ทำอย่างมีเหตุผล จะไม่งมงาย
ทำอย่างมีเหตุผล จะไม่งมงาย

    บางวัดสอนให้สวดมนต์บูชาเทพ เทวดา เรียกทรัพย์ เรียกเงิน ซึ่งไม่มีในพระไตรปิฎกจะทำอย่างไร?

    ผู้รู้ทั้งหลายแต่งบทสวดมนต์มีเจตนาที่หลากหลาย บทสวดบางอย่างเพื่อเป็นมนต์บูชาพระพุทธเจ้า บางบทสวดเพื่อบูชาเทพ เทวดา พระโพธิสัตว์ หรือสวดให้กำลังใจ หรือสวดให้กับตนเองให้มีสรณะ เราจะต้องแยกการสวดมนต์

    พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนบทสวดมนต์นั้นเลย จะได้ไหม?

    บทสวดมนต์บางบทก็ไม่ได้มีในพระไตรปิฎก แต่พระอรรถกถาหรือหลวงพ่อ คณาจารย์ ผู้รู้ ท่านแต่งบทสวดมนต์เพิ่มเติมให้กับบุคคลต่างๆ เช่น บุคคลเขาเดินมาแล้วบอกว่าตอนนี้เขาหิวข้าวมาก แล้วเราจะให้ข้าวเขากินไหม? เราให้ข้าวเขากินก่อนแล้วค่อยสอนธรรมะเขาสิ แต่ถ้าเขาหิวข้าวเราพูดธรรมะให้เขา เขาจะฟังเราไหม? ก็ไม่ฟัง ฉะนั้น ให้เขากินข้าวให้อิ่มแล้วเราสอนเขา เขาก็จะฟังเรา ฉะนั้น เราแต่งบทสวดมนต์ให้เขาไม่ใช่แต่งบทสวดมนต์ให้กับเรา ส่วนเราก็เดินตามพระพุทธเจ้าไปสิ นี่แหละ เราแต่งบทสวดมนต์ให้เหมาะสมกับภูมิของเขา เพราะเรามีหน้าที่สอนเขา

    พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้วิงวอน ให้บันดาลให้เกิดความสุขนี่?

    การสวดมนต์มีหลากหลายเจตนา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสวดมนต์เจตนาอะไร เช่น สวดมนต์พุทธคุณ ก็สวดมนต์ไป หรือจะสวดให้กำลังก็สวดไป ขึ้นอยู่กับเจตนาของเขา เราอย่าเอาไปรวมกันหมด


 
ไสยาศาสตร์มีไว้สำหรับคนปัญญาอ่อนใช่ไหม?

    หลวงพ่อบางท่านกล่าวว่า ไสยาศาสตร์ต้องเก็บไว้ เลิกไม่ได้นะ เอาไว้ให้คนปัญญาอ่อน เขาจะได้อุ่นอกอุ่นใจ ไม่เป็นประสาท ไม่เป็นบ้า ไสยาศาสตร์มันช่วยคุ้มกันคนปัญญาอ่อน

    สาธุถูกต้องแล้ว แต่ว่าเราจะต้องใช้ไสยาศาสตร์ให้ถูก เขาหายจากปัญญาอ่อน เขามีกำลังใจแล้วคุณก็เติมอย่างอื่นให้เขาสิ ไม่ใช่ไปผลักดันให้เขาปัญญาอ่อน 

    อยู่ดีๆ จะจับเขามายัดให้เขาเป็นคนปัญญาสูงๆ เขาก็รับไม่ได้ คุณทำไมไม่ให้เขาเริ่มจากอ่อน อ่อนแล้วค่อยขึ้นมากลาง กลางแล้วค่อยขึ้นไปสู่สูง อยู่ดีๆ จะให้เขาเป็นคนปัญญาสูงเลยไม่ได้ เพียงแต่ว่าเราจะต้องทำหน้าที่ให้ครบ ไม่ใช่เอาแต่ผลักไส แล้วทู่ซี้จะให้เขามีปัญญาสูงขึ้นมาเขารับไม่ได้ จริตไม่ไปด้วย นี่แหละ พระพุทธเจ้าจึงกำหนดให้มีบัวหลายเหล่า คุณไม่เข้าใจสักทีว่ามีบัวหลายเหล่า


 
พระสังข์ทองเรียกทรัพย์ได้จริงไหม?

    พระสังข์ทองเรียกลาภ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ๊งเรียบร้อย?

