กรกฏาคม 2563

 
 
 
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
17
18
19
20
22
23
24
25
27
31
 
 
All Blog
เป้าหมายใหม่ ที่สร้างกำลังใจให้ "หายใจต่อไปได้" ..


วิกฤติโควิด19 ในครั้งนี้ส่งผลกระทบกับ ทุกชีวิตที่เหลืออยู่..
ปีนี้เป็นปีที่.... ชีวิตของฉันได้รับแรงกระแทกแบบ รัวๆ...
เริ่มตั้งแต่ พฤษภาคม ไวรัสดับฝัน... ทริปดำน้ำที่ฟิลิปปินส์ล้มหมด
ความเครียดแล่นเข้ามาตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้วค่ะ
พยายามติดต่อทุกที่เพื่อที่จะ กราบงามๆ ขอเงินคืน!
เพราะจ่ายไปหมดแล้วทุกอย่าง... ก็ได้คืนมาบ้างแล้ว
แต่บางที่ๆ ยังเงียบฉี่..ก็มีให้ปวดตับเล่นๆเป็นระลอก

ต่อมาเดือนมิถุนายน... แม่สามีป่วยหนัก stroke 
เส้นเลือดในสมองแตก ซีกซ้ายใช้งานไม่ได้..
การป่วยในครั้งนี้ เปลี่ยนชีวิตแบบกระทันหัน
ไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน...ดราม่าหลายๆต่อหลายอย่างเกิดขึ้น
สามีต้องบึ่งไป ขับรถไปกลับมากกว่า 1200+Km
เพื่อไปจัดการดูแลแม่ของเค้า ... 

อ้อ...ยังไม่จบๆ ข้ามเรื่องนี้ไป..
เดือนพฤษภาคม ...สามีขับรถเร็วไปนิด..
เจอกล้องจับความเร็ว และเป็นความเร็วที่...
ถึงเวลาแล้วต้องได้รับโทษหนัก..ค่าปรับเกือบๆ 400Euro
และ ใบขับขี่โดนยึด หนึ่งเดือนเต็ม..

ในเดือน พฤษภาทมิฬ เดียวกันนั้นเอง
ฉันก็เจอเรื่อง "หมอฟันนรก" ...
ที่เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ จนไม่กล้ากลับเข้าไปหาอีก
600Euro ปลิวไปพร้อมความปวดร้าว..
กับผลงานที่ โคตรน่าโมโห...

4
ล่าสุด สดๆร้อนๆ ...เอารถไปตรวจเช็คประจำปี เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
ราคาพุ่งพรวด จากปกติจ่ายแค่ ไม่เกินสามร้อยยูโร
ปีนี้ โดนไป 411Euro แถมเพิ่มค่า disinfection ภายในรถอีก 60Euro
ไม่มีการถามว่า เราต้องการจะได้บริการนี้ไหม...
สรุปคือ ยัดเยียด...จะหาเงิน... 
แต่เป็นเพราะ ผลงานออกมา "เรารับได้"
มันเลยรอดพ้นจากการโดนเราด่า!
แต่ขอบอกว่า ปีหน้าไม่เอาแล้วจ้า...

16

วิกฤติในยามนี้..ของบ้านเราที่เจอมา...
ทำให้ ฉันเริ่มรู้สึกตัวเอง เหมือน ซากศพ!
คือแบบ อะไรว้า...นี่แค่เพิ่งจะผ่านไป หกเดือนครึ่งเองนะ
ทำไม ..ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัว กับแม่สามี กับสามี
ถึงมีแต่เรื่อง ซวยซ้ำซวยซ้อน ไม่เลิกซะที?

อาการแทรกซ้อนเริ่ม กำเริบขึ้นกับฉัน...นั่นคือ
"เลิกสนใจเรื่องของชาวบ้าน โดยเด็ดขาด"
สนใจแต่เฉพาะ เรื่อง "ความซวย" ของตัวเองและครอบครัว
อันนี้คือ น่าจะพอแล้วนะ ... 
คำว่า ... เลิกสนใจเรื่องของคนอื่น ... หมายถึง ไม่สนจริงๆนะคะ

ตอนนี้ เป็นคน "ปากหนัก" มาก...ไม่สนใจไม่อยากคุยกับใคร
จะ "เปิดปากคุย" ก็เฉพาะเรื่องที่จำเป็นต้องคุย
โดยเฉพาะเรื่องงาน... แต่ก็จะมีเพื่อนร่วมงานเองนั่นแหละ
ที่มาคุยกับเรา และเพราะเราไม่พูดเยอะ ไม่พยายามพูดเยอะ
เราทำหน้าที่แค่ฟัง...มันก็เลยกลายเป็นว่า
เห้ยยย ได้ยินแต่เรื่องเด็ดๆทั้งนั้นเลย 555

กับ ลูกค้า... พูดตามหน้าที่ เท่าที่จำเป็น
หากลูกค้าอยากวีน ก็ปล่อยไป ไม่สนใจ...
คือเราจะไม่เป็นคน "สร้างปัญหา" หรือ ทำให้ปัญหามันใหญ่ขึ้น
ลูกค้าอยากด่าเราอ่ะ ด่า...เชิญตามสบาย...
เข้าหูซ้าย ทะลุออกหูขวาไป...เหมือนสายลมร้อนๆ แล้วมันก็ผ่านไป..

