<<
เมษายน 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 เมษายน 2563
 

ชีวิต งง งง

ตอนเด็กๆพอเริ่มจำความได้  ฉันอยู่ขอนแก่น
ฉันรู้วา  ฉันเป็นลูกของผู้จัดการคลังน้ำมัน  แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร
จำได้ว่าตัวเอง งงๆ  กับอะไรหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว อาทิเช่น

พ่อมีรถยนต์ขับพาฉันไปส่งโรงเรียนทุกวัน  แต่เวลาไปตลาดกับแม่  ต้องเป็นวันที่ซื้อของมามากจนถือไม่ไหวเท่านั้น  จึงจะได้นั่งรถสามล้อถีบกลับบ้าน  ซึ่งกว่าจะได้ขึ้น  ก็ต้องคอยให้แม่ต่อรองค่าโดยสารกับคนถีบรถอยู่สักพักก่อน

ฉันมีของเล่นซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน  เป็นรถไฟแบบใส่ถ่านไฟฉาย  เปิดสวิทช์มันก็วิ่งไปทั่ว  วิ่งไปชนอะไร  ก็ถอยหลังเองได้ด้วย  แล้วก็ยังมีชุดรถแข่งแบบใส่ถ่านไฟฉายที่มาพร้อมรางหลายชิ้นให้เราเอาประกอบเป็นสนามแข่ง  ของเล่นชุดนั้น  ในสมัย 40 ปีที่แล้ว  ราคาหลายร้อยบาท  ซึ่งมันแพงมาก  อีก 1 อย่างที่จำได้แม่นคือ  จิ๊กซอว์รูปบ้านและสวนสไตล์ยุโรป ขนาด 5000 ชิ้น  มันคงนำเข้ามาจากประเทศไหนสักประเทศหนึ่งแหละ  แต่ตอนนั้นอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก  และมันก็เป็นของเล่นที่นอกจากจะแพงมากแล้ว  ฉันยังชอบมากด้วย  แม้ว่าด้วยปัญญาความสามารถของเด็ก 5 ขวบในตอนนั้น  จะไม่มีทางทำสำเร็จได้ก็ตามที
ในขณะที่  ฉันอยากได้ตุ๊กตาจริงๆสักตัวหนึ่ง  ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงตัวโต ผมสีทองสวยๆ  แบบตุ๊กตาบาร์บี้  แต่สิ่งที่แม่ยอมซื้อให้คือ  ตุ๊กตาขนาดมือเดียวกำรอบใส่ชุดที่ทำจากฟองน้ำบางๆย้อมสี

บ้านหลังแรกที่ฉันจำได้  คือ บ้านที่มีสวนรอบบ้าน  มันเป็นบ้านเดี่ยวขนาด 100 ตารางวา  ในสวนมีต้นไม้เยอะแยะ  ทั้วผลไม้  ดอกไม้  แต่ฉันไปโรงเรียนโดยใส่ชุดนักเรียนอนุบาลที่ไม่เหมือนใครเลย
ชุดปกติเขาเป็นเสื้อกับกระโปรงแยกชิ้นกัน  ของฉันเป็นชุดตัดกัน แบบที่สมัยนี้นิยมเรียกว่า เดรส
ท่อนบนเป็นสีขาว ท่อนล่างเป็นสีน้ำเงิน  แม่เป็นคนตัดให้เอง  ฉันจำได้แม่นว่า เคยถามแม่ว่าทำไมฉันต้องใส่ชุดนักเรียนทีี่ไม่เหมือนคนอื่น  แม่บอกว่า ไปซื้อเขามันแพง

