ตุลาคม 2563

 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
24.10.2020 : เมื่อต้องเข้า "ห้องฉุกเฉิน" ใน Germany ยังฮาได้ทั้งน้ำตา!!!
สวัสดีวันเสาร์ค่ะ เมื่อคืนเพิ่งกลับมาจาก โรงพยาบาล... 
อยู่เยอรมันมาสิบห้าปี มีกรรม..ได้เข้าไปเยือนห้องฉุกเฉินครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง!
ครั้งแรกคือช่วงมาใหม่ๆเป็นหอบหืด และมันเป็นช่วงวีคเอ็นหมอหยุดค่ะคุณ
สามีลากเข้า ห้องฉุกเฉินเลย... ที่จำได้เแม่นนนนน และไม่ลืมมาจนถึงวันนี้...

คือ... พยาบาลสุดหล่อ(เห้ยหล่อจริงๆนะ) มันจะ เจาะเลือด...
และหา เส้นไม่เจอ...มันจิ้มเข็มเข้าไปแระ ...และมันก็ดึงเข็มออก 
(เวลานั้นมันดึกมากแล้ว มันอาจจะง่วง...ฮ่วยยยย) 

มันบอก เส้นเลือดเล็กหายากมาก "อ่ะเอาใหม่" ...เห้ยยยยยยย มีงี้ด้วย
แง๊ๆๆๆๆ จำได้ว่า พอเจอแบบนี้ อาการหืดหอบ หายเป็นปลิดทิ้ง!!!!
หมอชะโงกหน้ามาดูแค่สามวิ ให้ยามาสองเม็ด..แก้หอบ และไล่กลับบ้าน
บอกว่า วันจันทร์ให้ไปหา หมอประจำตัวตอนเค้าเปิดคลีนิคนะจ๊ะ
อ้าววว แล้ว ...เลือดชั้น...พวกแกเอาเลือดชั้นไปทำอารัยยยยย ฮืออออ

นี่คือ ประสบการณ์ครั้งแรก ทำให้ กลัวมากกกก ที่จะต้องเข้าไปห้องฉุกเฉินค่ะ



ตะนี้... หลังจากสิบกว่าปีผ่านไป ..
เมื่อวานเลย สดๆร้อนๆ ... 
อาการ... : ขาข้าง ขวา ...น่องล่าง...ด้านหลัง ปวดตึง..
บรรยายไงดี? อาการปวดตึงๆ นี่ไม่ได้เป็นตลอดเวลา
คือเป็นๆ หายๆ ... แต่ที่แย่สุดคือ หลายหนมากเวลาออกจาก รถ...
ขาจะแบบ เหมือน ซอมบี้ คือ ขาข้างขวาจะเหมือน ต้นไม้..แข็งง่ะ
และเคลื่อนที่ได้ลำบากมาก บางทีถึงกับต้องเดินเหมือนคนขาเป๋ ไปเลย

สำหรับเรามันน่าตกใจอ่ะ เพราะไม่เคยเป็นมาก่อน
อาการปวดเหมือนคนออกกำลังกายหนักๆ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไงงั้น..
แต่ที่แย่คือ "อาการนี้มันไม่ได้หายไปไง แม่งอาลัยอาวรณ์ เป็นๆหายๆอยู่นั่นแหละ"
อาการเป็นแบบ เกือบอาทิตย์ ลองหลายอย่างแล้วไม่หายค่ะ
ก็เลย เห้ยยย ไม่ไหวแระ กลัว...มาก กลัวโดนตัดขา !!!! 
นี่คือคิดไปไกล และ หมอประจำตัวก็ ลงความเห็นแบบเดียวกัน!
เพราะเค้าสงสัยว่า อาจจะเป็นอาการนี้...
VTE (Venous Thrombosis) คือภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตัน



เมื่อวานวันศุกร์ หมอประจำตัว ออกใบ "ส่งตัว" Emergency เลยให้ไป โรงพยาบาล
เพราะที่นั่นจะมีทุกอย่างเพื่อต้องการเช็คล่ะว่า "เป็นอาการ Venous Thrombosis หรือไม่
ตอนแรกอ่ะ ..ได้ใบส่งตัวมา... ก็คิดเออ ไว้อาทิตย์หน้า ว่างๆค่อยไปก็ได้วะ 
พอกลับมาถึงบ้าน ก็ แชทผ่าน whatsapp กับเพื่อนเลิฟ คนที่ทำงานใน รพ 
นางเป็นนักโภชนาการค่ะ และนางบอกเราว่า "มึงต้องรีบไป รพ ตอนนี้เลย!!!ห้ามรอ"
เพราะทุกนาที มีผลมาก...แถมถามเพิ่มอีกว่า ขา เท้า เปลี่ยนสี รึยัง เห้ยยยย..
ทำไมมันถึงจะต้อง เปลี่ยนสี ล่ะวะ? มันบอกว่า หากเป็น Venous Thrombosis
จริง งานจะเข้าเลยนะเว้ยยยยย โรคนี้ จะพลิกชีวิตให้ลงเหวได้นะ..

ฮือออ มาขู่ให้กูกลัวทำมายยยยย 



และ แน่นอนว่า...เรื่องเชรี่ยๆมันจะต้องมาเกิดช่วงโควิดค่ะคุณ แม่งงงงงเอ๊ยยยย



สามีมาส่งที่ รพ ... และถูกสั่ง "ห้ามเข้า" เราต้องเดินเข้าไปคนเดียว..
โอว์ แม่เจ้า... ณ ตอนนั้น โอ๊ยยยย คุณเอ๊ยยยยย จะบอกว่า 
ความดีของ ความขยันหมั่นเพียร ในการ ศึกษาภาษาเยอรมัน
มันเพิ่งจะมา ตอบแทนเรา ก็อีตอนที่ต้องเข้า ห้องฉุกเฉินคนเดียวนี่ล่ะ!!!!!
คือไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหนนะคะ  เบสิกๆ ภาษาเยอรมันนี่ ควรได้บ้างนะ
เพราะ..มันจะมีผลกับความเป็นความตาย ของตัวคุณเองในยามฉุกเฉิน

แน่นอน! มันก็มีเจ้าหน้าที่ๆเค้าพูดอังกฤษได้
และเค้าจะพูดกับคุณ ถ้าเค้ามีอารมณ์จะพูด...
ซึ่งถ้าหากงานของพวกมันยุ่งมากๆ ... อาการ ใบ้ บ้า ก็จะเข้าสิงพวกมัน
ภาษาอังกฤษของคุณจะ ...ค่อยๆ ง่อยเปลี้ยไป..ในที่สุดนะจ๊ะ 

บอกตรงๆนะว่า ภาษาเยอรมันของเรา ก็ไม่ใช่ขั้นเทพ...
แต่ ขอแค่ "เอาตัวรอดให้ได้" นี่คือ สิ่งสำคัญที่สุดค่ะ 
สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเยอรมัน จริงๆนะคะ 

ป้าย...ใน รพ ที่แขวนๆไว้อ่ะ อ่านให้ออก หาทางไป "ห้องน้ำ" ให้เจอ
และรู้ว่าจะต้อง ไปติดต่อใครที่จุดไหนใน รพ นี่คือสำคัญสุดๆล่ะ
ในความคิดของเรานะคะ 

พอเข้ามาถึง "ลงทะเบียน" ก่อน ที่ รีเซฟชั่น
และเค้าจะบอกว่าให้ไปนั่งรอที่ไหน...ก็ไปนั่งเลย
จากนั้น มีบุรุษพยาบาล ที่เสียงดังฟังชัดมากๆ 
เค้าพูดเสียงดังมากกกก อ่ะ ... แอบนึกในใจ พี่ไม่เจ็บคอบ้างเหรอคะ?
พี่เค้าก็ เดินมาเรียกชื่อเรา.... ไป..ตอนนั้นอ่ะ แอบดีใจ๊ ว๊ายย จะได้ตรวจแล้ว
..... ..... 



