<<
พฤศจิกายน 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
15 พฤศจิกายน 2562
 

เพราะฉันคือ คนพิเศษ

ฉันเข้าเรียนอนุบาลตั้งแต่อายุ 3 ขวบ  ครธไม่ได้อยากให้เรียน  แต่พอบอกครูว่า ถ้าเรียนไม่ได้ก็ค่อยซ้ำชั้น  แต่บังเอิญฉันสอบผ่าน  เลยไม่ได้ซ้ำชั้น  ย้ายไปเข้า ป.1่ อีกโรงเรียนหนึ่ง  ตอนอายุ 5 ขวบ พ่อบอกครูเหมือนเดิม  แต่ตอนจบ ป.1 ด้วยผลการเรียนพอผ่าน  พ่อต้องย้างไปทำงานอีกจังหวัด  ครอบครัวต้องย้ายตาม  ฉันจึงต้องย่้ายโรงเรียนอีก  และพ่อก็เหมือนเดิม ทำเนียนๆเอาฉันไปเข้าเรียน ป.2 
บอกก่อนว่า ป.1 เรียนโรงเรียนหลวง ซึ่งสอนภาษาอังกฤษน้อยมาก  ได้เรียนแค่ A-Z
พอ ป.2 ไปเข้าโรงเรียนแม่ชีฝรั่ง  ซึ่งมีหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ 3 เล่ม...คุณพระ หายนะอย่างยิ่ง
เพิ่งรู้จัก ant แอ๊นท์ มด bat แบท ค้างคาว  นี่ต้องมาเรียนอานเขียนเป็นประโยค  กลายเป็นลูกทาสไพร่ไร้การศึกษาที่อยู่ท่ามกลางลูกหลานคุณหญิงคุณนายไปในบัดดล
กว่าจะปรับตัว  เรียนตามทันคนอื่นเขาได้  ก็มีอันต้องย้ายโรงเรียนอีก
โรงเรียนใหม่ ที่จังหวัดใหม่  เป็นโรงเรียนเอกชนที่ใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเดียวกับโรงเรียนหลวง  จำได้ว่า หนังสือเรียนหน้าแรกสอนประโยค This is a book.
ชีวิตพลิกจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ  จากที่เคยเรียนแทบไม่รอด  กลายเป็น ภาษาอังกฤษเกรด 4 ทุกเทอม จนจบป.6
แล้วหายนะก็มาเยือนอีก  เมื่อฉันบังเอิญสอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของอำเภอได้  และต้องเรียนร่วมกับเด็กที่มาจากโรงเรียนเครือฝรั่งทั่งหลาย  ความเร็วในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของฉันกับพวกเขา  เปรียบได้กับ รถไฟไทย  กับ  รถไฟหัวกระสุน
สปีดต่ำ  แถมยังพวกน้อยอีกด้วย  เลยไม่ค่อยมีใครใส่ใจ  กว่าจะจบมัธยมต้นมาได้  ก็ติด 0 วิชาภาษาอังกฤษอยุ่หลายทีจนแม่ร้องไห้
แต่...แม้ไม่เคยสอบตกวิชาเลข  แต่รู้แน่ว่า ไม่ใช่ทาง  เลี่ยงไปเรียนภาษาเสีย  จะได้ไม่ต้องเรียนเลข  เลือกเรียนทั้งที่ผลการเรียนต่ำเตี้ยนั่นแหละ  กว่าจะปรับตัว  ตั้งใจ  ก็เกือบไม่ทัน  ยังดีที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้  แล้วก็  เลือก วิชาเอกภาษาอังกฤษ อีก  เพราะไม่อยากไปเรียนไกลบ้าน  ใกล้บ้านก็ไม่ได้มีอะไรให้เลือกมากนัก
แต่  เพราะฉันเป็น คนพิเศษ ไง  ฉันตั้งใจจะทำให้ดีให้ได้  หลังจากที่ลองขยันแล้วมันก็ได้ผลดี  จากที่เคยคิดว่า เราเป็นคนไม่ฉลาด  เอาจริงๆ  ถ้าตั้งใจ  ก็ไม่ได้เลวร้ายนักหรอก
แล้วฉันก็เรียนจบปริญญาตรี  ด้วยเกรดเฉลี่ย 3 กว่าๆ  มีคำเก๋ๆอย่าง เกียรตินิยมอันดับสอง  พิมพ์อยู่ในใบปริญญาบัตรของฉันด้วยนะเออ

