สิงหาคม 2553

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
โคตรสปอยล์แบบนานๆทีกับ "สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก" ใครยังไม่ดูก็อย่าเข้ามาเลยนะ
อย่างที่รู้กันว่าไม่ค่อยชอบดูหนัง ดังนั้นเวลาไปดูจึงนับครั้งได้ เรื่องล่าสุดที่ไปดูก็คือ รถไฟฟ้าฯ ซึ่งติดกับดักพี่เคนเลยโดนสะกดจิตล่อลวงให้ไป คราวนี้ก็เช่นกัน โดนมาริโอ้สะกดจิตให้ลอยเข้าโรงหนังไปเรียบร้อย เฮ้อ! ยังมีกวน มึน โฮ อีกที่อยากจะไปดู ค่ายนี้จะสะกดจิตฉันไปถึงไหนกันเนี่ย!

วันนี้ไปดูเพราะเป็นวันพุธ หนังลดราคา สิ่งแรกที่ประทับใจสุดๆก่อนเข้าไปดูหนังก็คือ...เด็กโดดเรียนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก

เรื่องธรรมดาเช่นเดียวกับหมู่เฮาที่แวบโรงเรียนไปดูหนังเมื่อครั้งยังเอ๊าะๆ ได้ระลึกถึงความหลังตั้งแต่ก่อนเข้าโรง อืม...ก็ดีแฮะ ช่วยบิ้วท์อารมณ์ก่อนรับชมหนัง โปรโมชั่นเสริมมากับตั๋วหนัง 80 บาทหรือไงหว่า

มาพูดถึงเรื่องหนังกันบ้างก่อนจะออกอ่าวออกทะเลไปมากกว่านี้ โดยรวมๆแล้วก็ยิ้มเล็กๆได้ทั้งเรื่อง แอบซึ้งนิดหน่อยตอนฉากชวนให้ซึง แอบลุ้นตอนที่เขาพยายามจะให้ลุ้น ซึ่งรวมเอาการกระทำเท่าที่คนๆหนึ่งพึงจะเป็นได้ในขณะที่หลงรักใครสักคน ไม่จำเป็นต้องเด็กอย่างนั้นก็ได้ ผู้ใหญ่เองก็เป็นหมดนั่นแหละ เพราะฉะนั้นหนังเรื่องนี้ก็โดนใจหลายคนจนต้องไปดูกันรอบสองเพราะอยากสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องบันเทิงก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เนื้อหาสาระก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน

หนิงชอบเรื่องที่สนุกและมีเนื้อหา อุดมไปด้วยรายละเอียด ซึ่งเรื่องนี้ให้อย่างแรกแต่ไม่ให้อย่างหลังสักเท่าไร

มาที่ตัวละครกันก่อน มีหลายประเด็นที่ถูกจุดขึ้นมาในละครซึ่งคนทำหนังเก็บรายละเอียดกับมันน้อยกว่าที่ควรจะเป็น มาที่ตัวพระเอกก่อนเลย พี่โชน (กรี๊ด! มาริโอ้!!!) เป็นเรื่องที่หนังต้องปรุงให้เขาหล่อเทพเพราะเล่าในมุมมองของเด็กผู้หญิง เขาผู้มีปมเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลอยู่ตลอดเวลา เล่าถึงความเหียกกับความรู้สึกนี้ของพระเอกที่มีความอัปยศนี้เป็นเงาตามตัว

อุตส่าห์พล่ามมาตลอด แล้วแก้ปมให้พระเอกอย่างนี้เนี่ยนะ!

ตามความรู้สึกก็คือ พระเอกของเรื่องเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ลอยได้ เพราะเขาต้องเป็นหนุ่มในอุดมคติของนางเอก แต่ทีนี้จะให้เขาหล่อลอยไปลอยมาอย่างเดียวก็ไม่ได้ เลยต้องหาอะไรมาถ่วงให้เขาเดินดินได้โดยการเอาปมนี้มาเป็นหินเพื่อให้เขาเปลี่ยนจากสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นมนุษย์มากขึ้น

แต่แม่เจ้า! เอาหินนั่นถ่วงคอพระเอกให้เดินดิน แต่ตอนคลี่คลายปมกลับถีบเขาลงน้ำไปซะอย่างนั้น (ซึ่งจริงๆแล้วปมเรื่องฟุตบอลของพี่โชนก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องเท่าไร มีหน้าที่อย่างเดียวคือ นำไปสู่เหตุการณ์แห่งการลาจากเท่านั้นเอง)