บุรุษพยาบาลคนนี้ มืออาชีพมากๆ เพราะเค้า ถาม... ก่อนเลยว่า 
จะให้เค้า "เจาะเลือด" เส้นไหนดีที่สะดวกเรา... 
คืองี้นะ ท่านผู้ชม...เราเป็นคนที่ หาเส้นเลือดยากมากๆ 
มันเลยทำให้ เรา "รู้ตัว" เลยว่า จะต้องหา เส้นเลือดที่เป็นเจ้าประจำกัน...
ทุกครั้งไม่ว่าที่ไหน ก็จะเจาะแต่เส้นนี้...เท่านั้น เส้นอื่นแม่งโอกาสพลาดมีสูง
ไม่อยาก "เจ็บตัวฟรี" อีกแล้วอ่าาาาา ฮืออออ

ก็ชี้ไปให้เค้าดูว่า เอาเส้นนี้ล่ะ ผูกปิ่นโตกันมานานแระ 
ป้าบบบบบ เจาะไป 
สารภาพ...ตรงๆว่า ไม่กล้าดูว่ะ ว่าเค้าเอาเลือดไปเยอะแค่ไหน
แต่คิดว่า "เยอะ..." เพราะนานมาก..
เอิ่มมมมม คือกูไม่ได้มา "บริจาคเลือดนะโว้ยยยยย" 
ทำไมเอาเลือดชั้นไปเยอะขนาดนั้น...แม่งงงงง(แอบบ่นในใจ)

จากนั้น... ก็ได้ใช้ภาษาเยอรมันอีกแล้ว
..เค้าถาม คำถามของเค้าสำคัญมากนะ
ก่อนจะตอบ ..ต้องคิดก่อน แล้วค่อยตอบ และต้องตอบให้ตรงประเด็น
เค้าถามเรื่อง ประวัติการแพ้ยา ถามหลายๆเรื่อง โรคประจำตัว
ถามเรื่อง ยาที่ตอนนี้ใช้ยาอะไรบ้างประจำตัวที่ใช้ทุกวัน 
บลา บลา บลา ว่ากันไปค่ะ .. พอเสร็จพิธีสังเวยเลือด... 
เค้าก็เชิญให้กลับมานั่งที่เดิม โดยที่ เข็ม..ยังคาที่แขนแบบนั้นไป

ไอ้เราก็คิดว่า เอิ่มมม แม่งคงเป็นแฟชั่น เป็นเทรนด์ของที่นี่...
พยาบาล บอกว่า เผื่อหมอจะออเดอร์ไรเพิ่ม ...

เราก็มานั่งรอ.... อีผัว ก็ whatsapp มา อีเพื่อนรัก ก็ whatsapp มา
ถามถี่ๆๆๆๆๆ ว่า เป็นไง เกิดไรขึ้น อัพเดทๆ
กรูควรที่จะ facebook live แม่งเลยดีมะ ตอบแชทพวกมันก็ลำบากลำบน
ฮ่วยยยย แต่ก็ต้องพิมพ์ตอบไป... 

