bloggang.com mainmenu search
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมากระแสข่าวในต่างประเทศเรื่องเกียร์ธรรมดา ดูจะเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกตกใจเช่นกัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อมองอีกนัยหนึ่งว่า เทคโนโลยีในปัจจุบัน ก้าวล้ำไปมากจนทุกสิ่งทุกอย่างสามารถตอบโจทย์ได้ดั่งใจคิด 

                เมื่อกลับมามองรถยนต์ที่ถือเป็นพระเอกในช่วงนี้ คงต้องยอมรับว่านับวันเราจะเห็นรถ Nissan Almera มากขึ้นเรื่อยๆ และหลังจากที่เราได้ไปสัมผัสกันในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ที่สร้างความประทับใจให้เรากันมาแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเอาเกียร์ธรรมดา มาลองดูกันบ้าง

ภายนอกดูดี ใหญ่กว่าที่เป็น

                ตั้งแต่งวดที่แล้วที่เราได้ไปทดสอบรถคันนี้  Nissan Almera  เป็นรถยนต์ที่ให้ความลงตัวในหลายๆด้าน โดยเฉพาะเรื่องของโจทย์การใช้งาน สามารถตอบได้ดีที่สุดในตลาดกับหนึ่งเดียวของอีโค่คาร์แบบ 4 ประตู ที่กล้าท้าชนกับรุ่นใหญ่

 Nissan Almera M/T

                เรือนร่างเริ่มด้วยการแนะนำตัวถังยาว 4425 ม.ม. กว้าง 1695 ม.ม . และสูงเพียง 1500 ม.ม. ที่ได้โจทย์การออกแบบแบบ  Mix&Match จับเอาบุคลิกของรถหลายๆรุ่นมารวมไว้ในรถรุ่นนี้ คือ สิ่งที่น่าประทับใจ ทั้งความสปอร์ต ด้วยเส้นสายหลังคาแบบคูเป้ไปจนกระทั่งองค์รวมที่มองทีไรก็นึกถึงพี่กลาง Nissan Teana  ทุกที จนปฏิเสธไม่ได้ว่ามันย่อส่วนกันมา แต่นั่นก็เป็นมุมองทางความรู้สึกเท่านั้น

                ตัวที่ออกแนวยาวให้อารมณ์เป็น "ลีมูซีนย่อส่วน" เป็นสิ่งที่ตอบสนองจากโจทย์ของรถที่ต่างจากเจ้าอื่นอย่างชัดเจน โดยน้ำหนักตัวเปล่าในรุ่นเกียร์ธรรมดาที่เรานำมาทดสอบ  Nissan Almera E M/T เบาหวิวเพียง 980 ก.ก.และพกฐานล้อที่ใกล้เคียงคอมแพ็คคาร์ยาว 2600 ม.ม.

ภายในโอ่อ่าแบบรถหรูชัดๆ

                เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร Nissan Almera  ต้อนรับด้วยการตบแต่งภายในลงตัวกับสีดำ ซึ่งค่อนข้างจะผิดหวังเล็กๆ เพราะ ภายในสีดำนี้สื่อความสปอร์ตมากกว่า เมื่อมองกับการออกแบบภายนอกที่ไปในทางหรู มันน่าให้สีเบจมากกว่า แต่จะดีกว่าถ้ามีให้ลูกค้าเลือกได้ตามใจชอบ

                ห้องโดยสาร Almera โดยรวมไม่ได้ให้อารมณ์หรูสักเท่าไรนัก แต่ก็ไม่แปลกถ้านี่คือรถยนต์อีโค่คาร์ ที่ออกมาตอบสนองความประหยัด เป็นสำคัญแผงคอนโซลหน้าคุ้นตาดีจากมาร์ชแต่ก็ลงตัวดีกับรถคันนี้  ทว่าเมื่อนั่งลงบนเบาะ สิ่งที่การออกแบบเบาะนั่งค่อนข้างจะเล็กไปสักหน่อย แต่คงจะลงตัวกับคนที่ตัวเล็กกว่าเรา โดยเฉพาะสุภาพสตรีน่าจะถูกใจ แต่ก็ไม่ได้เล็กอะไรมากมายแค่อาจจะเมื่อยหน่อยหากต้องขับขี่ทางไกล

 Nissan Almera M/T

                สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดใน Almera คงไม่พ้นการโดยสารตอนหลังที่สามารถนั่งยืดเหยียดขาได้อย่างสบายไร้กังวล แต่ เส้นสายหลังคาตอนหลังที่ออกมาในทรวดทรงคูเป้ ทำให้มันเป็นระยะลาดท้ายทั้งหมด เราพบว่าจะเหลือพื้นที่เหนือหัวน้อยกับคนที่มีความสูงมากอย่างเราที่สูงราวๆ 182 ซ.ม.

