มิถุนายน 2563

 
1
2
3
4
6
7
8
9
21
25
26
27
28
 
 
13 มิถุนายน 2563
All Blog
13.06.2020 : ข่าวร้าย
เมื่อคืนตอนห้าทุ่มครึ่ง เสียงโทรศัพท์ของสามี ส่งเสียงโหยหวลดังเข้ามา
ที่เยอรมัน การที่จะโทรหากันตอนเกือบๆเที่ยงคืน
คือมีไม่กี่กรณี... จริงๆคือ น่าจะกรณีเดียว!
.... ต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ....

สามีรับสาย เมียเงี่ยหูฟัง... 
เพื่อนบ้านของแม่สามีโทรมาบอก ว่า...
แม่ของสามีเจออาการ Schlaganfall ภาษาอังกฤษคือ stroke
หรือหลอดเลือดในสมอง มีปัญหา 
รายละเอียดอื่นๆเราไม่รู้ ไม่มีใครรู้มากไปกว่านั้น
รถโรงพยาบาลกำลังบึ่งมารับแม่ 

เรานะ โคตรนับถือสามีในความ "สงบนิ่งของน้ำเสียง" 
คือเวลาเค้าคุยกันนี่ ถ้าเป็นเราคือ น้ำตาพุ่งแล้ว สติแตก!
เค้าก็รับทราบรายละเอียด และก็วางสายไป
จากนั้นเค้าก็รีบกดโทรหาน้องชายทันที
ก็คุยกัน ว่าเกิดเหตุกับแม่นะ แม่คืออยู่บ้านคนเดียว
น้องชายรับทราบ ก็รอติดตามข่าว
จากนั้นเราก็บอกให้เค้าโทรหาพี่สาว
พี่สาวรับทราบ และรอติดตามข่าว

พอวางหูเสร็จ สามีก็พูดว่า แม่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่มีกิจกรรมอะไรทำ
เพราะเหตุที่ โควิดไวรัส ระบาด... คนสูงอายุจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ด้วยเหตุที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ... เราไม่ได้เจอแม่มาตั้งแต่ มกราคม มั๊ง
พอไวรัสระบาด เมืองปิดไม่ให้ไปมาหากัน ยกเว้นเหตุจำเป็นคือไปทำงาน...
ผู้หญิงอายุ 84ปี ต้องอยู่บ้านคนเดียว
มีนางพยาบาลมาดูแลที่บ้าน มีผู้ช่วยพยาบาลมาดูทุกวัน
มาช่วยเหลือในเรื่องที่จำเป็น .. คือแค่นั้น

เพื่อนบ้านที่ปกติๆจะไปมาหาสู่กัน ช่วงโควิดคือ งดหมด...
งานวันเกิดของแม่ เดือนเมษาฯ ที่ผ่านมาที่ตั้งใจจะจัด
ก็ต้อง "งด"

คือหากคุณไม่ได้อายุ แปดสิบกว่า...คุณคงไม่เข้าใจว่า ทำไมแค่เรื่องเล็กๆนี้
ทุกวินาที มันถึงมีความหมายกับคนที่อายุเยอะๆน่ะค่ะ
ในวันหนึ่ง... ที่เราไม่รู้ตัวเลยว่า พรุ่งนี้จะตื่นมาได้อีกไหม...
ตอนนั้นแหละ ที่เราจะเริ่มเข้าใจว่า ชีวิตมันสั้นแค่ "ลมหายใจ" จริงๆ
หมดลมหายใจคือ ไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป

เช้านี้ ... สามีโทรหาเพื่อนบ้านอีก แต่เค้าไม่รู้ว่า รถพยาบาลพาแม่ไปโรงพยาบาลไหน
เราก็เลยบอกสามี กางแผนที่สิ! โทรถามเลยทุก รพ ในละแวกนั้น
สามีทำตามนั้น เลยได้ทราบแล้วว่า ตอนนี้แม่อยู่ที่ รพ ไหน...