    ตอบว่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่พระพุทธเจ้าเกิดมาก็มีคนฆ่ากันตายเยอะแยะ แล้วเราจะตอบเขายังไง

    ถ้าอย่างนั้นพระสังข์ทองเรียกลาภไม่เจ๊ง?

    ตอบว่า ถ้าอย่างนี้พระพุทธเจ้าก็ไม่เจ๊งนะสิ ขนาดพระสงฆ์ก็ยังทำผิดได้ 

    ที่เกิดเป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าทุกสิ่งมีเหตุปัจจัยของเขา มีวิบากของเขา ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเจ๊งก็เพราะว่ามีเหตุปัจจัยอื่นไม่ใช่พระสังข์ทอง

    แค่นี้ก็รู้เลยว่า ไม่ใช่เรื่องจริง ทุกอย่างล้วนมโนขึ้นมา เพื่อให้คนโง่เขารับไป?

    ตอบว่า เพื่อให้คนโง่เขลามีสรณะ ไม่ต้องจมน้ำตาย เหมือนกับเขาตกน้ำ แม้มีแผ่นกระดาน ๑ แผ่นก็ให้เขาเกาะไว้ก่อนดีไหม? ดีกว่าให้เขาจมไปเลยไหม? เราให้เขาเกาะแล้วขึ้นฝั่งแล้วค่อยสอนเขาได้ไหม? หรือว่าเขาจมน้ำไปแล้วค่อยตามไปสอน


 
พระพุทธรูปทำให้คนโง่จริงไหม?

    ที่ชาวพุทธบอกว่า รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ เพราะวัดที่มีสิ่งแบบนี้จะไม่สอนคนเลย ปล่อยให้คนโง่อยู่อย่างนั้น จะได้ล้วงกระเป๋าได้ง่าย?

    หลวงพ่อพูดถูก มีพระศักดิ์สิทธิ์แล้วมีคนไปทำบุญเยอะๆ บางวัดก็เอาแค่นี้ ทำไม่ครบ ถ้าวัดต่างๆ เติมปัญญาเข้าไปก็จะทำครบ คนก็ตำหนิไม่ได้ เหตุที่โดนตำหนิเพราะว่าทำไม่ครบ

    บางวัดชอบเอาแต่บัวเหล่าที่ ๓ กับบัวเหล่าที่ ๔ ทำให้บัวเหล่าที่ ๑ กับ ๒ ก็ไม่อยากมาเข้าวัด เราเลือกที่จะปฏิเสธ ถ้าหากว่ามาตรวจสอบโดยธรรมแล้ว เราก็จะติดตัว "อคติ" เราไม่เปิดใจกว้าง รับแต่บัวเหล่าที่ตนเองชอบ ถ้าหากว่าเราเป็นคนอคติแล้ว แล้วเรามาบอกว่าเป็นสาวกพระพุทธเจ้า เราพูดผิดนะ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนเราให้อคติ อคติเป็นมิจฉา

    ศาลเจ้าแม่ตะเคียนหลายวัด บนบาน เข้าทรง ขอหวย ครบ จบที่วัดเดียว

    ตอบว่า เราจะต้องแยกบุคคลเป็นบัวเหล่าที่ ๑ กับ ๒ ให้ชัดเจน เราให้เขาไปสิ่งเหล่านี้เถอะ แต่เราเสริมปัญญาให้กับเขาบ้าง มีธรรมะให้เข้ายกระดับภูมิปัญญาขึ้นเป็นบัวเหล่าที่ ๓ และ ๔ ได้บ้าง


 
อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    หลวงพ่อบางรูป กล่าวว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าหากการอ้อนวอนได้ผลจริง ในโลกนี้จะมีใครเสื่อมจากอะไร?

    ตอบว่า เวลาเรายกข้อความใดมา เราจะต้องดูก่อนว่า เป็นวาระอะไร เวลานั้นพระพุทธเจ้ากำลังตรัสสอนให้กับใคร บัวเหล่าที่เท่าใด ถ้าวาระนั้นพระพุทธเจ้าพูดกับบัวเหล่าที่ ๓ และ ๔ พระพุทธเจ้าก็จะตรัสเช่นนี้ แต่วาระของบุคคลดอกบัวเหล่าที่ ๑ กับ ๒ ก็จะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ เราจะมาถือเกณฑ์ตรงนั้นไม่ได้ เราจะถือหัวใจหลักของท่าน แล้วเราค่อยไปแยก เราไม่บอกเลยว่าวาระนัั้นพระองค์ท่านพูดคุยกับใคร

    ถ้าพระองค์ท่านคุยกับบุคคลดอกบัวเหล่าที่ ๓ กับ ๔ แล้วจะมายัดเหยียดให้บุคคลดอกบัวเหล่าที่ ๑ กับ ๒ ไม่ได้ เขาทำไม่ได้ ถูกหรือเปล่า เพราะคุณไม่ยอมแยก ไม่ยอมแยกเพราะเราอคติ เรามิจฉาไหม? มิจฉาเลยไม่รู้ตัว ถูกไหม?