                เรื่องพื้นที่เก็บสัมภาระก็กว้างขวางมากพอในตอนท้ายที่สามารถจุได้มากถึง 490 ลิตร  เพียงพอสำหรับกระเป๋าทุกใบของผู้โดยสาร แต่ที่น่าแปลกใจคือ Almera  ไม่มีฟัังชั่นพับเบาะมาให้ ซึ่งถ้าเทียบแล้วนี่กลายเป็นข้อที่พลาดไปพอสมควรในรถรุ่นนี้ หลังเจ้าอื่นเริ่มให้จนแทบจะกลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว

ได้เวลาออกสตาร์ทกับชีวิตในเมือง..จริงๆ

                หลายคนที่ซื้อรถทุกวันน้ี เมื่อมองว่าต้องใช้รถขับในเมืองปั๊ปก็มองแค่เพียงรุ่นเกียร์อัตโนมัติขับง่ายไม่ต้องเข้าปล่อยเบรคแล้วรถวิ่ง แต่กลับกันเราเองก็มองว่า เกียร์ธรรมดาก็น่าสนใจ แม้คนอาจจะมองว่าเกียร์แบบนี้ไม่สบายแถมระบบเกียร์  CVT มีสมรรถนะดีและประหยัดเทียบเท่ากัน

                เราสตาร์ทเครื่อง Nissan Almera ที่ยกเครื่องยนต์แบบ 3 สูบแถวเรียง HR12 DE  มาตอบสนองตีตั๋วเด็กตามโครงการอีโค่คาร์เข้ามาขายในไทย ด้วยกำลังสูงสุดเพียง 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้กำลังแรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร  ที่ 4,400 รอบต่อนาที

 Nissan Almera M/T

                ในรุ่นเกียร์ธรรมดาความแตกต่างไม่ได้อยู่เพียงเกียร์มีด้ามให้สับกันสนุกสนาน แต่มันยังหมายถึง การปรับเปลี่ยนเฟืองท้าย ที่ผลัดจาก 3.770 ในเกียร์อัตโนมัติ ลงลงมาเหลือเพียง 3.546 เช่นเดียวกับเรื่องของอัตราทดเกียร์ 5จังหวะ ที่เริ่มจาก 3.727 ในเกียร์1 แล้วไปเรื่อยดังนี้เป็น 2.048>>1.393>>1.029 และเกียร์ 5 จบที่ 0.821

                เมื่อเหยียบคลัทช์เข้าเกียร์สิ่งที่น่าแปลกใจคือระบบเกียร์  Nissan Almera  นั้นค่อนข้างจะใช้งานง่าย แม้หลายคนจะกังวลว่า เกียร์รรมดาขับยากทว่าในรถคันนี้มันใช้ง่ายไม่หนักเท้า แต่ถ้าเย่อบ่อยๆ อย่างการขับในเมืองอาจจะมีปวดขา

                เราค่อยๆ ออกตัวสู่ถนนใหญ่ในป่าคอนกรีต กรุงเทพมหานคร โดยการขับขี่ในเมืองกับเครื่อง 1.2 ลิตรถือเป็นความลงตัวที่สุดของอีโค่คา์ร์ืที่เกิดขึ้นเครื่องยนต์ให้อัตราเร่งตามต้องการแต่ไม่ได้ปรู๊ดปราด เพียงพอจะทำให้เรือนร่างของมันฝ่าการจราจรที่คับคั่งไปได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิธีการส่งกำลังของเกียร์ธรรมดาที่ตอบสนองอย่างดี ให้ความมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่ กดเท้าลงไปบนแป้นคันเร่ง ที่สามารถเค้น 78 แรงม้ามาใช้ได้บ่อยตามต้องการ แต่เอาเข้าจริง แค่ 3000- 4000 รอบ ซึ่งเป็นช่วงแรงบิดสูงสุดก็เพียงพอแล้ว

 Nissan Almera M/T

                ความคล่องตัวของรถที่กระฉับกระเฉง เป็นอีกเรื่องที่ almera  ทำได้ดีไม่แพ้รถรุ่นอื่นๆที่มีอยู่ในตลาด แม้ความยาวของมันจะและดูเป็นปัญหาพอตัว เพราะความยาวทำให้มีจุดบอดของตัวรถ ซึ่งนอกจากจุดบอด แล้วจังหวะการเข้ารถยังต้องเผื่อเยอะกว่ารถระดับเดียวกัน แม้ความคล่องตัวของรถตอบสนองดี แต่ในจังหวะที่จะเปลี่ยนเลนของซอกแซกไปตามการจราจรที่ติดขัด หลายครั้งไม่สามารถทิ่มแล้วไปได้เลย ซึ่งอารมณ์นี้คล้ายกับการขับรถกระบะ

