กุมภาพันธ์ 2563

 
 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
Egypt เดินทาง "คนเดียว" ต้องฝึก "วางตัว" ให้ถูกที่
ก่อนอื่นใด... 
การทำความเข้าใจ สภาพแวดล้อม วิถีการปฏิบัติ
ศาสนา และ อื่นๆ ของคนที่นี่ ... 
มันก็คงจะเป็นเรื่องสำคัญอ่ะเนอะ

พนักงานของรีสอร์ทนี้ 100% จะเป็น ผู้ชายค่ะ
และ ผู้ชายที่นี่เค้าจะไม่จู่ๆมา ลั้นลาชวนผู้หญิงคุยโน่นนี่นั่น
มันไม่ใช่ ธรรมเนียมปฏิบัติ (มั๊ง?)
อาจจะเกี่ยวกันกับศาสนา อันนี้เราก็ไม่รู้หรอกนะ
แต่เรารู้ว่า ผู้ชายส่วนมากที่นี่จะ dominant 
และเดาว่า ผู้หญิงก็อาจจะออกแนว submissive 
ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ 

มันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เรา ..ทำผิดพลาดอย่างแรง...
เรื่องมันมีอยู่ว่า ...
เราเปิดโพย ที่ทางรีสอร์ทให้มาค่ะ
เค้าจะบอกรายละเอียดต่างๆนานา
ว่า ภัตตาคารนี้สามารถเข้าไปใช้บริการได้
แต่ต้อง "จองล่วงหน้า" อันนี้จะรวมมาแล้วในแพคเกจ all inclusived 

อันนี้คือ ภัตตาคารที่อยู่นอกเหนือ แยกออกไปจาก main ที่มี buffet ให้อยู่แล้ว
เราก็สนใจอ่ะนะ อ่ะ ไปเดินดูกัน ว่าเออ มันอยู่ตรงไหนอะไรยังไง

มันออกแนว ... จัดโต๊ะริมสระน้ำอ่ะค่ะ
และช่วงที่เราไปนั่น ตอนเย็นอากาศจะเริ่มเย็นลง ถึงเย็นมาก
เป็นเพราะลมที่พัดมาด้วย ก็ตกประมาณ 15-18องศาเซล
การทานอาหารตรงนั้นคงจะไม่น่าโอเคอ่ะค่ะ
ไม่อยากป่วยเพราะนั่งกินกลางอากาศเย็นๆตอนมืดๆ

เราก็แค่เดินไปถาม พนักงานว่า ..อาหารอะไรยังไง จัดยังไง 
ทั้งหมด มีพนักงานเสริฟคนเดียวที่
พูดอังกฤษได้แต่ไม่มาก และพูดเยอรมันได้นิดหน่อย
เค้าก็พยายาม "ชวนคุย" ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ
เราก็บอกไปว่า เราพักคนเดียว เดี๋ยวเราจะไปติดต่อรีเซฟชั่น
ทำการจอง หากเราอยากมากินที่นี่

มันบอกมาเลย .. ไม่ต้องไปติดต่อรีเซฟชั่น
เดี๋ยวมันจองให้เอง...มาพรุ่งนี้หกโมงเย็น จบ!

อืมม์ ไม่ให้เวลากุคิดเลย.... 

เราก็ "กระเด็นออกมา หลังจากจบการสนทนา"
เพราะพนักงานคนนี้วางตัวแบบ "บอส" มากค่ะ
แต่มันก็ไม่ได้ อะไรนะ คือ คงจะอยากช่วยเราอ่ะแหระ

วันรุ่งขึ้น... 
เราเปลี่ยนใจว่ะ เราดูสภาพแล้ว ลมแรงมากกกกก หนาวววว
ขืนให้เราไปนั่งกิน ตอนมืดๆ และหนาวๆ เราคงป่วยแน่ๆเลยอ่ะ
เพราะมันกางโต๊ะกันแบบ ริมสระเลยนะคุณ
และมันมืดอ่ะ จริงๆนะ เพราะมันเป็นแบบ open air อ่ะค่ะ