    เราจะปฏิเสธคำพูดของพระพุทธเจ้าไหมว่า บุคคลเปรียบเสมือนดอกบัวเหล่าที่ ๑-๒-๓-๔ เราไม่ปฏิเสธ แต่ดอกบัวเหล่าที่ ๑ กับ ๒ เราไม่เอาเลย

    เราจะต้องให้เขา จูงนำพาเขา ให้เขาเถอะ ไม่ต้องมาโจมตีเขา 

    วัดที่เขาให้คนมาบนบานศาลกล่าวเราให้เขาทำ แต่เราจะต้องเติมธรรมะให้เขา ยกระดับภูมิของเขาด้วย นำพาบัวเหล่าที่ ๑-๒ ขึ้นภูมิได้


 
วัดสวนโมกข์ กับ วัดพระธาตุดอยคำ

    ยกตัวอย่าง วัดสวนโมกข์ กับวัดพระธาตุดอยคำ จะต้องทำอย่างไร

    ตอบว่า จะต้องช่วยกัน ถ้าช่วยกันแล้วอย่าไปกล่าวหากัน วัดนั้นบัวเหล่า ๑-๒ ไปกันเยอะเลย แล้วเราก็เอาภูมิบัว ๓-๔ ไปเชื่อมได้ไหม?

    เป็นคนแท้ๆ ยังสมัครเป็นทาสของผี ต้องไปง้องอนให้ผีช่วย ยังบนบานให้ถูกเลข นี่มันน่าอับอายสักเท่าไหร่?

    ตอบว่า สาธุๆ ในเมื่อบุคคลนั้นเขายังมี แล้วยอมรับว่าสัตว์โลกต้องมีอย่างนี้ แล้วเราปฏิเสธเขาได้ไหมว่าเขาไม่มีเป็นตัวเป็นตน ภูมิของเขา เราต้องเข้าใจภูมิของเขา มีกุศโลบายชวนเขาขึ้นจากภูมิ นำพาเขา ไม่ใช่ซ้ำเติมเขา แล้วไปปฏิเสธเขาว่าเขาไม่ดี ไม่เป็นคน ในเมื่อไม่ดีไม่เป็นคน ฉันก็ไม่เอาคุณเหมือนกัน ยกตัวอย่างกลุ่มพวกนี้จะเอาพุทธทาสไหม? ก็ไม่เอา บางกลุ่มก็ไม่เอาพุทธทาสเหมือนกัน เราจะต้องรับความจริงเถอะ "ของเราดี แต่อย่าไปบังคับว่าให้คนอื่นให้เห็นว่าเราดี" นั่นคืออคติแล้วนะ เราทำให้เขาดูได้ เราดีเดี๋ยวเขาก็ตามมาเอง แต่เราไม่ต้องไปเที่ยวด่าคนอื่น


 
ดูดวงดาว ปัญญาอ่อนหรือไม่

    หลวงพ่อบางรูปกล่าวว่า คนปัญญาอ่อนมัวแต่ไปมองดูเดือนดูดาวอยู่ ประโยชน์มันก็เลยพ้นไปเสีย ดวงดาวบนท้องฟ้าจะไปช่วยอะไรได้?

    สิ่งที่หลวงพ่อกล่าวนั้นถูกต้อง แล้วเรามีอะไรที่จะชี้แนะ แนะนำเขาบ้าง ทำไมเราไม่แนะนำเขา เรามัวแต่บอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี แต่เราไม่บอกวิธีทำอย่างอื่นที่เขาแก้ไขได้ เขาจะได้ไม่จำเป็นเช่นนี้ เหมือนกับ เราบอกว่าอาหารอย่างนี้ ของอย่างนี้ กินไม่ได้ แต่เราก็ไม่ได้ชี้แนะว่าอาหารอย่างอื่นที่สามารถกินยังมีอยู่ ยังอร่อยกว่านี้ เรามีอะไรให้เขากินล่ะ ถ้าเราบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดีเราก็ต้องบอกอย่างอื่นให้เขาไปต่อสิ

