เมษายน 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
"เห็นแก่ตัว" หรือแค่ไม่ชอบโดนเอาเปรียบ?
พื้นที่ชีวิต "ส่วนตัว" ในเยอรมันคือ
สิ่งที่คนอื่นห้ามมาแตะต้อง!
นี่คือ กฏของเรา 

ประเทศนี้สอนเราให้รู้จัก "แยกแยะ" 
ให้รู้จักว่า "ความมีน้ำใจ"
กับ "การให้ของขวัญ พร่ำเพรื่อไร้สาระ คนรับก็จำใจรับ
รับแบบ งงๆฉงน อยู่ในใจว่า
ที่ให้ๆมานี่ .. อินี่ต้องการอะไรจากกรู????"

ทำให้เราต้องเรียนรู้อ่ะค่ะว่า
จะทำตัวแบบไหน..ไม่ให้เป็น "ตัวตลก"
ไม่ให้เป็น อิโง่ ที่คนเก็บเอามานินทาลับหลัง
(จริงๆเรื่องนินทาคงจะไปห้ามไม่ได้นะ)

คำว่า "เพื่อน" คำว่า "แค่คนรู้จักเฉยๆ" 
ระดับความสัมพันธ์ ของสองคำนี้จะต้อง ชัดเจน!
เพราะมันจะหมายถึง "การปฏิบัติต่อกันและกัน" ด้วยน่ะค่ะ

สมัยก่อนเราจะเป็นที่ ปฏิเสธคนไม่เก่ง...ตอนนี้เหรอ ฮึ!!!!
Nein ...No...Go to Hell +++++ 555 ชัดเจนมาเป็นชุดค่ะ

เพื่อนที่ทำงาน ... ขอติดรถกลับบ้าน ตอนนั้นเป็นช่วงที่โควิดระบาดหนัก
เย็นวันนั้นเราไม่ได้ขับรถเอง สามีเรามารับเรากลับบ้านค่ะ
และ อินี่ ..ที่ปกติจะ ชอบพูดจิกเรา พูดประชดเรา มองเราด้วยหางตามาตลอด
วันนั้นเดินมาทำพูดดี.... ข้างนอกมันมืด (ทำไมไม่พกไฟฉายล่ะยะ ห๊าาาา)
ชั้นไม่กล้านั่งรถเมล์กลับบ้านเอง (อ้าววว แต่นางก็ใช้บริการรถเมล์อยู่ตลอดนิ๊ )
ขอติดรถกลับบ้านด้วยคนได้ไหม? เจ้านายบอกว่า บ้านเธออยู่ใกล้บ้านชั้น..
แน๊...... เสือกไปสืบมาเสร็จว่า บ้านเราอยู่ใกล้บ้านมัน????

คำตอบเหรอ "ไม่จ้ะ เพราะชั้นมีคนมารับกลับบ้าน" 
มันตื้อ....อีก
" เธอช่วยพูดกับคนที่มารับกลับบ้านให้หน่อยสิ ว่าให้รับชั้นกลับด้วยคน"
เรา " ไม่ได้ ชั้นพูดให้ไม่ได้ " 
เป็นบ้าไปแล้วเหรอ!!!!!!! จู่ๆจะ ลากเอาคนแปลกหน้าขึ้นรถ!!!!
ในช่วงที่โควิดระบาด อากาศหนาวติดลบ แล้วจะนั่งอัดกันไปยังไงในรถวะ?
ถ้าเราทำ...สามีคงบอกให้เราเดินกลับบ้านกะอีนี่เป็นแน่แท้
คือเรารู้จักสามีไง เค้าไม่ใช่คนใจดำ แต่เค้าไม่เอาด้วยกับเรื่องแบบนี้

จากนั้น....อีนี่ก็คงจะไปขอคนอื่นติดรถกลับบ้านล่ะนะ เรื่องของมัน!
ไม่ชอบให้ใครมาติดรถกลับบ้าน
โดยเฉพาะคนที่เราไม่นับว่า "เป็นเพื่อน" 
ชัดเจนมั๊ยยยยยย



ล่าสุด....คนที่อาศัยอยู่ในตึกเดียวกัน รู้ว่าเราทำงานที่ไหน
ครอบครัวนี้เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ปีที่แล้ว มีลูกเล็กๆสองคน
เราก็เป็นมิตรกับเค้าดีนะ ให้ขนมลูกเค้า ให้ของเล่น คุยกันดี
แต่เราไม่ต้องการที่จะ "ก้าวลึกเข้าไปนับญาติ นับเป็นเพื่อน"
คือ เราไม่ได้ เหงา หรือ ว้าเหว่ ขนาดนั้น เราเฉยๆมากกับคนพวกนี้