เราก็เดินไปบอกตอน บ่ายตรงว่า เราขอยกเลิกนะ ขอโทษด้วย
เราเปลี่ยนใจจะไป กินกับเพื่อน(ป้าคนอิตาลี)ที่เราเจอกันวันแรกนั่น
ก็บอกมันไปแบบนั้นค่ะ 

เค้า "บ่น" ใส่หน้าเราเลยอ่ะคุณ เป็นภาษาเยอรมัน
เดาว่าเค้าคงจะไม่รู้ความหมายเท่าไหร่
แต่คำๆนี้มันประมาณว่า "คนเราเนอะ.... แม่งเอ๊ย" ไรแบบนั้นอ่ะค่ะ
แล้วมองเราแบบ "ดุๆอ่ะ"

ตอนบ่ายไปบอก ยกเลิก 
ตอนหกโมงครึ่ง ... พนักงานคนเดียวกันนี่ล่ะ
เดินมาใน buffet area ...มาหาเราค่ะคุณ ...
เค้าเดินตรงเข้ามาหาเราเลยนะ ตอนนั้นคือเรา ได้โต๊ะนั่งแล้ว 
และป้ากับลุง คนอิตาลี แกยังไม่มา เราก็จองโต๊ะนั่งไว้ก่อน

เค้าเดินเข้ามาถามเราเลย " Where is your friend? "
เราแบบ "เห้ย...มีงี้ด้วย ทำไมอยากรู้? แล้วทำไมต้องถาม?"
กุไม่ได้หนีเมิง มากินข้าวกับเพื่อนนะโว้ย

เราก็บอกไปว่า they are on the way มั๊งงงงงง
เค้ามองหน้าเรานะคะ และบอกว่า ..

" I want to talk to you after this you come to see me "

เอิ่มมมมม นี่คือ "คำสั่ง" เหรอ? 

เราก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะมัน "สะบัดหน้า" เดินออกไปเลยค่ะ
เกาหัวอยู่สามแกรก...นี่ชั้นทำอะไรลงไป????? กุทำไรผิดเนี่ย? 

เย็นวันนั้น ก็กินอาหารเสร็จ เดินกลับเข้าห้อง
พอถึงห้อง เริ่มคิด...เออ ทำไมเค้าถึงพูดกับแราแบบนี้?
.......
.........
............
อยากรู้ต้อง ออกไปอีก ไปค้นหาความจริง..
ก็เปลี่ยนชุด เพราะอากาศมันเริ่มเย็นค่ะ
15องศานี่คือ หนาวอ่ะค่ะสำหรับฉัน
เดินออกไปอีก..ไปหาคุณพนักงานคนนี้ ที่ลานสระน้ำ.. 
ตรงนั้นมี แขกสองคนนั่งกินอาหารอยู่ ในที่มืดๆ ...
พอเห็นแล้ว แอบนึกในใจ...ดีแล้วที่กุบอก ยกเลิก!

ก็เดินไปเจอ คุณพนักงานคนนี้ ...
เราก็บอกเค้าว่า
" Now I am here, so you said you want to talk then Talk! "
น้ำเสียง และ หน้าของเราคือ ไม่มีความรู้สึกอื่นใด
นอกจากประมาณว่า มรึงจะเอาไงกะกุ ว่ามา!!!
พอเราทำหน้าปกติเฉยๆ 

มันก็น้ำเสียงอ่อนลงค่ะคุณ...
มันบอก ' You don't have time to see me , I want to talk to you '
........ ห่....า .... น ไรของคุณคร๊ะ 
เราก็บอกว่า ' I come here for RELAX ... '
มันก็บอกว่า ' I know ... '

และมันก็ถามต่อ (อีกกกกก) ว่า " Why your husband not here with you? "
....... ถ า ม ทำ ไ ม ???? ........

