มีนาคม 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
31
 
 
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 274 "ทั้งรักทั้งเกลียด" at Workplace
อร๊ายยยย ปีนี้ เรายังไม่ได้เขียนงานตะพาบฯเลย...
อ่ะงั้นประเดิมด้วย  
หลักกิโลเมตรที่ 274
"ทั้งรักทั้งเกลียด"
 ก็ละกัน..
เพราะพอดี ..เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดกับเรา มันเข้ากันกับเรื่องนี้ค่ะ

 

** ชักสีหน้า..... เวลาไม่พอใจ... ** 

เรื่องมันมีอยู่ว่า.... 
เมื่อไม่นานมานี้.. เจ้านายอยากได้พนักงานเพิ่ม ..
(เพิ่มงาน ไม่ได้แปลว่าอยากได้พนักงานใหม่เพิ่ม 555) 
คือพนักงานเดิมอ่ะแหละฝ่ายต้อนรับ(และขับไล่?ด้วยป่าว)ลูกค้า

มันก็มี อาสาสมัคร เสนอตัวเข้ามา ขอลองทำ หน้าที่ใหม่นี้
หน้าที่นี้จะประมาณว่า "หัวหน้าชั้นอ่ะแหระ" คือดูแลความเรียบร้อย
ทั้งในร้าน ทั้งลูกค้า และทั้งของพนักงานด้วยกันเอง

ไอ้หนุ่มนี่คือ เพิ่งจะมาทำงานกับบริษัทได้ไม่นานนัก
มาจาก ซีเรีย และเป็นมุสลิม ที่ต้องเขียนแบบนี้
เพื่อที่ว่า คนอ่านจะได้เข้าใจ เบื้องหลังมากขึ้น
เพราะคิดว่าคนที่มาทำงานในเยอรมัน
และต้องมาทำงานร่วมกับผู้ชายมุสลิม
อาจจะเจอประสบการณ์ที่ "ไม่ค่อยดีนักหากคุณเป็นผู้หญิง"

คือ ศาสนาเค้าไม่มีความเท่าเทียมของหญิงชาย
ซึ่ง.. ขออนุญาตอธิบายตรงนี้ก่อนนะคะว่า ..
ในการทำงานแล้ว คุณจะมาจากศาสนาไหน ประเทศใด 
สำหรับเราแล้วมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย.. จริงๆนะคะ

และที่เยอรมัน คนที่เจอปัญหาคือ ชายมุสลิมบางคน
จะเหยียดเพศ .. ในที่ทำงาน ซึ่งก็มีส่วนน้อยนะ
ไอ้คนที่นับถือศาสนานี้ และปฏิบัติตัวดีมากๆก็มีเยอะค่ะ
... เข้าเรื่องคือ ไอ้หนุ่ม syria คนนี้คือยังอายุไม่เยอะ
การ "วางตัว" ในที่ทำงานที่ ทำตัว "กร่าง" ทำตัวเป็น "เจ้านาย"
ทำตัวเป็น "ผู้คุม" ทำให้ พนักงานเก่าๆที่เค้าอยู่มาจะยี่สิบปี 
พากัน "รุมเกลียดมัน" ... 

พอมันทำเรื่องอะไรกับใคร..พูดจา เหมือนจะถากถางเพื่อนร่วมงาน
เรื่องพวกนี้ก็จะ..นำเข้าสู่การสนทนาแลกเปลี่ยนในที่ทำงานกัน
สภาพที่ทำงานของเรา ในเยอรมันเป็นแบบนี้นะคะ ต้องอธิบาย