แระจู่ๆ .... ต้นเดือนนี้ที่ผ่านมา นางส่ง ข้อความมาผ่าน whatsapp
ขอร้องเราให้ช่วย "นำสินค้าที่นางกดซื้อออนไลน์ จากบริษัทของเรา" 
ให้ช่วยเอามาให้ที่บ้านด้วย....หลังเลิกงาน 
สาเหตุ เพราะรถของนางเสีย...ต้องเข้าอู่ซ่อม


อืมม์..... คิดในใจ คง "ครั้งเดียวมั๊ง"...
ไม่เป็นไรน่า หยวน ช่วยๆกันไป
ใจดีๆ .... ช่วยๆๆๆ 



มันคือแผ่นปูพื้นปูน 8 ล๊อตเลย ... เรากับสามี หลังเลิกงาน
ต้องลำบากไปรับของนี้มาให้ นาง...ค่ะ 
จากนั้นไม่พอ ตึกที่เราอยู่นั้น มันไม่มีที่จอดรถนะคุณ
เราต้องรีบจอดหน้าตึก..รีบช่วยๆกัน ยกออกจากรถของสามี
วันนั้นสามีคือไปรับเรากลับบ้านหลังเลิกงานตามปกติ
และต้องเอามาวางไว้ในตึกให้ นาง..... 

อ่ะในมุมมองเรานะ ของช้ินนี้ แม่งไม่ใช่ ของที่ขาดไม่ได้!
ไม่ใช่ของที่ "รอไม่ได้ ต้องรีบใช้" อะไรเลย
มันคือแผ่นปูพื้นที่นางจะเอาไปปูที่ระเบียงของนางอ่ะค่ะ
เราก็คิดต่อนะ "เออ ทำไมไม่รอให้ ปลดล๊อกดาวน์แล้วค่อยมาซื้อเองวะ"
สินค้านี้ เป็นสินค้าที่ นาง "กดสั่งซื้อ" ทันทีหลังจากที่ whatsapp คุยกับเราแล้ว
ไม่ใช่ สินค้าที่ สั่งไปแล้วล่วงหน้า และเจอปัญหาว่ารถเสียโน่นนี่นั่น ...

สรุปคือ "จะใช้งานกรู ฟรีๆอ่ะแหระ"
...นี่คือความจริงตามกระดาษ order ที่เราเห็นนะ



แล้วเราก็ไม่ได้เก็บเอามา "คิดมากอะไรนะ" 
คือถ้า "ช่วยก็คือช่วย และก็ภาวนาว่า ขอให้ จบๆกันไป"

เมื่อวานจ้าาาาา นางมา "กดกริ่งหน้าบ้าน"....
มาบอกเราว่า "แผ่นปูพื้นนั่น" ซื้อมาขาดไป "อีกหนึ่งชุด"
ต้องการขอให้เรา แบกมาให้ อีกหนึ่งชุด...
เห้ยยยย อะไรวะ ? เริ่มเยอะไปมั๊ย ความเกรงใจสะกดเป็นป่ะ?

คือเราไปทำงานอ่ะ งานเราเครียดนะ
แล้วทำไมกูต้องไปเดินช้อปปิ้งให้มรึงด้วยวะ?
เออ แล้วทำไปแล้ว กูได้ไร????

คนสันดานเห็นแก่ตัวแบบนี้ คิดถึงแค่ว่า "มันได้อะไร? " 
มันไม่มีทางเข้าใจหรอกว่า " สภาพพนักงาน" หลังเลิกงานแล้ว 
เราไม่ต้องการจะ "ทำงานให้ใครเพิ่มอีก"
หลังเลิกงาน เราแทบจะ "แยกชีวิตเราออกมาจากงานโดยเด็ดขาด"
เราเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องที่ทำงานกับสามีด้วยซ้ำ
เพราะเราไม่ต้องการจะ "ใช้เวลาส่วนตัวมาเกี่ยวกับงานอีก"
ชัดเจนป่ะ ... ทำไมคนอื่นถึงไม่เข้าใจเรื่องนี้???

ถ้าพวกมรึงอยากจะ "ซื้อของ" มรึงก็ควรที่จะ "ไปซื้อเอง"
อย่ามายุ่งกับชั้น!!!!!!

เมื่อวานพอเราได้ยิน นางพูดเช่นนั้น...
ว่าขอให้เราไปเอาสินค้ามาให้อีกชุด
เราก็บอกนางเลยว่า
" After work...I don't want to have
anything to do with the Customer!"

