กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
ธันวาคม 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
13 ธันวาคม 2564
space
space
space

พุทโธวาทก่อนปรินิพพาน (๒๕)


 

   ความเงียบสงัดปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพระอานนท์ก็ทูลว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว จะปฏิบัติเกี่ยวกับพุทธสรีระอย่างไร"

  "อย่าเลยอานนท์ พระศาสดาทรงห้าม เธออย่ากังวลกับเรื่องนี้เลย หน้าที่ของพวกเธอคือคุ้มครองตนด้วยดี จงพยายามทำความเพียรเผาบาป ให้เร่าร้อนอยู่ทุกอิริยาบถเถิด สำหรับเรื่องสรีระของเราเป็นหน้าที่ของคฤหัสถ์ที่จะพึงทำกัน กษัตริย์ พราหมณ์ และคฤหบดี เป็นจำนวนมากที่เลื่อมใสตถาคตก็มีอยู่ไม่น้อย เขาคงทำกันเองเรียบร้อย"


  "พระเจ้าข้า พระอานนท์ทูล เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคฤหัสถ์ก็จริงอยู่ แต่ถ้าเขาถามข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะพึงบอกเขาอย่างไร"


  "อานนท์ ชนทั้งหลายเมื่อปฏิบัติต่อสรีระแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ์อย่างไร ก็พึงปฏิบัติต่อสรีระแห่งตถาคตอย่างนั้นเถิด"

   "ทำอย่างไรพระเจ้าข้า"

   "อานนท์ คือ อย่างนี้  เขาจะพันสรีระแห่งพระเจ้าจักพรรดิ์ด้วยผ้าใหม่  แล้วซับด้วยสำลี แล้วพันด้วยผ้าใหม่อีก ทำอย่างนี้ถึงห้าร้อยคู่  หรือห้าร้อยชั้น  แล้วนำวางในรางเหล็กซึ่งเต็มไปด้วยน้ำมันแล้วปิดครอบด้วยรางเหล็กเป็นฝา  แล้วทำจิตกาธานด้วยไม้หอมนานาชนิด  แล้วถวายพระเพลิง เสร็จแล้วเชิญพระอัฐิธาตุแห่งพระเจ้าจักพรรดิ์นั้นไปบรรจุสถูป  ซึ่งสร้างไว้  ณ ทางสี่แพร่ง  และสรีระแห่งตถาคตก็พึงทำเช่นเดียวกัน  ทั้งนี้เพื่อผู้เลื่อมใสจักได้บูชาและเป็นประโยชน์สุขแก่เขาตลอดกาลนาน"

    และแล้วพระพุทธองค์ทรงแสดงถูปารหบุคคล  คือ  บุคคลผู้ควรบรรจุอัฐิธาตุไว้ในพระสถูปสี่จำพวก  คือ  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า  พระอรหันตสาวก  และพระเจ้าจักรพรรดิ์ 

    ตรัสแล้วบรรทมนิ่งอยู่  พระอานนท์ถอยออกจากที่เฝ้าเพราะความเศร้าสลดสุดที่จะอดกลั้นได้  ท่านไปยืนอยู่ที่สงัดเงียบแห่งหนึ่ง น้ำตาไหลพรากจนอาบแก้ม  แล้วเสียงสะอื้นเบาๆ ก็ตามมา  บัดนี้ท่านผู้มีอายุอยู่ในวัยชรานับได้แปดสิบแล้ว  เท่ากับพระชนมายุของพระผู้มีพระภาคเจ้า อุปสมบทมานานถึงสี่สิบสี่พรรษา ได้ยินได้ฟังพระธรรมเทศนาอบรมจิตใจอยู่เสมอ  ได้บรรลุคุณธรรมขั้นต้นเป็นโสดาบันบุคคล   ผู้มีองค์ประกอบดังกล่าวนี้  ถ้าไม่มีเรื่องสะเทือนใจอย่างแรงคงจะไม่เศร้าโศกปริเทวนาการถึงเพียงนี้

    ท่านสะอึกสะอื้นจนสั่นเทิ้มไปทั้งองค์  บางคราวจะมองเห็นผ้าสีเหลืองหม่นที่คลุมกายสั่นน้อยๆ ตามแรงสั่นแห่งรูปกาย  แน่นอนท่านรู้สึกสะเทือนใจและว้าเหว่อย่างยิ่ง  เป็นเวลานานเหลือเกินที่ท่านรับใช้พระศาสดา  ได้ทำหน้าที่พุทธอุปัฏฐาก และเอื้อเฟื้อต่อกัน  การจากไปของพระผู้มีพระภาค จึงเป็นเสมือนกระชากดวงใจของท่านให้หลุดลอย

    "โอ  พระองค์ผู้เป็นที่พึ่งของโลกและของข้าพระองค์"  เสียงคร่ำครวญออกมากับเสียงสะอื้น  "ตั้งแต่บัดนี้ไป   ข้าพระพุทธเจ้าจักไม่ได้เห็นพระองค์อีกแล้ว  พระองค์ผู้ทรงพระมหากรุณาดุจห้วงมหรรณพ   มาด่วนจากข้าพระองค์  ทั้งๆที่ข้าพระองค์ยังมีอาสวะอยู่  เหมือนพี่เลี้ยงสอนให้เด็กเดิน เมื่อเด็กน้อยพอจะหัดก้าวเท่านั้น  พี่เลี้ยงก็มีอันพลัดพรากจากไป  ข้าพระองค์เหมือนเด็กน้อยผู้นั้น"     พระอานนท์คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร
 


Create Date : 13 ธันวาคม 2564
Last Update : 13 ธันวาคม 2564 11:01:15 น. 0 comments
Counter : 97 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space