คนนอก: Camus




คนนอก-คนนอกคอก


ผมซื้อนิยายเล่มนี้เป็นเล่มที่สอง ในการสั่งซื้อหนังสือเก่าจากร้าน online ครั้งหนึ่ง ที่ว่าเป็นเล่มที่สองก็คือเข้าไปสั่งซื้อเล่มที่สนใจมากเล่มหนึ่งแล้วก็เลยหยิบอีกเล่มที่น่าสนใจรองลงไปติดมาด้วย

ชื่อชั้นของกามูส์นั้นดูแคลนไม่ได้อยู่แล้ว แต่ด้วยเรื่องหนัก ๆ แบบนี้เป็นเหตุให้ต้องผลัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป นิยายเรื่องนี้จึงถูกนำมาซุกไว้ใต้กองหนังสือตั้งแต่หลายเดือนก่อนกว่าจะหยิบขึ้นมาอ่านได้... แน่ละ เมื่ออ่านแล้วไม่ผิดหวังจริง ๆ

กามูส์ (ใน wikipedia อ่านออกเสียงคล้าย กามิวส) เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1913 ที่เมืองมอนโดวี ประเทศอัลจีเรีย อาณานิคมของฝรั่งเศส บิดาเสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 เรื่อง "คนนอก" นี้เขียนขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1942 เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมเมื่อปี ค.ศ. 1957 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1960 ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์

..........


กามูส์เขียนเรื่องนี้โดยใช้ตัวละครเป็นคนหนุ่มวัยทำงาน (เมอโซ) เช่าห้องพักอยู่เพียงลำพัง คิดนอกกรอบ ทำตามใจอยากจะทำ และไม่สนใจเสียงจากสังคมรอบข้าง นั่นคือกามูส์ทำให้ตัวละครอยู่เหนือบรรทัดฐานของสังคม หลุดพ้นไปจากวิถีประชา และยืนอยู่ตรงขอบของจารีตประเพณี เขาไปฝังศพแม่ที่สถานรับเลี้ยงคนชราโดยไม่แสดงออกถึงความโศกเศร้าใด ๆ ไม่เปิดฝาโลงศพเพื่อดูหน้าแม่เป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีการร้องไห้ ...ก่อนจะกลับมาพาผู้หญิงคนหนึ่งไปดูหนังตลกในวันรุ่งขึ้น !

ถึงตรงนี้เมอโซก็ก้าวข้ามขอบของจารีตประเพณีออกไปแล้ว กามูส์ก็ใช้ครึ่งแรกของหนังสือบรรยายถึงชีวิตที่อยู่นอกกรอบที่มองไม่เห็นของสังคมให้ผู้อ่านเห็นได้ภาพอย่างชัดเจน เมอโซผู้มองทุกสิ่งด้วยสายตาที่เป็นกลาง ไม่เข้าไปผูกพัน แต่ก็ไม่แปลกแยกจนไม่สามารถเข้าร่วมกับสังคมได้ เขามีแนวคิดและวิธีปฏิบัติของตัวเองซึ่งมีมาตรฐานแตกต่างจากคนอื่นในสังคม แต่เมอโซก็ยังสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่ถูกเรียกเป็น "คนนอก" แต่อย่างใด แม้ว่าสิ่งที่เขาทำจะไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจหรือได้การยอมรับจากคนรอบข้างก็ตาม

หากใช้บรรทัดฐานในปัจจุบันเป็นตัววัดเราอาจเห็นคนอย่างเมอโซได้ทั่วไป เด็กหนุ่มหรือคนวัยทำงานที่มีชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง ใช้ชีวิตในโลกของตัวเอง และบางครั้งก็ตายไปในโลกของเขานั่นเอง แปลว่าสังคมปัจจุบันเปิดกว้างขึ้นหรือ ?

นิยายจบครึ่งแรกลงด้วยการที่เมอโซ ก้าวข้ามกรอบอีกกรอบหนึ่งของสังคมออกไป กรอบที่มีเส้นแบ่งชัดเจน และไม่เหมือนกับวิถีประชาหรือจารีตประเพณีที่หาเส้นแบ่งได้ยาก ที่สำคัญคือกรอบนี้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถยอมรับได้เมื่อใครสักคนเกิดล้ำเส้นออกไป และถึงตรงนี้ เมอโซ ก็ได้กลายเป็นคนนอก-คนนอกคอก ที่ไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป

ครึ่งแรกของนิยายจะดำเนินไปอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ ให้ผู้อ่านซึมซับเอาความเป็นคนนอกของเมอโซเข้าไปทีละนิด และนั่นทำให้ผู้อ่านปฏิเสธคนคนนี้ได้ยากว่าแม้จะเป็นคนนอก แต่เขาก็มีชีวิตจิตใจ มีน้ำใจและความห่วงใยผู้คนอยู่ตลอดเวลา

..........