มันต้องแยกแยะอ่ะ เรายืนอยู่หน้าบ้าน
เวลาตอนนี้คือ เวลาส่วนตัว
จะมาวุ่ยวายอะไรกับชั้น?
เห็นกู Customer Service เคลื่อนที่ 24/7 รึไงวะ

เราบอกนางไปว่า ขนาดไปซื้อของจากบริษัทที่เราทำงาน 
เรายังไม่ไปกับสามีเลย เราไม่ต้องการเอาเวลาส่วนตัว
มาเกี่ยวกับเรื่องสินค้าที่ทำงานอีก ไม่เอาเลยจ้ะ 

คือถ้า "สินค้ามันเป็นอะไรที่ จำเป็นสุดๆไม่มีไม่ได้..."
อันนั้นเราช่วยเต็มที่นะ แต่นี่ไม่ใช่อ่ะ 
ระเบียงบ้านมรึงรอได้นะ 

แต่กรูเนี่ยสิ!!! ต้องเอาตัวเองไปเบียด...กับพนักงานครึ่งร้อย
เพื่อไปเอา "สินค้าที่มรึงต้องการ"
มาใส่พานถวายให้ถึงหน้าบ้าน
มันไม่ใช่แล้วอ่ะ 

คือความเสี่ยงในการติดเชื้อที่นี่มัน สูงมาก
และกรูยังไม่อยากป่วยอ่ะ มรึงเข้าใจกูมะ ? อิฟาย



มันใช่เรยยยยยค่ะคุณ !!!! โดยเฉพาะที่เยอรมัน 
คนที่นี่ไม่รู้จักคำว่า บุญคุณ ไม่มีจริงๆนะคะที่นี่
มีแต่ อยากโง่ทำให้ทำไม?
จะมาร้องขอเอาอะไรในเมื่อ โง่เอง selbstschuld 

"คนเป็นเพื่อน" อ่ะเค้าก็ไม่ทำกันแบบนี้นะ
เพราะ เพื่อนย่อมจะเข้าใจเพื่อน ย่อมแคร์ และใส่ใจ
ย่อมเข้าใจว่า ช่วงนี้ เป็นช่วงที่โรคระบาดกำลังแพร่เชื้อ
ย่อมไม่ต้องการให้ เราเอาตัวเองเข้าไปรับอันตราย..
และความเป็นเพื่อน คำว่า "เกรงใจกัน" มันต้องยิ่งใหญ่พอ
ที่จะไม่มา "รบกวนกันบ่อยๆ" ... หรือไม่จริง?

คำถามก็คือ...
ในขณะที่เราทำงานหนัก... พื้นที่เสี่ยงติดเชื้อโควิด
ต้องบุกเข้าไป หยิบของที่ คนในตึกนี้ต้องการ
เอามา "จ่ายเงินของตัวเอง" ออกเงินให้มันไปก่อน
กฏบริษัทคือ อนุญาตให้เฉพาะพนักงานเท่านั้นซื้อสินค้าได้ 
นั่นหมายถึง มันจะ "มี % ส่วนลดให้พนักงาน"
ซึ่งแน่นอนว่า "สินค้าของอิคนที่ไหว้วานจิกหัวใช้เรา" ให้ไปซื้อมาให้นั้น
จะ "ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับส่วนลด" และเราก็จะไม่โกงบริษัทอย่างเด็ดขาด

และถ้าทำบิลออกมาไม่มีส่วนลด...พนักงานคิดเงิน
ก็จะเจอ...หลายดอก...คำถามจากเจ้านายว่า
คิดเงินให้ใครไป? ในเมื่อเราอนุญาตให้เฉพาะพนักงาน 
ห้ามคนภายนอกเข้ามาซื้อ และห้ามคนภายในมาซื้อเอาไปให้คนข้างนอก

คือ...อ่ะนะ เรื่องของเรื่องคือมันเคยมีปัญหากันมา
และบริษัทก็ "ไล่พนักงาน" ออกไปแล้ว
เพราะ "ใช้สิทธิ์ของตัวเอง มาซื้อของให้คนอื่น
และหน้าด้านมาเอาส่วนลดพนักงานอีกด้วย"
ซวยอ่ะ ต้องมา "ตกงาน"
เพราะ "คนอื่นที่ชอบมาเอาเปรียบ" 
มันไม่ไหวนะ 

ตอนนี้บริษัทเค้าก็จับตาดู ... 
คือเค้าไม่รับเงินสด
ดังนั้น ...พนักงานซื้อของ ก็ต้องจ่ายเป็นบัตรเท่านั้น
แหม...บัตรชื่อกรู...รูดไป.... เช็คโคตรง่าย
ปัญหาที่จะตามมา ..ซื้อไปให้ใคร? ทำไมไม่ใส่ส่วนลด? 