ตอนนี้ เวลามองไปทางไหน คือเราจะโฟกัสเฉพาะตัวเองจริงๆ
ไม่ต้องการ "ออกนอกกรอบ" 

ยกตัวอย่าง...ปกติเวลายืนรอสัญญาณไฟเขียว เพื่อที่จะข้ามถนน
ก็จะมี พวกอีลูกที่พ่อแม่มัน "ตาบอดสี"
ไม่เคยสอนลูกมันเรื่องไฟสัญญาณจราจร เพื่อข้ามถนน
พวกมันก็จะเดินกันให้พล่านเหมือนวัวควาย ไม่สนใจสัญญาณไฟ

เราก็จะ ..เอิ่มมม อารมณ์เสีย!
รอสัญญาณไฟเขียวแค่อึดใจเดียว มรึงจะตายกันใช่มั๊ยคะ

แต่ตอนนี้เหรอ... ไม่ใช่แล้วจ้า .. 
สายตาเราจดจ้องที่ สัญญาณไฟ...แค่นี้จริงๆ รอบๆตัวไม่มอง ไม่สน..
นี่คือแค่ตัวอย่างเดียวนะคะ
เราไม่ได้รู้สึกอะไร...กับใคร 
หลังจากที่ "โดนมาหนัก...ในช่วงครึ่งปีแรก" 
มันทำให้เราเริ่ม "หันมาประหยัดความรู้สึกโมโห"
หันมาประหยัดคำพูด... ไม่จำเป็น ไม่พูด...

พอเราเริ่ม ปิดโลกฝั่งที่เป็น "เรื่องของชาวบ้าน" ไป
มันทำให้ โลกฝั่งที่เกี่ยวกับตัวเราล้วนๆ ..เปิดขึ้น
และเราสามารถมองเห็นมันได้ชัดเจนมากขึ้น

กับคำถามที่ว่า อีกห้าปี...คุณจะเห็นตัวเองแบบไหน
เราเริ่มพยายามค้นหาคำตอบ...
เริ่มมองตัวเอง ชีวิตตัวเอง ซึ่งเราคิดว่า 
ชีวิตตัวเราที่นี่ เราอยู่ในสภาพที่ ดีมาก
เราไม่มีปัญหาเรื่อง การเงิน เราทำมาหากินเองได้
สามีดูแลจ่ายทุกอย่างเรื่องกินเรื่องอยู่
มีแค่เราต้องดูแลตัวเอง เติมน้ำมันรถเอง
แต่บางทีก็ได้ของขวัญ เป็นบัตรของกำนัลเติมน้ำมันรถจากสามี

เราเริ่มมองเห็นสภาพตัวเองว่าที่ผ่านๆมาเราแย่มาก
คือไม่ได้เตรียม เงินสะสม ไว้เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินเลย
เงินสะสมที่ว่านี้...เรากำลังพูดถึง 20000+Euro
ที่เราควรจะมีไว้ ในกรณีที่หากเกิดอะไรขึ้นมาในอนาคต
เงินจะเป็นสิ่งเดียวที่เหมือน อ๊อกซิเจน
ช่วยให้เรายังหายใจได้ในยามคับขัน

พอคิดได้เช่นนี้... มันทำให้เราเริ่ม ตั้งเป้าหมาย เริ่มวางแผน
และเริ่มที่จะ เอาเวลามาใช้ในสิ่งที่สำคัญ
สำคัญมากกว่าการเอาเวลาไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน
มันช่วยทำให้ การลุกขึ้นไปทำงาน ไปยืนให้ลูกค้าด่าบ้างชมบ้าง
ทำให้ การทำงานเริ่มมีความหมายมากขึ้น...
เห้ยย จริงๆนะคะ เราคิดแค่ทำงานเพื่อฝึกภาษาเฉยๆนะ 555

ตอนนี้ชีวิตเริ่ม... ต้องจริงจังบ้างไรบ้าง ...
เอาแต่เล่นไม่ได้แล้วอ่ะ 
โดยเฉพาะอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สามีแพลนจะเกษียณ..
เราต้องมีเงินก้อนนี้ไว้ในบัญชี
เพราะหากวันใด เสาหลักล้มไป...
เรายังมีเงินที่จะประคองชีวิตให้รอดได้

และนี่คือ เป้าหมายใหม่ของชีวิตเราค่ะ 
จะไปได้ดีแค่ไหนมารอชมกันต่อไปนะคะ 

8













 



Create Date : 16 กรกฎาคม 2563
Last Update : 16 กรกฎาคม 2563 5:20:17 น.
Counter : 289 Pageviews.