อยากรู้ขึ้นมาเลยว่า ทำไม หลัวถึงไม่มาด้วย ? พระเจ้า!
ฉันก็พูดตัดบท แบบ สวยๆไปว่า "เค้าติดงาน ...นี่แค่นี้นะ จบนะ ต้องไปแระ"
จากนั้น ฉันก็เดินออกมา...พร้อมกัน "บ ท เ รี ย น" อันมีค่า...

การ  " ว า ง ตั ว " ให้ถูกที่ มันสำคัญมากนะคะ
ฉันผิดเองที่ไปทำตัวชอบพูดชอบคุยกับพนักงานคนนี้
เพราะมันทำให้เค้า "เข้าใจผิด" และคิดว่า กับเราเค้าพูดไงก็ได้ ถามไรก็ได้
เพราะเค้าก็คงคิดว่า "เรากำลังหาเพื่อนใหม่" ซึ่ง...ไม่ใช่เลยนะ

ทั้งนี้นั้น อยากจะบอก อย่าไปว่า พนักงานคนนี้เลยนะคะ
ฉันต่างหากที่ผิดเอง.... วางตัวไม่เป็น!

มันคือบทเรียนที่ ... ตัวเองได้เรียนรู้ว่า ...
เราอยู่ใน "บทบาทไหน"
เราต้อง "วางตัว" ให้ถูกที่ ให้เหมาะสมกับบทบาทที่เราอยู่
เราเป็น "ลูกค้าของโรงแรม" เราต้องไม่พูดมากสิ 555
และเราจะต้องไม่ไป ทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนกับพนักงาน...

ว่าแล้ว ทำให้นึกไปถึง "สามี" เลย และนึกถึงสามีตลอดเวลาว่า 
"ถ้าเค้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เค้าจะวางตัวยังไง พูดยังไง พูดอะไร"
คือ บอกตรงๆว่า ... 
ทริปนี้นะคะ แม้ว่า เราจะไม่ได้ไปด้วยกัน
แต่เชื่อไหมว่า .. ฉันมีสามีอยู่ในใจตลอด จะคิดตลอดว่า เค้าจะวางตัวยังไง 

สามีคือ ต้นฉบับที่แท้จริงของชีวิตฉันเลยอ่ะค่ะ ไม่ได้ อวย..นะ
แต่มันคือ เรื่องจริงค่ะ...

นับจากเหตุการณ์ในเย็นวันนั้น....
ฉันก็ไม่ย่างกราย เดินเฉียดผ่าน ในจุดที่ คุณพนักงานคนนี้ทำงานอยู่เลยจ้ะ
ไม่เอาแล้ว ว่าแล้ว สมน้ำหน้าตัวเองมากมายนะคะ
เพราะ ...หากไม่สาระแนแม่ยิ้ม ทำตัวเหมือนกึ่งเพื่อนกึ่งลูกค้าที่มาพัก
ฉันก็คงจะไม่เจอเรื่องแบบนี้ค่ะ 

ไม่อยากใช้คำว่า "ลดตัว" เพราะลดตัวเหมือนกับว่า ตัวเองสูงศักดิ์มาก
ซึ่งมันไม่ใช่เลยไง....
แต่เราควรวางตัวให้เหมาะสมกับบทบาทที่เราเป็นอยู่ต่างหาก

จากนั้น...ก็ไม่มี พนักงานหน้าไหน มารบกวนป้าอีกเลยค่ะ 555

ในภัตตาคาร Buffet ก็ไม่มีพนักงานแม้แต่คนเดียวที่จะเข้ามาถามว่า 
"อยากดื่มอะไร"...
เพราะผู้ชายที่นี่เค้าจะไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวาย หากผู้หญิงมาคนเดียวเดี่ยวๆ(มั๊งงงงง)
ใน Buffet ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะมีมือมีเท้า สามารถบริการตัวเองได้จ้า
ซึ่งเรื่องดีที่ตามมาคือ No Service , No Tip จ้าาาาา 555



เอนทรีหน้า จะมาเล่าต่อเรื่องบนบก และใต้น้ำค่ะ
เบื่อเรื่องคนแล้ว หันมาเรื่องธรรมชาติกันดีฝ่า..