    เรามัวแต่กล่าวหา ตำหนิ แล้วความดีอย่างอื่นมัวแต่หวงเอาไว้ เก็บเอาไว้ ทำไมไม่บอกวิธีแก่เขา ว่าจะต้องทำอย่างไร และเหมาะกับภูมิเขาด้วย

    ยกตัวอย่าง เราบอกว่าปลาแซลม่อนกินแล้วดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ เราจะต้องถามกลับว่าเหมาะกับเขาไหม ถึงแม้จะดี เพราะว่ามันแพงกว่าปลาอื่นๆ บางคนก็ไม่ไหว ทำไมเราไม่บอกให้เขาไปซื้อปลานิลมากิน แล้วจะมาบอกกว่าปลานิลไม่ดีเลย วิตามินก็น้อยกว่าปลาแซลม่อน แต่เวลานั้นปลานิลมันเหมาะกับเขา ก็ต้องให้เขากินปลานิลก่อน แล้วค่อยมาหาปลาแซลม่อนให้เขากินทีหลัง

    อันนี้เป็นวิธีของธรรม ไม่ใช่มาบอกว่าตนเองเป็นพุทธ เราปิดกั้นตนเองเกินไป เหมือนกับองค์ทะไลลามะกล่าวว่า พุทธศาสนาควรเปิดใจกว้าง อย่าปิดกั้นตนเองเกินไป


 
พระครอบครูได้หรือ?

    เป็นพระภิกษุ แต่มาสวมหัวโขนฤๅษี มันสมควรไหม?

    ต้องดูภาวการณ์ภูมินั้นๆ ณ เวลานั้นๆ ยกตัวอย่าง หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ไปบวชเป็นพระ แต่ส่วนหนึ่งเขาก็ยังมีหน้าที่เป็นครูบาอาจารย์โขน เพราะคนที่เรียนโขนก็นับถืออาจารย์คึกฤทธิ์ พอถึงเวลานั้นท่านก็จะต้องมาทำหน้าที่ครูบาอาจารย์โขน เราจะต้องรู้จะต้องแยกให้ถูกเวลานั้นเขาทำหน้าที่อะไรอยู่ ถึงแม้ว่าเขาเป็นพระ แต่เขาก็ขออนุญาตได้เพื่อที่จะมาทำหน้าที่โขน เหมือนกับคนนี้เป็นพระ มีคนเจ็บไข้ได้ป่วยมา เขาก็มาทำหน้าที่เป็นแพทย์ได้ไหม? ถ้าหากว่าบอกว่าไม่ได้ด้วยเหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมเป็นพระ องคุลิมาลยังมาขอทำหน้าที่เป็นหมอตำแยหรือหมอสูตินรีแพทย์ คลอดลูกให้ผู้หญิงได้ พระพุทธเจ้าตำหนิตรงไหน พระพุทธเจ้ากลับมาสรรเสริญองคุลมาลอีก ด้วยอานิสงส์ตรงนี้กลับทำให้ชาวบ้านเปลี่ยนใจมานับถือองคุลิมาล ฉะนัั้น มันผิดตรงไหน เขามาทำหน้าที่ เขามีหน้าที่ เวลานั้นขอทำหน้าที่ตรงนี้ หน้าที่ตรงนี้มันผิดตรงไหน มันขัดแย้งตรงไหน ไม่ดีตรงไหน ไม่ใช่ว่าเป็นหน้าที่พาคนไปปล้นทรัพย์ ให้เขานับถือครูมันผิดตรงไหน

    ถ้ามีคนมาบอกว่า มั่ว?

    ฉะนั้น เราจะต้องใจกว้าง คุณมั่วเพราะว่าคุณมั่วหรือเปล่า? เขาเป็นตอนๆ เขาไม่ใช่ว่ามาสวมหัวโขนตลอดนี่ ทั้งวันทั้งคืนองคุลิมาลก็ไม่ใช่ว่าจะไปคลอดลูกให้กับคนอื่นอยู่ตลอดนิ ก็ไม่ใช่นิ ไม่ได้มั่ว    


 
พระสงฆ์ปลุกเสกพระได้ไหม?