โชนเป็นตัวละครที่น่าสงสารเพราะได้รับความสนใจน้อยกว่านางเอกมากๆ เรียกได้ว่าลูกของเมียน้อยอันดับสี่เลย

นางเอกซึ่งเป็นตัวเอกเพราะเรื่องเล่าจากมุมมองของเธอ หนังพยายามจะเก็บแบคกราวน์ของน้องน้ำได้ดีพอใช้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นหมุนไปตามกาลเวลาโดยมีน้ำเป็นจุดศูนย์กลาง แต่ทีนี้ด้วยความที่อยากจะเอาใจให้คนระลึกถึงความหลังก็เลยอัดสารพัดวิธีเท่าที่ระดมสมองคิดกันยัดลงมาเสียจนเฝือไปหมดโดยไม่รู้จะเอามาทำไมมากมาย (จริงๆก็รู้แหละว่าเป็นเรื่องของการตลาด แรงจูงใจ และสิ่งที่คนทำหนังอยากสื่อให้คนดูสุดๆ แต่ในแง่ของวรรณกรรมชิ้นหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าสมควรตัดออกเสียบ้าง หนังจะได้ไม่เอียงกะเท่เร่จนเกินไปนัก)

ถ้าไม่นับว่ามาริโอ้หล่อ และมีเรื่องพอให้ระลึกถึงความหลังได้บ้างแล้ว เรื่องนี้ถือว่าไม่ผ่านเส้นมาตรฐานในแง่ของเนื้อเรื่องเลย ทุกอย่างอ่อนไปหมด เบาหวิวแบบชนิดที่เรียกว่าคนทำหนังพยายามแล้วที่จะกดให้มันจมดิน แต่ด้วยความเบาแบบไม่มีเนื้อมีแต่น้ำ ทำยังไงมันก็ยังปรากฏอยู่ชัดเจนแจ่มแจ๋วอยู่ดี

แต่ก็ใช่ว่าจะเบาไปเสียหมด บางจุดที่เก็บรายละเอียดได้ดีแบบคาดไม่ถึง โดยแอบนึกในใจว่า ถ้าใส่ใจแม้กระทั่งจุดนี้ จุดอื่นที่ใหญ่กว่านี้ช่วยกรุณาเหลียวแลมันสักหน่อยก็ดีนะ นั่นก็คือ แอปเปิ้ล มะม่วงและดอกกุหลาบสีขาว -*-

สามสิ่งนี้เท่าที่เห็นเป็นตัวบอกคาแรกเตอร์ของพี่โชนมากๆ เป็นของกำนัลที่ให้น้ำแล้วคนดูรู้ได้ทันทีว่าฝีมือโชน เพราะไม่มีใครบ้าเอาแอปเปิ้ลที่กัดแล้วไปให้ผู้หญิง หรือให้ดอกไม้โดยที่หิ้วมาทั้งกิ่งอย่างนี้หรอก (อ้างอิงจากตอนแรกกับผลมะม่วง) เพราะแม้แต่ตอนที่น้องน้ำเอาดอกไม้มาให้พี่โชน เขาก็ยังเอากุหลาบขาวปกติมาให้เลย (ถ้าจะเก็บรายละเอียดแล้วก็น่าจะเอาให้มันสุดๆไปเลย เช่นว่า ตอนโตอาจจะมีฉากให้เห็นว่ากุหลาบขาวที่น้ำให้อัดเป็นดอกไม้แห้งเก็บไว้กับตัว เป็นต้น)

สิ่งที่ชอบที่สุดสำหรับเรื่องนี้เลยก็คือ การบอกกาลเวลาของเรื่องนี้

เนื่องจากเรื่องนี้มีเงื่อนไขเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก จะบอกคนดูให้รู้ได้ยังไงว่า หนึ่งปีผ่านไป สองปีผ่านไป นี่เทศกาลอะไร โดยที่ไม่ต้องเอาไปยัดใส่ปากตัวละครให้เสียอารมณ์จนเกินไป การตัดฉากหนึ่งเพื่อไปสู่อีกฉากหนึ่งทำได้ดี คนดูเห็นแวบเดียวก็รู้ว่ากาลเวลาของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี จุดนี้ขอชมเชยค่ะ

