<<
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 มกราคม 2563
 

ขยะ คิด...คิด...

เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว  นึกอยากเปลี่ยน ตู้ โต๊ะ ที่ใช้งานมาร่วม 10ปี  ไม่  ยังไม่พังหรอก  ยังใช้งานได้ดีอยู่  เพียงแค่นึกเบื่อ  อยากมีของใหม่ในชีวิตบ้าง  จะให้คนขนไปทิ้งเฉยๆก็เสียดาย  เคยได้ยินว่า  มูลนิธิสวนแก้ว ของ พระพยอมกัลยาโณ  รับบริจาคขยะทุกชนิด  มีบริการมาขนถึงที่ด้วย  ลองติดต่อไป  เพราะไม่แน่ใจว่า อยู่ต่างจังหวัด  จะมารับได้มั้ย  เจ้าหน้าที่บอกว่ามาขนได้  แต่ขอมีของมากๆหน่อย  ไม่งั้นเสียดายค่าน้ำมัน (จริงๆเสียดายเวลาของจิตอาสาที่ขับรถมารับของด้วย)  จึงกลับมาคิดใหม่  ถ้างั้น  เคลียร์ห้องเลยแล้วกัน  ลองจดๆรายการของออกมา  ติดต่อไปที่มูลนิธิอีกครั้ง  แจ้งรายการสิ่งของไป  เจ้หน้าที่ฟังรายการแล้วก็บอกว่า จะติดต่อรถให้
ตอนแรกที่แจ้งไป มี ตู้วางทีวี  โต๊ะคอมพิวเตอร์  ที่นอน3ฟุตครั่ง CPu  เครื่องเสียง  เสื้อผ้า  หนังสือ
นัดวันกันเรียบร้อย  ก็เริ่มรื้อของแพคลงกล่อง  กะว่า 5-6 ลังน่าจะพอ
ห้องนอนเล็กๆของสาวโสด  ไม่น่ามีอะไรมากมาย
แต่พอรื้อเข้าจริงๆ  คุณพระ  นี่ห้องฉันเป็นแดนมหัศจรรย์หรือไง  เอาออกมาเท่าไหร่ก็ไม่หมด
นอกจากเสื้อผ้าที่ไม่รู้ว่า  เก็บอยู่ในตู้เล็กๆแค่นั้นได้อย่างไรมากมายขนาดนั้น  เฉพาะเสื้อผ้าอย่างเดียว 3-4 ลัง แล้วยังมี กระเป๋า รองเท้า  ที่บ้างก็ใช้ครั้งเดียว บ้างก็ไม่เคยได้ใช้ ส่งลงลังไปได้อีก 1 ลัง  แล้วก็ยังมีข้าวของหลายอย่าง ที่เก็บไว้ "เผื่อใช้" แล้วไม่เคยได้ใช้  หลายชิ้นยังอยู่ในสภาพดีมาก  ไม่รู้ว่าควรดีใจที่เราเก็บรักษาดี  หรือ จะตกใจว่า เก็บมา20-30ปีแล้วยังไม่มีร่องรอยบุบสลายเลย  นี่ถ้าเอาไปทิ้งเป็นขยะ  มันจะใช้เวลากี่ปีแสง  จัึงจะสลายหายไปหมด
แล้วยังมีของที่เป็นอันตรายถ้ากำจัดไม่ถูกวิธิ เช่น โทรศัพท์มือถือ  ถ่านไฟฉาย
ของจุกจิกเล็กๆน้อยๆที่ร้านขายของเก่า  ไม่รับซื้อ  เพราะมันเอาไปขายเข้าโรงงานไม่ได้
ตามที่อ่านมา  มูลนิธิสวนแก้วมีวิธีจัดการให้ทุกอย่างไม่เป็นขยะ  จึงอยากให้เขามารับไป  อย่างน้อย  ก็ลดภาระให้โลกได้บ้าง  แม้น้อยนิดก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย 

เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา  มีการเลิกแจกถุงหิ้วในร้านสะดวกซื้อ และ โมเดิร์นเทรด  เกิดกระแสการนำสิ่งต่างๆไปใส่ของแทนถุงหิ้ว  บางอันก็ดูดี  บางอันก็ไม่แน่ใจว่า คนเอาไปเขาประชดหรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ  งานนี้  ถุงผ้า เป็นพระเอก  ถุงหิ้วที่ทำจากพลาสติก  กลายเป็นตัวร้ายถูกถีบตกเวที  ทั้งที่  มีอยู่เต็มบ้าน  และก็มีกันทุกบ้านนั่นแหละ
จริงๆได้เห็น ได้ยิน  การรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้ามานานแล้ว  ฟังทีไรก็หงุดหงิดทุกที  ตัวฉ้ันเอง ไม่ถนัดใช้ถุงผ้า  ปกติ กระเป๋าสะพายก็มีของมากมายอยู่แล้ว  ให้หิ้วถุงผ้าไปช้อปปิ้ง  รู้สึกว่า เป็นภาระ
ไม่นะ  อย่ามองฉันอย่างนั้น  ฉันรู้ว่า โลกเรามีขยะมากเกินไปแล้ว
ถุงพลาสติกที่เคยใช้ใส่ของแล้ว  ยังสะอาด สภาพดี ใช้งานได้  พับเก็บไว้อย่างดี  ถ้าไม่เอามาใช้ซ้ำ  วันหนึ่ง มันก็จะกลายเป็นขยะ
วันไหนจะไปช้อปปิ้ง  ฉันก็พับใส่กระเป๋าสะพาย  เอาไปหลายใบ ทั้งเล็กทั้งใหญ่  ถุงพลาสติกบางๆ  ใส่กระเป๋า ไม่เกะกะอะไร  ใช้เสร็จก็พับเก็บ  พร้อมเอามาใช้ใหม่  ถุงพลาสติกแบบหนา  ใช้งานเป็นสิบรอบ  ก็ยังใช้ได้ดีอยู่  ไม่เคยซื้อผ้ามาใช้  เพราะไม่ได้จำเป็น