    พระมาปลุกเสกพระทำไม

    ตอบว่า ใช้คำว่า "ปลุกเสกพระ"ไม่ได้ ควรใช้คำว่า "อาราธนา" หรือ "อัญเชิญ"

    "อัญเชิญสิ่งที่เป็นมงคล หรืออัญเชิญสิ่งที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้ามาสู่..." ได้ อัญเชิญพระปัญญาของพระพุทธเจ้าได้

    พุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ไสยาศาสตร์จะต้องไปด้วยกัน

    ไสยเวทย์ คือสายธรรมชาติ


 
อย่าทะเลาะกันเลย ใจแคบ เสียเวลาเปล่า

    คุณไม่ขึ้นรถ คุณจะเดินไปทางนั้นคุณลำบากแน่ คุณขึ้นรถดีกว่าไหม แต่รถนี้ไม่ได้ติด "ตราพุทธ" เลยนะ แต่ขับไปเราไปแวะวัดพุทธได้ไหม? ได้!!

    แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราแวะวัดพุทธแล้ว คุณมีอะไรให้เขาต่างหาก 

    แต่การชวนเบื้องต้น เช่น วัดท่าไม้ วัดสมาน วัดพระธาตุดอยคำ ฯลฯ (วัดที่มีองค์เทพ เทวดา ฯลฯ) เราสามารถเอาอะไรมาเสริมก็ได้ เช่น คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เอาธรรมะมาเสริม

    ถ้าเรามัวแต่ทะเลาะกัน คุณก็ไม่ได้อะไร รถก็มาแวะไม่ได้ คุณก็เสียโอกาสเปล่าๆ มันเสียใจคนขับรถคันนี้ไหม?  เพราะเขาอุตส่าห์มาขับรถนำคนมาส่งให้ เขาตั้งใจเอาคนมาส่งที่วัดพุทธ แต่ดันวัดพุทธไม่ให้เข้า เพราะว่าคุณไม่มีตราพุทธ คุณไม่ให้เข้าวัด จบไหมล่ะ เขาอุตส่าห์เหนื่อยพามา ทำไมร่วมมือด้วยกันไม่ดีกว่าเหรอ

    ถ้าเราไปทิ้งเขาหมด เขาก็ไปเข้าศาสนาอื่นหมด

    
"ถ้าต่างคนต่างได้ประโยชน์ จะไม่มีทางสันติสุข แต่ต้องได้ประโยชน์ร่วมกันถึงจะสันติสุข" 

    ถ้าไม่อย่างนั้นจะฆ่ากัน จะแย่งชิงกัน ถ้าเป็นประโยชน์ร่วมกัน เอื้อ-เกื้อ-กัน คุณมีคุณอยากแบ่ง แล้วทำไมต้องแย่ง ถ้าคุณบอกว่าของใครของมัน ของใครของเขา นี่แหละจะต้องแย่ง แต่ถ้าเอื้อกันเขาได้เยอะเดี๋ยวเขาก็เอื้อให้เราอยู่ดี ต่างคนต่างเอื้อแล้วทำไมต้องแย่งกัน นี่แหละที่มาคำว่า "สันติ"

    สิ่งที่ทำให้ไม่สันติเพราะว่าแย่งผลประโยชน์ แต่ถ้าผลประโยชน์เอื้อกัน ไม่ฆ่ากัน ฉะนั้น สิ่งสำคัญก็คือ ผลประโยชน์ต้องเอื้อ-เกื้อ-กัน สิ่งที่ทำให้เราเอื้อ-เกื้อ-กันได้ก็คือ "ใจกว้าง ไม่ใจแคบ"

    กลุ่มไม่ยอมเอื้อกัน แล้วจะให้เป็นกลุ่มใหญ่เป็นไปไม่ได้

 
   คุณต้องรู้จักที่มา ที่เป็นอยู่ และที่จะเป็นไป ถ้าเราไม่รู้จักที่มา เราพลาดหมด คุณไม่มีข้อมูลของเขาแล้วอยู่ดีๆ เรามาสร้างข้อมูลเอาเองก็จบ ไม่ถูกต้อง 

    ยิ่งเข้าใจที่มาชัดเจนยิ่งขึ้น มากเท่าไหร่ คุณก็สามารถเข้าใจถึง ณ ปัจจุบันถึงเป็นเช่นนั้นยิ่งขึ้น

^_^  ..._/_...  ^_^ 
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต










 



Create Date : 26 สิงหาคม 2563
Last Update : 26 สิงหาคม 2563 20:45:50 น.
Counter : 381 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
สิงหาคม 2563

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
27
28
29
30
31