ฉันรู้ว่าแม่เป็นลูกสาวร้านทอง  เพราะแม่พาไปอยู่บ้านป้าซึ่งเปิดเป็นร้านทองอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิดของแม่  บ้านป้าอยู่ใกล้ตลาด  ลูกๆของป้า  เดินไปซื้อขนมในตลาดกินเองทุกวัน  ตอนไปอยู่บ้านป้า  อยากกินขนมอะไร  ป้าก็ซื้อให้กินทุกวัน  แต่อยู่กับแม่  ขอกินลูกอมครั้งไหน  ฉันก็ได้กินแต่ลูกอิมเม็ดเล็กๆ ยี่ห้อ คอริฟิน-ซี  เล็กดี รสโต  เหตุเพราะ เขาขาย 5 เม็ด 1 บาท ส่วนลูกอมอื่นๆอย่าง ฮอลล์ โอเล่  ขาย 4 เม็ด 1 บาท
ตอนไปอยู่บ้านป้า  ฉันแอบอิจฉาลูกป้าทุกทีไป  เพราะหนังสือเรียนทุกเล่มของเขา ห่อปกด้วยกระดาษห่อของขวัญสีสวยๆ  ส่วนของฉันน่ะหรือ  ทุกเล่มแม่ห่อปกให้ด้วยกระดาษปฉิทินของปีก่อนที่เลิกใช้แล้ว  ลูกป้ามีกล่องดินสอเหล็กแบบ 2 ชั้น  บางอันก็เป็นแบบเปิดได้ 2 ด้าน  ทุกอันอัดแน่นไปด้วยดินสอกดหลากสี  และยางลบรูปผลไม้  ส่วนของฉัน  เป็นกล่องดินสอที่แถมมากับของใช้จำพวก แป้ง สบู่ ยาสีฟัน  แบะดินสอไม้ที่ต้องเหลาเอาเอง
บ้านป้าเป็นตึกแถวคูหาเดียว  บ้านเล็กกว่าบ้านเราตั้งเยอะ  ทำไมเรารู้สึกว่าเราจนจัง

โตมาได้สัก 8 ขวบ  พ่อย้ายไปทำงานที่สุราษฎร์ธานี  สมัยนั้น  ที่นั่นยังเป็นพื้นที่สีแดง  ยังมีผู้ก่อการร้ายอยู่ในพื้นที่  พ่อเช่าบ้านแบบตึกแถวคูหาเดียว  นั่นเป็นครั่งแรกที่ฉันเห็นห้องน้ำที่พื้นเป็นปูนซีเมนต์  ไม่ปูกระเบื้อง  แล้วบ้านนั้น  ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า ครอบครัวฉันคงจนจริงๆ
แต่...สุราษฎร์เป็นเมือง 2 น้ำ  ติดทะเลอ่าวไทย  แล้วยังมีแม้น้ำสายใหญ่อย่างแม่น้ำตาปี  ทำให้เมืองนี้อุดมไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา  และ พ่อก็พาพวกเราอันมี ฉีัน  พี่สาว  และ แม่  ไปกินอาหารทะเลที่ร้านอาหารทุกอาทิตย์  กินบ่อยจนเข้าใจว่า  กุ้งปู พวกนี้เป็นของถูก  ถูกกว่าไก่ย่างหมูปิ้งในตลาดเสียอีกกระมัง  เพราะ 2 อย่างหลังนี้  นานๆจะได้กินทีนึง

อยู่สุราษฎร์ธานีได้ 2 ปี  เราก็ย้ายบ้านอีก  คราวนี้  ไม่ใช่เพราะพ่อย้ายงาน  แต่เป็นเพราะ  พ่อตกงาน  เราย้ายมาอยู่จังหวัดบ้านเกิดของพ่อ  มาอยู่ในทาวน์เฮ้าส์เนื้อที่ 32 ตารางวา  บ้านหลังเล็ก  แต่ก็ยังกว้างขวางกว่าตึกแถวที่เคยอยู่  แม่จัดการขายรถคันเก่า  ซึ่งอายุล่วงเข้า 10 ปีแล้ว  และซื้อรถยนต์คันใหม่สีแดงแปร๊ดถูกใจแม่  แลดูบ้านเรามีตังค์ทั้งที่พ่อตกงาน  แม่ก็ไม่ได้ทำมาหากินอะไร  เป็นแม่บ้านเต็มเวลาอย่งเดียว  แถมเวลาว่างๆยังไปเล่นไฟ่กับเพื่อนบ้านด้วย
แต่  กุ้งปูทั่งหมดที่เคยเป็นเรื่องปกติ  หายไปจากชีวิตราวกับไม่เคยมีกันมาก่อน  พ่อไปเช่าแผงเล็กๆขายสินค้าหนีภาษี  ซึ่งเป็นธุรกิจขึ้นชื่อของที่นี่  ฉันได้ตุ๊กตาหมา หมี มาเล่นเพิ่มหลายตัว  เพราะพ่อยังมือใหม่  เลือกของไม่ค่อยเป็น  โดยคนขายส่งหลอกใส่ของมีตำหนิมาให้  ขายไม่ได้
ลูกๆก็เลยได้เล่น