อยากจะบอกว่า เมื่อคืน... ความกลัวเกิดขึ้นครั้งแรกจริงๆที่เยอรมัน
ปกติไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น แต่พอเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้ว
สารภาพเลยว่า "หมดแรง" กลัวมาก
จิตนี่คือ เตลิดไปไหนต่อไหน ในขณะที่สามี นี่คือเค้า สงบ...มาก
ไม่มีปฏิกิริยาใดๆที่จะบอกว่า เค้าตกใจ ช๊อก หรือไรทั้งสิ้น

ตอนที่พ่อเค้าเสียไป เราไม่เคยเห็นเค้า "ร้องไห้"
เราถามสามีว่า "ทำไมเธอถึงไม่ร้องไห้ ในเมื่อพ่อเสียไป"
สามีบอกว่า "การแสดงความรู้สึกเสียใจ ไม่ได้มีแค่ การมีน้ำตา อย่างเดียวนี่"
การที่เค้าเงียบ ไม่ได้แปลว่า เค้าไม่มีความรู้สึก...
เค้ารักพ่อแม่เค้ายิ่งกว่าชีวิตน่ะค่ะ

แล้วนี่มาเกิดเหตุกับแม่....
เราบอกตรงๆนะว่า "เรายังไม่พร้อม!"
ไม่พร้อมที่จะรับรู้ สิ่งร้ายๆที่จะเกิดกับแม่สามี
เราไม่ใช่ คนดี ไม่ใช่นางฟ้า อะไรนะคะ
แต่... สิ่งที่เกิดกับแม่สามี ถ้าเค้าพิการไป อัมพาต ไป
เรารับไม่ได้อ่ะ และดูเหมือนกับว่า นี่มันคือ ชีวิต มันคือของจริง
สิ่งที่จะเกิด มันเกิด มันไม่สนใจหรอกว่า เราพร้อมไหม

เมื่อคืนฝัน ว่าแม่สามีเป็นอัมพฤกษ์ ในวัยแปดสิบกว่า มันทรมานน่ะ
และถ้ามันมาหา..มันไม่ไปไหนง่ายๆด้วย 
เราปวดใจเลย เวลาคิดถึงความจริงข้อนี้
พอฝันปุ๊บ รีบเด้งตัวตื่นปั๊บเลย ตีห้าครึ่ง...
ไม่กล้านอนต่อ.... กลัวฝันต่อเนื่อง ใครเคยเป็นไหมคะแบบนี้?

แม่สามีมีปัญหาเรื่องความดัน และทานยาควบคุมอยู่ค่ะ
แต่สามีบอกว่า สาเหตุที่เกิดแบบนี้
เพราะแม่ไม่ค่อยได้ขยับ ไม่ออกกำลังกายเลย
ซึ่งเราสองคนก็เข้าใจสภาพ อิไวรัสบ้าๆนี่
ที่ทำให้คนแก่ๆไม่สามารถใช้ชีวิตปกติๆได้

ดังนั้น... ฉันถึงเพิ่งเข้าใจว่า เมื่อเราแก่ตัวลง 
การได้ไปอยู่บ้านพักคนชรา มันไม่ใช่เรื่องแย่!
มันดีกว่า การที่แก่มากๆและต้องมาอยู่บ้านคนเดียวทุกวัน
จริงๆนะคะ 
เพราะบ้านพักคนชรา เค้าจะดูแลเรา เค้าจัดกิจกรรมหลากหลาย
คืออย่างน้อยๆ เราได้มีเพื่อน ได้ขยับไปไหนๆได้
ใช่มันก็คง ต้องอดทนล่ะ กับการที่ต้องใช้ชีวิตกับคนอื่นๆ
แต่... การอยู่บ้านคนเดียว หากเกิดอะไรขึ้น เราตายคนเดียว
นี่ยังดีที่ แม่สามีรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนบ้าน
ตอนที่เริ่มรู้สึกว่า ร่างกายซีกซ้ายไม่มีความรู้สึก....

การที่คนๆหนึ่ง....มีลมหายใจ....
สามารถทำให้ "หัวใจของคนอีกคน ยังทำงานเต้นต่อไปได้"
อันนี้เรื่องจริงเลยค่ะ 

เกรงใจเพื่อนๆไม่ต้องการตั้งหน้านี้เป็นหน้าหลักนะคะ
นี่เรากำลังรอสามีเอารถไปเปลี่ยน...เพราะรถเค้าเข้าอู่ซ่อม
พอเค้ากลับมา เราก็จะต้องขับรถไปอีก 600+กิโลเมตร
เพื่อที่จะไปหา แม่สามี ที่โรงพยาบาลค่ะ
กฏที่เค้าบอกมาทางโทรศัพท์คือ 

อนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้แค่ "คนเดียว" แบบต่อเนื่องเท่านั้น
หมายถึง คนที่จะเข้าเยี่ยมได้ต้องเป็น คนๆนี้เท่านั้น
เหตุผลเพราะต้องการป้องกันไวรัสโควิดค่ะ

จะบอกว่า ไว้คุยกันอีกทีวันจันทร์โน่นเลยนะคะ



 



Create Date : 13 มิถุนายน 2563
Last Update : 13 มิถุนายน 2563 16:23:26 น.
Counter : 235 Pageviews.

