กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
ธันวาคม 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
13 ธันวาคม 2564
space
space
space

พุทโธวาทก่อนปรินิพพาน (๒๘)

 
 
   แล้วพระศาสดาก็รับสั่งให้พระอานนท์ไปแจ้งข่าวปรินิพพานแก่มัลลกษัตริย์ว่า พระตถาคตจักปรินิพพานในยามสุดท้ายแห่งราตรี เมื่อมัลลกษัตริย์ ผู้ครองนครกุสินาราสดับข่าวนี้ ต่างก็ทรงกำสรดโสกาดูร ทุกข์โทมนัสทับทวี สยายผม ยกแขนทั้งสองขึ้นแล้วคร่ำครวญ ล้มกลิ้งเกลือกประหนึ่งบุคคลที่เท้าขาด ร่ำไรรำพันถึงพระโลกนาถว่า พระโลกนาถด่วนปรินิพพานนัก ดวงตาของโลกดับลงแล้วประดุจสุริยา ซึ่งให้แสงสว่างดับวูบลง"


   "ด้วยอาการโศกาดูรดังนี้ มัลลกษัตริย์ตามพระอานนท์ไปเฝ้าพระศาสดา ณ สาลวโนทยาน พระอานนท์จัดให้เข้าเฝ้าเป็นตระกูลๆไป แล้วกลับสู่สัณฐาคาร คืนนั้น มัลลกษัตริย์ประชุมกันอยู่จนสว่างมิได้บรรทมเลย


  "ท่ามกลางบรรยากาศดังกล่าวนี้ นักบวชปริพาชกหนุ่มคนหนึ่ง ขออนุญาตผ่านฝูงชนขอเข้าเฝ้าพระศาสดา พระอานนท์ ได้สดับสำเนียงนั้น จึงออกมารับ และขอร้องวิงวอนว่า อย่ารบกวนพระผู้มีพระภาคเจ้าเลย


  "ข้าแต่ท่านอานนท์ ปริพาชกผู้นั้นกล่าว ข้าพเจ้าขออนุญาตเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทูลถามข้อข้องใจบางประการ ขอท่านได้โปรดอนุญาตเถิด ข้าพเจ้าสุภัททะปริพาชก"


  "อย่าเลย สุภัททะ ท่านอย่ารบกวนพระผู้มีพระภาคเจ้าเลย พระองค์ทรงลำบากพระวรกายมากอยู่แล้ว พระองค์ประชวรหนักจะปรินิพพานในยามสุดท้ายแห่งราตรีนี้แน่นอน"


  "ท่านอานนท์ สุภัททะวิงวอนต่อ โอกาสของข้าพเจ้าเหลือเพียงเล็กน้อย ขอท่านอาศัยความเอ็นดูโปรดอนุญาตให้ข้าพเจ้าเฝ้าพระศาสดาเถิด"


  "พระอานนท์ คงทัดทานอยู่อย่างเดิม และสุภัททะก็อ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ยอมย่อท้อจนกระทั่งได้ยินถึงพระศาสดา พระมหากรุณาอันไม่มีที่สิ้นสุด รับสั่งกับอานนท์ว่า อานนท์ ให้สุภัททะเข้ามาหาตถาคตเถิด"


  เพียงเท่านี้ สุภัททะปริพาชกก็ได้เข้าเฝ้าสมประสงค์ เขากราบลงใกล้แท่นบรรทมแล้วทูลว่า ข้าแต่พระจอมมุนี ข้าพระองค์นามว่าสุภัททะ ถือเพศเป็นปริพาชกมาไม่นาน ได้ยินกิตติศัพท์เล่าลือเกียรติคุณแห่งพระองค์ แต่ก็หาได้เคยเข้าเฝ้าไม่ บัดนี้ พระองค์จะดับขันธปรินิพพานแล้ว ข้าพระองค์ขอประทานโอกาส ซึ่งมีอยู่น้อยนี้ ทูลถามข้อข้องใจบางประการเพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง”

"ถามเถิดสุภัททะ" พระศาสดาตรัส

  “พระองค์ผู้เจริญ คณาจารย์ทั้งหก คือ ปูรณกัสสปะ มักขลิโคศาล อชิตเกสกัมมพล ปกุทธะกัจจายนะ สัญชัยเวลัฏฐบุตร และนิครนถ์นาฏบุตร เป็นศาสดาเจ้าลัทธิที่มีคนนับถือมาก เคารพบูชามาก ศาสดาเหล่านี้ ยังจะเป็นพระอรหันต์หมดกิเลสหรือประการใด


   “เรื่องนี้หรือสุภัททะ ที่เธอดิ้นรนขวนขวายมาหาเราด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด" พระศาสดาตรัสทั้งยังหลับพระเนตรอยู่

"เรื่องนี้เองพระเจ้าข้า" สุภัททะทูล
 


Create Date : 13 ธันวาคม 2564
Last Update : 13 ธันวาคม 2564 11:46:24 น. 0 comments
Counter : 85 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space