อันแรก... สามีสั่งมาว่า ให้พยายาม เว้นระยะห่าง..เวลานั่งรอพบหมอ

มรึง...รู้มั๊ยว่า ถ้ากรูจะติดเชื้ออีโควิดชาติชั่วนี่.... 
บอกเลยนะว่า ก็คงจะ "ติดจากที่นี่แหระ" แม่งงงงงง


ไอ้หัวล้านที่นั่ง ข้างหน้านี่... (ดูระยะห่างจากมุมกล้องเอาเองนะคะ)
แม่งงงก็ ไอ เยิฟ ยู ตลอดเวลาจ้า.... ไอไม่บันยะบันยัง..ไอ ไอ ไอ....
ห่านจิก....จะให้กูไปหลบนั่งสวดมนต์ ตรงซอกไหนล่ะคะ ห๊าาาาาา 



ป้ายสีแดง แปะไว้ ให้เว้นระยะห่าง กระดาษที่แปะไว้คือ จุดที่ให้ไปนั่งได้...ห่างกันมากเลยคร่ะ



อิลุงเก้าอี้สีแดงนี่ น่าจะ รอดยาก ดูสภาพแล้ว น่าจะป่วยหนักอยู่นะ
โอยยยยยยย แต่ลุงไม่ไอนะ ...ลุงเงียบดี... แต่ดูการเว้นระยะการนั่งสิคะ



พี่อ้วนกุงเกงยีนส์ พี่คนนี้เค้ามี "เข็มเจาะเลือดติดที่แขน" แบบเราเป๊ะ...!!!
และพี่เค้าแบบว่า ..มานั่งรอการตรวจตั้งแต่ บ่ายสาม....
ตอนที่เราเจอเค้านี่คือ...เรามาถึงตอนห้าโมงเย็น..

สามี whatsapp มาสั่งว่าให้อยู่ห่างๆจากพวกคนไข้ที่มานั่งรอ...
นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้อง แชะภาพ(จริงๆไม่ชอบถ่ายภาพพวกนี้เลย)
และส่งไปให้ มันแหกตาดู...!!!! 
คือ ต้องหยุดมโน...ได้แล้วนะ เพราะ ตอนที่เค้าสร้าง รพ นี่
เค้าอาจจะไม่ได้ออกแบบมา เพื่อป้องกันโควิดมั๊งมรึงงงง

17:00 น. ผ่านไป.... 
นั่งรอ นั่งมองคนไข้ที่ แบกมากะเตียง 
มองคนไข้ที่โคตรฉุกเฉิน เดี๊ยวๆๆๆ ต้องอธิบายก่อนนะคะว่า
ห้องฉุกเฉินที่นี่คือ เข้ามาแล้ว สามารถทำทุกอย่างได้ครบ จบในที่เดียวเลยนะ
หมายถึง... ถ้าต้อง "ผ่าตัด" ก็จัดเต็มๆได้เลย x-ray ห้องโน่นนี่นั่น
ที่นี่คือ "ครบมาก....." บางคนหามมาปุ๊บ ผ่าตัดเดี๊ยวนั้นเลย
คือเราไม่ได้ บ่น...เลยนะที่จะต้อง นั่งรอหมอ..
จาก ห้าโมงเย็น ยัน สี่ทุ่มครึ่ง....!!!! อ่านไม่ผิดจ้าาาาา ห้าชั่วโมงครึ่ง..เป๊ะ

ผัวววววว เอาอีก อยู่บ้านนั่งดีดติ่ง... ส่ง whatsapp มาตลอดเวลา
เค้าน่ารักนะ (คนอวดผัว มาแล้วจ้าาาา) มันนั่งดื่มไวน์ และหาข้อมูล
บอกว่า ที่ต้องนั่งรอ นานขนาดนี้ เพราะ "เลือด" จะต้องถูกส่งเข้าแลป
ซึ่งการตรวจจะต้องใช้เวลา 4-5ชั่วโมง... 
และอิชั้นก็ โคตรซื่อบื้อ เพราะไม่มีประสบการณ์แบบนี้..
ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ไอ้ที่ พกติดตัวมาคือ ลูกอมสองเม็ด..ฮืออออ