ครึ่งหลังของนิยายจะเป็นการมองจากอีกด้าน เมอโซผู้กลายเป็น "คนนอก" จริง ๆ จะถูกสังคมเข้ามาจัดการชีวิตของเขา ...แต่ "สังคม" ในที่นี้ก็เป็นเพียงกลไกอย่างหนึ่งซึ่งไม่มีชีวิตหรือจิตวิญญาณที่จะมองบุคคลคนหนึ่งว่าเป็นคนที่มีชีวิตและต้องการการยอมรับ กลไกทางสังคมนี้กลับดูเหมือนจะกีดกันเมอโซให้ถอยออกจากสังคมไปอีกทุกขณะ

ปัญหาของเมอโซก็คือเขาเป็นคนนอกของกรอบสำคัญทั้งหมดของสังคม เขาไม่ปฏิบัติตามวิถีประชา ขัดขืนต่อจารีตประเพณี และท้ายที่สุดและสำคัญที่สุดก็คือเขาก้าวออกนอกกรอบของกฎหมาย ซึ่งทำให้สังคมยอมรับไม่ได้ เหมือนกามูส์จะตั้งคำถามอยู่ลึก ๆ ว่าถ้าเมอโซอยู่ในสังคมด้วยความประพฤติอื่น ๆ ที่เหมาะสมและฝ่าฝืนแต่เพียงกฎหมายแล้ว เขาจะได้การยอมรับและการให้อภัยหรือไม่ ? (ในการกระทำที่ถือว่าหนักหนาสาหัสอยู่พอควร)

นิยายไม่ได้ให้คำตอบเอาไว้ ผู้อ่านต้องหาคำตอบเอาเอง

..........


ในปัจจุบันสังคมเรามีคนรุ่น Generation-X (และอาจไปถึง Y, Z, AA, AB, ...ไปแล้ว) อยู่ทั่วไป คนเหล่านี้ทำให้กรอบของวีถีประชาและจารีตประเพณีของทั้งโลกหายไปกับการถือกำเนิดของพวกเขา เรื่องมันคงเริ่มต้นตั้งแต่ Elvis เริ่มร้องเพลงบลูส์ เจมส์ ดีน ซิ่งรถยนต์สูบบุหรี่ตาย ไปจนถึง Eminem ออกแผ่น Hip-Hop และดูเหมือนวันต่อไปข้างหน้า กรอบเดียวที่เราจะหวังพึ่งพิงได้คือกรอบของกฎหมายเท่านั้น ไม่ว่ากรอบนี้จะอ่อนยวบหรือเต็มไปด้วยรูรั่วขนาดมโหฬารก็ตาม

...และแม้ว่าเมอโซในเรื่อง "คนนอก" นี้จะไม่ชอบกรอบนี้นัก แต่กระนั้น "คนนอก" อย่างเมอโซก็ยังหาทางออกให้ชีวิตได้อยู่นั่นเอง เหมือนนักเรียนถูกทำโทษให้ยืนขาเดียวแล้วแอบยืนสองขาได้แค่ช่วงสั้น ๆ นั่นก็ทำให้คนถูกทำโทษยิ้มได้อย่างผู้ชนะแล้ว เพียงแต่เมอโซไม่ได้ถูกทำโทษเพียงยืนขาเดียวหน้าห้องเรียนเท่านั้นเอง

..........


นิยายเรื่องนี้ยังทำให้ผมแปลกใจถึงความมีพลังได้เช่นเดียวกับ "เล่มบาง" อีกหลายเล่มที่เคยอ่าน ...ใครสักคนเคยบอกไว้ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นนิยายเรื่องหนา แต่ก็สามารถเขียนให้ทรงพลังได้



Create Date : 27 มิถุนายน 2550
Last Update : 17 กรกฎาคม 2550 10:41:30 น.
Counter : 3659 Pageviews.

12 comments
: เมื่อก่อน...ตอนนี้ : กะว่าก๋า
(20 ก.ค. 2564 05:33:12 น.)
: เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งนั้น : กะว่าก๋า
(18 ก.ค. 2564 06:48:16 น.)
มณเฑียรรัก : เทพเทวี สามปอยหลวง
(11 ก.ค. 2564 15:12:10 น.)
什么也看不见 Shénme yě kàn bùjiàn มองอะไรไม่เห็นเลย Kavanich96
(8 ก.ค. 2564 16:44:26 น.)
  
กามูส์เป็นนักเขียนในดวงใจคนหนึ่ง อ่าน คนนอก ตอนเด็กๆ อ่านจบไม่เข้าใจ เด็กไป พอได้คุยเรื่องหนังสือเล่มนี้กับน้าสาวเจ้าของหนังสือ เข้าใจได้ระดับหนึ่ง ตอนนั้นรู้สึกตามวัยว่าเด็กวัยรุ่นเป็นคนนอกที่ไม่มีใครเข้าใจ อันที่จริงสิ่งที่ซ่อนในเล่มนี้มากกว่านั้น ทึ่งมากๆ มาคิดดูตอนนี้ ยิ่งทึ่งขึ้นไปอีก เพราะตอนนั้นประสปการณ์ชีวิตน้อยมาก เด็กจริงๆ แต่กามูส์เขียนจนคนอ่านที่ด้อยประสปการ์ณพอเข้าใจได้บ้าง
โดย: อั๊งอังอา วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:9:51:27 น.
  
