กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
15 กันยายน 2551
 

น้ำใจ ต้องยิ่งใหญ่ เท่านั้นหรือ

น้ำใจ ต้องยิ่งใหญ่…เท่านั้นหรือ


บังเอิญได้อ่านบทความชิ้นหนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวของคนเขียนซึ่งวันหนึ่งบังเอิญประสบเหตุคุณป้าคนหนึ่งโดนรถชนแล้วหนี และคนเขียนรวมทั้งอีกหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นได้แสดงน้ำใจโดยการช่วยกันดูแลจนนำป้าขึ้นรถไปส่งรถพยาบาลได้สำเร็จ และวันนั้นตัวคนเขียนก็กลับบ้านด้วยความอิ่มใจที่ได้มีโอกาสเห็นน้ำใจดีๆจากคนหลายคน และทำให้วันนั้นของคนเขียนแตกต่างไปจากวันธรรมดาที่เคยเป็น ใครที่เคยได้อ่านบทความนี้ หรือข้อความทำนองเดียวกันนี้ หลายคนคงรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ ที่ได้รับรู้เรื่องราวดีๆของคนที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน แต่ฉันกลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลย…ป้า…ที่เป็นเหมือนตัวปูเรื่องในละคร…โดนรถชน เพื่อให้ตัวละครต่อๆมา ทั้งตัวเอก ตัวประกอบ ได้ออกมาแสดงบทบาทความมีน้ำใจต่างๆกันไปตามบทบาทของตน…หลังจากนั้น…เมื่อเรื่องดำเนินไป ก็ดูเหมือนว่า คนดูจะลืมไปแล้ว ว่าละครเรื่องนี้ เริ่มต้นจากตรงไหน


ฉันอ่านบทความบทนั้นจบด้วยความไม่สบายใจว่า ป้าคนนั้น เป็นอย่างไรบ้าง ยังสบายดีอยู่หรือเปล่า น้ำใจของคนเรา จะมีให้ต่อกัน ก็ต่อเมื่อมีใครสักคนถูกทำร้าย….เท่านั้นหรือ อันที่จริง วันนั้น น่าจะเป็นวันปกติ ถ้าคนขับรถคันนั้น จะมีน้ำใจต่อเพื่อนผู้ร่วมใช้ถนน ด้วยการขับรถช้าลงสักหน่อย คนเขียนเองก็คงไม่ต้องวิ่งไปพยาบาลคนเจ็บ ถ้ามีใครสักคน มีน้ำใจ สละเวลา พาคนแก่ข้ามถนน หรือน้ำใจเล็กๆน้อยๆพวกนี้ ไม่ควรค่าแก่การแสดงออกมาให้ใครเห็น เพราะไม่มีใครใส่ใจจำ และมันไม่ทำให้วันธรรมดา กลายเป็นวันพิเศษ