เลิกงานตอน สี่โมงเย็น ไปหาหมอประจำตัว และบึ่งมา ห้องฉุกเฉินเลย
น้ำซักหยด.... ก็ไม่ได้เตรียมมา ของกินไม่ต้องพูดถึง ไม่มีติดตัว
และที่นี่ ไม่รู้เลยว่า แหล่งกินเที่ยวช้อปปิ้ง จุดเช็คอิน แม่งงง อยู่ตรงไหน
.... ฮือออออ ปาดน้ำตาไป ....ตะนี้รู้แระว่าหากมาที่นี่ต้องพกเสบียง...
ยิ่งช่วงโควิด ที่เค้า ห้ามญาติเข้า นี่สำคัญมาก

เราสังเกตเห็น ป้าๆ รุ่นดึกดำบรรพ์ มานั่งรอตรวจที่ห้องฉุกเฉิน 
หลายราย ลากกระเป๋าเดินทางมาด้วยค่ะ เรื่องจริงนะ
เหมือนจะมา รอขึ้นเครื่องเดินทางไปพบ พระเจ้าเลย..555

เราเขียนบอกสามีไปว่า ลูกอมเม็ดสุดท้าย...ตอนเกือบสี่ทุ่ม..
มันกำลังจะหมด.... แบตเตอรี่มือถือเหลือแค่ 40%
คือถ้าขาดการติดต่อ ก็ขอให้สามีรู้ว่าจะมารับ ซากเมีย ได้ที่ไหน



พยาบาล กะดึก...เพิ่งขึ้นเวรตอนสามทุ่ม...
มาเรียกเราตอนสี่ทุ่ม ให้ไปขึ้นเตียง... 
ในห้องนี้ แบบจะมีสองเตียงค่ะ มีเหล็กกั้นระหว่างเรา กับอีลุงขี้ไอนั่น
ที่รู้ว่าเป็น อีลุงนี่เพราะเสียงไอ แม่งข้ามทวีป
ส่งโควิดมาโปรยปรายบนหน้าอิชั้น!!!!

นี่เทอ ไอไม่ไอเฉยๆนะ นอนรอหมอไป เล่นมือถือไป 
ได้ยินชัด แม่งงงง กดทอสับเล่นเกมส์ แคนดี้แครชชช
ห่านจิกมากกก เสียงดังรบกวนประสาทสิ้นดีค่ะ

พอไปที่เตียง พยาบาล จัดเต็มมาก...
สถานการณ์เหมือน ..โอยยย ชีวิตอีนี่ มีค่ามาก 555
บอกให้เรา ถอดกุงเกงออก... และยื่น "กระดาษผ้าห่ม"
เราไม่รู้เหมือนกันนะว่า เค้าเรียกมันว่าอะไร แต่มันเป็นกระดาษนุ่มๆอ่ะ



ให้เอามาห่มไว้ ... เราว่าดีกว่า กุงเกงผ้าแบบตาม รพ อื่นๆตั้งเยอะ
เพราะมันสามารถ เปิดตรวจได้ "สะใจดี" 

พยาบาล ลากเครื่องตรวจคลื่นหัวใจมา แกร๊กกกๆๆๆๆๆๆ
บอกเราให้ดึงเสื้อขึ้น เพราะเค้าจะต้องเอาสายระโยงระยางมาแปะไว้ตามตัวเรา
โอว์....ดีจุง...อะไรมันจะ "เจาะลึก ถึงใจขนาดนี้" 
นี่มาแค่ แบบว่า ปวดเข่า ปวดขาเฉยๆนะ...ดีจังเลย.... 
เจาะลึกมากกก ... 

ตรวจเสร็จ...ปริ๊นผลการตรวจมาเดี๊ยวนั้นเลยคร่าาาาา
และเค้าบอก รอก่อนนะ หมอกำลังจะมา 



พระเจ้า.... แปะอยู่บนหัวประตูเลย..ฮือออ  
เราชอบพยาบาลที่นี่มากๆ มีแต่ผู้ชายว่ะ ดีจัง...หล่อด้วย กรึ๋ยยยย

ผัว whatsapp มา... บอกนี่ให้ เดินออกมาบอกพวกมันว่า "รอนานแล้วนะ"
เราตอบไปว่า " กูไม่ได้ใส่กุงเกงแระ ...จะให้ออกไปบอกพวกเค้าทำไมยังไง"
ผัวบอก..." ถ้าไม่บอกพวกมัน เดี๋ยวมันลืม" 
เราบอกว่า "จะลืมกูได้ไง กูนอนบนเตียงอยู่เนี่ย ห๊าาาา บ้าไปแล้ว"
จู่ๆ จะไป "กดดัน" สร้างความเครียดให้พวกเค้าทำไม ??