ได้ยินคนหนึ่งพูดว่า เขารำคาญพวกตามกระแส ลดใช้ถุง เพราะรักโลก  เขาว่า ไปสำรวจตัวเองด้วยเถอะ  ของที่ซื้อม่าแล้วไม่ได้ใช้  หรือ ใช้ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องทิ้ง มีมากมายเท่าไหร่
ก็ถูกของเขา  ยิ่งเดี๋ยวนี้มีร้านทุกอย่าง 10 บาท 20 บาท  ยิ่งไปกันใหญ่  ของพวกนี้  หน้าคาสวยดี  แต่ใช้ไม่กี่ทีก็พังเสียแล้ว  พอใช้งานไม่ได้ก็ต้องกลายเป็นขยะ
บางคนก็ซื้อเพราะเห็นว่า มันถูก  ใช้ได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  ไม่ได้คิดเสียดาย
ส่วนฉัน ลูกอีช่างเสียดาย
เสียดายเงินที่เอาไปซื้อของ  คิดแล้วคิดอีกว่ามันใช้ได้  ราคาเหมาะกับคุณภาพและความจำเป็น  เพราะบางอย่างคุณสมบัติดีมาก  แต่มันดีเกินไปกว่าที่เราต้องการใช้  จะไปจ่ายเงินซื้อทำไม
แล้วก็ไม่ซื้อเพราะสวย น่ารัก  เป็นกระแส  เป็นแฟชั่น  เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากได้ อยากใช้จริงๆ  แล้วก็พยายามไม่ใจอ่อนกับโปรโมชั่น  ซึ่งอันนี้ยังทไม่ค่อยได้  พยายามต่อไป
ซื้อมาแล้ว  ก็เสียดาย  กลัวจะหมดอายุก่อนกำหนด  ก็จะใช้อย่างพอดี พองาม  ทะนุถนอมให้ใช้งานได้นานๆ  ไม่ใช้งานผิดประเภท  ใช้อย่างระมัดระวังไม่ให้แตกหักเสียหาย
พอมีเหตุให้เลิกใช้  ไม่ว่าจะเพราะเสีย พัง ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว หรือ เบื่อ ก็ตาม  ไม่จำเป็นก็ไม่ทิ้งทันที  พิจารณาก่อน  โดยเฉพาะอันที่จะก่อให้เกิดอันตรายจากการทิ้งผิดที่  เก็บรวมๆกันไว้  แล้วค่อยส่งต่อไปให้คนที่เขาบริหารจัดการเป็น  แบบมูลนิธิสวนแก้วนี่แหละ

วันนี้  เขาให้โฟกัสเรื่องถุง  เพราะมันเป็นของใกล้ตัว  ได้ง่าย ใช้ง่าย ทิ้งง่าย
แต่จริงๆ  กว่าจะได้ถว่าจะมาเป็นถุงพลาสติก  ไม่ได้ง่าย
ต้องเริ่มจากขุดหาบ่อน้ำมัน  เอามันขึ้นมา  ผ่านกระบวนการทางปิโตรเคมี  จนได้สารที่เอามาผลิตเป็นเม็ดพลาสติก  แล้วก็เอาเข้าโรงงานทำถุง  เอาเม็ดพลาสติกไปหลอมจนละลายกลายเป็นของเพลว  แล้วใช้เครื่องเป่าของเหลวให้มันพองเหมือนลูกโป่ง  จากนั้นไปฝ่านเครื่องรีดให้แบน  แล้วค่อยไปเข้าเครื่องช๊ล เครื่องตัด  แล้วแพคส่งมาขาย  ไม่ได้ง่าย
ถุงพลาสติกโดยทั่วไป  มีความคงทน แข็งแรง ไม่ขาดง่ายอยู่แล้ว  แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจคุณสมบัติข้อนี้  จึงใช้คร้ั้งเดียวแล้วก็ทิ้งไป  ไม่ได้คิดจะเอามาใช้ซ้ำ  ทั้งๆที่มันใช้ได้
แล้วก็ทิ้งแบบไม่ได้คิดอะไร
ไม่ได้คิดว่า มันจะไปอุดตันคูระบายน้ำ  ไม่ได้คิดว่ามีนจะไปทำให้เครื่องสูบน้ำทำงานไม่ได้ยามจำเป็น  ไม่ได้คิดว่าทิ้งแล้วมันจะไปอยู่ที่ไหน  ไม่ได้คิดว่ามันจะลอยไกลไปถึงทะเล  ทำให้เพื่อนร่วมโลกของเราตายไปอย่างที่เห็นกันในข่าว
เพราะฉะนั้น  ควรเริ่มจากเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่  ถึงพลาสติก  โดยเฉพาะถุงหิ้วทั้งหลาย  นั่นเป็นของมีคุณค่า  ควรใช้ให้คุ้ม  ให้สมกับความยากลำบากกว่าจะได้มันมา  อย่าเห็นว่าเป็นของไม่มีราคา  ทิ้งขว้างกันไปง่ายๆ

คิดก่อนซื้อ  คิดก่อนใช้  คิดก่อนทิ้ง
เพราะโลก ไม่ได้มีเราคนเดียว


Create Date : 10 มกราคม 2563
Last Update : 12 มกราคม 2563 10:40:07 น. 0 comments
Counter : 835 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

วัลยา
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัลยา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com