แต่นั่นเป็นภาพรวมในเรื่องการตัดฉาก พอลึกลงไปในรายละเอียด ก็มีจุดที่รั่ว หรือไม่ก็คนทำหนังเลือกช้อยส์ผิด นั่นก็คือ ฉากสุดท้ายของเรื่อง

โจทย์ของข้อนี้ก็คือ จะทำอย่างไรให้คนรู้ว่าตัวละครมีชีวิตใน 9 ปีให้หลังอย่างไร ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว โจทย์ที่คนทำหนังเลือก มันอาจจะดีก็ได้ แต่สิ่งที่มีปัญหาก็คือทุกอย่างที่นำมาใช้ ล้วนผิดพลาด มองจุดอ่อนไม่แตกจนนำไปสู่หายนะเข้า

เริ่มตั้งแต่เรื่องมุมมองก่อนจะ Flashback เรื่องไปยังอดีต น้ำเป็นคนเล่า (เสียงน้ำ) แต่ภาพดันเป็นภาพว่าโชนทำอะไร ก็งงก่อนแล้ว พอมาตอนจบที่กลับมาสู่ 9 ปีให้หลัง เรื่องกลับมาอยู่ในมุมมองของโชนแบบซะงั้นว่าหลังออกจากแกลอรี่แล้วทำอะไร แล้วก็ตัดมาเป็นมุมมองพระเจ้าโดยการฉายไปที่น้ำและเพื่อนๆ การใช้มุมมองแบบไม่ถูกกาลเทศะคือหายนะแรก

หายนะที่สอง จะเรียกว่าเป็นความช่วยไม่ได้ดีหรือไม่ เพราะการจับเด็กมาแต่งตัวให้เป็นผู้ใหญ่ ทำยังไงก็ไม่เนี่ยนน่ะ แล้วในเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้เป็นุจุดอ่อนอย่างยิ่ง ยังกลับดันทุรังที่จะทำมันต่อไปโดยการเสริมแต่งให้เด็กแต่งตัวแก่ราวคุณป้า มันไม่ช่วยนะ จริงๆเรื่องรูปลักษณ์มันว่าไม่ได้ แต่สามารถใช้วิธีการเล่าเรื่องช่วยได้ คนดูพร้อมจะเชื่อหากว่าสมเหตุสมผลพอ แต่นี่ดันไปเสริมในจุดที่ทำให้ยิ่งด้อยลงไปอีก

หายนะสุดท้าย ความไม่เนียนในเหตุการณ์ของการจัดรายการ คนดูทั่วไปดูรายการสัมภาษณ์บ่อย จังหวะของพิธีกรและคนสัมภาษณ์มันไม่ใช่แบบนี้เลย อันนี้เป็นเรื่องของการทำการบ้านของคนทำหนังว่ายังขาดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

ทั้งสามหายนะนี้นำมาสู่ฉากที่ควรจะเรียกความรู้สึกของคนดูได้มากที่สุด แต่กลายเป็นฉากที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ที่สุดในหนังเรื่องนี้แทน

โดยส่วนตัว แปลกใจอยู่พอสมควรเพราะฉากอื่นๆดูเหมือนจะหยิบองค์ประกอบในการใช้เล่าได้ราบรื่นพอสมควร แต่ฉากจบนี่เหมือนลวกๆ จนรู้สึกว่าเหมือนคนละคนคิด เหมือนหนังคนละม้วน ผู้กำกับคนละคน ช่างกล้องคนละคน (แม้กระทั่งมุมกล้องยังต่างเลย คิดดู) สไตล์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

และสุดท้ายของท้ายสุด คือคำถามที่ไม่อาจหาคำตอบได้ในเรื่อง เพราะเบาหวิวจนจับไม่ถูก

ต้องการเล่นอะไรกับ "ความสวยและขี้เหร่" หรือคะ?

ตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง มีแต่เรื่องความสวยงามจนเป็นประเด็นหลัก ตัวละครที่เลือกมาล้วนแต่กล่าวถึงเรื่องนี้ทั้งสิ้นจนอุตส่าห์ลุ้นว่าจะกล่าวถึงอะไร แล้วก็แหง่ว...ไม่เห็นมีอะไรที่จะพูดถึงเลย

ถ้าจะด่าคนสวยแต่ bitch ก็ด่าให้เต็มที่ ถ้าไม่ใช่ ก็ให้ตัวละครขี้เหร่ (ที่ไม่ใช่นางเอกน่ะ) มีบทบาทเรื่องเกี่ยวกับความสวย เผชิญชะตากรรมอะไรเสียบ้างที่จะกล่าวถึงจุดนี้ (ไม่ใช่บอกแต่ผลเกี่ยวกับเรื่องครูอิน) แต่เท่าที่ดูมาแล้ว ขอโทษเถอะ ยังกะสลัดผักชี คือยำๆรวมกัน แต่เบาโหยงอย่างกับผักชี

แต่กลายเป็นว่าไปยกคีย์เวิร์ด "Inspiration" ซึ่งพูดถึงแค่น้ำคนเดียว หากว่าเป็นแบบนั้น เพื่อนคนอื่นๆ ครูอินมีเอาไว้ทำไม พวกเขาจะถูกสื่อว่าเป็นคนหน้าตาธรรมดาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องถูกสื่อว่าขี้เหร่ เอาประเด็นนี้ขึ้นมาทำไม จุดนี้แย่ยิ่งกว่าปมของพี่โชนเยอะแบบฟ้ากับนรก นี่เป็นสิ่งที่ควรโดนด่าที่สุดเพราะถือว่าเป็นจุดที่ใช้เล่นทั้งเรื่อง แต่กลับไม่มีเนื้อหาอะไรเลย

ดังนั้นจึงให้คะแนนสำหรับเรื่องนี้ต่ำว่าเกณฑ์แบบต่อให้มีสิ่งที่ชอบอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังไม่เข้าตากรรมการค่ะ

ปล. พี่เคนกับมาริโอ้นี่เหมือนกันดีเนอะ ชอบเก็บรูปกับของของผู้หญิงเอาไว้เนี่ย



Create Date : 19 สิงหาคม 2553
Last Update : 19 สิงหาคม 2553 0:23:03 น.
Counter : 1852 Pageviews.

4 comments
  
อิอิ เล่ามาหมดแระ งั้นก็มะต้องไปดูแว้ววว ไม่เข้าตากรรมการ เนอะ..

สวัสดีค่ะ ถือโอกาสมาทักทายที่บล๊อกค่ะ
โดย: teansri วันที่: 19 สิงหาคม 2553 เวลา:3:56:35 น.
  
ขอแก้ให้นะคับ ปมที่พระเอกไม่กล้ายิงจุดโทดแล้วอยู่ดีๆมาขอยิงจุดโทดง่ายๆ เพราะโชนอยากจะให้กำลังใจน้ำที่กำลังฝึกเป็นดัมเมเยอร์ เลยขอเตะโชว์ประมาณนั้น อารมณ์ประมาณพี่จะแสดงให้เห็นว่าพี่จะผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ดู เพื่อที่จะให้น้ำทำเพราะน้ำตอนนั้นถอดใจไปแล้ว มันลึกซึ้งนะครับถ้ามองดีๆ น้ำเป็นกำลังใจให้โชน แล้วโชนก็ทำเพื่อเป็นกำลังใจให้น้ำ จะเห็นได้จากบันทึกที่เขียนว่า ความรักเอาชนะทุกอย่าง โดยเฉพาะความกลัว หลายๆคนที่ดูไม่เก็ทจุดนี้เลยไม่เข้าใจ
โดย: Annagame วันที่: 19 สิงหาคม 2553 เวลา:19:56:58 น.
  
คุณเทียนสี --- ขอบคุณที่มาทักทายกันนะคะ ที่จริงเรื่องนี้โอเคถ้าจะดูค่ะ หนิงว่ามันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เรายิ้มได้นะ อย่างที่บอก ถ้าดูเอาบันเทิงก็ถือว่าได้ แต่ถ้าเอาสาระถือว่าไม่

คุณ Annagame --- เป็นการมองอีกมุมหนึ่งของเรื่องที่เห็นต่างค่ะ แต่ขอบคุณที่มาช่วยแสดงความเห็นนะคะ
โดย: peiNing วันที่: 20 สิงหาคม 2553 เวลา:15:21:13 น.
  
เข้ามาอ่านวิจารณ์อย่างเดียวครับ
เพราะไม่ได้ดูหนังโรงมาหลายปีแล้ว
แต่อาจจะไปซื้อหนังแผ่นมาดูก็ได้ครับ.
โดย: เจียวต้าย วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:31:29 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