ถ้าอยากจะได้รับ การรักษาดูแลเอาใจใส่ดีๆจากพวกเค้าอ่ะ
อย่าทำนิสัยแย่ๆ ไปด่าพวกเค้านะเว้ย
เพราะงานแม่งก็ หนักพออยู่แล้ว
นี่มันไม่ใช่ รีสอร์ท หรือโรงแรมนะโว้ยยยยยย 

นี่มันห้องฉุกเฉิน และหากเค้าต้องปล่อยให้เรารอ บ้างเนี่ย
มันไม่ใช่การ "ลืมคนไข้" นะ
มันต้องมีเหตุผลลึกๆแฝงไว้ มากกว่านั้น

คนที่รอนานๆ ส่วนมาก จะมาจาก "ผลจาก แลป มาช้า" ตะหาก
หรือ ไม่ก็ หมอ อาจจะติดเคสที่ "ด่วนกว่า" 
คือถ้าเรา รอได้ ทำไมมรึงไม่รอวะ แล้วต้องไปเร่งเค้า ไปกดดันเค้า
บ้า ไปแล้ววววว 

เพราะช่วงที่รอ เราเห็นอีป้าเยอรมันแก่ๆ ปากจัดๆ ด่าไม่หยุดปากเลย
ด่าว่า ทำไมต้องรอนาน นี่หลายชั่วโมงแล้วนะ โน่นนี่นั่น อิห่า(น)..
จะพบหมอด่วนๆ แบบไม่มีผลตรวจจาก Lab 
แล้วหมอเค้าจะวิเคราะห์โรคให้มรึง...ได้ไง?

คือเราเคยทำงาน โรงพยาบาลเอกชน มาสามปี 
อยู่แผนกต้อนรับ เราเข้าใจ ระบบใน โรงพยาบาลน่ะ 
และจะบอกให้นะว่า ... อย่าไปทำให้ พวกหมอ พยาบาลไม่พอใจนะเว้ย
เพราะ ผลที่ออกมา...จะแย่พอๆกันกับ ปากเสียๆของคนไข้อ่ะแหระ 

Finally โอว์แม่เจ้า ขอบคุณพระเจ้าจริงๆเลยนะคะ
หมอ มาถึงแล้ว....
หมอ โคตรหล่อ อายุน่าจะ สามสิบต้นๆ ..
หล่อมากซะจน ป้าอยากจะขอเซลฟี่กับหมอเลย ฮี่ๆๆๆๆ

เค้าก็มาแบบ "คนเดียว" เดี่ยวๆ แบบพี่โน๊ตอุดม เลย
ไม่มีแบบไทยนะคะ ที่หมอมาแล้วจะมี "บริวาร"เดินตามมาติดๆนี่
ที่นี่เราไม่เห็นนะ หมอรับคนเดียวเต็มๆ 

เค้าก็เข้ามาพร้อม ผลแลป และเข้ามาดู
โอย ตรวจจับขาของป้า...จับนานๆหน่อยก็ได้นะพ่อหนุ่ม 555
ก็คุยกันเล็กน้อยพอเป็นพิธีค่ะ จากนั้นเค้าบอกเลยว่า 
อ่ะ เดี๋ยว Ultrasound ดูเส้นเลือดกันเลยดีกว่า แอร๊ยยยย มีแบบนี้ด้วยเหรอ?