คนไหนทำถูกต้อง ...ก็คือ ถูกต้อง 
คนจะรักจะเกลียดไม่ใช่ประเด็น...ที่จะมารุมเกลียดได้
แต่...
ถ้าคนไหน ทำ "ผิด" และยังไม่รู้ตัว...
เพื่อนๆร่วมงานที่เหลือก็จะ "รวมตัวกัน" ต่อต้านคนๆนั้นแบบเงียบๆ...
bully มั๊ย ก็ไม่ใช่ และไม่เชิงนะคะ
คือไม่ได้กระทำอะไรต่อต้านคนๆนั้นเลย
แต่แค่ ไม่พูดด้วย 555 ไม่สนใจ พอมาถึง ทำงานๆ และจบ...
ไม่หยิบยื่นความเป็นเพื่อนให้มากไปกว่า มาทำงานเจอหน้ากันและจบ
ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดด้วย กรูก็จะไม่พยายามเข้าใกล้มรึง..ประมาณนั้น

หลับตานึกภาพดูนะคะ... ถ้าบรรยากาศในที่ทำงานเป็นแบบนี้
คนที่อยู่จะแฮปปี้ได้อย่างไร? 


** ดูสายตา....ที่จิกกัด พร้อมกับ เบะปาก...ให้แม่ อิเกอร์!!!! **

ไอ้หนุ่มซีเรียนี่ก็ ไม่รู้ตัว.. เพราะอาจจะเป็นเพราะมันเข้าสังคมที่ทำงานไม่เป็น?
อาจจะอ่อนประสบการณ์ ในการทำงาน
อันหลังนี่คือมั่นใจมากว่า มันไม่มีประสบการณ์จริงๆ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจนะคะว่า ... ทุกคน
เน้นนะคะว่า ทุกคนที่เยอรมันในวันนี้
ไม่มีใครแฮปปี้เลยกับชีวิต!!!
ดังนั้นการกระทบกระทั่งกัน..มันจะเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ
แค่มรึงหายใจแรงเกินไป ก็ผิดแล้ว 555

ยิ่งกับ ลูกค้า... หรือ กับเพื่อนร่วมงาน
สภาพมันเหมือน เดินตรีนเปล่าบนเศษแก้วที่แตกกระจายทั่วพื้น
ถ้าคุณโมโห เอาเท้าเปล่ากระทืบพื้น ที่มีเศษแก้ว
คุณนั่นแหละที่จะเป็นคนเจ็บเอง... ชิมิ๊ 

ด้วยความที่เราทำงานกันเป็น ทีม 
แม้ว่าคุณจะไม่แคร์ใครเลย(เหมือนอิชั้น ฮ่าๆๆ)ก็เหอะ 
แต่บริษัทไม่ได้ต้องการ ยูว์...คนเดียวนะจ๊ะ
บริษัทต้องการ ทีม ถ้าคุณเข้ากับทีมไม่ได้ 
คุณก็จะจบด้วยการ โดนไสหัว...ออกจากทีม

คนบางคนที่ทำงาน ...จะบอกให้ว่า 
เค้าอ่อนไหวมาก และมีความรู้สึกว่า "ที่ทำงานคือ บ้านหลังที่สอง"
ถ้าใครมาทำอะไร เพื่อนร่วมงานที่เค้ารัก...ให้ไม่พอใจ
อาการ bully แบบเงียบๆก็จะเกิดขึ้น...จ้า 
แปลว่า ศัตรูที่มองไม่เห็น จะมีอยู่ทั่วไป ไม่ต่างจากโควิด 555

ตะนี้มันมีเคส... นึงที่เราเจอมากับตัวเอง
เรากำลังต้อนรับลูกค้าอยู่ และลูกค้ารายนี้คือ
เราอาสาที่จะ "ช่วยลูกค้าคิดเงิน"
และ ไอ้หนุ่มซีเรียก็เดินกร่างเข้ามาเลย
มา "ดันลูกค้าออกไปจากหน้าเรา" งง ป่ะ????
แถม ... ไปพูดกับลูกค้าอะไรก็ไม่รู้
แต่ได้ยินคำว่า "ผู้หญิงคนนี้" คือกรูอ่ะแหละ
พูดง่ายๆคือ เอาเราไปต่อว่า นินทาให้ลูกค้าฟัง?
ไม่ได้ยินทั้งประโยคนะ เพราะตอนที่มัน
โฉบจิกเอาลูกค้าออกไปจากเรา
เราไม่ได้เดินตามเข้าไป เราชะงัก!!!
เพราะคิดไม่ถึงว่า มันจะเกิดขึ้นแบบนี้

