น.  

 
เราเคยไปตรังหนเดียวเองค่ะ ลงทะเล แต่นี่ มีแบบนี้ด้วยหรือ? ถ้างั้นต้องกลับไปอีกรอบซะแล้ว ทะเลหมอกบนยอดเขาสวยมากๆเลยนะคะ เก่งมากๆเลยค่ะที่ขึ้นไปพิชิตยอดเขาได้ ชื่นชมๆค่ะ


โดย: Max Bulliboo วันที่: 13 กันยายน 2563 เวลา:5:48:08 น.  

 
ตะลีกีปัส Diarist ดู Blog
เที่ยวกับคนคุ้นกัน สุขใจจริงๆ ค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 13 กันยายน 2563 เวลา:13:08:04 น.  

 
เก่งจริงๆค่ะแม่ตะลี
ได้ภาพสวยๆ มาเยอะเลย


โดย: วลีลักษณา วันที่: 14 กันยายน 2563 เวลา:13:28:40 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 14 กันยายน 2563 เวลา:13:45:48 น.  

 
เริ่ดมากกกกกกกกกกกกกกกก
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 14 กันยายน 2563 เวลา:15:13:11 น.  

 


ก่อนอื้นแฟ้มบุคคลต้องขอปรบมือให้
พร้อมขอตสรวะ 3 จอก
(น้ำชาค่ะ)
เป็นตัวเอง..คงมิสามารถ..เพราะมีแรงโน้มถ่วงต่อโลกสูง
(นอกจากจะเป็น สว. ที่ข้อมือแตกหักผ่าตัดเสริมก็ได้แค่ 75%)
แค่เดินเกาะราวไม้ไปภูชี้ฟ้า หน้าหนาว ตี4 ถนนลื่น
ก็เป็นปลื้ม..สุดๆ
**************
By the way
ชื่นชมๆแม่ตะลี..อีกครั้งค่ะ
น่้าตื่นเต้น
แถมตาตื่นใจไปกับสถานที่และบรรยากาศ
Adventure สุดๆไปเลย



ไม่สบายไม่ได้เข้าบล็อกแม่ตะลีซะนานนม..
ไว้แวะมาใหม่..
มาส่งกำลังใจนะคะ





โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 14 กันยายน 2563 เวลา:19:38:31 น.  

 
ว้าววว วิวสวยมากเลยค่ะ


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:12:12:26 น.  

 
วิวสวยงาม เก่งมาก ยอมใจเลยค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:13:07:39 น.  

 
สวัสดีครับพี่

วิวแบบนี้ สวยแบบนี้
น่ายอมเหนื่อยครับ

เห็นแล้วก็อยากไปเดินเที่ยวบ้าง
หลังๆพอลูกชายเริ่มโตขึ้น
ผมไม่ได้เที่ยวเลย 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:13:22:43 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16


 
ตะลีกีปัส
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




New Comments
[Add ตะลีกีปัส's blog to your web]