ตอนเด็กๆฉันเคยอ่านนิยายมากมายหลายเรื่องที่พูดถึงวัฒนธรรม “ข้าวไปแกงมา” ของคนไทยที่มีมาช้านาน แต่ฉันก็ไม่เคยเข้าใจซาบซึ้งเลยสักครั้ง เพราะสังคมเมืองที่ฉันอยู่ การเป็นอยู่อย่างโดดเดี่ยวตัวใครตัวมัน เป็นเรื่องปกติสามัญที่บ้านไหนๆเขาก็เป็นกันทั้งนั้น เพราะทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตตัวเองจนไม่มีเวลาไปสนใจใครอื่น จนกระทั่ง วันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง ที่ฉันได้ไปรู้จักกับ “ข้าวไปแกงมา” แบบไม่คาดฝัน ฉันกับพี่สาวได้ไปเช่าบ้านหลังหนึ่งเพื่อเปิดร้านขายของ บ้านหลังนี้อยู่ในละแวกเดียวกับบ้านเก่าแก่อีกหลายหลังที่แต่ละบ้าน เจ้าของเขาอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับคนแถวนี้ ที่จะรู้จักและสนิทชิดเชื้อกันจนสามารถเข้านอกออกในบ้านกันได้อย่างไม่ต้องตะขิดตะขวงใจ แล้ววันหนึ่ง หลังจากเปิดร้านได้ไม่นาน ฉันก็เห็นคนจากบ้านฝั่งตรงข้าม เดินดุ่มๆเข้ามาที่ร้าน พร้อมด้วยถุงผลไม้ในมือ นำมายื่นให้ พร้อมกับแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร ทำอะไร แล้วก็ลาจากไป ฉันรับผลไม้นั้นไว้ด้วยความงง และตามมาด้วยความรู้สึกละอายใจที่ว่า เราเป็นคนมาอยู่ใหม่ น่าจะเป็นฝ่ายไปหาเขาก่อน แต่….เราเคยคิดถึงเรื่องแบบนี้หรือ…ไม่เคยหรอก ทั้งฉันและพี่ ไม่เคยมีความคิดแบบนี้อยู่ในหัวสมอง ก็บ้านที่อยู่กันมาตั้งนานแสนนานนั้น คนแถวบ้านจะย้ายเข้าย้ายออกอย่างไร เราก็ไม่เคยไปสนใจ ไม่เคยคิดจะไปพบปะเสวนาหากว่าไม่จำเป็น การที่มีคนข้างบ้านซึ่งไม่รู้จักกันมาก่อน เอาของมาให้ถึงบ้านจึงเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายเป็นอันมาก และ…นั่นก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราเองก็ควรจะตอบแทนน้ำใจของเขาและ น้ำใจนั้น ก็ควรจะเผื่อแผ่ไปถึงคนข้างบ้านที่อยู่ใกล้ชิดติดกันอีก 2-3 หลัง เพราะ…ก็เห็นอยู่ว่า ผลไม้นั้น ไม่ได้มาถึงบ้านเราบ้านเดียว วันรุ่งขึ้น พี่สาวฉัน ทำกับข้าวหม้อใหญ่ ตักแจกจ่ายไปให้บ้านใกล้เรือนเคียง ไม่กี่วันหลังจากนั้น สาวน้อยจากบ้านอีกหลังหนึ่ง ก็เอาขามมาคืน พร้อมด้วยแกงเขียวหวานไก่เต็มถ้วย ป้าข้างบ้าน ก็แวะเอาถ้วยมาคืน และส่งผลไม้จากสวนหลังบ้านมาให้อีก 1 ถุง และแล้ว….สำหรับฉัน…”ข้าวไปแกงมา” กลายเป็นเรื่องปกติ น้ำใจเล็กๆที่ส่งผ่านมากับผลไม้และของกินที่ไม่เคยขาดสาย ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ให้คนในละแวกบ้านเดียวกันได้เร็วและง่าย จนฉันไม่แปลกใจอีกถ้าจะมีใครจากบ้านข้างๆเข้ามาขอกระเทียมสักหัว พริกสักหยิบมือ ไปทำกับข้าว และฉันก็ไม่รู้สึกผิดแปลก ถ้าจะต้องไปขอยืมอุปกรณ์ช่างจากบ้านตรงข้าม น้ำใจเล็กน้อย…แต่ไม่เคยห่างหาย ของคนที่ให้กันจนกลายเป็นความสนิทคุ้นเคย ส่งผลให้…คุณเชื่อมั้ยว่า ร้านโชว์ห่วยละแวกนี้ ไม่มีเจ๊งซักร้าน ทั้งที่มีร้านสะดวกซื้อเปิด 24 ชั่วโมงมาตั้งอยู่ห่างไปไม่ถึง 30 เมตร


และคุณรู้มั้ยว่า ปลากระป๋อง 6 กระป๋อง ทำอะไรได้บ้าง


ลองส่งให้บุรุษไปรษณีย์แถวบ้าน แล้วจดหมายทุกฉบับของคุณจะไม่เปียกน้ำ หรือ ยับเยินอีก


ลองส่งให้ยามหน้าหมู่บ้าน แล้วบ้านคุณจะไม่มีคนแปลกหน้ามาเยี่ยมกราย


ลองส่งให้คนเก็บขยะประจำซอย แล้วหน้าบ้านคุณจะไม่มีขยะตกหล่นให้รำคาญใจ


ลองดูมั้ย ลองส่งน้ำใจเล็กๆน้อยๆของคุณออกไปให้คนรอบข้างได้สัมผัส ฉันมั่นใจว่าคุณจะได้รับน้ำใจดีๆตอบกลับมาเหมือนที่ฉันได้ และถึงแม้เรื่องราวเล็กน้อยเหล่านี้จะไม่ได้น่าประทับใจจนต้องเอาไปป่าวประกาศที่ไหน แต่มันก็คงดีกว่า ที่เราจะได้มีโอกาสแสดงน้ำใจก็ต่อเมื่อมีใครสักคนต้องถูกทำร้าย…มิใช่หรือ





Free TextEditor


Create Date : 15 กันยายน 2551
Last Update : 15 กันยายน 2551 22:39:20 น. 1 comments
Counter : 420 Pageviews.  
 
 
 
 
น้ำใจเดี๋ยวนี้มันหายากค่ะ
 
 

โดย: บางส้มเปรี้ยว วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:23:01:21 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

วัลยา
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัลยา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com