ท้าพิสูจน์ทางไกล ความเร็วสูงยังได้อยู่

                คำถามที่หลายคนมักสงสัยกันก็คือว่า รถอีโค่คาร์มันจะขับไปเที่ยวได้หรือไม่ ตามสไตล์คนไทยใช้รถได้ทุกอย่า ง ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เคยขับรถรุ่นนี้ในคาราวานทดสอบไปยังอัมพวาปลายทางที่ทุกคนชอบไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ ทว่างวดนี้เราใช้เส้นทางที่ติต่างว่าเป็นต่างจังหวัด ไปเที่ยวรอบๆเมืองกรุง ที่จังหวัดปทุมธานี

                การขับขี่เส้นทางนอกเมืองเราใช้ทางด่วนขั้นที่ 2 ยิ่งตรงยาวจากใจกลางเมืองสู่ทางลงเชียงราก แถว ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต โดยระหว่างทางใช้ความเร็วเดินทาง 120 ก.ม.  almera  ตอบโจทย์ด้วยรอบเครื่องยนต์ 3500 รอบต่อนาทีถือว่าสูงพอสมควร แต่หากอยากขับแบบให้อยู่ใน 3000 รอบต่อนาทีคงต้องใช้ความเร็วต่ำกว่า 100 ก.ม./ช.ม.

 Nissan Almera M/T

                ในช่วงความเร็วสูงที่เรามักใช้งานในยามเดินทาง ระบบช่วงล่างของ Almera  สามารถตอบสนองได้ดีจนต้องยกให้ในความหนึบ แม้ความเบาของตัวรถอาจจะทำให้รู้สึกว่ามันไม่เกาะถนนบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องปกติของรถขนาดเล็กแถมยังมีน้ำหนักเบา ทว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็มาจากความเบาและยาวนี่เอง เพราะเมื่อเราขับถึงแถวอิมแพ็ค เมืองทองธานี ลมที่แรงทำให้รู้สึกว่ารถมีอาการท้ายไหวตลอดเวลา

                "อาการท้ายไหว" ที่เราว่านี้ เป็นอาการคล้ายกับท้ายปัด นั่นเอง เพียงแต่มันไม่ได้เป๋มากจนต้องนำการดริฟท์เข้ามาช่วย แต่คุณจะรู้สึกได้ทันที ยิ่งกับพื้นที่ลมแรงแบบทางด่วนเส้นที่เรามาขับทดสอบ เราลองท้าทายอาการท้ายไหว ด้วยการเติมคันเร่งลงไป ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นการเสี่ยงเช่นกัน แต่ยิ่งใช้ความเร็วสูงอาการนี้ก็ยิ่งเด่นชัด พวงมาลัยจะกระดุกกระดิกให้เราแก้ประจำ แต่ก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวขอให้รักษาตามสภาวะเส้นทางเท่านั้น

                เราหันไปถามผู้โดยสารที่นั่งตอนหลังถึงอาการที่ว่านี้ เราพบว่าผู้โดยสารรู้สึกได้เช่นกัน ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลพอสมควร เนื่องจากรถที่โยนตลอดเวลามีโอกาสทำให้ผู้โดยสารเกิดอาการวิงเวียนศีรษะได้ง่าย แต่อาจจะดีขึ้นหาก

                เรื่องพละกำลังเครื่องยนต์ ขุมพลัง 1.2 ลิตร สามารถตอบสนองได้อย่างลงตัว แม้จะไม่มีกำลังมากมายอะไร แต่การขับขี่นอกเมืองด้วยเกียรธรรมดา ก็ช่วยได้มากพอตัวเลยทีเดียว  เพราะการตอบสนองอยู่ที่เรา ทำให้ง่ายมากยิ่งขึ้น

สรุปอีโค่คันนี้ประหยัดเท่าไร

                ต้องบอกก่อนเลยว่าด้วยความที่ครั้งนี่เราไม่ได้เดินทางไกล ทำให้อัตราประหยัด Nissan Almera  ออกมาในลักษณะของค่าเฉลี่ยมากกว่า โดยจากการทดสอบของเราทั้งหมด ด้วยเงื่อนไขผู้โดยสาร 3 คน ที่รวมการขับทั้งในเมืองที่รถติดจราจรคับคั่งและนอกเมือง โดยใช้ความเร็วขั้นต่ำ 120 ก.ม./ช.ม. และทำความเร็วสูงเป็นครั้งคราว หมดทริปเราทำได้ราวๆ 12.8 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าเป็นอัตราประหยัดที่ทำได้ไม่ขี้เหร่เลย