8 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณThe Kop Civil, คุณtoor36, คุณSleepless Sea, คุณอุ้มสี, คุณโน้ตตัวดำ, คุณnewyorknurse, คุณหอมกร

  
ขอให้ปลอดภัย หายไว ๆ นะครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 13 มิถุนายน 2563 เวลา:23:20:31 น.
  
ถ้ามีเงินไปอยู่บ้านพักคนชราก็อาจจะโอเค แต่ถ้าไม่มีเงินทุกอย่างก็จบครับ โลกเรามันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ

ขอให้ปลอดภัยครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 มิถุนายน 2563 เวลา:23:43:03 น.
  
ขอให้คุณแม่ของสามี
หายไวไว
กลับมาปกติในเร็ววันค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 13 มิถุนายน 2563 เวลา:23:44:48 น.
  
ส่งกำลังใจครับ ขอให้หายเป็นปรกติครับ
โดย: Sleepless Sea วันที่: 13 มิถุนายน 2563 เวลา:23:49:34 น.
  
ให้กำลังใจค่ะ
โดย: ดู (สมาชิกหมายเลข 5937387 ) วันที่: 14 มิถุนายน 2563 เวลา:8:09:12 น.
  
ข้อให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ
ส่งกำลังไปใจไปคะ

Be strong!!

ไม่นานมานี้เพิ่งเจอเหตุณ์นี้เหมือนกัน..แม่สามีต้องเข้า ICU อาทิตย์ก่อน ความดันขึ้น... ลุ้นกันทั้งบ้าน เพราะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจาก รอและลุ้น.

ระทึงทุกครั้งที่พยาบาลโทรกลับมาบอกอาการ
โดย: โน้ตตัวดำ วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:3:37:44 น.
  

ขอให้คุณแม่สามี หายไวๆนะคะ

คนอายุ สว. จริงๆแล้ว เขาก็อยากจะอยู่เอง
เกรงใจ ไม่อยากยุ่งกับลูกหลานให้ลำบากใจ
แต่ข้อเสียคือ อายุมาก สุขภาพไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่อยากเป็นภาระ
กับลูกๆ และจริงๆ ลูกๆก็มีงานทำ มีภาระต้องรับผิดชอบ มีครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ ก็ไม่อยากเป็นภาร และการจะให้
ลูกหยุดทำงานแล้วมาดูแล สว. ก็คงเป็นไปไม่ได้

พี่เอง เป็นสว. ก็ยังวางแผนว่าถ้าช่วยตัวเองไม่ได้ ก็ไม่อยากไปเนินซิ่งโฮมที่นี่ ตอนนี้ก็ดูๆ เนิสซิ่งโฮมที่เมืองไทย มีคนไทยรุ่นพี่ ป่วยเป็นอัมพาตครี่งตัวมาเกือบสิบกว่าปีแล้ว ลูกสาวสามคน
มีงานทำ เป็นหมอ ทนายและฑันตแพทย์ มีครอบครัวแล้ว มีคนหนี่งยังไม่มีครอบครัว สามพี่น้องอยากให้คุณแม่อยู่บ้าน แทนที่จะไปอยู่เนิสซิ่งโฮม และอีกอย่าง เนิสซิ่งโฮมที่นี่เขาก็มีระยะว่านานเท่าไร ถ้าหากเราอยากอยู่ต่อ ประกันจะไม่จ่าย หรือคนไข้ (หรือคนแทนคนไข้) ยอมยกเงินเกษียณ เงินทรัพย์สิน ให้ทางเนิสซิ่งโฮม ทั้งหมด ตกลงเขาเอาแม่มาอยู่บ้าน และจ้างคนมาดูแล วันละสามเวร เช้า บ่าย ดีก จ่ายเวรละ $ 100 คือวันละ $300 เดือนละ $ 9,000 แต่ลูกๆมีรายได้ดี ก็ดูแลแบบนี้ได้ และขณะนี้ถ้าป่วย ประกันก็จ่าย พอหายก็กลับบ้าน เข้าระบบเดิม
คือมีคนดูแลที่บ้าน.

เห็นเพื่อนๆส่งไลน์มาว่าคนต่างประเทศไปใช้ชีวิต สว.ทีเมืองไทย
หลายแห่ง น่าสนใจ

โดย: newyorknurse วันที่: 18 มิถุนายน 2563 เวลา:2:50:59 น.
  
Max Bulliboo Diarist ดู Blog
ขอให้เธออาการดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 3 กรกฎาคม 2563 เวลา:15:28:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**