ไว้เจอกันจ้าาาา เข้ามาอ่าน ลงชื่อไว้หน่อยสิ ไม่ต้องโหวตก็ได้นะคะ ยินดีค่ะ 
ไม่สนใจโหวตเลย จริงๆนะคะ 
รักคนอ่านค่ะ 
 



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2563 20:13:55 น.
Counter : 590 Pageviews.

9 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณSai Eeuu, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณThe Kop Civil, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณหอมกร

  
นี่ซิ ต้องบอกกันตรง ๆ มันจะได้รู้สึกซะมั่ง....555
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:20:41:41 น.
  
น่ากลัวแฮะ พวกพนักงานถ้าเราให้ความเป็นกันเองมากเกินไป มักจะเป็นแบบนี้จริงๆ ครับ ที่ไทยผมก็เคยเจอนะ ทำเอาหมดอารมณ์เลยแหละ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:52:39 น.
  
จะจำไว้เลยค่ะ เที่ยวที่นี่

แอบกลัวอ่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:3:17:02 น.
  
การวางตัวให้พอดีสำคัญมากเลยค่ะ ในวัฒนธรรมที่ต่างกัน บางทีสนิทสนมมาก เปิดเผยมาก เค้าก็ตีความเป็นอย่างอื่นได้ ไงก็เที่ยวให้สนุกค่ะ สู้ๆนะค๊า
โดย: สมาชิกหมายเลข 5741019 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:17:52:23 น.
  
อันนี้ลำบากเลย ปกติหนูเป็นคนชอบวางตัวสนิทกับพนักงาน เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกว่าเราเหนือกว่าหรือข่มเขา

อ่านแล้วต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เยอะๆ เลยค่ะ เพราะคนอื่นจะคิดอะไรก็ไม่รู้เนาะ

อียิปต์มุสลิมค่ะ ปกติชาย-หญิงจะไม่สุงสิง แตะเนื้อตัวกันง่ายๆ ค่ะพี่

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Diarist ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
Sai Eeuu Food Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:10:28:11 น.
  
ผมว่าคุณแม็กซ์เป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดีเลยนะครับ แต่พนักงานคนนั้นคงจะคิดเป็นอย่างอื่น ตัดบทพูดตรง ๆ ไปเลย 555
โดย: The Kop Civil วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:13:50:48 น.
  
เดินทางคนเดียวเก่งมากเลยค่ะ
วางตัวดี รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีนะคะ

เพิ่งเห็นว่าคณแม็กซ์ไปเม้นท์ไปว้ที่บล็อกเมล่อนตั้งนานแล้ว
ขออภัยนะคะ มาช้ามากเลย แหะ ๆ
ปกติบล็อกเก่าแล้วก็ไม่ได้เข้าไปดูเลยค่ะ
นี่บังเอิญเข้าไปถึงได้เห็น
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:18:43:33 น.
  
นึกภาพบรรยากาศริมสระน้ำกับลมเย็น ๆ
แถวนั้นน่าจะพัดแรงเอาเรื่อง แต่ก่อนนี้หนูก็เจอคน
ชวนคุยแบบนี้ประจำแหละ ทำไมมาเที่ยวคนเดียว
ทำไมโน่นนี่แนวเดียวกันงี้เลย คือจะบอกว่า
ฟ้าเริ่มเข้าใจนักท่องเที่ยวบางคนที่เค้าวางตัวนิ่ง ๆ
เหมือนจะหยิ่ง ๆ แต่ที่จริงแล้วอาจเป็นการปกป้อง
ตัวเองอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้ คนเราเจออะไรมาไม่
เหมือนกันน้อ

หืม...ภาพสุดท้ายนี่สวยขาดใจ
คิดถึงนะคะเจ้
โดย: กาบริเอล วันที่: 5 มีนาคม 2563 เวลา:14:40:49 น.
  
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
คุณmax นี่เขียนเล่าเรื่องได้สนุกมาก

โดย: หอมกร วันที่: 2 มิถุนายน 2563 เวลา:14:59:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 104 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**