ตอนนี้ ป้า "ปรี๊ดดด แตก"ค่ะ แต่กรูเงียบค่ะ
ก็เดินออกไปหา "หัวหน้าชั้น" อีกรายที่เป็นเพื่อนเรา
เราก็แบบ รัวๆๆๆ เล่าให้นางฟัง 
ไอ้หนุ่มนี่พอ จัดการกับลูกค้าเสร็จ
มันก็เดินเข้ามาในขณะที่เรากำลังคุยกับเพื่อนอีกคนว่าเกิดไรขึ้น
มันก็พูดว่า .. ถ้าจะพูดเรื่องนี้ ก็มาพูดกับมันสิ

เราก็ พูดไปว่า "ชั้นกำลังคุยกับ คนนี้อยู่
ไม่ได้คุยกับเธอ และจะไม่คุยกับเธอด้วย"

ซักพัก เราก็เดินกลับไป "ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ"
ไอ้หนุ่มนี่ก็ เดินมาตรงหน้าเรา " sorry " มาขอโทษ
เราก็แม่งงงง กรูกำลังโมโห เราตอกใส่หน้ามันไปว่า
"ชั้นไม่ยอมรับคำ sorry ของเธอ ออกไปให้พ้นหน้าชั้นเดี๋ยวนี้"

ตอนนี้ฟิวส์ ขาด... 
ความรู้สึก ทำไม? ต่อหน้าลูกค้า ทำแบบนี้
ถ้าต่อหน้าพนักงานเราทนได้นะ แต่ต่อหน้าลูกค้า
มันเหมือนโดนดูถูก เหมือนโดนตบหน้าอ่ะ


** โดนแมวที่บ้านดูถูกดูถุยส์...ก็น่าจะเพียงพอแล้วนะ ฮืออ **

วันรุ่งขึ้น "ตัดสินใจ" แต่ก็ปรึกษาสามีแล้วนะ ว่าควรฟ้องนายไหม? 
ป้าแบบว่า ไม่ฆ่าน้อง แต่กรูฟ้องนายค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
ไม่ใช่..ๆๆ เหตุผลมันลึกกว่านั้น 
คือ ...เรามองเห็นล่ะว่า ไอ้หนุ่มนี่ "มันอยากทำงานจริงๆ"
แต่มันไม่น่าจะไปรอด...ถ้ามันยังไม่รู้ตัว
และยังโดนบูลลี่แบบเงียบๆจากวงในแบบนี้

เราก็ "เอาเรื่องนี้มา ฟ้อง 555 ลูกอีช่างฟ้องแบบเรา"
ก็ปรึกษานายล่ะว่า เราเห็นว่า ไอ้หนุ่มอยากทำงานนะ 
มันต้องการ โอกาส.... แต่ถ้ามันไม่มี โค้ช.... คอยถีบมันให้รู้ตัว
มันจะ โดนคลื่นความเงียบ และเพิกเฉยของเพื่อนร่วมงานด้วยกัน
ทำให้มัน หมดโอกาสได้ในที่สุด!