 Nissan Almera M/T

                ส่วนหนึ่งคงต้องยอมรับว่าระบบเกียร์ธรรมดาของรถคันนี้ไม่ได้ประหยัดเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับระบบเกียร์  CVT  ที่เราคยขับไปแล้วก่อนหน้า แค่อาจจะให้รู้สึกอำนาจการควบคุมที่มากกว่า ก็เท่านั้นเอง

        Nissan Almera  ใหม่ตอบความคุ้มค่าได้ลงตัว  ทั้งในเรื่องสมรรถนะและความหลากหลายในการใช้งาน แม้นี่จะเป็นอีโค่คาร์ 4ประตูคันแรก แต่ก็ยังมีหลายจุดที่พลาดไปอย่างน่าเสียดาย ที่สำคัญเกียร์  CVT  อาจจะเป็นคำตอบความคุ้มค่าที่ดีกว่าเมื่อเรามองว่า รถคันนี้ ขับในเมืองเป็นสำคัญ

สรุปผลการทดสอบ  Nissan Almera  เกียร์ธรรมดา

ที่ความเร็ว 100 ก.ม./ช.ม. ใช้รอบเครื่อง 2900 รอบต่อนาที

ที่ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. ใช้รอบเครื่อง 3200 รอบต่อนาที

ที่ความเร็ว 120 ก.ม./ช.ม. ใช้รอบเครื่อง 3500 รอบต่อนาที

อัตราประหยัดเฉลี่ย 12.8 กิโลเมตร/ลิตร

ตารางคะแนนทดสอบ

หัวข้อ

คะแนน (หมวดละ 20 คะแนน)

ข้อติชมและข้อเสนอแนะ

การออกแบบภายนอก

18

การออกแบบภายนอกที่ผสมทุกอย่างเขช้ามาในรถคันนี้คือการสร้างความแตกต่างยิ่งมองว่ารถคันนี้ เป็นอีโค่คาร์ 4 ประตู ที่มีกลิ่นไอแบบรุ่นพี่ก็ถือเป็นอะไรที่ทำให้หลายคนสนใจมัน

ภายในห้องโดยสาร

17

ห้องโดยสารที่กว้างขวางและอรรถประโยชน์ เป็นอะไรที่หลายคนคงและโดดเด่นมากยิ่งขึ้นจากพื้นที่โดยสารตอนหลัง แต่ดันมาตกม้าตายก็ตรงไม่มีออพชั่นเบาะพับได้นี่แหละ

เครื่องยนต์

18

 ขุมพลัง  1.2 ลิตรตอบความประหยัดได้พอตัวและดีมากต่อการขับขี่ในเมือง แค้เมิ่องนอกเมืองมันใช้รอบเครื่องมากไปสำหรับการเดินทางด้วยความเร็วใช้งานจริง อย่าง 120 ก.ม./ช.ม. แต่เข็มกระดิกไป 3500 อบต่อนาที

ช่วงล่างและสมรรถนะการขับขี่

19

จากโดยรวมที่ควงตลอดการทดสอบ Nissan Almera  มีช่วงล่างที่ดี ที่ตอบสนองความหนึบแต่ยังนุ่มสบาย ความเร็วสูงยังมั่นใจได้เหมือนเดิม แต่ช่วงตัวที่ยาวเมื่อประกอบความหนึบช่วงล่างทำให้เกิดการท้ายดิ้น ถือเป้นเรื่องต้องหาโจทย์ปรับปรุงต่อไป

เทคโนโลยี

17

อาจจะไม่ถึงเหือดแห้งแต่เราต้องยอมรับว่า มีเทคโนโลยีชั้นนำน้อยมาก ยิ่งในรุ่นที่เรานำมาทดสอบือเป็นรุ่นพื้นฐานเลยก็ว่าได้แต่อีโค่คาร์ก็ประมาณนี้แหละจะเอาอะไรมากมาย

สรุป

89

 Nissan Almera มีหลายข้อดีและ ข้อบกพร่องมากพอตัวเช่นกัน ซึ่งสิง่ที่สำคัญคือรถคันนี้ตอบโจทยืที่มันอยากให้เป็นได้ดี แต่จะดียิ่งกว่านี้ถ้าปรับแต่งช่วงล่างเพิ่มออพชั่นบางมากอีกในอนาคต



สนับสนุนเนื้อหา auto.sanook.com
Create Date :26 มิถุนายน 2555 Last Update :26 มิถุนายน 2555 20:08:20 น. Counter : 3277 Pageviews. Comments :0