>>>>ทำไม "ส่วนลดพนักงาน"
ถึงมีปัญหาตามมา...ได้?

ฮึ...จะเล่าคร่าวๆนะ ว่า ..
คนที่พนักงานแอบซื้อของไปให้คนอื่น
และขี้โกงจิกเอาส่วนลดพนักงาน ที่บริษัทให้ไปใช้น่ะ

วันดีคืนดี อิคนอื่นนั่น  แม่งงงงงง เอาสินค้ามาคืนจ้าาาาา
จะขอเงินคืน! จุกเลยสิมรึงงงงงง
บริษัทจับได้ คือ เชิญออกเลย เดี๋ยวนั้น!

เงื่อนไขการคืนสินค้าที่บริษัทเราคือ 365วันค่ะ!!!!!! ไม่ใช่ 7 วัน!!!!
ใครมันจะไปจดจำว่ะ ว่า โกงไรไป ... 
มาจับได้ตอนเอาสินค้ามาคืน
ใกล้ๆจะครบหนึ่งปีโน่นแหละ ...
ลงเหวเลยม๊ะ ...เพราะอยากทำตัวเป็น คน ใจดี.... 
คนอื่นฝากซื้อของ แถมใช้ส่วนลดพนักงานอีกด้วย...

นี่คือ เรื่องจริงที่เกิดขึ้น และเราไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด!

เราเพิ่งส่ง ข้อความไปหา อิลูกชอบจิกหัวใช้คนอื่นว่า 
"ถ้าอยากจะได้สินค้าตัวนี้
ต้องสั่งซื้อออนไลน์เท่านั้น และเราจะไปรับของให้
เพราะ กฏตอนนี้ไม่อนุญาตให้พนักงานซื้อของมาให้คนภายนอก" 
ชัดเจน ไม่มีคำไหนตอแหล ... 

การกดสั่งซื้อออนไลน์ click & collect
จะมีค่าบริการ 10Euro
10Euro ไม่แพงนะ เพราะมรึงเอ๊ยยยย กว่าจะแหกเดินบุกเค้าโกดัง
ไปแบกสินค้าออกมาให้ถึงหน้าประตูร้านอ่ะ มันไกลมากๆนะโว้ย
ถ้าเราไปแบกมาให้มันเอง ไม่ผ่านการซื้อออนไลน์
บริษัทก็จะขาดรายได้ตรงนี้ไป ...
คุณแคร์ใครคะ ?? บริษัทที่เลี้ยงดูคุณ หรือว่า แคร์อีบ้าแถวๆบ้าน?
 

อ่ะนะ จะได้จบๆกันไป 
หวังว่ามันจะตอบมาว่า "ไม่เอาแล้ว ขอบคุณ"
แต่ก็ไม่แน่นะ คนพวกนี้ นอกจากสะกดคำว่า เกรงใจไม่เป็นแล้ว
ยัง หน้าด้าน หน้าหนา อีกตะหาก... 
เราคิดว่ามันคงจะ ตอบตกลง
สั่งซื้อออนไลน์ และให้เราไปแบกมาให้มันแน่เลย 
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ครั้งนี้จะเป็น ครั้งสุดท้ายล่ะ 

ไว้พบกันใหม่ค่ะ
สุขสันต์เทศกาลสงกรานต์ นะคะ
รักคนอ่านจ้ะ 



Create Date : 13 เมษายน 2564
Last Update : 13 เมษายน 2564 19:34:26 น.
Counter : 416 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณnonnoiGiwGiw, คุณหอมกร, คุณเริงฤดีนะ

  
คนที่ชอบเอาเปรียบนี้น่าสรรเสริญแบบไปให้พ้นๆน่ะ
มีเพื่อนบ้านไร้น้ำใจเราก็ไม่ต้องไปมีน้ำใจด้วยแล้วค่ะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 14 เมษายน 2564 เวลา:18:37:17 น.
  
เมื่อคุณตื่นมาเข้าห้องน้ำแล้วเจอภาพนี้..

ผ่าง!!!!




อิอิ แวะมาส่งกำลังใจให้หายเครียดนะครัช
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:15:15:59 น.
  
สวัสดีค่ะคุณแม็กซ์

โดย: หอมกร วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:20:09:13 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 107 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**