พอพูดจบ หมอสุดหล่อของอิชั้น ก็วิ่งออกไป ลากเครื่อง อุลตร้าซาวด์เข้ามา
ใช่ค่ะ "หมอทำทุกอย่าง คนเดียว"!!!! แม่เจ้า... 
พอลากเครื่องเข้ามา ก็ ปิดไฟเลย เห้ยยยย มืดสนิทไปทั้งห้อง...
จากนั้นก็เอาเครื่องอุลตร้าซาวด์มา เสริชตรวจช่วงขา...
ตรวจช่วงตั้งแต่ ต้นขา ยันไปจนถึง น่องล่างเลยค่ะ

หมอบอกว่า คุณกลัวเหรอ? ว่าจะเป็น Venous Thrombosis
เราตอบไปว่า กลัวมากค่ะ ...(แหม ใครไม่กลัวบ้างวะ?)
แต่เราก็รู้ล่ะว่า หากชีวิตประจำวัน คือ "นั่งนานๆ ...." ไม่ขยับเลยนี่
โอกาสเป็นโรคนี้ก็มีสูงมากอ่ะ จริงๆนะ 
และยิ่งพวกที่นั่งเครื่องบินนานๆ นี่คือ น่ากลัวมากๆค่ะ
ตอนที่เราบิน จาก Frankfurt ไป Brisbane ออสเตรเลีย
ช่วงเท้ายันไปถึง ตาตุ่มเราบวมเลยอ่ะ
แม่งงงง เข็ดเลย ...

หมอบอกว่า เส้นเลือดคุณไม่มีปัญหาอะไรเลยนะ ดูดีซะด้วยซ้ำไป
คุณไม่ได้เป็น Venous Thrombosis โอยยย น้ำตาจิไหลสิคะ
ดีใจมาก ถึงมากที่สุด 
อ้าวววว แล้วกูเป็นไรวะ?

ที่น่องตึงๆนี่ อาจจะมาจาก การนั่งนานเกินไป ออกกำลังกายน้อยไป
หรือว่า อาจจะ ยืน หรือ เดินหลังค่อม เดินผิดท่า นั่งผิดท่า แบบนั้นมั๊ง
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร....ก็ช่างแม่งเหอะ หมอหล่อมาก อันนี้สำคัญสุด!

ฮ่าๆๆๆๆๆ หัวเราะในใจ กูไม่ตายแล้วโว้ยยยย 
ไม่ต้องจบชีวิตด้วยการโดนตัดขาแล้ว ดีใจมาก

และนี่คือ ... สิ่งที่ทำให้ "ตื่นเถิดตัวกู" ... ฮืออออ
ไม่ได้แล้วค่ะ ต้องรีบ ลดน้ำหนักแบบด่วนๆ 
และรีบ ฟิตร่างกายให้ "สามารถใช้งานได้ต่อไป"
เพราะ สภาพ...ของคนไข้แต่ละราย
ที่เราไปเห็นในห้องฉุกเฉินนั้น...มันน่าสยองมาก

มันเป็นสภาพที่ "สายเกินไปแล้ว"ที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรให้ตัวเอง
เราไม่ต้องการ มีชีวิตบั้นปลายแบบนั้นเลยอ่ะค่ะ

ท้ายสุด...หลังจากตรวจเสร็จ คุณหมอแฮนด์ซั่ม...
ก็บอกเราว่า เดี๊ยวจะทำจดหมายให้นะ 
พร้อมผลการตรวจอย่างละเอียด!!!!
เพื่อที่คุณจะได้เอาไปให้ คุณหมอประจำตัวของคุณ
แต่หมออยากสรุปไว้ตรงนี้ว่า คุณในตอนนี้ไม่ได้เป็น Venous Thrombosis