เป็นเรื่องหนึ่งที่อ่านแล้วจี๊ดลงกลางใจค่ะ

ตอนตัวเอกไม่มีอาการอย่างคนทั่วไปเมื่อสูญเสียคนสำคัญ

เรานี่คิดถึงตอนเสียย่าเลยอ้ะ

เพราะเราเป็นเหมือนเค้าเลย



อ่านแล้วก็ทำให้คิดอะไรได้มากขึ้นแหละค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:11:12:52 น.
  
มีหลายคนบอกว่า ไอ้ฟัก ก็คือคนนอกแบบเมอร์โซ

แต่ผมว่าเมอร์โซดูดีและมีอิสระเลือกชีวิตตัวเองได้มากกว่าไอ้ฟักหลายล้านเท่า

เป็นนิยายแอบเสิร์ดที่จี๊ดใจครับ
โดย: I will see U in the next life. วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:13:59:41 น.
  
กำลังนึกอยู่พอดีเลยว่า ว่าเรื่องราวคล้ายๆแบบนี้เหมือนเรื่องอะไรของคนไทย = เรื่องไอ้ฟัก คือไม่ได้มองที่ว่าคนหรือเหตุการณ์ที่ทำให้คนนอกคอก นอกกรอบ แต่มองที่สังคม และก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ใครกันนะเป็นผู้บัญญัติ กรอบ กรอบอยู่ตรงไหน สำคัญที่อะไร กับคนที่มองไม่เห็นกรอบของสังคม เห็นเพียงแค่ความสำคัญของจิตใจคน เพียงเท่านี้หรือ ก็ถูกเรียกว่าคนนอกคอก นอกกรอบ หรือเพราะคนพวกนี้ เป็นคนส่วนน้อยในสังคม - ถูกแบ่งพรรค แบ่งพวก - มนุษย์คือสัตว์สังคม - จริงหรือ..
โดย: karnlaka วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:15:18:28 น.
  
รู้สึกดีเวลาที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับหนังสือแล้วมีคนสนใจมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นแบบนี้ครับ

น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะที่ว่าคล้ายกับไอ้ฟักบ้านเรา

ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นครับ
โดย: Zhivago วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:22:22:24 น.
  
สวัสดีค่า
อ่านตอนแรก ๆ รู้สึกเนื้อเรื่องจะเครียดเอาการสำหรับตัวเอง
แต่ถ้าบอกว่าเป็นนิยายเล่มบาง ก็น่าจะอ่านไหวแล้วจะลองหามาอ่านดูบ้างค่ะ
โดย: oa (rosebay ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:50:29 น.
  
ขอบคุณครับ จะหาอ่านให้ได้ครับ น่าสนใจมากๆ ในสังคมเราปัจจุบัน มีหลายกรอบที่น่าจะออกอยู่เหมือนกันนะ
โดย: kreang52 (kreang52 ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:13:24:36 น.
  
คุณ ครับผมสงสัยเรื่องดวงอาทิตย์และความร้อนครับดูเหมือนว่ามันจะมีอิทธิพลมากเลยเจ้าความร้อนคืออะไรครับ
โดย: เส้นใหญ่น้ำ IP: 58.9.188.12 วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:17:13:35 น.
  
ผมกำลังจะทำรายงานเกี่ยวกับเรื่อง คนนอก

ต้องวิจารณ์อย่างไรช่วยทีครับพี่ๆ

ขอบคุณครับ
โดย: bu IP: 124.157.129.217 วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:23:16:48 น.
  
เคยอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่น ต้องยอมรับว่าเมอโซเข้ามาทำให้มุมมองของชีวิต
เปลี่ยนไปอย่างสุดขั้ว.. อาจเป็นเพราะวุฒิภาวะยังไม่เพียงพอ และถ้าให้ย้อนเวลากลับไปได้..จะไม่อ่านในวัยขนาดนั้น..
โดย: sympathy for the devil. IP: 117.47.103.175 วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:12:50:05 น.
  
อยากได้หนังสือเล่มนี้หาซื้อที่ไหนดีค่ะ
โดย: mary IP: 101.109.53.246 วันที่: 23 มิถุนายน 2556 เวลา:22:56:13 น.
  
ที่เคล็ดไทยยังมีขายครับ
//www.kledthaishopping.com/product.detail_468567_th_2955168
โดย: Zhivago วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:22:16:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Zhivago.BlogGang.com

Zhivago
Location :
นครศรีธรรมราช  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]

บทความทั้งหมด