พิเศษที่ 2 ที่ฉันภูมิใจนำเสนอ  คือการที่ฉันเขียนอะไรๆให้ใึครๆอ่านรู้เรื่อง  เข้าใจ  และมีคนชอบด้วย
จริงๆ  ฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือจำพวกนิยาย นิทาน มาตั้งแต่เด็กๆ  อ่านมากๆเข้าก็นึกอยากลองเขียนดูบ้าง  ตอนนั้นอ่านนิยาย  ก็เลยลองเขียนนิยาย  เขียนได้หน้าหนึ่ง  ลองอ่านเองดูแล้วก็รู้สึกว่า  ไม่เห็นสนุกเลย  ฉันจึงเลิกพยายาม
จนวันหนึ่ง  ตอนอายุ 30 กว่าๆ  ตอนที่มีพื้นที่บน social media มากมายให้ใครๆได้แสดงออก  ฉัน   ซึ่งกำลังตกหลุมรักนักร้องบ้าน AF คนหนึ่งเป็นอย่างมาก  เป็นความรู้สึกใหม่เอี่ยมที่ก่อตัวขึ้นในใจ  มากขึ้นๆ  จนฉันรู้สึกว่า มันล้น  และ  ฉันควรต้องปล่อยมันออกไปเสียบ้าง  ฉันจึงเริ่มเขียน  เขียนความรู้สึกตัวเอง  เล่าถึงอารมณ์ความรักที่มีต่อเขา  จินตนาการไปถึงวันเาลาที่ฉันจะได้ไปเห็นเขาใกล้  ฉันเขียนเรื่องราวเหล่านั้นลงไปในพื้นที่แฟนคลับ
เชื่อมั้ย  ผลงานการเขียนของฉัน  ทำให้ฉันเป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟนคลับ
ฉันแอบรู้สึกดี  ที่ความรู้สึกนึกคิดของฉันที่ได้เรียงร้อยออกมานั้น  ทำให้ใครหลายคนยอมรับฉันทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน  นอกจากนั้น  นั่นเป็นครั้งแรก ที่ฉันรู้ว่า ตัวเองเป็นคนโรแมนติก
แล้วฉันก็เริ่มเขียนเรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่เรื่องของเขา  เขียนแล้วไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนที่จะไม่หาย  พอรู้ว่ามี Bloggang ฉันก็เอามาใส่ไว้ที่นี่  แล้วก็....พองานน้องซาลงไป  แรงบันดาลใจของฉันก็เหมือนจะหายไปด้วย  ฉันแทบไม่ได้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีก  จนวันหนึ่งเมื่อเข้ามาดู Blog ของตัวเองก็ถภึงกับ ตกใจ เมื่อพบว่า มีจำนวนผู้ชม หลายพันครั้ง  ไม่ได้ตั้งใจให้ใครอ่าน  แค่อยากเก็บไว้  ยังมีคนมากมายให้ความสนใจ
แล้วจังหวะนั้นเอง  ฉันก็เจอแรงบันดาลใจอันใหม่เข้าพอดี  เด็กคนนั้นบอกว่า เขาจะทำให้ตัวเองในอีก10ปีข้างหน้าไม่เสียใจหรือเสียดายเวลาที่มองย้อนกลับมา  วันนี้เขาจะทำทุกอย่างให้เต็มที่ที่สุด  เขาชื่อ ศิวกร  อดุลย์สุทธิกุล
เขาทำให้ฉันรู้สึกขึ้นมาได้ว่า ฉันเองก็ควรทำอะไรที่ทำได้  ทำแล้วมีความสุข  ทำอย่างมีเป้าหมาย
ฉันเริ่มกลับมาเขียน Blog อย่างมีวินัย  ชีวิต ไม่ได้เหมือนกันทุกวัน  ฉันควรมีเรื่องราวที่จะแบ่งปันได้อีกมากมาย  แค่ฉันไม่ขี้เกียจ  แม้ไม่มีใครบอกว่าดีหรือไม่  แต่จำนวนผู้ชม ที่ขึ้นมาถึงกว่า 15.000 ครั้ง  ก็ทำให้ฉันรูเ้ว่า  ก็มีคนพอใจจะอ่านอยู่บ้าง
เปิดมาดูทุกวัน  เห็นยอดเพิ่มทุกวัน  ฉันก็  ดีใจทุกวัน 

พิเศษสุดท้ายที่อยากเล่า คือ ฉันไม่เห็น
ได้เคยบอกไปแล้วว่า ฉันเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม  การมองเห็นในที่มืดอยู่ในระดับ 0
เพราะฉะนั้น ฉันจึงเป็นคนไม่กลัวผี ผีมายังไง  ฉันก็ไม่เห็นแน่ๆ  ก็เลยไม่กลัว
ไม่ได้ไม่เห็นแต่ผีหรอกนะ  ริ้วรอยเฝ้ากระบนหน้า  ฉันก็มองไม่เห็น  เลยไม่เคยต้องกลุ้มใจ  หงุดหงิดเพราะริ้วรอยบนใบหน้า
การไม่เห็นที่มันมากขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้ฉันต้องพยายามเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น  และเรียนรู้ที่จะปรับใจให้อยู่กับสิ่งนี้ได้แบบไม่เดือดร้อนนัก
เข้าใจตัวเองมากขีึ้น  ก็ช่วยให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้นไปด้วย
ฉันเป็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น  ไม่ว่าเขาจะสายตาปกติดีแค่ไหนก็ตาม
ฉันเข้าใจเรื่องนี้  และไม่ได้ใส่ใจนักกับการไม่เห็นของตัวเอง  เพราะชีวิตฉัน ใช การจำ ฟัง สัมผัส  รับรู้กลิ่น  และ สติ  มากกว่าคนที่วไป  ก็ทำให้ฉันยังใช้ชีวิตตามปกติได้
เพราะยังไง ถ้าไม่ระวัง  คนปกติก็ตกบันไดได้เหมือนกันนั่นแหละ

ฉันรู้ว่า เทียบกับคนอื่น  ฉันเป็นแค่คนธรรมดา
แต่ฉันเชื่อว่า  ทุกคนมีความพิเศษในตัวเอง
ไม่ได้ต้องพิเศษยิ่งใหญ่ อย่างใครๆ
แค่หามันเจอ  และมีความสุขกับความ "พิเศษ" ของตัวเอง  ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน
เพราะที่ชีวิตต้องการที่สุด  คือ ความสุข

ปล. เอาแค่มีึความสุข  อย่าเลยไปจน หลง  ขั้นนั้นมันไม่ดีนะ ตัวเธอ




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2562
0 comments
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2562 23:50:08 น.
Counter : 876 Pageviews.

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

BlogGang Popular Award#16


 
วัลยา
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add วัลยา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com