และ อีเข็มเจาะเลือดที่ติด แหง๊กกกก เหมือนแฟชั่นที่แขน
หมอบอกว่า ให้ไม่ได้นะครับ จะเอาไปเป็นของที่ระลึกไม่ได้จ้ะ
เดี๊ยวหมอจะ ส่งพ่อหนุ่มหน้าตาดี มากระชากเข็มออกจากแขนให้นะ
ง๊าาาาาาาา พอพ่อหนุ่มพยาบาลมา ..ป้ากราบมัน บอกมรึงเบามือหน่อยนะ
เพราะ อีเข็มนี่ติดแหง๊กมา ห้าชั่วโมงแล้ว ..
ร่างกายมันเริ่มๆจะยอมรับเป็นพวกเดียวกันแล้ว ...ฮืออออออ 
น้องเค้าก็มาเอาออกให้นะ น้องเค้าใจดีมากๆเลยค่ะ

พอเสร็จพิธี.... เราก็เดินสะบัดตรูดออกมาจาก รพ ได้เลยค่ะ
ไม่ต้องรอรับยาช่อง 8 
ไม่ต้องติดต่อแคชเชียร์ช่อง 12 จ้า...
เยอรมันสุดยอดมากๆเลยนะ ... มันทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า
เห้ยยย ชีวิตเรามีค่าเท่าๆกัน.... รู้สึกดีอย่างมากกับระบบของเค้าค่ะ

จากนั้นก็ได้ จดหมายจากคุณหมอมา
ตอนนั้น ...จะห้าทุ่มแระ...
สามีบอกว่า ให้เรียกแท๊กซี่....
อิเวร app เรียกแท๊กซี่ แม่งก็ดันเข้าไม่ได้อีก...

แต่...ความดีใจที่ ขา ไม่เป็นอะไร ..
อิป้าก็เปิดดู googlemap บ้านกูไปทางไหนวะ 555

เห้ยยยย นี่มันไม่ได้ไกลจากบ้านเลยนะ 
เรามาเดินกันเหอะ ...ก็เดินกลับบ้านค่ะ
ฉลอง "ขา" ที่ยังใช้งานได้อยู่...ฮิ้ววววว

บนถนนมืดมิด เงียบสนิทเมื่อคืนนี้....
เราเดินไป คิดไปตลอดทาง
ชีวิตคนแม่งอย่าง สั้นเลย...

ร่างกายเราก็มีอันเดียว...ถ้าเราไม่เริ่ม "ทำดีเพื่อร่างกายเรา"
การทำดีให้ "หมูหมากาไก่" ที่ไหน มันก็ไม่ได้ผลหรอก
เพราะ กับตัวเราเอง เรายังเพิกเฉย... 

บอกเลยค่ะว่า ประสบการณ์ชีวิตครั้งนี้
เป็น "บทเรียน" ที่เราแบบเจอมา และ"คิดได้"จริงๆค่ะ

วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ แอบยาว ขอโทษที
ยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนใคร 
วันนี้ต้องไปทำงานหาเงินเพื่อน้องแมว..(ที่ยังไม่มี 555)

ไว้พบกันใหม่ค่ะ รักคนอ่านนะคะ 




Create Date : 24 ตุลาคม 2563
Last Update : 24 ตุลาคม 2563 17:55:20 น.
Counter : 287 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat, คุณสองแผ่นดิน, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

  
บรรยายไมถูกว่ารู้สึกอย่างไรเมื่ออ่านจบ
อยากเดินเป็นเพื่อนกลับบ้านเลยอ่ะ
ไม่คุยไม่ไร แค่เดินตามด้วยความสุขค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 24 ตุลาคม 2563 เวลา:20:49:44 น.
  
เข็มเจาะเลือดที่ติดอยู่ ผมรู้สึกว่าแปลกมาก แต่ทางแพทย์อาจทำเพื่อความสะดวกของเขามั้ง

เดินกลับก็ดีครับ ได้ถือโอกาสออกกำลังซะเลย
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 24 ตุลาคม 2563 เวลา:22:39:01 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 105 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**