เราบอกนายไปว่า เราจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของการ บูลลี่ นะ
เพราะเราไม่ชอบ ... แต่เราจะทำยังไงดี
บรรยากาศในตอนนี้ที่ทำงาน ระหว่างเพื่อนร่วมงานที่เกลียดไอ้หนุ่ม
มันไม่ดีเลยอ่ะ เราจะแก้ปัญหานี้ยังไง
เจ้านายแนะนำว่า ให้เราลองคุยกับมันอีกครั้ง
พูดตอนที่ใจเย็นๆลงแล้ว 555
บอกมันไปว่า มันไม่ควรทำตรงไหนยังไง

เราก็รับคำแนะนำจากเจ้านายไปปฏิบัติ...
และ ไอ้หนุ่มนี่มันก็รับทราบ
ตกลงกันว่า มีอะไรเราจะคุยกันดีๆ

ส่วนเรื่องที่ว่า ...คนอื่นๆจะยัง เกลียดมัน 
อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรา เราช่วยมันไม่ได้ในเรื่องนี้

เราอยากจะมาทำงาน และอยากอยู่ในบรรยากาศที่เป็นมิตร
มากกว่า การรับฟังเรื่องราวแย่ๆของไอ้หนุ่มนี่ 
เราแค่ไม่ต้องการจะอยู่ในกลุ่ม "ม๊อบเกลียด" ...

ถามว่า รักมั๊ย เราเฉยๆนะ 
การเจอใคร และยังไม่รู้จักคนๆนั้นดีพอ
จะให้มารีบฟันธงว่า รักเลย.. มันโลกสวยเกินไปน่ะ
เราให้คะแนนคนที่เราเจอ ที่ละ หนึ่งคะแนน เวลาที่เห็นว่าเค้าดีพอ
ไม่ให้ ร้อยล้านคะแนน ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่า อนาคตเค้าจะเลวไหม

เรารักเจ้านายเรามากกว่า ไม่ใช่เพราะอะไร
เพราะเราเป็นเพื่อนกับเจ้านายเรา
ก่อนที่เค้าจะมารับตำแหน่งเป็นนายเราด้วยซ้ำไป
ดังนั้น ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ถ้าเราเห็นเราก็ต้องรีบสะกิดบอกนายเรา...
เราไม่ต้องการเห็น เจ้านายเราเจอปัญหา... อันนี้คือจากใจจริงนะ

และถ้าคิด...ให้ลึกๆลงไปอีกว่า 
แม่งงงงง การจะ ลงทุนเกลียดใครในที่ทำงานซักคน
มันคุ้มเหรอ กับค่าแรงที่ได้รับ....
ไม่คุ้มหรอก สภาพจิตใจก็แย่ กับความรู้สึกเกลียด..
คนไหนเกลียด คนนั้นทุกข์

เราแก่เกินไปที่จะอยู่ในสมรภูมิแห่งความเกลียดแล้วมั๊ง 555





ว่าแล้ว ขอตัวไปรับใช้แมวก่อนนะคะ 
มันนั่งอมบ๊วย..รอ...แล้ว 

ไว้พบกันใหม่จ้า
รักคนอ่านค่ะ 



Create Date : 29 มีนาคม 2564
Last Update : 29 มีนาคม 2564 17:43:24 น.
Counter : 243 Pageviews.

7 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณblue_medsai, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณnewyorknurse, คุณtoor36, คุณnonnoiGiwGiw, คุณสองแผ่นดิน

  
เจิมๆๆๆ
นับเป็นเกียรติ
ที่ได้เจิม ตะพาบ หน้าใหม่ค่ะ

ส่งไทเกอรื เข้าประกวดนะคะ

เข้าใจค่ะ
มันอึดอัดๆ..ถ้าต้องทำงานกับคนที่เราเกลียดเน๊าะ
ไว้วันหน้ามาส่ง Vote ค่ะ
ส่งตอนเช้าไปแล้วในบล็อกก่อน

โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 29 มีนาคม 2564 เวลา:18:00:41 น.
  
มาอ่านแล้ว อยากโดนรัก 555+

โดย: Love Memoirist (blue_medsai ) วันที่: 29 มีนาคม 2564 เวลา:18:40:25 น.
  
เจอคนร่วมงานแบบนี้ก็เหนื่อย... ดีที่มีนายดี...
..
ที่ทำงานบางแห่งก็เคยเจอ คือเขามีความเชื่อมั่นไม่คำนึงถึง
"การร่วมงานทีมเวิร์ค)
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 มีนาคม 2564 เวลา:19:44:32 น.
  
