กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
ธันวาคม 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
2 ธันวาคม 2564
space
space
space

พุทโธวาทก่อนปรินิพพาน




พระพุทธโอวาท  ๓  เดือน  ก่อนปรินิพพาน
 



443พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน
 
432คราเมื่อพระพุทธองค์ทรงปลงพระชนมายุสังขาร  พระพุทธองค์เสด็จมาถึงปาวาสเจดีย์ประทับภายใต้ต้นไม้ซึ่งมีเงาครึ้มต้นหนึ่ง  ทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า
 
  “อานนท์  เพราะอบรมอิทธิบาท ๔  มาอย่างดีแล้วทำจนแจ่มแจ้งแล้ว   อย่างเรานี้ ถ้าปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ถึงหนึ่งกัปป์  (คือ ๑๒๐ ปี)  ก็สามารถจะมีชีวิตอยู่ได้”    พระโลกนาถตรัสดังนี้ถึงสามครั้ง   แต่พระอานนท์ก็คงเฉยมิได้ทูลอะไรเลย  ความวิตกกังวลและความเศร้าของท่านมีมากเกินไป   จึงปิดบังดวงปัญญาเสียหมดสิ้น   ความจงรักภักดีอย่างเหลือล้นที่ท่านมีต่อพระศาสดานั้นบางทีก็ทำให้ท่านลืมเฉลียวใจถึงความประสงค์ของผู้ที่ท่านจงรักภักดีนั้น  ปล่อยโอกาสทองให้ล่วงไปอย่างน่าเสียดาย 
 
  เมื่อเห็นพระอานนท์เฉยอยู่   พระพุทธองค์จึงตรัสว่า  “อานนท์   เธอไปพักผ่อนเสียบ้างเถิด   เธอเหนื่อยมากแล้ว  แม้ตถาคตก็จะพักผ่อนเหมือนกัน”     พระอานนท์จึงหลีกไปพักผ่อน  ณ  โคนต้นไม้อีกต้นหนึ่ง
 
  ณ  บัดนั้น  พระตถาคตเจ้าทรงรำพึงถึงอดีตกาลนานไกล  ซึ่งล่วงมาแล้วถึงสี่สิบห้าปี   สมัยเมื่อพระองค์ตรัสรู้ใหม่ๆ  ท้อพระทัยในการที่จะประกาศสัจธรรม   เพราะเกรงว่าจะทรงเหนื่อยเปล่า  แต่อาศัยพระมหากรุณาต่อสรรพสัตว์  จึงตกลงพระทัยย่ำธรรมเภรี   และครานั้น พระองค์ทรงตั้งพระทัยไว้ว่า ถ้าบริษัททั้ง  ๔   คือ  ภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา  ยังไม่เป็นปึกแผ่นมั่นคง  ยังไม่สามารถย่ำยีปรูปวาท  คือ คำกล่าวจ้วงจาบล่วงเกินจากพาหิรลัทธิที่จะพึงมีต่อพระพุทธธรรมคำสอนของพระองค์ยังไม่แพร่หลายเพียงพอ   ตราบใด   พระองค์ก็จะยังไม่นิพพาน ตราบนั้น
 
   ก็แลบัดนี้   พระธรรมคำสอนของพระองค์แพร่หลายเพียงพอแล้ว    ภิกษุ  ภิกษุณี  อุบาสก  อุบาสิกา  ฉลาดสามารถพอที่จะดำรงพรหมจรรย์ศาสโนวาทของพระองค์แล้ว   เป็นการสมควรที่พระองค์จะเข้าสู่มหาปรินิพพาน
 
  ทรงดำริดังนี้แล้วจึงทรงปลงอายุสังขาร   คือตั้งพระทัยแน่วแน่ว่า  พระองค์จะปรินิพพานในวันวิสาขะปูรณมี  คือวันเพ็ญเดือน ๖
 
  อันว่าบุคคลผู้มีกำลังกลิ้งศิลามหึมาแท่งทึบจากหน้าผาลงสู่สระ  ย่อมก่อความกระเพื่อมสั่นสะเทือนแก่น้ำในสระนั้น ฉันใด  การปลงพระชนมายุสังขารอธิษฐานพระทัยว่าจะปรินิพพานของพระอนาวรณญาณก็ ฉันนั้น  ก็ความวิปริตแปรปรวนแก่โลกธาตุทั้งสิ้น   มหาปฐพีอากานสั่นสะเทือนเหมือนหนังสัตว์ที่เขาขึงไว้  แล้วตีด้วยไม้ท่อนใหญ่ก็ปานกัน   รุกขสาขาหวั่นไหวไกวแกว่งด้วยแรงวายุโบกสะบัดใบอยู่พอสมควร  แล้วนิ่งสงบ  มีอาการประหนึ่งว่าเศร้าโศกสลดในเหตุการณ์ครั้งนี้  เหมือนกุมารีน้อยคร่ำครวญปริเวทนา   ถึงมารดาผู้จะจากไปจนสลบแน่นิ่ง   ณ  เบื้องบนท้องฟ้าสีครามกลายเป็นสีแดงเข้มดุจเสื่อลำแพน  ซึ่งไล้ด้วยเลือดสด   ปักษาชาติร้องระงมสนั่นไพร   เหมือนจะประกาศว่าพระผู้ทรงมหากรุณากำลังจะจากไปในไม่ช้านี้

172 170 172

กัปป์  ในที่นี้  หมายถึง  อายุกัป  กำหนดอายุของสัตว์จำพวกนั้นๆ  เช่น มนุษย์ยุคนั้นอายุประมาณ ๑๒๐  ปี  ตย. พระอานนท์ ตำราว่ามีอายุ ๑๒๐ ปี  

 




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2564
0 comments
Last Update : 12 ธันวาคม 2564 8:18:07 น.
Counter : 206 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space