6 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณหอมกร, คุณตะลีกีปัส, คุณSleepless Sea, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน

  
ค่าปรับขับรถเร็ว แรงมากเลย.. ของไทยน่าจะ 500 บาทมั้ง
แหม..ถ้าเจอตัว ตร.ก็ดีนะ แหะ ๆ

แต่ก็เคยเจอนะ มีใบสั่งไปหาที่บ้านพร้อมภาพถ่าย ขับหลบรถคัน

อื่นคร่อมเส้นทึกไม่ถึงเมตรแล้วก็เข้าทางปกติ เซ็งเป็ด..

...
ค่าบริการบำรุงรักษา เพิ่มเยอะนะครับ.... ช่วงที่ต้องอยู่บ้านเขา
ห้ามไปนอกบ้าน จะออกได้เมื่อจำเป็น.. เกือบเดือนใช้รถแค่
สี่สิบ กม.

นายกไทยไม่ดุเหมือน คุณนายที่เยอรมันหรอก เพียงแต่โมโห
เต่าบ่อย 555
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 16 กรกฎาคม 2563 เวลา:9:13:32 น.
  
ชอบบล็อกวันนี้ ค่ะพี่ ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้
น้องก็กำลังกระตุ้นตัวเองเหมือนกัน เกี่ยวกับเรื่อง
เราอยากเห็นตัวเองเป็นแบบไหนในอีกหนึ่งสองสามสี่ห้า
ปีข้างหน้า ทั้งฟังยูทูป ทั้งอ่านบทความที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
ตอนนี้เหมือนเคียวกับลังจะได้ที่แล้วค่ะ

ส่วนเรื่องไอ้ไม่สนใจชาวบ้าน น้องเป็นเมื่อก่อนหน้านี้
ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงช่วงโควิด ไม่อยากคุยกับใคร
กินข้าวก็เอามานั่งกินคนเดียวที่โต๊ะ จนพี่ที่ทำงานบอกว่า
เมื่อไรแกจะเลิกเป็นแบบนี้ แล้วก็ตั้งฉายาว่าน้องอินดี้ 555+

แต่พอมาเจอโควิด ได้ WFH แล้วเหงาค่ะ พอกลับมาทำงานออฟฟิต
ก็เลยไปกินกลางวันกับเขาเหมือนเดิม พี่ๆ เลยหายบ่น ..

ปล. ส่งกำลังใจให้กับทุกเรื่องนะคะ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 16 กรกฎาคม 2563 เวลา:9:34:37 น.
  
Max Bulliboo Diarist ดู Blog
บุญเก่าเราใช้ไปทุกวันต้องพยายามสั่งสม
บุญใหม่ด้วยคุณแม็กซ์ ก่นอจะหมดบุญจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 16 กรกฎาคม 2563 เวลา:10:45:04 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

ขอให่ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆไปให้หมด
ต่อไปนี้พบเจอแต่สิ่งดีๆ มีสุขนะคะ
แพลนอะไรก็ขอให้ได้ดั่งแพลนค่ะ
สู้ๆค่ะ ...ไม่มีแพลนจะกลับมาอยู่ไทยหรือคะ
อย่างน้อย ค่าครองชีพก็ยังถูกกว่า ตปท.
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 16 กรกฎาคม 2563 เวลา:14:38:59 น.
  
สวัสดีครับ

แวะมาส่งกำลังใจนะครับ

โดย: Sleepless Sea วันที่: 16 กรกฎาคม 2563 เวลา:17:13:37 น.
  
ถ้าลดการใส่ใจเรื่องที่ไม่ใช่เร่องของเรา เราก็จะมีความสุขขึ้นนะ แต่บางครั้งก็อาจไม่ได้เห็นสิ่งดีๆ ในโลกนี้ มันก็ได้อย่างเสียอย่าง แต่จะว่าไปการที่เราลดการยุ่งเรื่องของคนอื่นมันก็ทำให้เราลดการเจอปัญหาที่ยุ่งยากได้เยอะเลยนะ

ตอนนี้ผมอยากเกษียณอายุชะมัด แต่ยังทำไม่ได้ถ้ารายได้เดือนละ หลายแสนเหมือนบางอาชีพก็ดีสิ วันๆ ไม่ทำงาน แต่ได้รับหลายแสน ส่วนเราล่ะ แสนเหมือนกัน แสนสาหัส
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 กรกฎาคม 2563 เวลา:18:37:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**