นั่แหละริสัยและนิำใจคนไทย
ลึกๆก็เหมือนจะให้อภัยผู้คน
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 มีนาคม 2564 เวลา:20:05:50 น.
  

ที่ทำงานก็มีทั่งคนดีคนไม่ดี
เราต้องปรับตัวมากเหมือนกัน เพื่อจะได้อยู่รอด
คนที่เราไม่ชอบก็ห่างๆไว้ ไม่เจอได้ก็ดี แต่ก็ยาก
เพราะงานทำกันเป็นทีม

น้องพยาบาลทำงานเป็นคนไม่ยอมคน
ก็เลยเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้
ก็โดนแบนจนต้องย้ายออกเพราะทนลุมหมู่ไม่ไหว
ไม่ได้ตีกันหรอกแต่เขารวมหัวไม่ร่วมมือ

>>>
ขอบคุณที่แวะไปบล็อกวัคซีน ตอนนี้เพื่อนๆสว.ก็ได้ฉีดยากัน
ครบแล้ว ต่างกันบางคนก็ได้ Moderna , Pfizer , Johnson
บางคนก็แพ้ บางคนก็ไม่แพ้ แต่ส่วนมากที่ได้ยินคนฉีด Pfizer
แพ้น้อย
คนที่ฉีด Moderna แพ้ครั้งแรก บางคนเป็นอาทิตย์ไข้ขี้น ความดันเวียนหัว ไม่อยากกิน จนกลัว แต่พอเขาฉีดครังทีสอง ไม่แพ้
บางคนครั้งแรกไม่แพ้ ครั้งที่สองแพ้ แต่ก็ไม่มากขนาดต้องเข้ารพ
มีไข้ เวียนหัว เบืออาหาร สองสามวัน

คนที่ฉีดวัคซีน Johnson ไม่ได้ยินข่าวว่าแพ้เลยค่ะ

สำหรับวัคซีน Astra คิดว่าคนก็ส่งข่าวกันเยอะ น่ากลัว
แต่จริงๆก็คงเหมือนวัคซีนอื่นๆ เขาก็ต้องทำที่ห้องแลปและ
มีการทดลองแล้วถึงผ่านออกมา รอสักระยะให้คนใช้สักพัก

ที่นิวยอร์ก ตอนแรกๆก็ไม่มีคนอยากฉีดยา แต่พอคนฉีดสักพัก
ก็เริ่มจะไปฉีดวัคซีนกัน กลายเป็นรอจองคิวเข้าไปฉีดวัคซีนกันนาน เครียดกันกับการจองอีก รอทั้งวันทั้งคืนกว่่าจะได้จองคิว
นี่ผ่านมาเกือบสามเดือน ตอนนี้จองคิวไม่ยากและเขาฉีดให้คนอายุเกิน 18 แล้ว

หวังว่าทุกอย่างจะดีขี้น จะเดินทางไปไหนๆได้
โดย: newyorknurse วันที่: 30 มีนาคม 2564 เวลา:0:30:30 น.
  
ชีวิตคนทำงาน งานหนักงานยาก งานเยอะไม่กลัวครับ กลัวอย่างเดียวคนงี่เง่านี่แหละ

เคยเจอคล้ายๆ กัน พวกแทงข้างหลัง พวกลูกรัก แต่ช่างมันเถอะเราไม่ควรจะโกรธ "เพราะเขาเป็นคนอย่างนั้น"
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 มีนาคม 2564 เวลา:10:33:02 น.
  
โอ๊ยยยยย ไทเกอร์น่าร๊ากกกกก
แต่ละรูป เหี้ยมโหดมาก ใจละลายไปละลูกเอ้ยยยย
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 31 มีนาคม 2564 เวลา:14:46:19 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 107 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**