ตอนนั้น  ฉันอายุ 10 ขวบแล้ว  มัปัญหาทุกทีเวลาต้องกรอกประวิติครอบครัวในเอกสารของโรงเรียน  ก็ในนั้น  ให้ระบุฐานะทางบ้าน ประมาณ ร่ำรวย ปานกลาง ยากจน
  ฉันลังเลทุกที  เพราะใจรู้สึกว่าบ้านเราน่าจะจน  จะกินจะใช้  เหมือนจะโดนจำกัดตลอดเวลา  แต่พอเห็นเพื่อนร่วมชั้น  ห่อข้าวมากินที่โรงเรียน  3 พี่น้อง  มีข้าว 1 ห่อ หมูทอด 1 ชิ้น  แบ่งกินกัน 3 คน  ฉันก็ว่าฉันคงไม่จนแล้วล่ะ  เพราะถึงอย่างไร  ก็ยังได้กินหมูทอดคนละชิ้นกับพี่สาว  ไม่ถึงขนาดต้องเอามาแบ่งกัน
ฉันโตแล้ว  เริ่มอยากได้ของจุกจิกตามประสา  แต่แม่ไม่เคยให้  ถ้าอยากได้  ก็ต้องเก็บเงินค่าขนมเอาเอง  ตอนนั้น  ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 4 บาท ข้าวกลางวันเอามาจากบ้าน  บางวันแม่ก็เอามาส่ง  วันไหนอยากได้ตุ๊กตากระดาษ  ก็ซื้อตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน  แผ่นละ 1 บาท  กลางวันไ่ม่กินขนม  เก็บไว้มากินหน้าโรงเรียนตอนเลิกเรียน 2 บาท  อีก 1 บาทเก็บไว้ก่อน  เก็บ 2 วัน  ได้ 2 บาท  เอาไว้ซื้อเก็กฮวยแช่เย็นเจี๊ยบกินได้ 1 แก้ว
ไม่เข้าใจเหมือนกัน  แม่ให้ตังค์ไปโรงเรียนแค่นั้น 2 บาทที่แบ่งไว้  กินขนมหน้าโรงเรียนได้แค่อย่างเดียวเท่านั้น  กินวันละหลายอย่างไม่ได้  ต้องอดทน  และก็ตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ในขณะที่  ทุกปิดเทอมใหญ่  บ้านเรา  นั่งรถไฟไปเที่ยวกรุงเทพเป็นประจำ  จนฉันรักรถไฟ  ชอบการนั่งรถไฟเป็นที่สุด  พ่อพาไปเที่ยวสวนสัตว์  สวนสนุก  ห้างสรรพสินค้า  กินข้าวในห้าง  ซื้อของเล่น  เลื้อผ้าใหม่  แล้วพอเรานั่งรถไฟกลับถึงบ้าน  เราก็มาใช้ชีวิตจำกัดจำเขี่ยตามเดิม

ฉันเองก็งงกับชีววิตงงๆของบ้านฉันอยู่หลายปี  โดยไม่เคยถามอะไรพ่อแม่เกี่ยวกับฐานะทางบ้าน  ฉันแค่รู้ว่า ต้องประหยัด  ต้องเข้าใจการที่แม่ไม่ให้ตังค์เราใช้  ไม่ซื้อของให้ตามใจชอบ

แล้วเรื่องพวกนั้น  ก็ค่อยๆชัดเจนขึ้น  ตอนที่ฉันโตมากพอที่จะเข้าใจอะไรๆได้  โดยไม่ต้องให้ใครมาอธิบายให้ฟัง
และก็รู้แล้วด้วยว่า บ้านเราไม่ได้จน

เอาไว้ Blog หน้าจะมาเล่านะ  ว่ามันคืออะัไร


 


Create Date : 17 เมษายน 2563
Last Update : 19 เมษายน 2563 17:06:01 น. 0 comments
Counter : 225 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

วัลยา
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัลยา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com